เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 80 81 [82] 83 84 ... 88
  พิมพ์  
อ่าน: 200489 ฉากประทับใจในหนังเก่า SPOILER ALERT
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 1215  เมื่อ 23 ธ.ค. 13, 11:26

           ได้ดู มนต์รักทะเลใต้ South Pacific ในโรงใหญ่เมื่อตอนมาฉายซ้ำที่อินทรา
ตื่นตาตื่นหูมาก ครับ
            คู่รองอาภัพรัก(John Kerr & France Nuyen) ได้ใจคนดูแย่งซีนคู่เอกอาวุโส
ไปอย่างขาดลอย

             ได้ยินกิติศัพท์"ความแรง" ในยุคนั้นของเรื่อง Tea and Sympathy มานาน
แต่ไม่เคยดู (ไม่ทราบอาจารย์ได้ดูแล้ว?) โดยเฉพาะฉากซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญ เมื่อคาร์หญิง
เข้าไปในห้องของคาร์ชาย นั่งลงบนเตียงแล้วปลดกระดุมเสื้อตนเอง และกล่าวประโยคซึ่ง
เป็นที่จดจำต่อมาว่า
              “Years from now—when you talk about this—and you will—be kind.”


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 1216  เมื่อ 23 ธ.ค. 13, 11:32

ปกหนังสือก็เป็นภาพนี้

(ป.ล. พูดถึงคาร์หญิงนักแสดงสาวงามมากฝีมือ ก็อดนึกถึงเรื่อง An Affair to Remember
ที่ได้เคยนำมาพูดคุยในกระทู้นี้นานแล้วไม่ได้)


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1217  เมื่อ 23 ธ.ค. 13, 11:44

ดิฉันได้ดู Tea and Sympathy ทางช่อง Turner Classic ค่ะคุณ SILA   เรื่องนี้ไม่แน่ใจว่าเอามาฉายในไทยหรือเปล่า  เนื้อหาอาจหนักเกินไปสำหรับรสนิยมคนไทยสมัยโน้น  แต่เรื่องชีวิตทำนองนี้เดเบอราห์ คาร์เล่นกินขาดอยู่แล้ว

ขึ้นชื่อว่าบทสาวงามที่ดูสงบเสงี่ยมภายนอก แต่มีไฟร้อนแรงอยู่ลึกๆภายใต้   ไม่มีใครเล่นได้เกินเธอในยุคนั้น 
เธอเป็นดาราที่เล่นบทน้ำเน่า อย่างใน An Affair to Remember ออกมาคลาสสิค  และเล่นบทชีวิตอย่าง Tea and Sympathy ได้ออกมาน่าเห็นใจมาก  ทั้งๆบทของลอร่าในเรื่องนี้ไม่น่าเห็นใจเอาเลย  แต่ก็สมน้ำหน้าไม่ลง   

“Years from now—when you talk about this—and you will—be kind.”
คำนี้ละค่ะ  ทำให้เกลียดพระเอกไปเลย   สงสารนางเอกมาก จนเสียดายว่าเธอเกิดเร็วไปหน่อย   
ถ้าเป็นสมัยนี้  เธอก็คงอยู่ต่อมาได้ไม่เดือดร้อนอะไร    เพราะสมัยนี้ผู้ชายเป็นฝ่ายถูกแฉ  ไม่ใช่ผู้หญิง  ยิ้มเท่ห์


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 1218  เมื่อ 23 ธ.ค. 13, 12:19

ถ้าเป็นสมัยนี้  เธอก็คงอยู่ต่อมาได้ไม่เดือดร้อนอะไร    เพราะสมัยนี้ผู้ชายเป็นฝ่ายถูกแฉ  ไม่ใช่ผู้หญิง  ยิ้มเท่ห์
 

โลกทุกวันนี้(ผู้ชาย)อยู่ยากขึ้นทุกที  ฮืม       
 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1219  เมื่อ 23 ธ.ค. 13, 12:25

^


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 1220  เมื่อ 24 ธ.ค. 13, 10:44

24 ธ.ค. ดูหนังเทศกาลคริสตมาสสมานสงคราม(ความขัดแย้ง) ครับ

            Joyeux Noel ภาพยนตร์ฝรั่งเศสปี 2005 เล่าถึงเหตุการณ์ช่วงคริสตมาส
พักรบคืนสงบสงัด(Silent Night) ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง(1914) เมื่อกองทัพ
สก็อตและฝรั่งเศสบุกประจันเยอรมันในฝรั่งเศส


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 1221  เมื่อ 24 ธ.ค. 13, 10:46

เนื้อเรื่องฉากสำคัญประทับใจจากวิกกี้ ครับ

         The unofficial truce begins when the Scots begin to sing festive songs
and songs from home, accompanied by bagpipes.

          
 
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 1222  เมื่อ 24 ธ.ค. 13, 10:48

          Sprink (German tenor) sings for his comrades. As Sprink sings Silent Night
he is accompanied by a piper in the Scottish front-line.
         Sprink responds to the piper and exits his trench with a small Christmas tree
singing "Adeste Fideles".

(เพลงคริสตมาสที่เคยคุ้นในภาคภาษาอังกฤษคือ   "O Come, All Ye Faithful")

             
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 1223  เมื่อ 24 ธ.ค. 13, 10:49

          Following Sprink's lead the French, German, and Scottish officers
meet in no-man's-land and agree on a cease-fire for the evening.
         The various soldiers meet and wish each other

             "Joyeux Noël", "Frohe Weihnachten", and "Merry Christmas."
 
             


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1224  เมื่อ 06 ม.ค. 14, 10:06

เพิ่งได้ข่าวว่าดาราหญิงรุ่นคุณทวดคนหนึ่งชื่อ Juanita Moore เพิ่งขึ้นไปสวรรค์หยกๆในวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมานี้เองด้วยวัยสุกงอม 99 ปี     เธอเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตุ๊กตาทองบทตัวประกอบฝ่ายหญิงในหนังเรื่อง Imitation of Life  (1959)  ในบทแม่บ้านผิวดำที่มีลูกสาวสวย จนดูไม่ออกว่าหล่อนเป็นเลือดผสมผิวสี    บทลูกสาวแสดงโดยดาราสาวสวยดาวรุ่งในยุคนั้นชื่อซูซาน โคห์เนอร์
ว่าจะหาบทแม่ลูกในเรื่องนี้มาให้ดูกัน แต่ไม่เจอในยูทูป     กลับไปเจออีกฉากที่สะเทือนอารมณ์ไม่น้อยกว่าบทแม่ปะทะกับลูก    เป็นฉากลูกสาวลูกครึ่งผิวสีปะทะกับแฟนหนุ่ม แสดงโดยขวัญใจวัยรุ่น ทรอย โดนาฮิวที่พลิกบทจากพระเอกรูปหล่อแสนดี มาเล่นบทร้ายแทนค่ะ

คนดูยุคนี้อาจไม่เข้าใจเมื่อดูฉากนี้ว่ามันอะไรกันนักกันหนา  สุดแสนจะน้ำเน่า    แค่มีแม่ผิวดำก็ไม่ได้   แต่ฉากนี้เป็นฉากสะท้อนความจริงที่เจ็บปวดในสังคมยุค 1950s  ซึ่งในหนังโรงและหนังทีวีต่างๆมักแสดงแต่ภาพสวยสดงดงามของอเมริกายามประเทศสงบสุข ครอบครัวอบอุ่น ร่าเริงหรรษา แบบที่เราเห็นจากหนังทีวีชุดหนูน้อยบีเวอร์

แต่ความเป็นจริงที่ลึกลงไปเหมือนขยะซุกอยู่ใต้พรม  คือการแบ่งแยกอย่างรุนแรงระหว่างคนผิวขาวกับคนผิวดำ  ในสมัยนั้นมีข้อห้ามทางสังคม ที่เรียกว่า "one-drop rule" ซึ่งมีที่มาจากกฎหมายของสหรัฐฯตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20  กำหนดว่าประชาชนคนใดก็ตามสืบสายเลือดมาจากชาวแอฟริกัน(ก็คือพวกผิวดำที่เคยเป็นทาสมาก่อนน่ะละค่ะ) มีเลือดผิวดำแม้แต่ "หยดเดียว" คือต่อให้ไกลขนาดทวดของทวดของทวด    กฎหมายจะตัดสินว่าเขาหรือเธอเป็นคนผิวดำทันที ต่อให้หน้าตาเป็นคนขาวก็ตาม

เมื่อถูกตัดสินว่าเป็นผิวดำ  เขาหรือเธอก็จะถูกตัดสิทธิ์ต่างๆในสังคม มิให้ได้รับอย่างคนผิวขาว   เช่นในรัฐบางแห่ง พวกนี้ถูกกีดกันให้อยู่คนละถิ่น  เรียนคนละโรงเรียน  แม้แต่ขึ้นรถประจำทางก็ต้องแยกนั่งคนละส่วน    ขนาดห้องน้ำสาธารณะก็ต้องแบ่งแยกกัน  
ที่สำคัญคือการสมรสระหว่างคนผิวขาวกับดำ จะถูกรังเกียจเดียดฉันท์มาก  ส่วนใหญ่ครอบครัวฝ่ายผิวขาวก็จะยอมไม่ได้ที่จะให้ลูกหลานไปแต่งงานกับคนมีเชื้อสายผิวดำ      ผู้ชายผิวขาวเองก็จะชิงชังรังเกียจขึ้นมาทันทีถ้าจับได้ว่าแฟนตัวเองมีเลือดผสมผิวดำปะปนอยู่ ต่อให้หน้าตาดูไม่ออกว่าเป็นคนขาวก็เถอะ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1225  เมื่อ 06 ม.ค. 14, 10:47

เจอแล้วค่ะ  ฉากแม่กับลูกสาว บทนี้ที่ส่งคุณทวดเข้าถึงรอบสุดท้ายของออสการ์

บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 1226  เมื่อ 08 ม.ค. 14, 11:36

           ดาวฤกษ์ที่เคยส่องแสงสูรย์สู่หมู่ดาวบริวารบริเวณอุษาคเนย์ได้ถึงกาลดับแสงลง

            เข้าสู่ปีม้าได้ไม่นาน ท่านอัศวิน - เซอร์ รัน รัน ชอว์ ก็ขึ้นอาชาอำลาโลกนี้
ที่อายุ 107 ปี

             Sir Run Run Shaw (23 November 1907 – 7 January 2014)
เจ้าพ่อแห่งวงการภาพยนตร์เอเชียและทีวี(TVB) แห่งเกาะฮ่องกง

              ไม่มีรายงานสาเหตุการเสียชีวิต


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 1227  เมื่อ 08 ม.ค. 14, 11:37

           สมัยเด็ก หนึ่งในโลโก้บริษัทภาพยนต์ที่คุ้นตานอกจากฝั่งฮอลลีวู้ดแล้วก็คือ 
Shaw Brothers Studio หนึ่งในสตูดิโอที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ
เนื้อที่จำกัด

โลโก้นี้ท่านเซอร์เลือกเลียนแบบโลโก้ของ   Warner Bros.


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 1228  เมื่อ 08 ม.ค. 14, 11:39

           สามพี่น้องชอว์แรกเริ่มดำเนินธุรกิจหนังที่เซี่ยงไฮ้ ก่อนที่สองพี่น้อง Runme และ
น้องคนเล็ก Run Run Shaw จะย้ายมาตั้งบริษัทที่ฮ่องกงในปี  1958 สร้างหนังฮิทมาก
มายนับพัน จนกระทั่งปี 1987 งานสร้างหนังจึงหยุดพักยาว เมื่อบริษัทก้าวจากจอเงินสู่
จอแก้ว เปิดตัวบริษัท TVB (1967) ที่บ้านเราคุ้นเคยกันดีกับซีรีส์ฮิทในอดีตหลายๆ เรื่อง
(เจ้าพ่อเซียงไฮ้, มังกรหยก, เจ้าพ่อตลาดหุ้น)


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 1229  เมื่อ 08 ม.ค. 14, 11:40

          นอกจากผลงานหนังจีนแล้ว บริษัทยังมีผลงานหนังสากลด้วยการลงทุน
16 ล้านเหรียญในหนังเรื่อง Meteor และ
          ท่านเซอร์เป็น co-executive producer (- uncredited) ของหนัง
คลาสสิคเรื่อง Blade Runner


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 80 81 [82] 83 84 ... 88
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.123 วินาที กับ 19 คำสั่ง