เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 12723 สักวา-อิเหนาตอนเผาเมือง โดย สุดสงวน
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 26 ก.พ. 11, 18:49

ได้ข่าวว่าคลิปมี แต่ยังไม่ได้รับ
แต่ถึงได้รับ  ก็ไม่รู้จะเอามาลงให้เห็นอย่างไรค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 04 มี.ค. 11, 09:58

(ต่อ)
      เมื่อสังคามาระตาน้องเลี้ยงที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาแนะนำอิเหนาว่ามีทางเดียวที่จะได้ตัวบุษบาก็คือลุยลูกเดียว คุณอดุล จันทรศักดิ์ คอลัมนิสต์ดีเด่นรางวัลกองทุนม.ร.ว.อายุมงคล โสณกุลปี ๒๕๔๘ในบทอิเหนาก็รับลูกว่า

           “สักวาอิเหนาเอาทุกท่า 
      ที่สังคามาระตาชี้แนะให้ 
      งานนี้ต้องใช้ทุนมากเท่าใด 
      ที่ขนมาจากเมืองไทยก็ยังมี (ฮา-ถ้าเทียบกับนักโทษสารขัณฑ์น่าจะว่า”ที่โกงมาจากสารขัณฑ์นั้นมากมี”       แล้วทำปากหวานเหมือนนักการเมืองอาชีพ)”
           เราจงรักภักดีท้าวดาหา 
      บุษบาก็รักสุดพิเศษศรี 
      แต่พอถึงจรกาคู่กรณี 
      ก็สั่งตีโดยไม่ต้องปรองดองเอย “

         บทมันๆอยางนี้คุณกัญจนปกรณ์ แสดงหาญ  อาสาขับร้องเองด้วยทำนอง “เพลงแขกยิงนก”(ปรบมือ)  เข้าบรรยากาศกลอน แถมตอนท้ายยังส่งเสียงสั่งด้วยเสียงดังว่า “ยิง !-ยิง !!-ยิ้ง !!!” เต็มที่ มันจริงๆ

         ด้านดร.ญาดา อารัมภีร  นักอ่านทำนองเสนาะเสียงหวานที่กลายมาหาความสุขจากงานที่ชอบด้วยการเป็นนักเขียนอิสระและนักจัดรายการวิทยุหลายสถานี ในบทบุษบา ก็บ่นอึดอัดขัดใจว่า
          “ สักวาทุกข์ที่สุดบุษบา 
       จวนบ้าเพราะอิเหนาทำหมองไหม้ 
       ส่งซิกฮุนเซ็นเข่นคนไทย 
       เกินตัวเกินไปไม่กลัวนรก 
             สารลำเจียกเจ็บแสบแปลบจิต 
       ฉายกริชต้องตาพาตระหนก 
       ต่อหน้าพระปฏิมาทำลามก 
       แค้นแน่นอกพี่เลี้ยงช่วยน้องด้วยเอย” (ปรบมือ)บทรำพึงรำพันด้วยความน้อยอกน้อยใจเช่นนี้ ครูสุรางค์ ดุริยพันธุ์ก็ใส่ “เพลงสดายงแปลง”อันมีทำนองไพเราะ หวานปนเศร้าลึกๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 04 มี.ค. 11, 10:01

           เมื่อบุษบาร้องขอคำปรึกษา  ในฐานะพี่เลี้ยง ม.ร.ว.อรฉัตร ซองทอง ผู้เพิ่งรับยกย่องเป็นกวีตัวอย่างปี ๒๕๕๓ จากสมาคมกวีร่วมสมัยเมื่อ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ ก็ให้คำแนะนำไปว่า
           “สักรวาพี่เลี้ยงเสี่ยงดวงห้าม 
           สมควรปรามความเกลียดอย่าเดียดฉันท์ 
           ถึงหย่าร้างทิ้งขว้างไปไม่สำคัญ 
           เคยผูกพันลงชื่อให้ได้รัชดา (ฮา –ที่เมืองหมันหยาก็มีคดีเหมือนกันด้วย...) 
               แม้ระเด่นมนตรีมีเมียมาก 
           ทำใจยากต้องทำใจไม่อิจฉา 
           สักวันหนึ่งพ้นกรรมที่ทำมา 
           ได้เงินตราดอกเบี้ยบานสำราญเอย” (ปรบมือ) 
         บทนี้ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์ทำหน้าที่ปลอบด้วยทำนอง “เพลงถนอมนวล“เข้าบรรยากาศกับบทตอนนี้อย่างดี

     กล่าวถึงตัวละครอีกตัวที่ไม่ได้ทำผิดคิดร้ายใคร  ถ้าจะผิดก็แค่ไม่หล่อเหลาเท่าใครๆไม่ว่าหล่อใหญ่หล่อเล็กหล่อจิ๋ว อาจารย์เอนก แจ่มขำ ผู้รับบทจรกาหน้าขาวจึงรำพึงถึงตัวเองว่า
             “สักวาจรกาหน้าไม่ดำ 
         วุฒิศักดิ์เขาทำหมดสิวฝ้า(ฮา.. ที่เมืองโน้นก็มีสาขาของวุฒิศักดิ์ด้วย...) 
         รองานแต่งแห้งเหี่ยวเปลี่ยวอุรา 
         เป็นเขยขวัญท้าวดาหาแสนยากเย็น 
             มาก็มาถูกทางอย่างเห็นชัด 
         แต่ก็ถูกลอบกัดอย่างเห็นเห็น 
         แถมอิเหนาก็ก่อกวนล้วนลำเค็ญ 
         พรรคร่วมก็แตกเป็นเสี่ยงเสี่ยงเอย”(ฮา พรรคการเมืองก็ไปเกี่ยวกันด้วยหรืองานนี้...งง?)
     
         บทอย่างครูณรงค์ รวมบรรเลงจึงเลือกขับร้องด้วย “เพลงตาลีกีปัส” ซึ่งมีจังหวะเร้าใจ ท่านที่คิดถึงภาพและทำนองเพลงนี้จากระบำฝ่ายปักษ์ใต้ก็จะได้บรรยากาศเหมาะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 07 มี.ค. 11, 09:48

     กลับไปกล่าวฝ่ายอิเหนาซึ่งไม่สบายใจเหมือนกันที่พระเจ้าอาและอาสะใภ้ยังมึนตึง   จึงต้องอาศัยสมองของสังคามาระตาอีกครั้ง  ซึ่งคุณอำพล สุวรรณธาดา  หรือ ทิดก้อน อินคำ-นักกลอนผู้นิยมลงท้ายวรรคด้วยกลอนตายและเนื้อหาเสียดสีชั้นยอด-ผู้รับบทเป็นที่ปรึกษาพระเอกจึงว่า

          “สักวา’มาระตาทูลอิเหนา (บ่นว่าชื่อยาวนักตัดเอาสั้นๆก็แล้วกัน) 
      แกนนำเราก็ร่างวางแผนเด็ด 
      แต่การเมืองยอกย้อนซ่อนกลเม็ด 
      มีข้อหาสูตรสำเร็จ “ก่อการร้าย” (ฮา)
           ชอบเอาดีใส่ตัวชั่วให้คนอื่น 
      จมูกยื่นทุกยามหมดความหมาย   
      ถ้าอิเหนาเผาเมืองเรื่องวุ่นวาย 
      ก็เข้าข่ายว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองเอย (ฮา-ปรบมือ)

      บทยอกย้อนซ่อนเงื่อนเช่นนี้ คุณกัญจนปกรณ์ แสดงหาญเลยขับร้องในทำนอง “เพลงแขกกะเร็ง”สนุกสนานไปเลย
   
         เมื่อเข้าทางเช่นนั้น คุณอดุล จันทรศักดิ์ผู้เคยได้รับพระราชทานรางวัลหนังสือกวีนิพนธ์ดีเด่นจากพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจากรวมบทกวีชื่อ “ดอกไม้ไฟ”ก็สวมบทอิเหนาเจ้าเล่ห์ตอนที่เราเลือกมาเป็นชื่อสักวาตอนนี้ไปว่า

        “สักวาสั่งให้ไปพร้อมขวดเปล่า 
      น้ำมันให้ไปหาเอาที่ปั๊มหน้า 
      ไปราชประสงค์เลือกตรงย่านศูนย์การค้า 
      แล้วเผาเมืองดาหาให้วอดวาย
      (ช่างหมือนความคิดอันแยบคายของอดีตนักร้องอมฮอลล์ในเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองที่รัฐสารขัณฑ์จริงๆ เป็นแก๊กตลกร้ายที่ผู้ฟังสักวาจะหัวเราะก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออก) 
           เราจะลอบเข้าไปทูลพระธิดา
       ชวนหนีไฟให้มาพ้นที่หมาย 
       อ้างเหตุรักบุษบาจึงทำอุบาย 
       คิดแบบควายได้เต็มที่เท่านี้เอย”(ฮาดัง -ปรบมือ) 
 
       บทที่มีแก่นสำคัญบทนี้คุณณรงค์ รวมบรรเลงก็เลยบรรเลงด้วยทำนอง “เพลงแขกหนังชั้นเดียว”ทันอกทันใจดี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 07 มี.ค. 11, 09:50

          ตามมาด้วยดร.ญาดา อารัมภีร  อดีตอาจารย์งานสอนวรรณคดีที่ขอเกษียณก่อนเวลาอันควร  ในบทบุษบาที่เห็นเหตุการณ์เลวร้ายในเมืองดาหา  ก็จำเป็นต้องเปิดใจว่า

          “สักวาถามพี่เลี้ยงเสียงร้อนรน 
          เพลิงผลาญเพราะคนสุดทนไหว 
          เซ็นทรัลเวิลด์เดือดแดงด้วยแสงไฟ 
          ช้าไปช่วยไม่ทันพลันย่อยยับ 
          (มีเหตุการณ์เผาเมืองในวรรณคดีเป็นตัวอย่างที่เลวร้ายอย่างนี้นี่เอง จึงไปถูกใจคนที่คิดแบบควายเอามาใช้ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ในประเทศ(ที่คน)ด้อยพัฒนา จำลองเป็นโมเด็ล) 
               เคยเที่ยวชมหลายหลากมากสินค้า 
          แพ้งแพงดูแต่ตามิกล้าจับ
          แบรนด์เนมมากมายหายวับ 
          ไปกับมือใครใคร่รู้เอย”(ปรบมือ)

          บทน่าอเนจอนาถใจในกลางเมืองหลวงหมันหยาอย่างนี้  ครูสุรางค์ ดุริยพันธุ์ขับร้องด้วย “เพลงแขกขาว”ฟังแล้วอยากร้องไห้เอามากๆ
   
          พี่เลี้ยงในร่างของม.ร.ว.อรฉัตร ซองทอง หนึ่งในผู้ได้รับยกย่องเป็นผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นปี ๒๕๕๓พร้อมๆรศ.นภาลัย สุวรรณาดา ตอบคำถามของบุษบาว่า “ปัญหาที่ถามคงยังหาคำตอบไม่ได้เพราะคดียังไม่สิ้นสุด”ก่อนที่จะบอกบทว่า
              “สักรวาพี่เลี้ยงคอยเคียงข้าง 
          เพ็ดทูลพลางว่ามีข่าวคราวไฟไหม้ 
          ทั้งเวิลด์เทรดราชประสงค์เป็นดงไฟ
          ซ้ำคนไล่ยิงกันสนั่นเมือง (นึกเห็นภาพพจน์ไปด้วย) 
                วัดปทุมวนารามยามมีเคราะห์ 
          อาวุธเหมาะถูกทิ้งน้ำทำลายเรื่อง 
          เราต้องหนีภัยร้ายระคายเคือง 
          พึ่งผ้าเหลือง-ใส่เสื้อดำอำพรางเอย”
         (ปรบมือ  แถมอธิบายว่า “ผ้าเหลืองที่วัดปทุมวนารามนะคะ” คงเกรงว่าคนจะเข้าใจไขว้เขวเป็นเสื้อเหลืองเข้า ?)

          บทนี้ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์ขับร้องด้วย”เพลงกะดีรี”ซึ่งเป็นเพลงจังหวะเร็วและมีลูกคู่คอยรับเป็นบางช่วง สนุกสนานถึงอกถึงใจดี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 10 มี.ค. 11, 16:42

    (ต่อ)

      ฝ่ายอิเหนาซึ่งมีน้องเลี้ยงเป็นที่ปรึกษา  เวลาคิดอะไรไม่แน่ใจก็อาศัยสังคามาระตา ซึ่งอาจารย์อำพล สุวรรณธาดา  อดีตผู้อำนวยการศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย(และต่อมาไปว่าตำแหน่งเดียวกันนี้ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ก่อนจะเกษียณมารับ-ส่งหลานปู่ไปโรงเรียน) รับบทที่ปรึกษาเหมือนในชีวิตจริงหลายช่วงอายุก็ทูลอิเหนาไปว่า
          “สักวาสังคามาระตา 
      โฟนอินมาทุกครั้งยังอิเหนา 
      แต่งบ้านไว้พนมเปญเป็นของเรา   
      สวยเหมือนเก่า “จันทร์ส่องหล้า”ที่บางพลัด (ฮา-เคยได้ยินแต่ไปแต่งถ้ำ  ไม่นึกว่ามาแต่งไว้ที่นี่ด้วย)
            ถ้ารีบพาบุษบาออกมาได้ 
     ขึ้นเครื่องสู่ดูไบไปหลัดหลัด 
     ปล่อยเมืองไทยให้ยุ่งยามมาตามนัด 
     ปฏิวัติเมื่อใดกลับไทยเอย” (ฮา-ปรบมือ)

      บทนี้คิดสดๆเพราะนึกว่าบทของตัวหมดแล้ว พอจวนตัว พบว่ายังมีอีกบท ผู้ดำเนินรายการต้องคุยขัดตาทัพ ก่อนกลอนบทนี้จะสำเร็จ  แล้วคุณกัญจนปรณ์ แสดงหาญก็ขับร้องด้วยทำนอง “เพลงยะวาใหม่”ทันอกทันใจครึ้มดีเหมือนกัน

     เมื่อสังคามาระตาที่ปรึกษาโฟนอินมาว่าได้แต่งบ้านรออพยพไว้แล้ว   คุณอดุล จันทรศักดิ์นักศึกษาเก่าดีเด่นของคณะรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตจากธรรมศาสตร์ในบทอิเหนาก็ตกลงใจดำเนินการทันที

          “สักวาปลอมกายเป็นจรกา 
     จากสถานีรถไฟฟ้าย่านสยาม  (ฮา) 
     ไปถึงแยกปทุมวนาราม 
     เพียงเพื่อจะติดตามหาบุษบา 
           พบนางอยู่เคียงข้างสองพี่เลี้ยง 
     ลวงว่าอุตส่าห์เสี่ยงมาตามหา 
     เชิญเสด็จไปกับจรกา 
     จะอารักขาทั้งหมดให้พ้นไฟเอย”(ปรบมือ)

         เวลาที่จะทำอะไรที่ไม่ดี  คนที่คิดไม่ซื่อมักอ้างชื่อคนอื่นเช่นนี้เอง พอเขาจับได้ไล่ทันก็เบี่ยงเบนว่าเป็นพวกตัวปลอม  ครูณรงค์ รวมบรรเลงก็เลยขับร้องด้วย “เพลงพราหมณ์เข้าโบสถ์”  ซึ่งถ้าใครนึกไม่ออก  ให้นึกถึงทำนอง “พราหมณ์ดีดน้ำเต้า” ที่ครูสอนให้ขับร้องสมัยชั้นมัธยม  สำเนียงใกล้เคียงกันมากๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 10 มี.ค. 11, 16:48

      ฝ่ายผู้คนในเมืองดาหา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงมีการเผาบ้านเผาเมือง โดยเฉพาะมะเดหวี มเหสีรองที่อิเหนาขอให้เป็นผู้เร่งเร้าให้ท้าวดาหาจัดการอภิเษกกับบุษบาเสียที  คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ผู้มีความสามารถหลายอย่าง  จนได้รับยกย่องเป็นนิสิตเก่าดีเด่นคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯปี ๒๕๔๔    และเป็นนักศึกษาต่างชาติคนแรกที่ได้รับปริญญาอักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยนอร์ธเทิร์นโคโลราโดในฐานะศิษย์เก่าที่ได้รับรางวัลระดับชาติมากมาย และทำชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัย   
      เธองงไปหมด จึงว่า

          “สักวาตื่นตระหนกอกใจสั่น 
      มะเดหวีเสียขวัญทูลดาหา 
      ราชประสงค์ไฟไหม้ไม่ทันรา  (ฮา-ต้องว่าให้เข้าเรื่องเดียวกัน) 
      บัดนี้เจ้าบุษบามาหายไป 
           เกรงพลัดไปชายแดนแคว้นกัมโพช  (ใช้ชื่อเก่าในประวัติศาสตร์ ในฐานะนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านประวัติศาสตร์และวรรณคดี ) 
      เป็นนักโทษจำจองให้หมองไหม้ (เหมือนนักการเมืองสารขัณฑ์ที่ถูกจองจำที่พนมเปญไม่ผิดเพี้ยน) 
      จะรบหรือสมานฉันท์กันแบบใด 
      จึงจะได้บุษบากลับมาเอย” (ปรบมือ)

      ถึงอย่างไรก็ไม่ทิ้งโครงเรื่องเดิม  บทนี้ครูสุรางค์ ดุริยพันธุ์( ผู้เคยโด่งดังที่ไทยทีวี-บางขุนพรหม  จนมาเป็น”อสมท”ที่บางลำพูจนเกษียณที่ “อสมท”พระราม๙)ใส่ทำนองต้นวรเชษฐ์ที่ผู้ชมโทรทัศน์สมัยไทยโทรทัศน์ช่อง ๔ บางขุนพรหมจะคุ้นหูมากเพราะคุณจำนง รังสิกุลหัวหน้าฝ่ายจัดรายการเจาะจงนำมาเป็นเพลงนำรายการภาคดึก  ซึ่งนักกลอนที่ไปประชันกลอนในรายการ “ลับแลกลอนสด”สมัยปี ๒๕๐๒เป็นต้นมา จะใจเต้นระทึกทันทีเมื่อเพลงนี้เริ่ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 11 มี.ค. 11, 08:41

       รศ.นภาลัย สุวรรณธาดานิสิตเก่าดีเด่นคณะครุศาสตร์ จุฬาฯซึ่งสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติยกย่องเป็น “ครูกวีศรีสุนทร”ในวันสุนทรภู่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๐ ในบทประไหมสุหรี ก็ตกใจยิ่งกว่าใคร
           “สักวาประไหมสุหรีศรีเมียใหญ่ (ฮา-อธิบายว่า “ต้องย้ำบ่อยๆหลายหนหน่อย) 
       แสนตกใจรู้ข่าวลูกสาวหาย 
       ถูกจับซุกคุกเขมรเป็นหรือตาย (ฮา-มาเรื่องเดียวกัน) 
       หรือถูกชายชื่ออิเหนาเข้าลักพา 
            จะไปฟ้องศาลโลกว่าลูกหาย (ฮา-เรื่องใหญ่ขนาดฟ้องศาลโลกเชียว ?)
       จ้างทนายอัมสเตอร์ดัมให้ตามหา
       เพราะอิเหนาเกิดอังกฤษมีฤทธา (ฮา) 
       ต้องรีบฆ่าแล้วจะได้กลับไทยเอย”(ปรบมือ)

          เรื่องใหญ่โตขนาดนี้บ้านเมืองจะเป็นอย่างไรฉันไม่แคร์ ขอแต่ผลประโยชน์ตนต้องเป็นใหญ่ไว้ก่อน  ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์รีบใส่ “เพลงแขกหวน”ขับร้องเจื้อยแจ้วหมายใจให้ก้องโลกเลยเชียว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 11 มี.ค. 11, 08:42

          ทำเอาคุณประยอม ซองทองอดีตผู้แทนนิสิตคณะอักษรศาสตร์ปี ๒๕๐๒-นายกสมาคมนิสิตเก่าปี ๒๕๓๔ ในบทท้าวดาหา รีบออกมาปลอบ
                “สักวาท้าวดาหาไม่ประจักษ์ 
          องครักษ์รายงานมาน่าสงสัย 
          ว่าคนคล้ายจรกาลักพาไป 
          ตอนไฟไหม้ศูนย์การค้าพาชุลมุน 
                 ดีเอสไอไปสืบอยู่ไม่รู้แจ้ง 
          ว่าเหลืองแดงหรือหลากสีที่พาวุ่น 
          ดูตัวอย่างต่างแดนแสนทารุณ (เตือนให้นึกถึงชาวโลกกำลังวุ่นวายในอิยิปต์ แล้วลามไปลิเบีย,บาห์เรนและกำลังจะลามไปในยุโรปที่ผู้มีอำนาจครองบ้านเมืองนานๆ จนพวกทาสของสัมภเวสีที่รัฐสารขัณฑ์กระดี๊กระด๊าจะเอาอย่างทั้งๆที่ต่างกันคนละโยชน์)
          สมานฉันท์จะเป็นบุญบ้านเมืองเอย”
          (ปรบมือ พึมพำว่าในฐานะเห็นโลกมา ๓ เสี้ยวศตวรรษ “ต้องย้ำเตือนกันหน่อย”) บทนี้ คุณกัญจนปกรณ์ แสดงหาญขับร้องด้วยทำนอง “แขกโศก”อ้อยสร้อยทีเดียว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 13 มี.ค. 11, 09:44

       ถึงบทอิเหนาพระเอกซึ่งกลายเป็นผู้ร้ายไปแล้วในสายตาผู้คน คุณอดุล จันทรศักดิ์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ๒๕๕๑ ก็ไว้ลายอดีตหัวหน้าทีมกลอนจากวรรณศิลป์จุฬาฯที่ไปนำถ้วยรางวัลจากธรรมศาสตร์กลับจุฬาฯ ว่า
           “สักวาพานางออกไปนอกเมือง 
       แล้วปลดเปลื้องภูษาที่สวมใส่ 
       ทูลว่าพระธิดาอย่าตกใจ 
       ขาวอย่างนี้หรือจะใช่จรกา “( แล้วบ่นว่าฟังดูแล้วออกแนวโป๊ไปหน่อย เดี๋ยวคนฟังสับสนแล้วตีความผิดจะไปกันใหญ่  (ฮา)  จึงขอเปลี่ยนเป็น)
           “สักวาพานางออกไปนอกเมือง 
       ก็ปลดเปลื้องเสื้อดำให้จำได้ 
       ทูลว่าพระธิดาอย่าตกใจ 
       หม่อมฉันมิใช่จรกา 
            ที่อาจที่หาญทำการใหญ่ 
       เหตุก็เพราะหัวใจเสน่หา 
       ขอเชิญแม่ดอกไม้บานบุษบา 
       ไปหมันหยาไปอยู่บ้านหม่อมฉันเอย”(ปรบมือ)

        บทเปิดเผยตัวให้เห็นใจจริงและออดอ้อนอย่างนี้ครูณรงค์ รวมบรรเลงจึงขับร้องด้วยทำนอง “เพลงห่วงอาลัย” อันออดอ้อนอ่อนหวาน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 14 มี.ค. 11, 10:31

        บุษบากำลังตกอกตกใจในเหตุการณ์ที่ไม่เคยคาดฝัน รศ.ดร.ญาดา อรุณเวช อารัมภีร บัณฑิตอักษรศาสตร์ จุฬาฯทั้งปริญญาตรี-โท-เอก   ผู้เคยทำหน้าที่พิธีกรดำเนินการแสดงสักวาที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดฯให้กวีสโมสรสยามวรรณศิลป์โดยเสด็จมาแล้ว   ในบทบุษบาจึงใส่เป็นชุดๆว่า
            “สักวาบุษบาหน้าซีดเผือด 
        ถึงจุดเดือดด่าเป็นชุดหาหยุดไม่ 
        อิเหนาข่มเหงมิเกรงใคร   
        วงศ์เทวาจะบรรลัยไร้ความคิด 
                หนีคุกแพ้คดีที่รัชดา 
        หนีหน้าหลบลี้หนีความผิด 
        ลักข้าก่อกรรมทำอวดฤทธิ์ 
        หมดสิทธิ์คืนแผ่นดินถิ่นไทยเอย” (ปรบมือ)

        บทออกบรรยากาศดุเดือดอย่างนี้ครูสุรางค์ ดุริยพันธุ์จึงใช้เพลงที่มีลีลาและจังหวะเร็วคือ “นาคราช”ทันอกทันใจดียิ่งนัก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 14 มี.ค. 11, 10:33

          ถึงตอนนี้อากาศขมุกขมัวมากแล้ว ม.ร.ว.อรฉัตร ซองทอง  นิสิตเก่าดีเด่นปี ๒๕๕๓ แห่งคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ผู้ดำเนินรายการจึงรำพึงว่า “เล่นไปๆสงสัยจะไม่ปลอดภัย  แถมยุงก็เริ่มมาชุมนุมมากแล้ว  ควรว่าบทลาแทนนักสักวาและนักร้อง-นักดนตรีเสียที”แล้วก็ว่าบทลาดังนี้
                 “สักรวาลาทีกวีแก้ว 
          กังวานแว่วเพลินเพลงวังเวงหวาน 
          จำใจลาวันอายุมงคลวาร 
          มาขับขานสมานรักษ์สักรวา
         (สร้อย) ดอกเอ๋ยเจ้าดอกจำปา  เชิญฟังเพลงบรรเลงลา  ไว้ปีหน้ามาอีกเอย
         ตะวันวายแม้คลายร้อน  เอื้อนอาวรณ์หวั่นหวาด  สงสารคนสงสารชาติ  ใจจะขาดเสียแล้วเอย
                ทั้งสืบทอดเจตนารมณ์คมวาที 
         ยกย่องคนเขียนสารคดีมีคุณค่า 
         หยุดแบ่งสีแบ่งข้างอย่างเคยมา 
         ขอประชาไทยอย่าแยกแตกกันเอย
         (สร้อย) ดอกเอ๋ยเจ้าดอกอัญชัน  เขารบราฆ่าฟัน ขวัญจะหายเสียแล้วเอย 
         ขอคนไทยจงเป็นไท  รวมหัวใจเป็นหนึ่งดวง  รักชาติและแหนหวง ห่วงแผ่นดินของเราเอย” (ปรบมือ)

          บทอาลัยลาซึ้งๆอย่างนี้ครูสุรางค์-ครูดวงเนตร สองพี่น้องสกุลดุริยพันธุ์จึงแบ่งกันร้องคนละบทในทำนอง “เต่ากินผักบุ้ง”อันหวานไพเราะจับใจ     ก่อนจะแยกย้ายกลับด้วยความอาลัย  ปีหน้าฟ้าใหม่คงได้พบกันอีก 
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง