เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 46
  พิมพ์  
อ่าน: 185903 ๑๐๐ คำถามเรื่องรามเกียรติ์ (สำหรับแฟนพันธุ์แท้และผู้สนใจ) ๔
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 01 มี.ค. 11, 16:36

คุณไซมีส  ตอบถูก ๒ ตัวอย่างแรก  ที่เหลือ ไม่เข้าเกณฑ์  เอาไป  ๔ คะแนน

คุณอาร์ท  ตอบเข้าเกณฑ์ข้อ ๑ ๔  ๕  ข้อที่เหลือผิด  เอาไป ๖ คะแนน 

จะแก้ตัวไหม
บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 01 มี.ค. 11, 17:15

คุณไซมีส  ตอบถูก ๒ ตัวอย่างแรก  ที่เหลือ ไม่เข้าเกณฑ์  เอาไป  ๔ คะแนน

คุณอาร์ท  ตอบเข้าเกณฑ์ข้อ ๑ ๔  ๕  ข้อที่เหลือผิด  เอาไป ๖ คะแนน 

จะแก้ตัวไหม

ทามมายผิด
ช่วยชี้แจงแถลงไข
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 01 มี.ค. 11, 17:21

คำถามข้อที่  ๗๘.

allusion  คือ  การอ้างถึง เป็นศัพท์วรรณกรรม
หมายถึงการกล่าวถึงเรื่องอื่นนอกเรื่องที่เขียน
เช่นกล่าวถึงบุคคล  เหตุการณ์  นิทาน หรือวรรณกรรมเรื่องอื่นๆ
นักรบทั้งหลาย   จงหาตัวอย่างการอ้างถึงเรื่องรามเกียรติ์ในวรรณคดีไทยเรื่องต่างๆ
พร้อมอ้างอิงด้วยว่าเอามาจากวรรณคดีเรื่องอะไร  ใครเป็นคนแต่งวรรณคดีเรื่องนั้น
ยกมา ๕  ตัวอย่าง  อย่าให้ซ้ำกัน   ตัวอย่างละ ๒ คะแนน  ตอบหน้าม่าน  (เปลี่ยนจากหน้าไมค์)
ใครตอบเกิน  หักตัวอย่างละ  ๒ คะแนน  ตอบซ้ำ  หัก  ๑  คะแนน  
เริ่มตอบได้ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ น.  ขอให้โชคดี  

ขอตอบค่ะ   ยิงฟันยิ้ม

1.   กากีกลอนสุภาพ
ผู้แต่ง: เจ้าพระยาพระคลัง(หน)
จะหาทรงสุดวงศ์กษัตริย์สิ้น      จะหากลิ่นสามภพไม่หอมถึง
พระสะอื้นรัญจวนครวญตะนึง      ถึงเมื่อราเมศร้างแรมสีดา
ยังได้ข่าวทศพักตร์มันลักนุช      ข้ามสมุทรไปนครของยักษา
พระหริวงศ์กับองค์อนุชา      ได้โยธาพานรินทร์ก็รีบตาม
จองถนนยกพลพยุหทัพ      ไปตั้งรับชิงชัยในสนาม
ล้างอสูรแหลกลงในสงคราม      ได้นงรามคืนยังอยุธยา
ปางพระไทรโอบอุ้มอนิรุธ      ไปสมสุดสวาทสร้อยศรีอุษา
แล้วพาพรากจากรักภิรมยา      ให้สองรานิราศร้างกันกลางคัน


2.   โคลงนิราศรัตนะ
พระราชนิพนธ์: พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พิเคราะห์ไปให้เห็นเหมือนเช่นยักษ์      เมื่อทศภักตร์ประน้ำมนต์ด้นมาหา
ต่างกวัดแกว่งแสงศรแลคทา      พยักหน้าเต้นโลดโดดทยาน
พระรามแผลงศรไปเป็นข่ายล้อม      ให้วงอ้อมกันไว้ไม่ประหาร
ยิ่งดูดูก็ยิ่งเบื่อเหลือรำคาญ      ต้องคิดอ่านกลับห้องท้องนาวา


3.   ราชาพิลาป
ผู้แต่ง: พระโหราธิบดี
 จักร่ำปางเมื่อนรา      นเรศนิรา
นิราศสีดาดวงมาลย์       
เสด็จสององค์นุชยุพาล      ยุพามหิบาล
เต้าแถวพนาสณฑ์พลางยล       

4.   เพลงยาวถวายโอวาท
ผู้แต่ง: สุนทรภู่
จงอยู่ดีศรีสวัสดิ์พิพัฒน์ผล                ให้พระชนม์ยั่งยืนหมื่นพรรษา  
ได้สืบวงศ์พงศ์มกุฏอยุธยา                บำรุงราษฎร์ศาสนาถึงห้าพัน  
เหมือนสององค์ทรงนามพระรามลักษณ์   เป็นปิ่นปักปกเกศทุกเขตขัณฑ์  
ประจามิตรคิดร้ายวายชีวัน                 เสวยชั้นฉัตรเฉลิมเป็นเจิมจอม  
จะไปจากสมเด็จพระเชษฐา               จงรักพระอนุชาอุตส่าห์ถนอม  
พระองค์น้อยคอยประณตนิ่งอดออม       ทูลกระหม่อมครอบครองกันสององค์  
      
5.   สุภาษิตสอนหญิง
ผู้แต่ง: สุนทรภู่
จงซื่อต่อภัสดาสวามี      จนชีวีศรีสวัสดิ์เจ้าตัดษัย
อย่าให้มีราคินที่กินใจ      อุปไมยเหมือนอนงค์องค์สีดา
ถึงที่สุดทดลองก็ทองแท้      ด้วยนางแน่อยู่ในสัจอธิษฐาน์
หญิงเดี๋ยวนี้แม้นมีสัตยา      ภัสดาก็ยิ่งรักขึ้นหนักครัน ฯ
บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 01 มี.ค. 11, 18:05

คุณไซมีส  ตอบถูก ๒ ตัวอย่างแรก  ที่เหลือ ไม่เข้าเกณฑ์  เอาไป  ๔ คะแนน

คุณอาร์ท  ตอบเข้าเกณฑ์ข้อ ๑ ๔  ๕  ข้อที่เหลือผิด  เอาไป ๖ คะแนน  

จะแก้ตัวไหม

ทามมายผิด
ช่วยชี้แจงแถลงไข

ไม่รอคำตอบแล้ว ตอบใหม่เลยดีกว่า

1. นิพพานวังหน้า
แต่งโดย พระเจ้าบวรวงศ์เธอชั้นที่ 1 พระองค์เจ้ากัมพุชฉัตร
ลูกระลึกถึงฝ่ายุคล                จึงนิพนธ์ประกอบสาร
หวังพระยศในบทมาลย์            ให้ปรากฏพระเกียรติระบือ
ดังองค์นารายณ์ราม                ยังพระนามสนั่นฦา
ทั้งสามภพบ่เคียงคือ               เหมือนบิตุเรศปิ่นเกษเรา

2. โคลงกลอนยอพระเกียรติ 3 รัชกาล
แต่งโดย พระยาไชยวิชิต (เผือก)
รามาธิราชเรื้อง                 รณงค์เท่าใด
มล้างเหล่าอสุรพงศ์               มอดม้วย

สมเด็จอิศวรมง-                  กุฏโลก นี้แฮ
ปราบอริรานด้วย                  เดชล้ำลาญแสยง ฯ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 02 มี.ค. 11, 08:55

คุณดีดี ตอบข้อ ๗๘.มา

ตัวอย่างที่ ๑ ๒ ผ่าน ตัวอย่างที่ ๓ ไม่ผ่านเพราะเรื่องนี้กล่าวถึงเรื่องรามเกียรติ์เป็นหลัก
ตัวอย่างที่ ๔ ขอยังไม่ให้ผ่าน  ตัวอย่างที่ ๕ ผ่าน  สรุปได้ไป ๖ คะแนน

คุณอาร์ทแก้มือมา ๒ ตัวอย่าง 
ผ่านทั้ง ๒ ตัวอย่าง  เอาไป ๔ คะแนน รวมของเดิม เป็น ๑๐  คะแนน
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 02 มี.ค. 11, 09:10

คำถามข้อที่  ๗๙.

Herr Michael ส่งคำถามมาเป็นภาษาเยอรมัน
ผมเกรงว่า  จะเป็นการทรมานนักรบเกินไป 
จึงส่งให้ "ล่ามดี" แปลเป็นภาษาไทยให้

คุณมิชาเอลถามว่า   ผมสนใจและอยากรู้เรื่องโขนละครไทย
โดยเฉพาะเรื่องรามเกียรติ์  ผมได้รับดีวีดีบันทึกการแสดงโขน
จากเพื่อนคนไทยคนหนึ่ง    ผมเปิดดูแล้ว   แต่ในการแสดง
มีนักแสดงแต่งกายสวมหัวโขนเป็นวานรเป็นยักษ์เยอะมาก
ผมอยากทราบว่า   ถ้าผมอยากรู้จักชื่อตัวละครโขนละครเหล่านั้น
ผมจะจำแนกความแตกต่างของตัวละครแต่ละตัวได้อย่างไร

โปรดอธิบายมาอย่างละเอียด  พร้อมตัวอย่างสัก ๓ - ๔ ตัวอย่าง
ประกอบด้วย   ตอบมาที่หน้าม่าน  ตั้งแต่เพลา ๑๑.๐๐  น.

ข้อนี้  คุณมิชาเอล  บอกว่า  จะให้  ๒๐  คะแนน 
แต่มีข้อแม้ว่าต้องตอบดี  ละเอียด และตอบก่อนเวลา  ๑๓.๐๐ น.

อ้อ  คุณมิชาเอลบอกด้วยว่า  ถ้าใครแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย
เขาจะแถมคะแนนให้พิเศษ  ๑๕  คะแนน
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 02 มี.ค. 11, 10:15

คำถามข้อที่  ๗๘.

allusion  คือ  การอ้างถึง เป็นศัพท์วรรณกรรม
หมายถึงการกล่าวถึงเรื่องอื่นนอกเรื่องที่เขียน
เช่นกล่าวถึงบุคคล  เหตุการณ์  นิทาน หรือวรรณกรรมเรื่องอื่นๆ
นักรบทั้งหลาย   จงหาตัวอย่างการอ้างถึงเรื่องรามเกียรติ์ในวรรณคดีไทยเรื่องต่างๆ
พร้อมอ้างอิงด้วยว่าเอามาจากวรรณคดีเรื่องอะไร  ใครเป็นคนแต่งวรรณคดีเรื่องนั้น
ยกมา ๕  ตัวอย่าง  อย่าให้ซ้ำกัน   ตัวอย่างละ ๒ คะแนน  ตอบหน้าม่าน  (เปลี่ยนจากหน้าไมค์)
ใครตอบเกิน  หักตัวอย่างละ  ๒ คะแนน  ตอบซ้ำ  หัก  ๑  คะแนน  
เริ่มตอบได้ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ น.  ขอให้โชคดี

ขอตอบ 2 ข้อที่ผิด มาใหม่ค่ะ  ยิงฟันยิ้ม

1.      เสภาเรื่องพระราชพงศาวดาร
           ผู้แต่ง: สุนทรภู่

  ๏ ฝ่ายพระองค์หงษาตรึกตราตรัส      อันจังหวัดเมืองไทยไอสวรรย์
มีทุ่งลำน้ำรอบเปนขอบคัน      ดูเหมือนกันกับลงกากลางสาชล
มีเรื่องราวคราวพระรามข้ามทหาร      ต้องคิดการถมน้ำทำถนน
ครั้งนี้เราเล่าจะไปพร้อมไพร่พล      ต้องคิดกลการปีจึงมีไชย
ด้วยเมืองรายฝ่ายเหนือเมืองไทยนั้น      แม่น้ำคั่นเขาขวางล้วนกว้างใหญ่
เมืองพิจิตรพิศณุโลกศุโขไทย      เมืองพิไชยเมืองกำแพงระแหงนั้น

2.      โคลงทวาทศมาส
           ผู้แต่ง: ไม่ปรากฏนาม

๒๐      โอะโอ้นัยนิศน้อง      นางนงค์ แน่งเอย
           จรเจตจิตต์เรียมจง      จอดเจ้า
           สระบาสมบูรณ์บง      กชมาศ กูเอย
           ฤานิรารสเหน้า                   หน่อศรี ฯ
      
๒๑      ปางบุตรนคเรศไท้      ทศรถ
          จากสีดาเดียวลี                   ลาสแล้ว
           ยังคืนสู่เสาวคต      ยุพราช
           ฤาอนุชน้องแคล้ว      คลาศไกล ฯ
      
๒๒      ศรีอนิรุทธราสร้าง      แรมสมร
          ศรีอุสาเจียรไคล      คลาศแคล้ว
          เทวานราจร                   จำจาก
          ยังพร่ำน้าวน้องแก้ว      คอบคืน ฯ

ตัวสะกดลอกตามต้นฉบับค่ะ เช่น พิศณุโลก ศุโขไทย
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 02 มี.ค. 11, 11:00

คำถามข้อที่  ๗๙.

Herr Michael ส่งคำถามมาเป็นภาษาเยอรมัน
ผมเกรงว่า  จะเป็นการทรมานนักรบเกินไป 
จึงส่งให้ "ล่ามดี" แปลเป็นภาษาไทยให้

คุณมิชาเอลถามว่า   ผมสนใจและอยากรู้เรื่องโขนละครไทย
โดยเฉพาะเรื่องรามเกียรติ์  ผมได้รับดีวีดีบันทึกการแสดงโขน
จากเพื่อนคนไทยคนหนึ่ง    ผมเปิดดูแล้ว   แต่ในการแสดง
มีนักแสดงแต่งกายสวมหัวโขนเป็นวานรเป็นยักษ์เยอะมาก
ผมอยากทราบว่า   ถ้าผมอยากรู้จักชื่อตัวละครโขนละครเหล่านั้น
ผมจะจำแนกความแตกต่างของตัวละครแต่ละตัวได้อย่างไร

โปรดอธิบายมาอย่างละเอียด  พร้อมตัวอย่างสัก ๓ - ๔ ตัวอย่าง
ประกอบด้วย   ตอบมาที่หน้าม่าน  ตั้งแต่เพลา ๑๑.๐๐  น.

ข้อนี้  คุณมิชาเอล  บอกว่า  จะให้  ๒๐  คะแนน 
แต่มีข้อแม้ว่าต้องตอบดี  ละเอียด และตอบก่อนเวลา  ๑๓.๐๐ น.

อ้อ  คุณมิชาเอลบอกด้วยว่า  ถ้าใครแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย
เขาจะแถมคะแนนให้พิเศษ  ๑๕  คะแนน

Demon Masks หรือหัวโขนกลุ่มยักษ์
   
        ลักษณะเบื้องต้นของการจำแนกหัวโขนประเภทยักษํ จะดูจากสี, หน้าตา, อารมณ์ของหัวโขน, และลักษณะของยอดมงกุฎประกอบกัน ซึ่งลักษระแต่ละอย่างจะบ่งบอกถึงลักษณะจุดเด่นของหัวโขนยักษ์และต้นกำเนิดได้
โดยทั่วไปหัวโขนกลุ่มยักษ์จะลงสี แดง, ขาว และเขียวเป็นหลัก
๑.ลักษณะดวงตา bulging พองโตนูนออก สังเกตุได้ง่ายคือ ตาพองโต หรือ crocodile eye ตาจระเข้ซึ่งมีลักษระตาปรือๆ ปิดๆ
๒. ลักษณะปาก มี ๒ แบบคือ ปากแสยะ ขบเขี้ยวยิงฟัน snarling และปากตรงปกติและจะมีเขี้ยว fang เหมือนเขี้ยวสัตว์
๓. เรื่องยอดมงกุฎสำหรับกลุ่มยักษ์ มี ๑๔ กลุ่ม เช่น กลุ่มยอดแหลม กลุ่มทรงน้ำเต้า กลุ่มทรงหางไก่ cock's tail top และแถมยังมีประเภทไม่มีมงกุฎคือ พวกหัวล้าน
 
ถ้าแหม่มจะดูให้สนุกต้องรู้จักบุคคลสำคัญของยักษ์ คือ ทศกัณฐ์ ซึ่งจะสวมหัวโขนสีเขียวเป็นจุดเด่น มีพระพักตร์ซ้อนกันเป็นชั้นๆขึ้นไป มี ๓ ชั้นที่เด่นๆ ซึ่งในชั้นบนสุด มีพระพักตร์ ๔ หน้านั้นหมายถึง การกำเนิดของทศกัณฐ์นั้นเกิดในวงศ์พรหม และชั้นต่อมาอีก  ๔ หน้าเพื่อจะแสดงให้หมายรวมทั้งหมดมี ๑๐ หน้าตามตำนาน

Monkey Masks  หรือหัวโขนกลุ่มลิง
 กลุ่มนี้แหม่มมิชเชล สังเกตุเบื้องต้นง่ายมาก ดูลักษณะอย่างแรกจะสังเกตุถึงความเป็นลิงได้เป็นสิ่งแรก ซึ่งมีจำนวนมากถึง ๓๐-๔๐ ตัว ซึ่งการสังเกตุก็เหมือนกลุ่มยักษ์ คือ สี, ลักษณะหน้าตา และมงกุฎ และแน่นอนว่า ลักษณะของสี ย่อมจะหมายถึง ลักษณะแห่งชาติกำเนิดของบรรดาลิงนั้นๆ เช่น นิลนนท์ โดยมีพ่อเป็นพระอัคนีเทพแห่งไฟ จึงมีสีแดง ในขณะเดียวกัน นิลพัทธ์ ลูกของพระยมจึงมี สีดำ
๑.ลักษณะดวงตา  กลุ่มหัวโขนลิงจะตาปรือและตาโพลง มีอ้าปาก และหุบปาก
๒.ลักษณะของยอดมงกุฎ มีลักษณะ ๗ ประเภท เช่น ยอดแหลม เรียกว่า ชฎายอดบัด"Yodbat Crorwn" ซึ่งหมายถึงมีตำแหน่งสูงเป็นเชื้อพระวงศ์ คือ พาลีและสุครีพ และ ชฎายอดชัย จะสวมโดย ชมพูพาน ซึ่งหมายถึง กำเนิดจากทางพระอิศวร ซึ่งเป็นกลุ่มเทพเจ้าที่สำคัญ มีความฉลาดจึงมียอดแหลม
   
๓.หัวโขนลิงศีรษะล้าน เป็นหัวลิงกลุ่มใหญ่ที่สุดมีจำนวนมาก ซึ่งมีลักษณะต่างกันถึง ๔ ประเภท และบ่งบอกถึงลักษณะลำดับชั้นของความสำคัญ เช่น มีมาลัยรักร้อย และมาลัยทองเป็นต้น โดยกลุ่มลิงหัวโล้นนี้ มีตัวแสดงที่สำคัญคือ “หนุมาน” ซึ่งเป็นลิงที่มีกำลังพิเศษ เป็นกำลังสำคัญให้กับพระรามช่วยปราบเหล่ายักษ์ โดยแหม่มมิชเชล สังเกตุง่ายๆคือ เป็นลิงสีขาวทั้งตัว หัวโขนอ้าปากและจะสังเกตุเห็นเครื่องประดับเพชร ติดอยู่ที่ปากบนแวววาวอยู่ โดยเครื่องประดับนี้หมายถึงลักษณะเด่นของหนุมาน ตอนกำเนิดจะหาวเป็นดาวและเดือน เป็นบุตรแห่งลม หรืออีกนัยหนึ่งจะหมายถึง หนุมานมีเขี้ยวแก้วเป็นเพชร
   
Celestial and Human Masks หรือหัวโขนกลุ่มมนุษย์ เทพ เทวา นางฟ้า นางสวรรค์
 กลุ่มนี้แหม่มมิชาเอล จะจำได้ง่ายและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะชอบมาก เนื่องจากดูง่ายมาก เป็นชฎาสำหรับผู้หญิงและ ชฎาสำหรับตัวพระผู้ชาย โดยจำลองมาจากเทพบุตร เทพธิดา ที่อยู่บนสวรรค์
   หัวโขนกลุ่มนี้ออกแบบง่ายที่สุดในบรรดาหัวลิงและหัวยักษ์ เดิมของโบราณจะทำคลุมหัวได้ เช่น พระรามจะทำหน้าสีเขียว พระลักษณ์จะทำหน้าสีทอง แต่ตอนหลังอยากให้เห็นหน้าผู้แสดงเลยเหลือแต่ชฎาสวมเวลาเล่นเท่านั้น
๑.ลักษณะเด่นของหัวโขนตัวพระแบบโบราณ ปากหุบ รวมทั้งกลุ่มเทพ เศียรพระนารายณ์ พระอิศวร พระอินทร์ พระพรหม เป็นต้น โดยจะสังเกตุความแตกต่างของเครื่องประดับอัญมณีประดับอยู่กลางหว่างคิ้วและจะประดับ (ทัด) ดอกไม้ที่จอนหู

นอกจากนี้แหม่มยังดูจากหัวโขนยังไม่พอ ยังต้องดูเครื่องแต่งกายประกอบตามไปด้วย ซึ่งลักษณะของตัวฝ่ายยักษ์จะดูลักษณะบึกบึน แข็งแกร่ง ส่วนเหล่าเทพเทวา ตัวพระ จะดูลักษณะสง่างาม วางทีท่าองอาจ และสำหรับลิงจะวางชุดเสื้อผ้าปักเป็นขนลิงเป็นวง ให้เห็นเด่นชัดและมีหางโผล่ออกมาด้วย




บทความภาษาอังกฤษส่งให้แหม่มอ่านเลย

Demon Masks   
         Demon masks comprise the largest category; there are more  than one hundred. Individual demons are distinguished by a  number of features on the masks, for example, color, facial expressions, and crown types. Which features a particular character possesses have been determined by traditions established long ago; maskmakers are not free to change them. Like other masks, demon masks are painted red, white, blue, or green, etc.,  with contrasting colors for highlights around the eyes, mouth,   and nose. Demons may have two types of eyes, bulging or crocodile. Bulging eyes are wide open and crocodile ones are partially closed. Demons may also have two types of mouths, clamping or snarling. Both types of mouths display the teeth which  include either curving, tusk-like canines or straight, fanglike canines. Demon masks can also display features of masks from, the other categories. For instance, Indrajit, a son of Tosakanth, has human ear flaps. Two other sons of Tosakanth have trunks fixed to their noses which reflect their parentage;  they had elephantine mothers (Bridhyakorn and Yupho 1962, P.14).
   
        For demons, there are fourteen types of crowns or head-dresses.(Yupho 1960, p.10). In general, the more important  characters wear crowns while the most important ones have the  most e1aborate styles. Some of these styles include a crown with multiple tiers, one with a cock's tail top, or one with  a gourd top. The demons with crowns fit into the Peaked Mask category and the ones without are of the Bald Mask category.
   
        The mask of the most important demon, Tosakanth, is described in detail. Tosakanth's green face is highlighted with blue and gold lines and bright red lips. He has bulging eyes with a snarling mouth and curving, tusk-like canine teeth. His crown is his most distinguishing feature. He is the only character with a three tiered crown. It is also classified as a Crown of Victory. The first level is a gold leaf cap complete
    with jewels and flower designs. The second level contains a face identical to the mask proper. This face is repeated on all four sides and represents Tosakanth's ten faces. The top level of the crown is the face of a celestial being. Possibly, this reflects the fact that some people consider Tosakanth a descendent of Phra Phrom, the Thai name for the Hindu god Brahma (Sripochanart and Mekchaidee 1971(?) and Vajiravudh 1967, P.15). Or it could be due to the fact that, as was mentioned earlier, the Thai people do not consider Tosakanth completely evil. He is good but behaves badly at times. Before being born on the earth, he was associated with the gods in some way. At certain times during a Khon performance, a gold mask represent ing Tosakanth is used. In his kinder moments, his canine shrinks to half the normal size. Tosakanth is a demon possessing a tremendous amount of power. Multiple body parts are usually a reflection of power. Tosakanth not only has ten faces with which he can see in every direction, but has twenty arms also.
    The Hindu gods are often represented with multiple body parts to indicate their power.

Monkey Masks
   
       Monkey masks are the second most numerous type, totaling thirty to forty. Individual monkeys are also distinguished by color, facial expressions, and types of crowns. With some char acters, the colors or the masks reflect their parentage. For example, Nilanol is an incarnation of Agni the Fire-God and is therefore red. Nilapat, on the other hand, is an incarnation of the God of Death and thus is black. Both Nilanol and Nilapat are monkey leaders (Bridhyakorn and Yupho 1962, p.16). All of the monkeys have bulging or wide open eyes, Their mouths may be
    either open or closed.
   
   Crowns and headdresses for the monkeys are of seven types (Yupho 1960, p.เจ๋ง, One type, a Peaked Mask called a "Yodbat Crown" and worn by Pali and Sukrip, two monkey kings, dicates high royal rank. These two kings had gods for fathers. Another Peaked Mask, the Yodchai Crown, is worn by Chompoopan, one of Rama's generals. Chompoopan was brought into being by Phra Isuan, the Thai name for the Hindu god Shiva. Phra Isuan or Shiva is considered the chief of the gods among the Thai people. Chompoopan's crown, reflecting his heritage, is very tall and sharply peaked, very similar to Rama's crown. Bald Masks are the most abundant of the monkey masks. They are divided into four different types and each type is worn by different ranks of monkey officers.
   
         Hanuman is by for the most important monkey. Therefore, his mask will be described in detail. Hanuman's mask has many features which indicate he is a monkey with very special powers. In the Ramakien, Hanuman is Rama's most trusted general. In fact, some scholars say Hanuman is at times more important than Rama (Bowie 1960, p. 212 and Desai 1969, p.127). Hanuman's white mask is highlighted in green and pink. He wears only a coronet so red and gold markings are evident on the top of his head. Hanuman's gaping mouth displays his canine teeth which are usually just features of the demons. His gaping mouth also makes visible the jewel in the roof of his mouth. The jewel is a symbol of his special powers. Hanuman is the son of the God of Wind and can thus fly through the air. Also, when Hanuman yawns, he exhales suns, moons, and stars. This is the magical power by which people recognize Hanuman, The jewel is sometimes  referred to as a "glass canine" thus, Hanuman has five canines.  Another symbol of Hanuman's special power is the jewel between his eyebrows. This symbol appears on statues of the Buddha and represents inner energy. Possibly it means the same with regards to Hanuman.

Celestial and Human Masks
         Although masks of gods and humans are usually no longer worn, they are still being made. The following is a possible explanation for this phenomena. First, a Khon performance must be proceeded by a special ceremony in which the gods are recognized. If this is not done, misfortune may come to the performers. The celestial masks may be used in this ceremony. Secondly, the masks may be made in order to sell both to Thai people and to tourists.   

         Celestial and human masks are much simpler in design than the demon and monkey masks. They are more refined in appearance  also, especially the representations of gods or the humans which are incarnations of gods. Coloring varies between characters  as it does with all the masks. Rama is green although it is a different shade of green from the mask of Tosakanth. Phra Isuan or Shiva is white in keeping with the Hindu tradition of representing Shiva covered with ashes. Most celestial masks have closed mouths and the important deities display a jewel between their eyebrows skin to Hanuman's. Crowns also vary among characters but like with the other types of masks, the more important characters have more elaborate Crowns. The crowns are still worn even though the masks are not and they have remained the same. They are decorated with flowers.




อันนี้ส่งให้แหม่มมิชาเอล ไปเล่นเป็นการบ้าน เป็นการจับสี หน้าตา เครื่องยอด เล่นให้สนุกนะแหม่ม มีบรรยายไทยให้อ่านแล้วคลิกตาม แล้วดูเฉลยที่ “ภาพตัวอย่าง” เล่นไปเรื่อยๆ แหม่มจะเก่งมากเลย


http://khon.swu.ac.th/roomkhon/games/giant/21.asp

http://khon.swu.ac.th/roomkhon/games/giant/13.asp

http://khon.swu.ac.th/roomkhon/games/monkey/18.asp

http://khon.swu.ac.th/roomkhon/games/monkey/3.asp
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 02 มี.ค. 11, 11:49

คำถามข้อที่  ๗๙.

Herr Michael ส่งคำถามมาเป็นภาษาเยอรมัน
ผมเกรงว่า  จะเป็นการทรมานนักรบเกินไป  
จึงส่งให้ "ล่ามดี" แปลเป็นภาษาไทยให้

คุณมิชาเอลถามว่า   ผมสนใจและอยากรู้เรื่องโขนละครไทย
โดยเฉพาะเรื่องรามเกียรติ์  ผมได้รับดีวีดีบันทึกการแสดงโขน
จากเพื่อนคนไทยคนหนึ่ง    ผมเปิดดูแล้ว   แต่ในการแสดง
มีนักแสดงแต่งกายสวมหัวโขนเป็นวานรเป็นยักษ์เยอะมาก
ผมอยากทราบว่า   ถ้าผมอยากรู้จักชื่อตัวละครโขนละครเหล่านั้น
ผมจะจำแนกความแตกต่างของตัวละครแต่ละตัวได้อย่างไร

โปรดอธิบายมาอย่างละเอียด  พร้อมตัวอย่างสัก ๓ - ๔ ตัวอย่าง
ประกอบด้วย   ตอบมาที่หน้าม่าน  ตั้งแต่เพลา ๑๑.๐๐  น.

ข้อนี้  คุณมิชาเอล  บอกว่า  จะให้  ๒๐  คะแนน  
แต่มีข้อแม้ว่าต้องตอบดี  ละเอียด และตอบก่อนเวลา  ๑๓.๐๐ น.

อ้อ  คุณมิชาเอลบอกด้วยว่า  ถ้าใครแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย
เขาจะแถมคะแนนให้พิเศษ  ๑๕  คะแนน

ขอตอบค่ะ  ยิงฟันยิ้ม (แยกเป็น 2 ส่วนนะคะ เพราะใส่รูปประกอบด้วยค่ะ)

โขน เป็นมหรสพชั้นสูงที่ใช้แสดงในงานสำคัญๆ มาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่โบราณ ก่อนพุทธศตวรรษที่ 16 เรื่องที่นิยมใช้สำหรับเล่นโขน คือ "รามเกียรติ์"  หรือ "รามายณะ" ซึ่งแต่งโดยพระฤาษีวาลมิกิ ชาวอินเดีย เมื่อหลายพันปีก่อน ปัจจุบัน เรื่องรามายณะมีอยู่หลายสำนวนด้วยกัน ทั้งไทย ชวา เขมร และอินเดีย ในการแสดงโขน ผู้แสดงจะสวมใส่ "หัวโขน" ปิดหน้า ยกเว้นเทวดา มนุษย์ มเหสี และธิดาพระยายักษ์ ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงโขนคือวงปี่พาทย์ มีต้นเสียงและลูกคู่ร้องบทให้ และมีคนพากย์
รามเกียรติ์หรือรามายณะ เป็นเรื่องราวของพระนารายณ์ที่อวตารปางหนึ่งเป็น "พระราม" เพื่อคอยปราบอสูรที่คอยเบียดเบียนเหล่าเทวดาและมนุษย์ให้ได้รับความเดือดร้อนอยู่เสมอ สงครามระหว่างพระรามกับทศกัณฐ์ ซึ่งเป็นพญายักษ์ครองกรุงลงกา เกิดจากทศกัณฐ์ได้ไปลักพานางสีดา มเหสีของพระราม มาเพื่อเป็นชายาของตนเอง พระรามและพระอนุชาคือ "พระลักษมณ์" จึงได้ออกติดตาม จนกระทั่งได้สองพญาวานร คือ พญาสุครีพ เจ้าเมืองขีดขิน และ ท้าวมหาชมพู เจ้าเมืองชมพูมาเป็นบริวาร โดยมีหนุมานเป็นทหารเอก กองทัพของพระรามจึงจองถนนข้ามทะเลไปสร้างพลับพลา และตั้งค่ายประชิดกรุงลงกาเพื่อทำศึกกับทศกัณฐ์ จนกระทั่งฝ่ายพระรามได้รับชัยชนะ
การจำแนกประเภทของตัวแสดง โขน สังเกตุ จากหัวโขน และสีของเครื่องแต่งกาย หัวโขนแต่ละตัวจะมีความแตกต่างไม่ซ้ำกัน
Khon is a traditional most sophisticated form of Thai masked drama which combines gracefulness with masculinity in its dancing and singing. It is believed to have been performed since the Ayutthaya Period (1350-1767). Most khon performances feature episodes from the Ramakien, the Thai version of an Indian epic Ramayana. The Khon roles are male humans, female humans, monkeys and demons. The latter two are dominant ones. Traditionally, all its performers wore masks and all the speaking and singing were done by the reciters and the singers sitting at one side of the stage with the Thai orchestra.
The stories played in Khon presentations are invariably those of "Rama", a reincarnation of the Hindu god Vishnu who is the hero in the Hindu epic Ramayana and its Thai version Ramakian. A greater part of the epic is concerned with the protracted war between Rama the righteous king and Thotsakan the king of demons, which is touched off by the abduction of Rama's beloved consort by the Demon King. The drama is therefore full of love, magic and war scenes.
The Khon actors classify from  mask and color of costume. No two masks had the same features, but it was this difference that distinguished each mask. The white-faced Siva, for example, wore a gourd-like crown, while Narayana wore a victory crown. Brahma, with his four faces all painted in white, wore a two-tiered victory crown, while Ravana came with two heads, one with a face in three shades of gold and the other green, each head wearing a victory crown.

ตัวอย่าง  การแต่งกายและหัวโขน ลิงและยักษ์ในรามเกียรติ์  เพื่อให้ คุณ Herr Michael ได้รู้จักค่ะ

ความแตกต่างของ ลิง กับ ยักษ์ สังเกตุจากหัวโขน ค่ะ ดูที่เขี้ยวนะคะ
ลิง-วานร หัวโขนมีลักษณะคล้ายลิง มีเขี้ยว 4 ซี่ เหมือนสัตว์
ยักษ์ หัวโขนมีเขี้ยว 2 อันที่มุมปาก และชี้ขึ้น ค่ะ
For example , Mask and Costume of Monkeys, Demons in Thai khon Ramayana :
Herr Michael; you can easy identify monkey and demon by canine of the mask.
: Monkey mask is like a monkey with four canine teeth like animal.
: Demons mask with two upwards canine.

ลิง-วานร : Monkeys

1. หนุมาน-พญาวานร - Hanuman
ลักษณะหัวโขน หน้าวานรปากอ้าสีขาวผ่องหัวโล้นสวมมาลัยทองมีเขี้ยวแก้วอยู่กลางเพดานปากนอก จากนี้ยังมีการทำหนังโขนหน้าหนุมานอีหลายแบบ คือตอนแผลงฤทธิ์มีหน้า เป็นหน้าปกติหน้าและมีหน้าเล็กหน้าที่ด้านหลังตอนทารองเครื่องอาสาพระรามล่อลวง ทศกัณฐ์สวม
มงกุฎยอดชัยตอนออกบวชสวมชฎายอดฤๅษีนอกจากนี้ยังมีการทำหน้าหนุมานเป็นหน้ามุกอีกด้วย

Hanuman, a noble monkey-warrior, born from Phra Isuan’s power and powerful weapon carried by Phra Pai to place into the mouth of Nang Sawaha. When manifesting his magic power; Hanuman will have four faces and eight arms.
Hanuman donning a traveling headdress while on a voluntary trip to deceive Tosakanth for a box that contains the Demon King’s heart.
Hanuman donning Yodchai headdress when rewarded by Phra Ram with the title, “Phaya Anuchit Chakrit Pipatpongsa”, ruler of the City of Nopburi.

2. สุครีพ - Sukreep
ลักษณะหัวโขน หน้าวานรหากอ้าสีแดง หรือสีแดงชาด สวมชฎายอดบัด (บางแห่งว่าชฎายอดเดินหน)
ตามประวัติกล่าวว่าเป็นโอรสพระอาทิตย์กับนางกาลอัจนาต้องคำสาปจากฤๅษีโคดมเช่นเดียวกับพญากากาศ บทบาทสำคัญ คือ อาสาทำให้เขาพระสุเมรุซึ่งเอยงด้วยรามสูรจับอรชุนฟาดให้ตั้งตรงดังเดิม
Sukreep, a noble monkey warrior and a son of Phra In and Nang Kalaatchana. Sukreep is a regent of the City of Keedkhin. After the battles of Longka, he is appointed with the title, Phaya Waiyawongsa Mahasuradet.

3. นิลพัล - Nilamond
ลักษณะหัวโขน หน้าวานรปากอ้าสีน้ำรัก หรือสีดำขลับ หัวโล้น สวมมาลัยทอง เป็นบุตรพระกาลซึ่งพระอิศวรประทานให้ไปอยู่ช่วยกิจการบ้านเมืองของท้าวมหาชมพู บทบาทของนิลพัทในเรื่องรามเกียรติ์ เป็นผู้คุมวานรเมืองชมพูจองถนนข้ามกรุงลงการ่วมกับหนุมาน ซึ่งคุมวานรเมืองขีดขิน เกิดทะเลาะวิวาทกัน พระรามลงโทษให้ไปรักษาเมืองขีดขิน โดยส่งเสบียงให้กองทัพเดือนละครั้ง อาสาเป็นทัพหน้าครั้งกบฏกรุงลงกา เสด็จศึกได้ศักดิ์เป็นพญาอภัยพัทวงศ์อุปราชเมืองชมพู

Nilamond, a leading monkey warrior, a citizen of the City of Chompu. After the battles of Longka, he is rewarded with the position of regent of the City of Chompu.






บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 02 มี.ค. 11, 11:54

ตัวอย่าง  การแต่งกายและหัวโขน ลิงและยักษ์ในรามเกียรติ์  เพื่อให้ คุณ Herr Michael ได้รู้จักค่ะ
ความแตกต่างของ ลิง กับ ยักษ์ แนะนำให้คุณHerr Michael สังเกตุแบบง่ายๆ จากหัวโขน ค่ะ ดูที่เขี้ยวนะคะ
- ลิง-วานร หัวโขนมีลักษณะคล้ายลิง มีเขี้ยว 4 ซี่ เหมือนสัตว์
- ยักษ์ หัวโขนมีเขี้ยว 2 อันที่มุมปาก และชี้ขึ้น ค่ะ

For example , Mask and Costume of Monkeys, Demons in Thai khon Ramayana :
Herr Michael; you can easy identify monkey and demon by canine of the mask.
: Monkey mask is like a monkey with four canine teeth like animal.
: Demons mask with two upwards canine.

พญายักษ์  : Demons

1. ทศกัณฐ์-Tosakanth
ลักษณะหัวโขน ทำเป็นหน้ายักษ์ 3 ชั้น คือ ชั้นแรกมีหน้าปกติ 1 หน้า และมีหน้าเล็ก ๆ เรียงกัน 3 หน้า ตรงท้ายทอง ชั้นที่ 2 ทำหน้าเป็นหน้าเล็ก ๆ 4 หน้า เรียงสีด้าน ชั้น 3 ทำเป็น หน้าพรหมด้านหน้า หน้ายักษ์ด้านหลัง ปากแสยะตาโพลง สวมมงกุฎยอดขัย หน้าทศกัณฐ์มี 3 สี คือ ปกติใช้หน้าสีเขียว ตอนนั่งเมืองใช้หน้าสีทอง และมีทำหน้าสีน้ำรักยังไม่มีปรากฏใช้ใน การแสดง
นอกจากนี้ยังมีหัวโขนทศกัณฐ์แปลงเป็นพระอินทร์ในการรบครั้งสุดท้าย ลักษณะทำเป็นหน้าพระ 3 ชั้น สีเขียว มีเขี้ยว ซึ่งเป็นหัวโขนเพียงหัวเดียวในเมืองไทยมีประดิษฐ์ขึ้นในสมัยรัชการที่ 2 และยัง มีหัวโขนหน้าทศกัณฐ์ที่ทำด้วยทองแดงปิดทองประดับกระจกอีก 1 หัว
Tosakanth, the Demon King, the third monarch of Longha City. He is the reincarnation of Nontuk, the first child of King Lastian and Nang Ratchada and he has seven siblings.

2.พิเภก-Pipek
พิเภก คือ เทพบุตรเวสสุญาณ จุติลงมาเกิดเพื่อช่วยพระรามปราบทศกัณฐ์ พิเภกเป็นยักษ์มีกายสีเขียว เป็นน้องของทศกัณฐ์ มีความรู้ทางโหราศาสตร์อย่างยอดเยี่ยม สามารถทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ เมื่อทศกัณฐ์ลักพานางสีดามา พิเภกได้ทูลตักเตือนและแนะนำให้ส่งนางสีดาคืนไป ทำให้ทศกัณฐ์โกรธมาก จนขับไล่พิเภกออกไปจากเมืองพิเภกจึงไปสวามีภักดิ์กับพระราม ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์จนกระทั่งพระรามชนะสงคราม หลังจากเสร็จศึกแล้ว พระรามได้สถาปนาให้พิเภกเป็นกษัตริย์ครองกรุงลงกา มีพระนามว่า ท้าวทศคีรีวงศ์
Pipek or Phra Vessuyarn in his previous life, reborn Tosakanth’s half brother by Phra Isuan’s command. He is meant to spy on the Demon’s side for the benefit of Phra Ram.

ปล.หวังว่าคุณ Herr Michael คงเข้าใจภาษาอังกฤษฉบับหนูดีดี นะคะ   ยิงฟันยิ้ม





บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 02 มี.ค. 11, 14:20

คุณไซมีส  ตอบมายาว  ดี แต่สะกดภาษาไทยผิดบางแห่ง  ขอหัก  ๑  คะแนน
ยกตัวอย่างน้อยไป ไม่ละเอียด รวบรัดเกินไป ฝรั่งไม่ค่อยเข้าใจ หัก  ๔ คะแนน 
มีภาษาอังกฤษให้ด้วย  ให้ ๑๕ คะแนน   รวมเป็น  ๓๐  คะแนน

คุณดีดี  ตอบมายาว ๒ วาเศษ  ละเอียดดี  แต่สะกดผิด  หัก ๑ คะแนน
เขี้ยวใช้ลักษณนามเป็นเขี้ยวครับ  ไม่ใช่ซี่อย่างฟัน หรืออัน  หัก ๑ คะแนน
ยกตัวอย่างดี   มีภาพประกอบ  ฝรั่งดูแล้วเข้าใจ
ภาษาอังกฤษ  อ่านเข้าใจง่าย  ให้  ๑๕  คะแนน  รวมเป็น  ๓๓  คะแนน


อ้อ  Herr Michael เป็นชาวเยอรมัน  แต่อ่านภาษาอังกฤษได้
Herr Michael เท่ากับ Mr. Michael ในภาษาอังกฤษ 
ออกเสียงตามสำเนียงเยอรมันว่า แฮร์  มิชาเอล  เป็นผู้ชาย ไม่ใช่แหม่ม  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 02 มี.ค. 11, 14:28

คุณไซมีส  ตอบมายาว  ดี แต่สะกดภาษาไทยผิดบางแห่ง  ขอหัก  ๑  คะแนน
ยกตัวอย่างน้อยไป ไม่ละเอียด รวบรัดเกินไป ฝรั่งไม่ค่อยเข้าใจ หัก  ๔ คะแนน 
มีภาษาอังกฤษให้ด้วย  ให้ ๑๕ คะแนน   รวมเป็น  ๓๐  คะแนน

คุณดีดี  ตอบมายาว ๒ วาเศษ  ละเอียดดี  แต่สะกดผิด  หัก ๑ คะแนน
เขี้ยวใช้ลักษณนามเป็นเขี้ยวครับ  ไม่ใช่ซี่อย่างฟัน หรืออัน  หัก ๑ คะแนน
ยกตัวอย่างดี   มีภาพประกอบ  ฝรั่งดูแล้วเข้าใจ
ภาษาอังกฤษ  อ่านเข้าใจง่าย  ให้  ๑๕  คะแนน  รวมเป็น  ๓๓  คะแนน


อ้อ  Herr Michael เป็นชาวเยอรมัน  แต่อ่านภาษาอังกฤษได้
Herr Michael เท่ากับ Mr. Michael ในภาษาอังกฤษ 
ออกเสียงตามสำเนียงเยอรมันว่า แฮร์  มิชาเอล  เป็นผู้ชาย ไม่ใช่แหม่ม  ยิงฟันยิ้ม


แล้ว แฮร์  มิชาเอล ไม่เล่นเกมส์ที่ผมลงไว้หน่อยหรือ  ฮืม
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 02 มี.ค. 11, 14:53

แล้ว แฮร์  มิชาเอล ไม่เล่นเกมส์ที่ผมลงไว้หน่อยหรือ  ฮืม

แฮร์  มิชาเอล  รับทราบ  แต่มีงานต้องทำ  จะมามัวเล่นเกมส์ไม่ได้ดอก
เดี๋ยวถูกตัดเงินเดือน    เอาไว้ว่างๆ จะเล่น  ขอบคุณมาก
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 02 มี.ค. 11, 15:18

คุณ luanglek อย่าลืมดู คห.96 ด้วยนะคะ
หนูดีดี ตอบคำถามข้อที่  ๗๘. ข้อที่ผิดมาใหม่ค่ะ อยากรู้ว่าถูกหรือเปล่าน่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 02 มี.ค. 11, 15:34

คุณ luanglek อย่าลืมดู คห.96 ด้วยนะคะ
หนูดีดี ตอบคำถามข้อที่  ๗๘. ข้อที่ผิดมาใหม่ค่ะ อยากรู้ว่าถูกหรือเปล่าน่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะ

ขออภัย ไม่ทันเห็น  ขอบคุณที่เตือนมา
ที่ตอบมาใหม่ ๒ ข้อ  ใช้ได้เข้าเกณฑ์ เอาไปอีก ๔ คะแนน
รวมเป็น  ๑๐  คะแนน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 46
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.078 วินาที กับ 19 คำสั่ง