เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 28 29 [30] 31 32 ... 46
  พิมพ์  
อ่าน: 193447 ๑๐๐ คำถามเรื่องรามเกียรติ์ (สำหรับแฟนพันธุ์แท้และผู้สนใจ) ๔
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 435  เมื่อ 24 พ.ค. 11, 13:10

ในระหว่างที่รอคำถามข้อย่อยที่  ๙๙.๐๓ สิ้นสุดกำหนดเวลาตอบ

ขอตั้งคำถามข้อย่อยที่ ๙๙.๐๔

ทำไมลิงขาวที่เป็นทหารเอกของพระรามจึงได้ชื่อว่า  "หนุมาน"
จงตอบพร้อมอธิบายที่มาและความหมายของชื่อ "หนุมาน"
มาโดยละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้

กติกา  ข้อนี้  ราคา  ๔๐  คะแนน  ตอบหน้าม่าน
คนแรกที่ตอบได้ถูกต้องภายใน  ๑๒  ชั่วโมงแรกหลังจากที่ตั้งคำถาม
รับไปเต็มๆ (แต่ต้องไม่สะกดผิดแม้แต่คำเดียว) คนตอบถูกคนต่อไป
ถึงตอบถูกต้อง  เราจะหักคะแนน ๕ คะแนน
คนที่ตอบหลังจากพ้นกำหนด  ๑๒ ชั่วโมงไปแล้ว คะแนนเต็มลดลงครึ่งหนึ่ง
ข้อนี้  ตอบหน้าม่าน   

ขอตอบนะคะ  ยิงฟันยิ้ม

หนุมาน แปลว่า ผู้มีคางที่แตกและหัก.... แล้วทำไม่หนุมานถึงมีชื่อนี้....

หนุมานแต่เดิมมีชื่อว่า อัญจนียะ
ในวันหนึ่ง อัญจนียะในวัยเด็ก เห็นพระอาทิตย์แรกขึ้น ก็คิดว่าเป็นผลไม้สุก จึงเหาะเข้าไปหมายจะกินเป็นอาหาร แต่พระอินทร์เห็นเข้าจึงร้องเตือนว่าไม่ใช้ผลไม้ แต่อัญจนียะน้อยก็ไม่ฟัง พระอินทร์จึงได้ขว้างสายฟ้าใส่อัญจนียะน้อยจนตกลงมาคางกระแทกพื้นสลบไสลไม่รู้สึกตัว
     พระวายุผู้เป็นบิดาของอัญจนียะรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก จึงได้อุ้มอัญจนียะเข้าไปอยู่ในถ้ำ เป็นเวลาหลายวัน เมื่อพระวายุเข้าไปอยู่ในถ้ำ ก็ทำให้เบื้องนอกไม่มีลม ไม่มีอากาศ ทั้งคน เทวดา และสัตว์ต่างเดือดร้อนกันไปทั่ว เหล่าเทพต่างๆ จึงต้องมาขอร้องพระวายุให้ยอมออกมาจากถ้ำเถิด พระวายุจึงได้ออกมาจากถ้ำ
     เมื่อพระวายุออกมาจากถ้ำแล้ว เหล่าเทวดาต่างก็ให้พรแก่อัญจนียะ เช่น พระยมให้พรให้อัญจนียะไม่มีวันตาย และอีกหลายๆ อย่าง เมื่อได้รับพรมากๆ เข้า อัญจนียะก็กลายเป็นหนุ่มในทันที
     ในตอนที่อัญจนียะตกลงมานั้น คางได้กระแทกพื้นอย่างแรงจนแตก เหล่าเทวดาจึงเปลี่ยนชื่อเรียกอัญจนียะใหม่เป็น หนุมาน ซึ่งแปลว่า ผู้มีคางที่แตกและหัก
อัญจนียะ จึงได้ชื่อว่า หนุมาน นับแต่นั้นมา    ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 436  เมื่อ 26 พ.ค. 11, 16:19


ขอตอบนะคะ  ยิงฟันยิ้ม

หนุมาน แปลว่า ผู้มีคางที่แตกและหัก.... แล้วทำไม่หนุมานถึงมีชื่อนี้....

หนุมานแต่เดิมมีชื่อว่า อัญจนียะ
ในวันหนึ่ง อัญจนียะในวัยเด็ก เห็นพระอาทิตย์แรกขึ้น ก็คิดว่าเป็นผลไม้สุก จึงเหาะเข้าไปหมายจะกินเป็นอาหาร
แต่พระอินทร์เห็นเข้าจึงร้องเตือนว่าไม่ใช้(ไม่ใช่)ผลไม้ แต่อัญจนียะน้อยก็ไม่ฟัง
พระอินทร์จึงได้ขว้างสายฟ้าใส่อัญจนียะน้อยจนตกลงมาคางกระแทกพื้นสลบไสลไม่รู้สึกตัว
     พระวายุผู้เป็นบิดาของอัญจนียะรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก จึงได้อุ้มอัญจนียะเข้าไปอยู่ในถ้ำ
เป็นเวลาหลายวัน เมื่อพระวายุเข้าไปอยู่ในถ้ำ ก็ทำให้เบื้องนอกไม่มีลม
ไม่มีอากาศ ทั้งคน เทวดา และสัตว์ต่างเดือดร้อนกันไปทั่ว เหล่าเทพต่างๆ
จึงต้องมาขอร้องพระวายุให้ยอมออกมาจากถ้ำเถิด พระวายุจึงได้ออกมาจากถ้ำ
     เมื่อพระวายุออกมาจากถ้ำแล้ว เหล่าเทวดาต่างก็ให้พรแก่อัญจนียะ
เช่น พระยมให้พรให้อัญจนียะไม่มีวันตาย และอีกหลายๆ อย่าง เมื่อได้รับพรมากๆ เข้า
อัญจนียะก็กลายเป็นหนุ่มในทันที
     ในตอนที่อัญจนียะตกลงมานั้น คางได้กระแทกพื้นอย่างแรงจนแตก
เหล่าเทวดาจึงเปลี่ยนชื่อเรียกอัญจนียะใหม่เป็น หนุมาน ซึ่งแปลว่า ผู้มีคางที่แตกและหัก
อัญจนียะ จึงได้ชื่อว่า หนุมาน นับแต่นั้นมา    ยิงฟันยิ้ม


ได้เวลาตรวจคำตอบ  ตอบในเวลา ๒๔ ชั่วโมง  ถ้าถูกต้องครบถ้วน  เอาไป ๔๐ คะแนน

มีที่เห็นถนัดๆ ว่าพิมพ์ผิด  ๑ ที่  หัก ๒ คะแนน

ชื่อ  อัญจนียะ  ที่ว่าเป็นชื่อของหนุมานมาก่อนจะได้ชื่อ ว่า หนุมาน
ที่ถูกต้องคือ  อาญชเนยะ  แปลว่า ผู้เป็นเชื้อสายของนางอัญชนา หรือลูกของนางอัญชนา
อันเป็นวัฒนธรรมอินเดียโบราณที่นิยมเอาชื่อพ่อแม่หรือบรรพบุรุษ
มาเติมปัจจัยตัทธิตแล้วตั้งเป็นชื่อลูกหลานในสายสกุล  เช่น พระราม ได้ชื่อว่า ราฆว
ก็เพราะพระรามมีบรรพบุรุษ ชื่อ รฆุ   พระกฤษณะ  ได้ชื่อ วาสุเทว  เพราะบิดาชื่อ วสุเทว
นางสีดา ได้ชื่อว่า  ชานกี  เพราะบิดาชื่อ ท้าวชนก  เป็นต้น
ในทางพุทธศาสนาก็มี  เช่น  อุปติสสะ ได้ชื่อ สารีบุตร  เพราะมารดาชื่อนางสารี
โกลิตะ  ได้ชื่อ โมคคัลลานะ  เพราะมารดาชื่อ  นางโมคคัลลี เป็นต้น
คุณดีดี  เอ่ยชื่อ อัญจนียะ  ๑๒ ครั้ง ในคำตอบ หักที่ละ ๒ คะแนน  รวมต้องหัก  ๒๔ คะแนน
รวมที่หักก่อนอีก ๒ คะแนน เป็น  ๒๖ คะแนน ๔๐ ลบ ๒๖  เหลือ ๑๔ คะแนน
นี่หักเฉพาะที่เขียนผิด  ยังไม่ได้พิจารณาตรวจเนื้อหา
เอาเป็นว่า  ผมตรวจเนื้อหาแล้วให้ผ่าน  
ไม่หักเพิ่มเติม  (เพราะหักที่สะกดผิดก็เสียคะแนนมากพอแล้ว)
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 437  เมื่อ 27 พ.ค. 11, 09:24

ขอบคุณค่ะ ที่ยังเหลือคะแนนไว้ให้.. ยิงฟันยิ้ม

ชื่อเดิมของหนุมาน หนูดีดี หามาจากอินทรเนตร (อินเตอร์เน็ท) ค่ะ
บางเว็ปบอกว่าชื่อเดิมหนุมานชื่อว่า อัญจนียะ
บางเว็ปบอกว่า เดิมชื่อ พัชรังพาลี หรือ พัชรัง....
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10918



ความคิดเห็นที่ 438  เมื่อ 27 พ.ค. 11, 10:54

เรียนถามคุณหลวง

ถึงคิวคำถามจากทางบ้านหรือยัง

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 439  เมื่อ 27 พ.ค. 11, 12:51

ขอบคุณค่ะ ที่ยังเหลือคะแนนไว้ให้.. ยิงฟันยิ้ม

ชื่อเดิมของหนุมาน หนูดีดี หามาจากอินทรเนตร (อินเตอร์เน็ท) ค่ะ
บางเว็ปบอกว่าชื่อเดิมหนุมานชื่อว่า อัญจนียะ
บางเว็ปบอกว่า เดิมชื่อ พัชรังพาลี หรือ พัชรัง....

การถอดคำภาษาสันสกฤตอักษรโรมันเป็นอักษรไทยในเน็ต
ต้องตรวจสอบครับ  ที่ถอดผิดก็มาก  ต้องระวัง
ถ้าจำได้ผมเคยกล่าวไว้หลายครั้งแล้วในกระทู้นี้

เรียนถามคุณหลวง

ถึงคิวคำถามจากทางบ้านหรือยัง

 ยิงฟันยิ้ม

เชิญคุณเพ็ญฯ ประเคนมาสัก ๑ คำถาม  หลังจากที่ว่างเว้นไปนาน
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10918



ความคิดเห็นที่ 440  เมื่อ 27 พ.ค. 11, 14:52

ขอบพระคุณที่กรุณา

คำถามมีดังนี้

กรุณาถอดแปลกลอนบทอัศจรรย์ระหว่างนางอัญชนาและวายุเทพ จาก Griffiths's Ramayana ตามที่ได้ยกมานี้   ให้เป็นภาษาที่สละสลวย ละเอียด  ชัดเจน  ไม่กำกวม  เก็บความได้ครบถ้วน และสะกดคำถูกต้อง

จะเป็นร้อยแก้วหรือร้อยกรองก็ได้ แล้วแต่ถนัด

An Apsaras, the fairest found
Of nymphs, for heavenly charms renowned,
Sweet Punjikasthala, became
A noble Vanar's wedded dame.

Her heavenly title heard no more,
Anjana was the name she bore,
When, cursed by gods, from heaven she fell,
In Vanar form on earth to dwell.

In youthful beauty wondrous fair,
A crown of flowers about her hair.
In silken robes of richest dye,
She roamed the hills that kiss the sky.

Once in her tinted garments dressed,
She stood upon the mountain crest.
The god of wind beside her came,
And breathed upon the lovely dame;

And as he fanned her robe aside,
The wondrous beauty that he eyed,
In rounded lines of breast and limb,
And neck and shoulders, ravished him;
And captured by her peerless charms,
He strained her in his amorous arms.

Then to the eager god she cried,
In trembling accents, terrified:
"Whose impious love has wronged a spouse
So constant to her nuptial vows?"

He heard, and thus his answer made:
'Oh, be not troubled, nor afraid.
But trust, and thou shalt know ere long,
My love has done thee, sweet, no wrong.

So strong, and brave, and wise shall be
The glorious son I give to thee;
Might shall be his, that nought can tire,
And limbs to spring as springs his sire.'
Thus spoke the god: the conquered dame
Rejoice in heart nor feared the shame.

 ยิงฟันยิ้ม



บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 441  เมื่อ 27 พ.ค. 11, 15:26


จัดมาให้ถึงที่เลย    อื้อฮือ!
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 442  เมื่อ 27 พ.ค. 11, 15:48


กรุณาถอดแปลกลอนบทอัศจรรย์ระหว่างนางอัญชนาและวายุเทพ จาก Griffiths's Ramayana ตามที่ได้ยกมานี้   ให้เป็นภาษาที่สละสลวย ละเอียด  ชัดเจน  ไม่กำกวม  เก็บความได้ครบถ้วน และสะกดคำถูกต้อง


สำนวนคำสั่งคุ้นๆ นะคะ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 443  เมื่อ 27 พ.ค. 11, 18:57

เห็นแล้วมันปวดใจ
เหมือนโดนดาบตนเองทิ่มแทง ตกใจ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 444  เมื่อ 27 พ.ค. 11, 20:28

เมื่อแรกเห็นคำถามจากทางบ้านข้อนี้
ยอมรับว่าหนักใจอยู่  เพราะเป็นทราบกันดีว่า
รามายณะ ที่ กริฟฟิทส์ แปลเป็นภาษาอังกฤษนั้น
สำนวนภาษางดงามไพเราะอย่างอุกฤษฐ์
แถมแต่งเป็นร้อยกรองอีกต่างหาก
การแปลเป็นภาษาไทยย่อมไม่ง่าย
จำได้ว่า  ตอนเรียน ป.ตรี  อาจารย์ที่สอนผม
ท่านเอารามายณะสำนวนนี้มาให้อ่านและแปลในชั้นเรียน
เรียนเสร็จคาบนั้นแล้วแทบจะไปขอถอนรายวิชานี้
แต่ก็ทนเรียนมาจนจบเทอม 

ฉะนั้นที่คุณเพ็ญฯ ตั้งโจทย์ให้ผมแปล
ผมเรื้อเรื่องการแปลภาษาอังกฤษมานาน
จึงขอเวลาทำการบ้านนานหน่อย 
เพราะอยากทำให้ดีเท่าที่ความสามารถของผมจะมี


แต่ถ้ารอคำตอบผมไม่ไหว  ก็ขอเชิญอ่าน
สำนวนแปลของคุณแอ๊ด  ปากเกร็ด ไปพลางๆ ก่อน

๏ An Apsaras, the fairest found
Of nymphs, for heavenly charms renowned,
Sweet Punjikasthala, became
A noble Vanar's wedded dame.
ปุญชิกา- สถลา มิ่งอัปสร
ดวงสมร งามเลิศฟ้า จะหาไหน
มาเปรียบปาน เลื่องลือ ระบือไกล
เลือกคู่ได้ วิวาห์จ้าว ท้าววานร

๏ Her heavenly title heard no more,
Anjana was the name she bore,
When, cursed by gods, from heaven she fell,
In Vanar form on earth to dwell.
เทพพิโรธ ขับไล่ออก นอกสวรรค์
นามนางนั้น สาบสูญไป ไร้อักษร
สู่พิภพ จุติมา ชาติวานร
โฉมบังอร นามใหม่นั้น อัญชนา

๏ In youthful beauty wondrous fair,
A crown of flowers about her hair.
In silken robes of richest dye,
She roamed the hills that kiss the sky.
วัยกำดัด ร่างระหง นวลวงพักตร์
หลากหลายนัก น่าดู สีภูษา
มงกุฎเกศ แซมสร้อย ร้อยมาลา
ท่องวนา เขตฟ้าคลุม จุมพิตดิน

๏ Once in her tinted garments dressed,
She stood upon the mountain crest.
The god of wind beside her came,
And breathed upon the lovely dame;
กาละหนึ่ง ทรามวัย เที่ยวไปถึง
ยืนคำนึง ยั้งอยู่ ยอดภูหิน
วายุเทพ ฤทธิรณ ยลยุพิน
สวาทถวิล อวยลมกอด ยอดเทวี

๏ And as he fanned her robe aside,
The wondrous beauty that he eyed,
In rounded lines of breast and limb,
And neck and shoulders, ravished him;
And captured by her peerless charms,
He strained her in his amorous arms.
ลมโชยพัด ภูษาไหว แหวกให้เห็น
ดุจจันทร์เพ็ญ แจ่มจำรัส รัศมี
ทั่วเรือนร่าง ดั่งปฏิมา ไร้ราคี
ไฝฝ้านี้ ไม่มีเห็น เป็นมลทิน

สองเต้าเต่ง สมตัว สองบัวคู่
สองกรอยู่ สมลักษณ์ ชวนพักตร์ผิน
เอวแน่งน้อย สมส่วน ชวนยลยิน
องค์เทวินทร์ กำเริบรัก สุดหักใจ

๏ Then to the eager god she cried,
In trembling accents, terrified:
"Whose impious love has wronged a spouse
So constant to her nuptial vows?"
เข้าสวมสอด นวลอนงค์ หลงสุดขีด
นางร้องหวีด ไม่สมประดี นี่ไฉน
ผู้ใดหนอ ปลุกปล้ำ ทำร้ายใจ
ดิฉันไซร้ มีผัวอยู่ อย่าดูแคลน

๏ He heard, and thus his answer made:
'Oh, be not troubled, nor afraid.
But trust, and thou shalt know ere long,
My love has done thee, sweet, no wrong.
So strong, and brave, and wise shall be
The glorious son I give to thee;
Might shall be his, that nought can tire,
And limbs to spring as springs his sire.'
Thus spoke the god: the conquered dame
Rejoice in heart nor feared the shame."
วายุเทพ ฟังคำนาง จึงพลางว่า
เจ้าจงอย่า ตื่นตระหนก วิตกแสน
เชื่อพี่เถิด ดีจริงจริง สิ่งทดแทน
ไม่คลอนแคลน ฟังพี่เล่า เจ้าแก้วตา

บุตรของเจ้า กับพี่ จะดียิ่ง
พร้อมทุกสิ่ง กล้าหาญ ชาญอาสา
ทั้งเรี่ยวแรง แข็งแกร่งไซร้ ไวปัญญา
ศัตรูมา ล้วนพ่ายแพ้ แก่ลูกเรา

ฟังวาจา ให้เกษม อิ่มเอมจิต
อัญชนา มิพักคิด เรื่องบัดสี
ร่วมสมสอง สนองเล่ห์ ประเวณี
บังเกิดมี อัศจรรย์ ในทันใด.


เอามาจาก  http://www.sakulthai.com/webboard/Questionv.asp?GID=274

บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 445  เมื่อ 27 พ.ค. 11, 20:33

งดงามมากครับ  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10918



ความคิดเห็นที่ 446  เมื่อ 27 พ.ค. 11, 20:53

ฉะนั้นที่คุณเพ็ญฯ ตั้งโจทย์ให้ผมแปล
ผมเรื้อเรื่องการแปลภาษาอังกฤษมานาน
จึงขอเวลาทำการบ้านนานหน่อย 
เพราะอยากทำให้ดีเท่าที่ความสามารถของผมจะมี

แต่ถ้ารอคำตอบผมไม่ไหว  ก็ขอเชิญอ่าน
สำนวนแปลของคุณแอ๊ด  ปากเกร็ด ไปพลางๆ ก่อน

หมอแอ๊ดแปลงดงามตามที่ว่า 
แต่หากถ้าคุณหลวงแปลแม้นานหน่อย
นับชั่วโมงนับวันมั่นรอคอย
จะไม่ถอยคอยลุ้นคุณหลวงแปล

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 447  เมื่อ 28 พ.ค. 11, 02:05

นอนไม่หลับ จึงตะกายร่างมาแอบดู พอเห็น....
อ้างถึง
Griffiths's Ramayana

ถึงกับลงไปหมอบ กราบเสีย...3 ที อุ๊แม่เจ้า ภาษาอะไรช่างสละสลวยอย่างนี้ ราวกับภาษาเทพยดา

คุณหลวงเจ้าข่้า จะรออ่านสำนวนแปลคุณหลวงนะเจ้าคะ
บันทึกการเข้า
bangplama
ชมพูพาน
***
ตอบ: 168



ความคิดเห็นที่ 448  เมื่อ 28 พ.ค. 11, 14:26

๐นางสวรรค์ อัญชิกา สถาลา
An Apsaras, the fairest found
งามสรรพกว่า  อัปสรา องค์ไหนไหน
Of nymphs, for heavenly charms renowned,
นางเป็นเทพเทวีผู้มีใจ
Sweet Punjikasthala, became
มอบลิงไพรใจกล้าจ้าววานร
A noble Vanar's wedded dame.



๐ชื่อของนางจางจากฟากสวรรค์
Her heavenly title heard no more,
ชื่อใหม่นั้นอัญชนานามสมร
Anjana was the name she bore,
เจ้าเทวาสาปไว้ให้บังอร
When, cursed by gods, from heaven she fell,
จุติ มาเป็นวานรในพสุธา
In Vanar form on earth to dwell.


๐วัยสาวเบ่งบริสุทธิ์งามผุดผ่อง
In youthful beauty wondrous fair,
มงกุฎกรองผองสุคนธ์บนเกศา
A crown of flowers about her hair.
ในอาภรณ์อันอ่อนอุ่นละมุนตา,
In silken robes of richest dye,
เนินนิมิตจุมพิตฟ้านางเที่ยวชิน
She roamed the hills that kiss the sky.



๐คราหนึ่งในอาภรณ์สีอ่อนหวาน
Once in her tinted garments dressed,
นางสราญยืนตื่นตายอดผาหิน
She stood upon the mountain crest.
เทพเจ้าแห่งสายลมพรมพัดริน
The god of wind beside her came,
แล้วกลืนกินนางไว้ในทันที
And breathed upon the lovely dame;



๐วายุพัดอาภรณ์พริ้วสยิวจิต

And as he fanned her robe aside,.

ให้หวั่นหวามยามพิศเพศอิตถี

The wondrous beauty that he eyed,

ปทุมทองสองเต้าเร้าฤดี
In rounded lines of breast and limb,
กรนางนี้ทีท่วงงวงนาคีนทร์



๐คอระหงองเอวนางช่างสวยสม
ไหล่กลึงกลมยั่วยวนชวนถวิล
And neck and shoulders, ravished him;

เสน่ห์เหนือใครเทียบได้ในแดนดิน
And captured by her peerless charms,

องค์เทวินทร์ตระกองพลันในทันใด

He strained her in his amorous arms.



๐นางตระหนกอกสั่นพลันร้องหวีด
Then to the eager god she cried,

กลัวสุดขีดตัวสั่นจิตหวั่นไหว
 In trembling accents, terrified:


"ทุรยศต่อคู่ครองตรองเถิดใจ
"Whose impious love has wronged a spouse

สัตย์สาบานที่ให้ไว้ต้องหมองมัว?"

So constant to her nuptial vows?"




๐วายุกรอ้อนพลางทางว่าน้อง
He heard, and thus his answer made:

'โอ้ไม่ต้องหมองเศร้าเจ้าทูลหัว
'Oh, be not troubled, nor afraid.

จงวางใจเถิดหนาเจ้าอย่ากลัว
But trust, and thou shalt know ere long,

พึ่งเจอตัวก็ไม่ผิดคิดรักกัน
My love has done thee, sweet, no wrong.


๐ต้องเข้มแข็งและกล้าหาญชาญฉลาด
So strong, and brave, and wise shall be

วายุบุตรสุดเปรื่องปราดเกิดจากฉัน

The glorious son I give to thee;

เป็นหน่อเนื้อผู้สามารถฉกาจฉกรรจ์
ไม่มีวันพ่ายแพ้แก่ผู้ใด
Might shall be his, that nought can tire,




๐มีขาแขนแล่นเร่งเก่งเหมือนพ่อ
 And limbs to spring as springs his sire.'

ฟังพูดต่อนะมิ่งมิตรยอดพิสมัย
ควรชื่นชมยินดีปรีดาไป
Thus spoke the god: the conquered dame

หรือละอายแก่ใจเล่าคนดี

๐ได้ฟังคำมิอ้ำอึ้งดึงเข้ากอด
แล้วพร่ำพรอดสอดรัดลืมบัดสี
คลึงขยำถลำล่วงดวงมาลี
อัศจรรย์อันสุนทรีก็ประเลง

Rejoice in heart nor feared the shame."

บันทึกการเข้า
bangplama
ชมพูพาน
***
ตอบ: 168



ความคิดเห็นที่ 449  เมื่อ 28 พ.ค. 11, 14:44

๐นางสวรรค์ อัญชิกา สถาลา
งามสรรพกว่า  อัปสรา องค์ไหนไหน
นางเป็นเทพเทวีผู้มีใจ
มอบลิงไพรใจกล้าจ้าววานร

๐นามของนางจางจากฟากสวรรค์
ชื่อใหม่นั้นอัญชนานามสมร
เจ้าเทวาlสาปไว้ให้บังอร
จุติ มาเป็นวานรในโลกา

๐วัยสาวเบ่งบริสุทธิ์งามผุดผ่อง
มงกุฎกรองดอกไม้ใส่เกศา
ในอาภรณ์อันอ่อนอุ่นละมุนตา,
เนินนิมิตจุมพิตฟ้านางเที่ยวชิน

๐คราหนึ่งในอาภรณ์สีอ่อนหวาน
นางสราญยืนตื่นตายอดผาหิน
เทพเจ้าแห่งสายลมพรมพัดริน
แล้วกลืนกินนางไว้ในทันที

๐วายุพัดอาภรณ์พริ้วสยิวจิต
ให้หวั่นหวามยามพิศเพศอิตถี
ปทุมทองสองเต้าเร้าฤดี
กรนางนี้ทีท่วงงวงนาคินทร์

๐คอระหงองเอวนางช่างสวยสม
ไหล่กลึงกลมยั่วยวนชวนถวิล
เสน่ห์เหนือใครเทียบได้ในแดนดิน
องค์เทวินทร์ตระกองพลันในทันใด

๐นางตระหนกอกสั่นพลันร้องหวีด
กลัวสุดขีดเนื้อตัวสั่นจิตหวั่นไหว
"ทุรยศต่อคู่ครองตรองเถิดใจ
สัตย์สาบานที่ให้ไว้ต้องหมองมัว?"

๐วายุกรอ้อนพลางทางว่าน้อง
'โอ้ไม่ต้องหมองเศร้าเจ้าทูลหัว
จงวางใจเถิดหนาเจ้าอย่ากลัว
พึ่งเจอตัวก็ไม่ผิดคิดรักกัน

๐ต้องเข้มแข็งและกล้าหาญชาญฉลาด
วายุบุตรสุดเปรื่องปราดเกิดจากฉัน
เป็นหน่อเนื้อผู้สามารถฉกาจฉกรรจ์
ไม่มีวันพ่ายแพ้แก่ผู้ใด

๐มีขาแขนแล่นเร่งเก่งเหมือนพ่อ
 ฟังพูดต่อนะมิ่งมิตรยอดพิสมัย
ควรชื่นชมยินดีปรีดาไป
หรือละอายแก่ใจเล่าคนดี

๐ได้ฟังคำมิอ้ำอึ้งดึงเข้ากอด
แล้วพร่ำพรอดสอดรัดลืมบัดสี
คลึงขยำถลำล่วงดวงมาลี
อัศจรรย์อันสุนทรีก็ประเลง


                         


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 28 29 [30] 31 32 ... 46
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.051 วินาที กับ 19 คำสั่ง