เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10 11 ... 46
  พิมพ์  
อ่าน: 193673 ๑๐๐ คำถามเรื่องรามเกียรติ์ (สำหรับแฟนพันธุ์แท้และผู้สนใจ) ๔
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 120  เมื่อ 03 มี.ค. 11, 16:03

(ตอบข้อ ๘๑ ต่อค่ะ)
5.   พระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 7  ตราพระราชลัญจกรพระแสงศร
ลักษณะเป็นรูปพระแสงศร 3 องค์ คือ พระแสงศรพรหมาสตร์ พระแสงศรประลัยวาต พระแสงศรอัคนีวาต เหนือราวพาดพระแสงเป็นดวงตรามหาจักรีบรมราชวงศ์ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ เบื้องซ้ายและเบื้องขวาของราวพาดพระแสงตั้งบังแทรก สอดแทรกด้วยลายกนกอยู่บนพื้นตอนบนของดวงตรา พระแสงศร 3 องค์นี้ เป็นพระราชสัญลักษณ์ของพระบรมนามาภิไธยว่า "ประชาธิปกศักดิเดชน์" ซึ่งมาจากความหมายของศัพท์ คำสุดท้ายของวรรคที่ว่า "เดชน์" แปลว่า ลูกศร องค์พระราชลัญจกรนี้เป็นตรางากลมรีรูปไข่แนวนอน กว้าง 5.4 เซนติเมตร ยาว 6.7 เซนติเมตร
http://www.baanjomyut.com/library/calendar/mark_king/index.html

6.   กรมสรรพสามิต ตรารูปนกวายุภักดิ์
รูปนกวายุภักดิ์ ภายใต้อุณาโลมเปล่งรัศมี อักษรตอนล่างว่า “ สรรพสามิตต์ ” ริมขอบล่างมีลวดลายกนกล้อมรอบนกวายุภักษ์  ซึ่งมีปรากฏในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายราชการตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช 2482 ต่อมาในปีพุทธศักราช 2493 ได้เปลี่ยนชื่อ “ กรมสรรพสามิตต์ ” เป็น “ กรมสรรพสามิต ” แต่มิได้มีการเปลี่ยนแปลง คำว่า “ สรรพสามิตต์ ” ในดวงตราประจำกรมแต่อย่างใด
http://www.excise.go.th/index.php?id=424&L=1%2520and%25201%253D0%2520union%2520select%2520*%252F

7.   กรมพลศึกษา ตราพระพลบดี
เป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ  แต่ทางกรมมีศัพท์เรียกเฉพาะว่า พระพลบดี แปลว่า เจ้าแห่งพละกำลัง
ตรา พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณมือถือวชิราวุธเป็นอาวุธ คล้ายกันกับตราประจำกรุงเทพมหานคร แต่พระพลบดีหรือพระอินทร์ของกรมพลศึกษา นั้น วชิราวุธเป็น 2 ด้าน 2 คม และช้างเอราวัณมี 3 เศียร ส่วนของกรุงเทพมหานคร วชิราวุธมีด้านเดียว และช้างก็มีเศียรเดียว http://www.vcharkarn.com/vcafe/4683/2
กรมพลศึกษา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2477 ในชื่อ กรมพลศึกษา เป็นส่วนราชการระดับกรม สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม และถ่ายโอนภารกิจของกรมพลศึกษา แยกออกไปสังกัดกับหน่วยงานต่างๆ เช่น งานสารวัตรนักเรียน ไปขึ้นกับสำนักพัฒนานักเรียนนักศึกษาและกิจการพิเศษ งานลูกเสือ ไปขึ้นกับสำนักกิจการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนกิจการด้านการผลิตบุคลากรทางการศึกษา ไปขึ้นกับสถาบันการพลศึกษา และภารกิจด้านการส่งเสริมและพัฒนาการพลศึกษา สุขภาพ นันทนาการ เป็นสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ให้เปลี่ยนชื่อสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ กลับไปเป็น กรมพลศึกษาเช่นเดิม ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่อสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ เป็นกรมพลศึกษา พ.ศ. 2553 มีผลบังคับใช้ คือ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2

8.   กรมตำรวจ ตราหนุมานสี่กร
ตำรวจไทยเกิดเป็นรูปแบบองค์กรครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดให้จัดตั้งองค์กรตำรวจและปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของไทยให้เป็นระบบ แสดงความเป็นอารยะทัดเทียมตะวันตกโปรดให้ใช้สัญลักษณ์เป็นรูป "หนุมานสี่กร"
ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเปลี่ยนตราสัญญลักษณ์มาใช้รูปพระแสงดาบเขนและโล่ เป็นรูปวงกลมเส้นคู่สองชั้น วงนอกเป็นลายพรรณพฤกษา วงในเป็นลายใบเทศผูกลายเป็นรูปหน้าสิงห์หรือหน้ายักษ์เรียกว่าจตุรมุข ตามธรรมเนียมโบราณที่แกะสลักรูปหน้ายักษ์จตุรมุขไว้บนหน้าบันประตู ทั้งสี่ทิศของปราสาทหิน ด้วยความเชื่อว่าเป็นผู้พิทักษ์ทวารเข้า-ออก ปกป้องคุ้มครองและขจัดสิ่งชั่วร้ายส่วน "ดาบ" ที่คาดติดอยู่ในปลอก มีลวดลายกนก ทั้งนี้สัญลักษณ์ไม่จำกัดสีและขนาด
http://logosociety.blogspot.com/2010/07/blog-post_5798.html





บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 121  เมื่อ 03 มี.ค. 11, 16:04

๓.ตราหอระมาน (หนุมาน) ประจำจังหวัดเชียงราย
อดีตพ.ศ. ๒๔๓๗ พระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่รัชกาลที่ ๕ได้พระราชบัญญัติจัดตั้งมณฑลต่าง ๆ ขึ้น ยุคนี้มีการรวมอาณาจักรล้านนาอันเป็นเมืองประเทศราชเข้าเป็นมณฑลพายัพโดยมีการส่งข้าหลวงต่างพระเนตรพระกรรณขึ้นมาปกครองแทนเจ้าเมืองหรือเจ้าหลวงและต่อมาได้กลายมาเป็นการปกครองโดยผู้ว่าราชการจังหวัด โดยสมัยนั้นเรียกว่าข้าหลวงประจำจังหวัดพายัพภาคเหนือ รับราชกาลต่างพระเนตรพระกรรณพระมหากษัตริย์สำหรับในจังหวัดเชียงรายได้มีพระภักดีณรงค์เป็นข้าหลวงคนแรกมาปกครองเมืองเชียงราย
แหล่งอ้างอิง http://board.palungjit.com/f17/%E0%B8%9E%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-148241.html


บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 122  เมื่อ 03 มี.ค. 11, 16:10

โอ้โฮ  ใส่กันใหญ่เลย   หมดไส้หมดพุงหรือยังเนี่ย  
แต่ขอตั้งสังเกตก่อนตรวจหน่อยเถอะว่า  ข้อมูลเหมือนกันโดยมากเลย
มีที่ต่างกันน้อยที่นัก   ดูจะหนักไปทางรูปนะ
พิมพ์ผิดก็มี มีที่ให้หักคะแนนเยอะเลย
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 123  เมื่อ 03 มี.ค. 11, 16:36

โอ้โฮ  ใส่กันใหญ่เลย   หมดไส้หมดพุงหรือยังเนี่ย 
แต่ขอตั้งสังเกตก่อตรวจหน่อยเถอะว่า  ข้อมูลเหมือนกันโดยมากเลย
มีที่ต่างกันน้อยที่นัก   ดูจะหนักไปทางรูปนะ
พิมพ์ผิดก็มี มีที่ให้หักคะแนนเยอะเลย

ถ้าคุณหลวงพิมพ์ผิดจะขอคะแนนเพิ่มได้ไหมคร้าบบบบบบ
โอ้โฮ  ใส่กันใหญ่เลย   หมดไส้หมดพุงหรือยังเนี่ย 
แต่ขอตั้งสังเกตก่อตรวจหน่อยเถอะว่า  ข้อมูลเหมือนกันโดยมากเลย
มีที่ต่างกันน้อยที่นัก   ดูจะหนักไปทางรูปนะ
พิมพ์ผิดก็มี มีที่ให้หักคะแนนเยอะเลย  เจ๋ง ยิ้มเท่ห์ แลบลิ้น
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 124  เมื่อ 03 มี.ค. 11, 16:42


       แวะมาอ่านอย่างเดียวค่ะ        ไม่ได้หัวเราะเลย 
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 125  เมื่อ 03 มี.ค. 11, 16:43

ดีใจที่คุณ Wandee แวะเข้ามาค่ะ หายไปหลายวันเลยนะคะ คิดถึงจัง  ยิงฟันยิ้ม

แวะมาอ่านอย่างเดียวค่ะ        ไม่ได้หัวเราะเลย  

หนูว่า หนูได้ยินเสียงหัวเราะ ดังมาแว่วๆ นะคะ..ฮิฮิ..

(ขอตอบข้อ ๘๑ ต่อค่ะ)  ยิงฟันยิ้ม

9. อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ตราหนุมาน
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย ได้ทรวงผนวชหลายพรรษาก่อนเสวยราชสมบัติ จึงมีเวลาศึกษาวิทยาการต่าง ๆ ทั้งใหม่เก่าจนเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกในเอเชียที่สามารถตรัส เขียนภาษาอังกฤษได้รวมทั้งสอบเปรียญทางภาษาบาลี-สันสกฤต อีกด้วย เมื่อขึ้นครองราชต่อจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นพระเชษฐาธิราชแล้ว จึงทรงรับมือกับสถานการณ์ใหม่ ๆ ต่อชาวต่างประเทศได้ดี สำหรับการปกครองภายในประเทศนั้นก็ทรงปรับปรุงตัวบทกฎหมายมี พระบรมราชโองการต่าง ๆ หลายฉบับซึ่งเป็นสำนวนภาษาอันรัดกุม สละสลวยยิ่ง ส่วนชื่อเมืองที่ไม่ไพเราะขัดหูก็ทรงพระกรุณาพระราชทานชื่อให้ใหม่ โดยอิงชื่อเดิมอย่างถูกต้อง ซึ่งมีอยู่ 3 เมืองคือ เมืองบางสะพาน เปลี่ยนเป็น เมืองประจวบคีรีขัน คู่กับเมืองเกาะกง ฝั่งตรงข้ามอ่าวไทยเป็นเมืองจันต์คีรีเขต (ต่อมาฝรั่งเศสยึดครองและยกให้เขมร) อีกเมืองหนึ่งอยู่บริเวณภูพานได้ทรงเปลี่ยนชื่อ จากเมืองสกลทวาปี เป็นสกลนคร เมื่อ พ.ศ. 2381 เมืองนี้เป็นเมืองของชาวย้อถือเป็นเมืองพี่ แล้วพระองค์ก็ได้ยก “ บ้านกุดลิง ” ของชาวโย้ยซึ่งเป็นเมืองน้อง พระราชทานชื่อใหม่ให้คล้องจองกันเป็นเมือง “ วานรนิวาส ” เมื่อวันจันทร์แรม 1 ค่ำ เดือน 8 ปีระกา ตรีศกจศ. 1223 ตรงกับวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2404
บ้านกุดลิง (วานรนิวาส) มีชื่อมาจากคำว่า กุด คือลำน้ำที่ไหลมาหยุด ส่วนลิงนั้นมิใช่มีลิงมากแต่เพราะมีต้นหูลิงอยู่มาก ต้นหูลิงนั้นบางคนเรียกว่า “ ต้นหูหมาน ” กินได้เป็นยา ตำนานบางเรื่องว่า คือ “ สังกรณี-ตรีชวา ” เมื่อหนุมานเหาะมาจากเขาสุวรรณบรรพตแล้วเหาะผ่านมา บางส่วนกระเด็นมาตกเป็น “ ภูลังกา ” อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ต้นสมุนไพรสังกรณี-ตรีชวาจึงงอกแพร่พันธุ์เรียกว่าต้นหูหมาน (หนุมาน) หรือหูลิงเพราะใบเหมือนหูลิงมาก จึงเป็นที่มาของการใช้รูปหนุมาน เป็นตราประจำอำเภอ
http://wanonniwat.sakonnakhon.doae.go.th/html/resume.html

10. ตราพระราชลัญจกรมหาสุรสิงหนาท รูปพระลักษณ์ทรงหนุมาน
ตราพระราชลัญจกรมหาสุรสิงหนาทนี้เป็นรูปพระลักษณ์แผลงศร ทรงหนุมานแผลงฤทธิ์ ออกศึกสงคราม เป็นตราประจำพระองค์ของ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ ๑
ความหมายของตรา เส้นรัศมีที่พุ่งออกมาโดยรอบ ภายในวงกลมสีแดง หมายถึง พระอัจฉริยภาพของพระองค์ ที่แสดงแสนยานุภาพแผ่ไพศาลไปทุกสารทิศส่วนขอบที่มีลักษณะเป็นเส้นร้อยคล้องต่อกันนั้น หมายถึง ความร่วมมือ ร่วมใจ ด้วยความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
http://www.google.co.th/imglanding?q=%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99&imgurl=http://www.surasee.com/images/sub_1262658367/111.gif&imgrefurl=http://www.surasee.com/index.php%3Flay%3Dshow%26ac%3Darticle%26Id%3D538973075%26Ntype%3D5&usg=__ufxo-7M639u0SeoG4_uP0oLPcbE=&h=500&w=531&sz=144&hl=th&zoom=1&tbnid=nFXXTBXraQY29M:&tbnh=124&tbnw=132&ei=sGZvTbaRHoq8rAeOiNmEDw&prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%26start%3D20%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DN%26tbs%3Disch:1&um=1&itbs=1&start=31&um=1&sa=N&tbs=isch:1#tbnid=nFXXTBXraQY29M&start=35

11. กองพันทหารช่างที่ 112 กรมทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ ตราหนุมาน
ตราสัญลักษณ์ เป็นรูปหนุมาน ทหารเอกของพระราม เหาะอยู่กลางอากาศ มือซ้ายถืออาวุธตรี หันหน้าไปทางขวาเบื้องล่างสุดมีแพรแถบปลายแฉกสะบัดขึ้นทั้งสองข้าง กลางแพรแถบมีคำว่า  " กองพันทหารช่างที่ ๑๑๒ "
http://chor112.com/html/history_112.html

12. ตำบลโคกย่าง อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ตราพระรามแผลงศร
ตราประจำองค์การบริหารส่วนตำบลโคกย่าง อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ใช้ตราพระรามแผลงศร หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
http://www.kokyang.go.th/web/index.php/mainmenu





บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 126  เมื่อ 03 มี.ค. 11, 16:49

โอ้โฮ  ใส่กันใหญ่เลย   หมดไส้หมดพุงหรือยังเนี่ย 
แต่ขอตั้งสังเกตก่อตรวจหน่อยเถอะว่า  ข้อมูลเหมือนกันโดยมากเลย
มีที่ต่างกันน้อยที่นัก   ดูจะหนักไปทางรูปนะ
พิมพ์ผิดก็มี มีที่ให้หักคะแนนเยอะเลย

ถ้าคุณหลวงพิมพ์ผิดจะขอคะแนนเพิ่มได้ไหมคร้าบบบบบบ
โอ้โฮ  ใส่กันใหญ่เลย   หมดไส้หมดพุงหรือยังเนี่ย 
แต่ขอตั้งสังเกตก่อตรวจหน่อยเถอะว่า  ข้อมูลเหมือนกันโดยมากเลย
มีที่ต่างกันน้อยที่นัก   ดูจะหนักไปทางรูปนะ
พิมพ์ผิดก็มี มีที่ให้หักคะแนนเยอะเลย  เจ๋ง ยิ้มเท่ห์ แลบลิ้น

คนละเรื่องเดียวกันเลย   ถ้าผิดน้อยแห่ง  ผมก็ไม่หักคะแนน
แต่ถ้าผิดมาก ๔ แห่งขึ้นไป  ผมต้องหักบ้าง  เพราะเวลาที่ให้ตอบ
ก็ให้เวลาอยู่   อยากให้คนตอบพิถีพิถันมากกว่านี้ 
ถ้าเป็นข้อความโต้ตอบธรรมดา  ถึงพิมพ์ผิดก็ไม่หักคะแนน

การแซวผู้ตั้งคำถามอย่างนี้  นอกจากไม่ขำแล้ว
อาจจะทำให้คะแนนหดหายได้ด้วย   พึงระวัง
เพราะพักนี้หงุดหงิดง่ายจังเลย
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 127  เมื่อ 03 มี.ค. 11, 17:55

(ขอตอบข้อ ๘๑ ต่อค่ะ)

13. สำนักงานเทศบาลเมืองลพบุรี ตรานารายณ์ทรงศร
       ดวงตราเครื่องหมายของเทศบาลนี้เป็นรูปพระนารายณ์ทรงศร เพราะเมืองลพบุรีสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็นผู้ทรงสร้างขึ้นและโดยที่มีเรื่องรามเกียรติ์ ที่ว่าพระนารายณ์อวตารมาเป็นพระรามช่วยมนุษย์รบกับยกษ์ (ทศกัณฐ์) เทศบาลจึงได้กำหนดดวงตราเครื่องหมายเป็นรูปพระนารายณ์ทรงศร เพื่อให้เป็นศิริมงคลแก่เมือง และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
      รายละเอียดของตรา เป็นตรารูปกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15.07 เซนติเมตร และอาจย่อลงเล็กลงเท่าไรก็ได้ ตามความประสงค์
รูปลักษณะ ตรงกลางมีรูปพระราม (พระนารายณ์อวตาร) ยกศรชื่อมหาธนูโมลี เป็นศรของพระอิศวรที่ทรงใช้ปราบยักษ์ตรีบุรัม แล้วประทานไว้ที่เมืองมิถิลา ต่อมาท้าวขนกจักรวรรดิเจ้าเมืองมิถิลาได้ใช้ศรเล่มนี้สำหรับเสี่ยงทายหาคู่อภิเษกให้นางสีดาและพระรามเป็นผู้ยกได้

          ครั้นถึงจึ่งยื่นพระหัตถ์ขวา      อันมีลักขณาประภัสสร
งามดั่งงวงเทวกุญชร                      พระสี่กรจับคันศิลปชัย
อันมหาธนูสิทธิศักดิ์                        จะหนักพระหัตถ์ก็หาไม่
ยกขึ้นได้คล่องว่องไว                       ภูวไนยกกวัดแกว่งสำแดงฤทธิ์

วรรณคดีไทยรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 1
โรงพิมพ์คุรุสภา เล่ม 1 หน้า 388

และมีลายช่อกนกประกอบอยู่สองข้าง เบื้องบนมีอักษร "สำนักงานเทศบาลเมืองลพบุรี" เบื้องล่างมีอักษร "จังหวัดลพบุรี"
สีพื้นเป็นสีเหลืองนวล (นวลจันทร์) หมายถึงสีประจำวันจันทร์ ซึ่งตรงกับวันประสูติของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตามหลักฐานในพระพงศาวดาร
หากจะพิมพ์บนหัวกระดาษเป็นลายเส้นสีเดียว ควรใช้สีเขียว อันเป็นสีแสดงสัญญลักษณ์ของเทศบาล
http://www.lopburicity.com/history.htm

14. จังหวัดอุดรธานี ตราประจำจังหวัด ท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวกุเวร)
      ตราประจำจังหวัดอุดรธานี เป็นรูปท้าวเวสสุวัณหรือท้าวกุเวร ภาษาทมิฬ เรียกว่า กุเปรัน ซึ่งมีเรื่องอยู่ในรามเกียรติ์ว่าเป็นพี่ต่างมารดาของทศกัณฐ์ เป็นพญายักษ์ถือกระบอง ซึ่งเป็นท้าวโลกบาล ผู้คุ้มครองรักษาโลกประจำอยู่ทิศเหนือหรือทิศอุดร จังหวัดอุดรธานีจึงได้ใช้รูปท้าวเวสสุวัณเป็นตราประจำจังหวัด โดยกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบเมื่อ พ.ศ. 2483
http://www.okkid.net/home/blog_journal_detail.php?journal_id=4065

15. จังหวัดน่าน ตราเมืองเป็นรูปโคอุศุภราช
      ตราเมือง ในอดีตทำด้วยงาช้างกลึงทรงกรวยกระบอก หัวเม็ดบริเวณหน้าสัมผัสที่ใช้กดประทับ และสลักเป็นรูปทรงกลม ภายในมีลวดลายสลัก เป็นรูปโคอุศุภราชล้อมรอบด้วยลายช่อกนกประกอบพื้นช่องไฟ ดวงตรานี้เจ้าผู้ครองนครน่าน ทรงใช้เป็นตราเมืองสำหรับประทับในหนังสือ กราบบังคมทูลถวายรายงานข้อราชการแก่พระมหากษัตริย์ในกรุงรัตนโกสินทร์ และประทับในหนังสือราชการงานเมืองต่าง ๆ
     จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2481 เมื่อ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีการริเริ่มออกแบบ ดวงตราประจำจังหวัด โดยให้ยึดหลักองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด เช่น ปูชนียวัตุถหรือปูชนียสถานที่สำคัญ ที่ประชาชนในจังหวัดให้ความเคารพ กราบไหว้บูชา
      จังหวัดน่านจึงจัดทำตราเมืองแบบใหม่ขึ้น โดยดวงตราแบบใหม่นี้ ยังคงไว้ซึ่งสัญลักษณ์และความหมายของตราเมืองที่เคยใช้อยู่เดิม ได้ปรับปรุงโดยเปลี่ยน รูปโคอุศุภราชเสียใหม่ ให้แลดูสง่างามและเพิ่มพระบรมธาตุเจดีย์ อันเป็นปูชนียสถานเก่าแก่ที่สำคัญ และเป็นศูนย์รวมจิตใจ คู่บ้านคู่เมืองของน่านคือ เจดีย์พระธาตุแช่แห้ง และปรับปรุงลายช่อกนกประกอบพื้นช่องไฟให้แลดูเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น ส่วนการให้สี กำหนดใช้ตามความเหมาะสมสวยงามทางด้านศิลปะ
http://www.siamsouth.com/smf/index.php?topic=15832.0

(โคอุศุภราช เป็นพาหนะของพระอิศวร ปรากฏในรามเกียรติ์ตอนพระสัตรุดต้องหอกเมฆพัท หอกนี้พระอิศวรให้แก่สุริยาภพไว้ มียาแก้พิษคือต้องใช้ จันทน์แดงกับมูลอุศุภราช บดด้วยหินบดยาและลูกหินบดยาที่อยู่คนละที่กัน)  







บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 128  เมื่อ 04 มี.ค. 11, 00:34

      
       คุณหนูดีดี  น่าจะได้ดาวทองเพราะขยันจัง  และจะต้องพาไปฉลองกินทีรามิสึชิ้นโตๆ กับน้ำชาขาวในถ้วยเดมิตาส(ทั้งบ้านมีอยู่ ๔ ถ้วย)

คุณอาร์ตไปเฝ้าสวนส้ม   ไม่ได้ยินเสียงพระเดชพระคุณเรียกหาตัว  


      
       ข้าพเจ้าอ่านหนังสือ "เรื่องของตา  เรื่องของปู่"  จบแล้ว    มีตอนน่ารักๆหลายตอนเลย    ลายเซ็นของผู้ประพันธ์นั้นเขียนว่า  "เป็นผู้รักใคร่สนิทสนมเหมือนญาติ"

ได้มาสามอาทิตย์แล้วค่ะ             ท่านจขกทผู้อยากอ่านมากที่สุดประชดว่า  "ไปอิ๊บของใครมาล่ะ"

รับประทานลืมไปแล้วฤาว่าข้าพเจ้ารับของกำนัลเป็นหนังสือเท่านั้น  

มีประวัติของ คุณหลวงสุขกิจโกศล   ตาของตา

ตาของยาย  พระยาบรมบาทบำรุง

ตาของพ่อ   นายจรูญ  เอื้อชูเกียรติ

และ  ตาของแม่   นายสงัด  วสุธาร

พิมพ์ ธันวาคม ๒๕๕๑        แจกในงานอายุ ๖ รอบ ของคุณวิทยา  เวชชาชีวะ



       หนังสือที่น่าอ่านอีกเล่มคือ  เกร็ดพงศาวดาร รัชการที่ ๖       คงต้องมาตามขอลายเซ็นแถวๆนี้     ขอกราบแสดงความยินดีกับท่านผู้ประพันธ์ด้วยค่ะ

เรียนขออนุญาต      คัดลอกมาฝากเรือนไทยสักตอนหนึ่ง  เพื่อเป็นความรู้สืบไป


       ขออภัยที่ละเมิดเนื้อที่ของกระทู้ที่มีสาระที่สุดกระทู้หนึ่ง      
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 129  เมื่อ 04 มี.ค. 11, 10:03

ฮ่าฮ่า..มีหนูดีดี ตอบอยู่คนเดียว ท่านอื่นคงติดธุระอยู่มั้งคะ...

(ขอตอบข้อ ๘๑ ต่อค่ะ)

"คชสีห์"เป็นสัตว์หิมพานต์ มีลำตัวเป็นราชสีห์ มีหัวเป็นช้าง จึงเรียกเป็นครึ่งช้างครึ่งราชสีห์ในเรื่องรามเกียรติ์ กล่าวถึงคชสีห์3 ตัว ว่าใช้เทียมรถศึกให้มูลพลัมซึ่งเป็นอุปราชนครปางตาล ครั้งยกทัพไปช่วยทศกัณฐ์แต่ถูกศรพระลักษมณ์สิ้นชีวิต ในประวัติศาสตร์ไทยนั้น "คชสีห์" เข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำตำแหน่งเสนาบดีตั้งแต่สมัยอยุธยา มาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
http://www.sonsue.com/kodjasi.php
ชุดนี้เป็นตราคชสีห์ค่ะ

16. ตราคชสีห์พิชัยสงคราม
ดวงตราคชสีห์ พิชัยสงคราม  เป็นสัญลักษณ์แห่งมหาอำนาจวาสนา บารมี ดวงตรานี้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นตราประทับของกองทัพ และยังใช้เป็นตราของแม่ทัพ นายกองรบ สมัยนั้น อีกด้วย
http://www.akefuture.com/product_view.asp?pid=580

17. กระทรวงกลาโหม ตราคชสีห์
ตราประจำกระทรวงกลาโหม คือ ตราพระคชสีห์ ในพระธรรมนูญใช้ตรากล่าวไว้ว่า เป็นตราเจ้าพระยามหาเสนาบดี ฯ สมุหพระกลาโหม มีทั้งตราใหญ่ ตรากลาง และตราน้อย ในราชพิพิธพระคชสีห์
http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A1
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีบันทึกว่าได้ทรงโปรดให้ชำระสะสางระเบียบราชการ ซึ่งเคยมีอยู่มากมาย แต่กระจัดกระจายหายไปบางส่วนตั้งแต่ครั้งเสียกรุงแก่พม่า ครั้นชำระแล้วให้ประทับตรา พระราชสีห์ พระคชสีห์ และบัวแก้ว ไว้ทุกเล่มเป็นสำคัญ แล้วเรียกกฎหมายนี้ว่า "กฎหมายตรา 3 ดวง" ส่วนด้านการปกครองได้กำหนดตำแหน่งบังคับบัญชาไว้ 2 ตำแหน่งคือ สมุหนายก ให้บังคับหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวง ใช้ตราพระราชสีห์เป็นตราประจำตำแหน่ง และสมุหกลาโหม ให้บังคับหัวเมืองฝ่ายใต้ทั้งปวง รวมถึงทหารบก และทหารเรือ ใช้ตราคชสีห์เป็นตราประจำตำแหน่ง ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนไปใช้ตราครุฑเป็นตราแผ่นดิน ตราพระคชสีห์ ก็ไม่ได้ปลดระวางไปไหน แต่ถูกนำมาใช้เป็น เครื่องหมายราชการแห่งกระทรวงกลาโหมมานับแต่บัดนั้น
http://web.ruammid.com/go.php?url=http://www.sonsue.com/kodjasi.php

18. สำนักนายกรัฐมนตรี ตราคชสีห์
ตราราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นรูปกลม ลายกลางเป็นรูปรัฐธรรมนูญมีรัศมี ประดิษฐานอยู่บนพาน 2 ชั้น เหนือตั่ง มีรูปราชสีห์กับคชสีห์ยืนในท่าเผ่นหันหน้าเข้าหากันอยู่ 2 ข้าง
ตรานี้มีฐานะเป็นตราราชการ กำหนดอยู่ในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายตราราชการ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช 2482 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2482 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 56 วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2482 หน้า 2372
โดยตราราชการตรานี้ ถือว่าเป็นตราราชการประจำของรัฐบาลไทย
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Seal_Prime_Minister_of_Thailand.png

19. ตราพระคชสีห์น้อย  ตราพระคชสีห์ใหญ่ และตราพระคชสีห์เดินดง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าให้เป็นตราสำหรับตำแหน่งในกระทรวงกลาโหม ตามระเบียบการใช้ตรา ใน ร.ศ. 130 (พ.ศ. 2454)
โดย เสนาบดีกระทรวงกลาโหม ใช้ตราคชสีห์ใหญ่ยืนแท่นลายเปลว ตราคชสีห์น้อยยืนแท่นลายเปลว และตราคชสีห์เดินดงลายใบไม้
และ ปลัดทูลฉลอง กรมปลัดทัพบก ใช้ตราคชสีห์ยืนแท่นลายเปลว มีอักษรว่า "ปลัดทูลฉลอง"
ปัจจุบัน ทั้งสองตำแหน่งได้ยกเลิกไปแล้ว
http://thaindc.org/files/M29(1).pdf





บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 130  เมื่อ 04 มี.ค. 11, 10:46

วันนี้งดตั้งคำถาม ๑ วัน  เพราะเจ้าของกระทู้มีภารกิจติดพันมาก
คำถามจะเริ่มตั้งอีกในวันจันทร์ที่ ๗ มีนาคม  ๒๕๕๔
จึงแจ้งมาให้รับทราบโดยทั่วกัน   

หลวงเล็ก
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 131  เมื่อ 04 มี.ค. 11, 10:48

ค่ะ..สงสัยคุณหลวง จะมึน ตราของหนูดีดี.. ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 132  เมื่อ 04 มี.ค. 11, 10:54

ค่ะ..สงสัยคุณหลวง จะมึน ตราของหนูดีดี.. ยิงฟันยิ้ม

ผมเองก็งง  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 133  เมื่อ 04 มี.ค. 11, 13:10

ค่ะ..สงสัยคุณหลวง จะมึน ตราของหนูดีดี.. ยิงฟันยิ้ม

คงจะใช่ครับ   คุณหลวงจากกระทรวงมุรธาธรที่ตั้งคำถามก็งง
ทำไมไม่เอาเฉพาะตราที่เห็นชัดๆ แจ้งๆ ว่าเกี่ยวข้องกับรามเกียรติ์
ตอบอย่างนี้  ออกจะเป็นการทอดแหลากอวนตาถี่
ติดหมดไม่ว่าจะเป็นปลาเล็กปลาน้อย  กุ้งฝอย  แพลงก์ตอน  ไรน้ำ
ซึ่งได้มาแล้วก็ใช้การอะไรไม่ได้
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 134  เมื่อ 04 มี.ค. 11, 13:16

หนูดีดี ก็ว่าที่ตอบมานี่เกี่ยวกะรามเกียรติ์นะคะ  ยิงฟันยิ้ม
มีแค่ตราของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เดิมเป็นตราหนุมานสี่กร น่ะค่ะ
หาแทบพลิกเน็ท ก็เจอแต่หนุมานแบบปลุกเสกค่ะ เลยเอาตราปัจจุบันมาให้ดูแทน... ยิงฟันยิ้ม

(คุณหลวง ตรวจและหักคะแนนได้ตามสบายนะคะ เอ!หรือว่าไม่มีคะแนนจะให้หัก.. ยิงฟันยิ้ม)
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10 11 ... 46
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.047 วินาที กับ 19 คำสั่ง