เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 20
  พิมพ์  
อ่าน: 94545 เจ้าชายยอร์ช วอชิงตัน แห่งสยาม กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ วังหน้าพระองค์สุดท้าย
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 23 ก.พ. 11, 15:45

๓.  แบบที่สามเป็นหุ่นที่เราอาจเคยเห็นมากกว่าแบบอื่น  คือ หุ่นกระบอก เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดย ม.ร.ว. เถาะ  พยัคฆเสนา  ได้ประดิษฐ์ขึ้นมาเลียนแบบหุ่นของนายเหน่งที่อยู่หัวเมืองเหนือ แล้วตั้งคณะหุ่นกระบอก  ออกแสดงทั่วไป จนได้รับความนิยม
     หุ่นแบบนี้มีแกนเป็นไม้กระบอกยาวประมาณ 9 นิ้ว หัวหุ่นทุกหัวจะต้องมีแกนไม้ต่อจากคอหุ่นลงมา  สำหรับเสียบกับไม้กระบอกซึ่งเป็นลำตัวของหุ่น เครื่องแต่งกายของหุ่นคล้ายโขนและละคร   แต่ไม่ได้มีทั้งตัวอย่างหุ่นหลวงและหุ่นวังหน้า     ท่อนล่างเป็นเสื้อยาวคล้ายถุง   เคลื่อนไหวร่างกายเฉพาะท่อนบน   มีคนเชิดหลายคน


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 23 ก.พ. 11, 16:14

๓.  แบบที่สามเป็นหุ่นที่เราอาจเคยเห็นมากกว่าแบบอื่น  คือ หุ่นกระบอก เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดย ม.ร.ว. เถาะ  พยัคฆเสนา  ได้ประดิษฐ์ขึ้นมาเลียนแบบหุ่นของนายเหน่งที่อยู่หัวเมืองเหนือ แล้วตั้งคณะหุ่นกระบอก  ออกแสดงทั่วไป จนได้รับความนิยม
     หุ่นแบบนี้มีแกนเป็นไม้กระบอกยาวประมาณ 9 นิ้ว หัวหุ่นทุกหัวจะต้องมีแกนไม้ต่อจากคอหุ่นลงมา  สำหรับเสียบกับไม้กระบอกซึ่งเป็นลำตัวของหุ่น เครื่องแต่งกายของหุ่นคล้ายโขนและละคร   แต่ไม่ได้มีทั้งตัวอย่างหุ่นหลวงและหุ่นวังหน้า     ท่อนล่างเป็นเสื้อยาวคล้ายถุง   เคลื่อนไหวร่างกายเฉพาะท่อนบน   มีคนเชิดหลายคน

ขออนุญาตนอกเรื่องไปนิด แต่สืบเนื่องหุ่นกระบอกต่อมาจาก  ม.ร.ว. เถาะ พยัคฆเสนาสู่หุ่นกระบอกขอพ่อคุณยายชื้น นายเปียก ประเสริฐกุล  และคุณยายชื้น และสืบทอดด้วยหุ่นกระบอก อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 23 ก.พ. 11, 16:44

ไม่นอกเรื่องหรอกค่ะ  อยากฟังเรื่องหุ่นกระบอกของอ.จักรพันธุ์เหมือนกัน  เป็นหุ่นที่สวยจริงๆ
แต่ตอนนี้ขอต่อประเภทของหุ่นให้จบก่อน
๔  หุ่นละครเล็ก  เป็นหุ่นที่ครูแกร ศัพทวนิช สร้างขึ้นเมื่อ ๗๐ กว่าปีก่อน   ลักษณะเหมือนหุ่นหลวง แต่ว่าดัดแปลงให้สายใยน้อยลง  ตัวหุ่นสำคัญๆต้องใช้คนเชิดพร้อมกันถึง ๓ คน          ปัจจุบันผู้เชิดเป็นเหลืออยู่นับคนได้ คือ คณะสาครนาฏศิลป์ ของ ครูสาคร ยังเขียวสด หรือ "โจหลุยส์" ซึ่งยังคงสืบทอดศิลปะการแสดงหุ่นละครเล็กไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานอยู่ในปัจจุบันนี้

บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 23 ก.พ. 11, 17:49

^
๒.  หุ่นวังหน้า   ที่กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญโปรดฯให้สร้างขึ้น เป็นหุ่นขนาดเล็กสูงประมาณ 1 ฟุต มี 2 ชนิด คือ หุ่นจีนและหุ่นไทย
               ๑.  หุ่นจีน มีลักษณะเป็นหุ่นมือตระกูลฮกเกี้ยน  เครื่องแต่งกายเลียนแบบเครื่องงิ้ว แต่ท่อนล่างเป็นถุงผ้าสำหรับคลุมมือ มีขา
และเท้า ใช้นิ้วเชิดบังคับให้เคลื่อนไหว


หุ่นจีนวังหน้า เล่นเรื่องอะไรครับอาจารย์เทา
สามก๊กหรือเปล่า ฮืม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 23 ก.พ. 11, 18:10

มีเรื่องซวยงัก  หลวงจีนเจ้าชู้ และสามก๊ก ค่ะ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 07:32

เพิ่มเติมหุ่นจีนที่กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญทรงสร้างขึ้น เพื่อเล่นเรื่องพงศาวดารจีน "ซวยงัก" ตอน กิมงิดตุด ตีเมืองลูอันจิงแตก และตอนเล็กเต็งเชือดคอตาย และเรื่องเบ็ดเตล็ดตอน หลวงจีนเจ้าชู้เกี้ยวหญิง.......จากหนังสือคุณยายหุ่นกระบอก ยายชื้น ประเสริฐกุล หน้า ๘๐

"ซวยงัก" เป็นพงศาวดารจีน ในสมัยราชวงศ์ซ้อง/ซ่ง (พ.ศ. 1503-1819) เริ่มเรื่องเมื่อเตียคังเอี๋ยนได้เป็นปฐมกษัตริย์พระนามว่า "ซ้องไทโจ๊วฮ่องเต้" และมีกษัตริย์ปกครองประเทศจีนเรียงลำดับไปดังนี้

ลำดับ

   ชื่อฮ่องเต้                    จำนวนปีที่ครองราชสมบัติ             หมายเหตุ
 
 1.ซ้องไท่จู่                             16 ปี                      ค.ศ. 960-976
  
 2.ซ้องไทจง                            21 ปี                      ค.ศ. 976-997
 
 3.ซ้องเจินจง                           25 ปี                      ค.ศ. 997-1022
  
 4.ซ้องเหยินจง                         41 ปี                      ค.ศ. 1022-1063
  
 5.ซ้องอินจง                              4 ปี                      ค.ศ. 1063-1067

 6.ซ้องเสินจง                            18 ปี                      ค.ศ. 1067-1085
  
 7.ซ้องเจ๋อจง                            15 ปี                      ค.ศ. 1085-1100

 8.ซ้องฮุ่ยจง                             26 ปี                     ค.ศ. 1100-1126  (ต้นเรื่องซวยงัก)
 
เริ่มเรื่องเมื่อ พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ เสวยราชย์ (ชาติก่อนเป็นเทพารักษ์) ชอบบูชาเทพยาดาและเทพารักษ์ วันหนึ่งทำคำอธิษฐานถึง"เง็กเซียนฮ่องเต้" (ผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์) เขียนผิดเป็นคำหยาบไป เง็กเซียนฮ่องเต้ขัดเคืองสั่งให้ "มังกรหนวดแดง" ไปเกิดเป็นบุตรเจ้าเมือง ไตกิมก๊ก

หลวงจีนชั้นผู้ใหญ่ผู้หนึ่งกำลังเทศนาให้เหล่าเทวดาฟัง ทันใดนั้น "ค้างคาว" เพศเมียตัวหนึ่งฟังธรรมเพลินไปจึงถ่ายอุจจาระมาถูกเทวดา "นกอินทรี" อยู่ในที่นั้นด้วย โกรธค้างคาวจึงบินไปจิกค้างคาวตาย ค้างคาวตายไปก็มีจิตอาฆาตจะไปเกิดเป็นมนุษย์คอยจองเวรนกอินทรี  

    หลวงจีนผู้วิเศษจึงสั่งให้ นกอินทรีไปเกิดเป็นมนุษย์เพื่อใช้เวรให้หมดและไปช่วยเจ้าแผ่นดินซ้องปราบมังกรหนวดแดงด้วย

   เมื่อนกอินทรีบินไปหาที่จุติ ไปพบ "มังกร" ตัวหนึ่งเล่นน้ำอยู่ที่แม่น้ำอึ้งโห จึงบินลงไปโฉบจิกเอาตามังกรบอดไปข้างหนึ่ง มังกรตัวนั้นก็มีความอาฆาตคิดจะตอบแทนนกอินทรีให้ได้

    นกอินทรีไปจุติอยู่ในท้องของนาง"เอียวสี" ภรรยา "งักหัว" เศรษฐีเมืองเซียงจิว เมื่อครบกำหนดนางเอียวสี คลอดบุตรเป็นชายได้ชื่อว่า "งักฮุย"  เมื่องักฮุยเกิด (ประมาณ พ.ศ. 1646) ได้ 3 วัน มังกรตาบอดมีความอาฆาต ก็ตามมาที่เมืองเซียงจิวทำให้ฝนตกหนักน้ำท่วมราษฎรตายกันทั้งตำบล งักหัวบิดางักฮุยก็ถึงแต่ความตาย ส่วนมารดางักฮุยนางเอียวสีอุ้มบุตรลงไปอยู่ในโอ่ง งักฮุยกับมารดาจึงรอดตาย

   เมื่อเง็กเซียนฮ่องแต่แจ้งว่ามังกรที่แม่น้ำอึ้งโหทำให้น้ำท่วมราษฎรตาย จึงสั่งให้เอาตัวมังกรไปประหาร เมื่อมังกรตาบอดจะตาย มีใจเจ็บแค้นนกอินทรี จึงไปเกิดเป็นมนุษย์เพื่อคอยล้างผลาญนกอินทรีอยู่ที่เมืองเปียนเหลียน (เมืองหลวงราชวงค์ซ้อง)

   งักฮุยพอโตขึ้นก็ได้เรียนตำราพิชัยสังคราม พระเจ้าซ้องฮุยฮ่องเต้ชราภาพลงก็มอบเวรราชสมบัติให้ไทจือปกครอง พระนามว่า "ซ้องคิมจงฮ่องเต้" (เป็นกษัตริย์ที่โง่เขลา)

   ฝ่ายพวกฮวนเมืองไตกิมก๊ก (เผ่าแมนจู) อยู่ฝ่ายเหนือนอกเขตแดนจีน ส่งสายลับมาสืบความที่เมืองเปียนเหลียน ได้ทราบความเป็นไปแล้ว ลังจู้เจ้าเมือง จึงส่งบุตรชายคนที่ 4 ชื่อ "กึมงิดตุด" (มังกรหนวดแดง) เป็นแม่ทัพมาตีเมืองจีน

   กึมงิดตุด แม่ทัพฮวน ตีเมืองหน้าด่านของจีนจนเข้ามาถึงแดนเมืองหลวง เตียปังเชียงอัครมหาเสนาบดีของจีน ขุนนางกังฉิน สมคบกับแม่ทัพฮวน เจรจาให้ พระจ้าซ้องคิมจงฮ่องเต้ยอมแพ้ แล้วส่งพระอนุชาชื่อ "เตียอ๋อง" ไปเป็นตัวประกัน โดยมีขุนนางชื่อ "ชีนไคว่" (มังกรตาบอด) ติดตามไปด้วย พอเตียอ๋องไปถึงค่ายแม่ทัพฮวน ก็ถูกทหารฮวนลากลงมาจากม้าด้วยกำลังแรงขาดใจตาย เตียปังเชียงจึงไปลวงให้ พระเจ้าซ้องคิมจง ส่งพระอนุชาอีกองค์หนึ่งชื่อ "คังอ๋อง" ไปเป็นตัวประกันแทน กิมงิดตุด ชอบใจรูปร่างของคังอ๋องอยากให้เป็นกษัตริย์แทนพระเจ้าซ้องคิมจง จึงให้เตียปังเชียงไปลวง พระเจ้าซ้องคิมจง และไทเซียงฮอง (บิดากษัตริย์คืออดีตพระเจ้าซ้องฮุยจง) ให้ออกมานอกเมืองเปียนเหลียนแล้วจึงจับตัวส่งให้ขุนนางคุมไปอยู่เมืองไตกิมก๊ก

   พอกิมงิดตุดจัดแจงเมืองเปียนเหลียนเรียบร้อยแล้ว (ขนทรัพย์สมบัติไป) จึงให้เตียปังเชียงดูแลเมืองเปียนเหลียน ส่วนตัวเองก็ยกทัพกลับไปเมืองไตกิมก๊ก

  กษัตริย์ 2 พระองค์เมื่อไปถึงเมืองฮวน ก็ถูกนำไปคุมขังไว้ในหลุมมืด ส่วนคังอ๋องนั้นได้อยู่กับกิมงิดตุดสุขสบายดี พอปีหน้าฟ้าใหม่ กิมงิดตุดก็ยกกองทัพไปตีหัวเมืองขึ้นของเมืองเปียนเหลียน คังอ๋องก็ติดตามไปด้วย

  คังอ๋อง (พระราชบุตรที่เก้าของไทเซียงฮอง) หนีกิมงิดตุดข้ามแม่น้ำไปได้ ไปอยู่ที่เมืองกิมเหลง (เมืองหลวงเก่า) ตั้งตัวเป็นกษัตริย์นามว่า "พระเจ้าซ้องเกาจงฮ่องเต้" (พ.ศ. 1670-1704) แล้วมีหนังสือประกาศไปถึงหัวเมืองทั้งปวงให้ยกทหารมาช่วยที่เมืองกิมเหลง

   ถึงตอนนี้ราชวงศ์ซ้องเริ่มตั้งแต่พระเจ้าซ้องเกาจงเมืองหลวงจะอยู่ที่เมืองกิมเหลงแล้วย้ายไปเมืองนิ่มอัน เรียกว่า น่ำซ้อง หรือซ่งฝ่ายใต้  ส่วนก่อนหน้านั้นกษัตริย์ 9 พระองค์ ครองราชย์รวม 167 ปี ตั้งเมืองหลวงที่เมืองเปียนเหลียนเป็น ซ่งฝ่ายเหนือ

ในปี พ.ศ.2410  สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ฯ ได้จ้างจีนโตกับจีนแสอิมปั้นอั๋นแปลพงศาวดารในตอนนี้   เมื่อแปลแล้วได้ทั้งสิ้น 38 เล่มสมุดไทย  ต่อมาในปีพ.ศ.2412 จึงได้พิมพ์เป็นหนังสือเป็นครั้งแรก

ภาพฮ่องเต้ซ้องฮุ่ยจง ซึ่งเป็นยุคสุดท้ายแห่งราชวงศ์ซ้อง





บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 08:04


ขอเรื่องหลวงจีนเจ้าชู้เกี้ยวหญิงหน่อยค่ะ   คุณไซมีสที่รักและนับถือของสาวน้อย
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 08:45


ขอเรื่องหลวงจีนเจ้าชู้เกี้ยวหญิงหน่อยค่ะ   คุณไซมีสที่รักและนับถือของสาวน้อย

ผมไม่มีข้อมูลเรื่องหลวงจีนเกี้ยวผู้หญิง ครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ต้องขออภัยด้วย ถ้าผู้ใดมีก็ช่วยนำมาลงให้อ่านกันบ้างครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 09:26

ตัวอย่าง บทละคร หลวงจีนเจ้าชู้เกี้ยวผู้หญิง ค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 09:26

หน้า ๒


บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 09:42

ดูท่าจะเป็นพระนิพนธ์ของกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญกระมั้งครับ
อาจารย์เทา

เห็นว่าทรงเชี่ยวชาญทางด้านศิลปะ วรรณคดีอยู่พอสมควร
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30712

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 10:00

ใช่ค่ะ  ท้ายกระทู้นี้ดิฉันจะนำพระบวรราชนิพนธ์มาให้อ่านกัน  
ขอนำตัวอย่างมาให้อ่าน พอหอมปากหอมคอ


ลอยคว้างมาในกลางอัมพรพราย     ดังนารายณ์อุ้มองค์ลักษมี
กระซิกสรวลชวนองค์เทวี             พระหัตถ์ชี้ให้ชมดาราเรือง
นั่นธุวังดาราอยู่คงที่                  ประจำยอดจุฬามณีสีเหลือง
โน่นดาวโรหิณีสีประเทือง            ที่เยื้องถัดไปดาวไถธง
ดาวเต่าดาวสำเภาดาวกา            ดาวม้าขึ้นเรียงเคียงดาวหงส์
ดาวพระศุกร์สุกสีสว่างวง            โฉมยงนี่ดาวประกายพราย

หมายเหตุ  ธุวังดารา = ดาวเหนือ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 10:35

ได้อ่านจดหมายเหตุราชกิจรายวัน รัชกาลที่ ๕

วันที่ ๔๓๓๙ วันจันทร์ แรม ๙ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒ (ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๒๓)

วังหน้าทำของมาทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ มี กล่องจันทน์ กระโถน เขียนเรื่องรามเกียรติ์ ดุมกระ สายนาฬิกากระ

จึงนำมาฝากครับ


บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 10:37


กราบขอบพระคุณ  คุณเทาชมพูค่ะ

ได้เห็นก็ถือว่าบุญตัว    
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 10:45

ขอบคุณ อ.เทาชมพู ที่นำบทละครหลวงจีนเจ้าชู้มาให้ชม เลยขอจัดหอยกะพง ที่มีตามท้องเรื่องมาให้ครับ นางเมงจูคงจะผัดกับเต้าเจี้ยว หรือ ใส่ซีอิ๊ว ใส่เกลือ รับประทานกันอร่อย


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 20
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.081 วินาที กับ 19 คำสั่ง