เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 20
  พิมพ์  
อ่าน: 96977 เจ้าชายยอร์ช วอชิงตัน แห่งสยาม กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ วังหน้าพระองค์สุดท้าย
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31025

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 21 ก.พ. 11, 15:35

ตอนอ่าน   ดิฉันไม่ได้นึกอย่างที่คุณ siamese ค่ะ    เมื่อบอกว่าเป็นฉากจีน ก็เลยเข้าใจว่าเป็นฉากพับ ลับแล ที่กางออกมาเต็มที่แล้วเป็นที่กั้นห้องหรือทางเดินได้
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 21 ก.พ. 11, 17:07

ขอบพระคุณคุณเทาชมพูค่ะ

พยายามจะเก็บประวัติ จาก Siam Repository 1 and 2        สำหรับรายนี้ วิกิพีเดียมีอยู่พอใช้เลยค่ะ


       กระทรวงต่างประเทศอังกฤษแปลกมากที่ส่งพัลเกรฟ( Willlilam Gifford Palgrave)  มาสยามในตอนนั้น   เพราะเป็นข้าราชการฝีมือดีเยี่ยมในด้านอาหรับ

รู้ภูมิประเทศและเคยเดินทางลึกเข้าไปในดินแดนตะวันออกกลางทำงานให้องค์การทางศาสนาและจักรวรรดิฝรั่งเศส  ปลอมตัวเป็นมุสลิม

เพราะคนที่ไม่ใช่มุสลิมจะไม่สามารถผ่านทางไปได้เลย    ตอนที่อยู่ซีเรียก็ปลอมเป็นแพทย์ไซเรียน  มียาติดตัวและมีสินค้านิดหน่อย

อาจจะเป็นการสลับตำแหน่ง เพราะเมื่อ ๓ ปีก่อนเขาประจำอยู่มะนิลา  

       เป็นบุคคลมีชาติตระกูลเเมื่อเปรียบเทียบกับผู้สอนศาสนาและทหารประจำการในบริติชอินเดียในตอนนั้น    บิดาเป็นเซอร์ ฟรันซิส  พัลเกรฟ  

แม่ชื่ออลิซาเบธ เทอร์เนอร์    เคยบันทึกไว้ว่าตานั้นเป็นนายธนาคาร  เรียนหนังสือจบอ็อกซ์ฟอร์ด

พัลเกรฟเป็นลูกคนที่สอง  จึงต้องมาผจญภัยต่างแดนเพื่อสร้างตัว  ไม่เช่นนั้นก็ต้องไปเป็นทหาร หรือ รับใช้ศาสนา

       หลังจากเขาเดินทางกลับจากซีเรีย  เขียนหนังสือเรื่องการผจญภัยไว้เล่มหนึ่ง   ขายดีมากและพิมพ์ซำ้หลายครั้ง

ในเรื่องนี้  คงไม่มีบทบาทมาก   แต่ก็น่าสนใจอยู่ดี   ว่าในเวลานั้น  อังกฤษมีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาหลายคน

       การเป็นนักเรียนล่าม  นั้น  เด็กอังกฤษที่การศึกษาครึ่ง ๆ กลาง ๆ  ก็ได้ดีกันมาหลายคน

เพราะราชการอังกฤษอนุโลมให้เรียนเพิ่มเติมและสอบเลื่อนขั้นไปเรื่อย ๆ      


      
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 22 ก.พ. 11, 04:37


       กงสุลฝรั่งเศสในเมืองไทยในระยะต่อมาคือ  ดร. อาร์มองต์  ได้เสนอพระนามกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ

ไปยังกระทรวงศึกษาธิการและศิลปากร(Ministere  de  I'Instruction Publique et des Beaux Arts) ที่กรุงปารีส

แบะทรงได้รับประกาศนียบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขาวิชาช่าง  เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๖

(อ่านมาจาก  ของสวยของดีครั้งแผ่นดินพระพุทธ้จ้าหลวง  ของ ศาสตาจารย์พิเศษธงทอง  จันทรางศุ  พิมพ์ครั้งที่ ๓ (แก้ไขเพิ่มเติม) พ.ศ. ๒๕๕๓  หน้า ๓๔)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31025

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 22 ก.พ. 11, 09:29

^
ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ
************************
       บ็อกบรรยายไว้ว่า ห้องนี้สว่างด้วยตะเกียงน้ำมันมะพร้าวนับเป็นร้อยๆดวง   ผนังประดับกระจกอีกมากมายช่วยสะท้อนแสงให้สว่างไสว    สุดปลายห้อง จัดเครื่องแก้วตั้งไว้เหมือนเป็นที่บูชา   ตั้งตะเกียงไว้เต็ม   และบนยอดสุดตั้งพระพุทธรูปปิดทองไว้องค์หนึ่ง (คงหมายถึงโต๊ะหมู่บูชา)
      เขาบรรยายเจ้าคุณจอมมารดาเอมไว้ว่า เป็นสตรีสูงอายุท่าทีภูมิฐาน  สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเป็นมิตร   ส่วนอีกคนหนึ่งดูเผินๆ เหมือนเด็กหนุ่มวัยรุ่นอายุสัก ๑๔-๑๕     รูปร่างบอบบาง ผมตัดสั้น     แต่ที่จริงไม่ใช่เด็กชาย หากแต่เป็นหญิงสาว อายุน่าจะไม่ต่ำกว่า ๑๘ แล้ว  ทรงเป็นพระขนิษฐาพระองค์เล็กของกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ   
      สตรีทั้งสอง จับมือกับบ็อกตามธรรมเนียมตะวันตก   มีทาสถือถาดเงินวางดอกไม้มาประทานผู้เข้าเฝ้าคนละช่อ   หมอสมิธผู้เข้าเฝ้ามอบยาดมให้เจ้าคุณเอมหนึ่งขวด  ท่านก็มีท่าทีพอใจมาก   บ็อกเล่าว่าเจ้าภาพสตรีทั้งสองต้อนรับและสนทนากับเขาอย่างยิ้มแย้มเป็นมิตร  พูดคุยด้วยนาน   โดยเฉพาะเจ้าคุณเอม เป็นคนช่างพูดช่างคุย จนมิสเตอร์นิวแมนผู้ทำหน้าที่ล่าม ต้องทำหน้าที่ไม่ขาดปาก    จนกระทั่งบ็อกหิวจัด เพราะเลยเวลาอาหารเย็นไปแล้ว    ก็เลยกราบทูลลา กลับออกมาเฝ้ากรมพระราชวังบวรฯซึ่งประทับอยู่ที่เดิม ไม่ได้เสด็จเข้าไปฝ่ายในด้วย
     กรมพระราชวังบวรฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำให้บ็อก บนพระตำหนักอีกหลังหนึ่ง    แต่ทรงขอพระองค์ไม่ร่วมเสวยด้วย   อาหารนั้นน่าจะเป็นดินเนอร์แบบฝรั่ง  บ็อกเล่าว่ามีมหาดเล็กรับใช้และมีวงดนตรีเล่นทั้งเพลงฝรั่งและไทยให้ฟังด้วย   
     อย่างหลังนี้   ถ้าเป็นวงมโหรีของไทย น่าจะมีการเรียบเรียงเสียงประสานดนตรีแบบฝรั่งละมัง?

      ทีนี้ลองมาดูกันว่า เราพอรู้อะไรบ้างเพิ่มเติมจากคำบอกเล่าของบ็อก
      สตรีฝ่ายในของวังหน้า อย่างน้อยก็เจ้าคุณเอมและพระขนิษฐาองค์เล็กของกรมพระราชวังบวรฯ น่าจะทันสมัย   คุ้นเคยในการรับแขกต่างชาติต่างภาษามานานปี      เห็นได้ว่าเจ้าคุณเอมซึ่งมีวัย ๖๔ ปีแล้ว  ไม่ได้มีท่าทีเงียบขรึมหรือไว้ตัวอย่างคนไม่เคยชิน  ตรงกันข้ามกลับพอใจในการพูดคุยรับรู้เรื่องต่างๆของฝรั่งเป็นอย่างดี     
       ท่านอาจจะเคยตามเสด็จสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ออกรับแขกเมืองที่มาเฝ้าในวังหน้ามาก่อนก็เป็นได้   ขนาดในวังหน้ามีโฮเต็ลรับรองแขกต่างชาติ    ก็คงมีฝรั่งมาเฝ้าไม่ขาดสาย     เมื่อมาถึงวังหน้ารัชกาลที่ ๕  เจ้าคุณเอมก็ยังคงมีมิตรสัมพันธ์กับอาคันตุกะต่างแดนทั้งหลายอยู่     เห็นได้จากท่านก็หัดพระธิดาให้ออกรับแขกฝรั่งต่างๆอย่างไม่เก้อเขินด้วยเช่นกัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31025

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 22 ก.พ. 11, 11:32

      กลับมาดูเรื่องเจ้าคุณจอมมารดาเอม กันบ้าง  
      ดิฉันไม่ทราบว่าท่านเข้าวังเป็นหม่อมของของเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ (หรือสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ)ตั้งแต่พ.ศ.ใด     แต่ท่านมีพระองค์เจ้าองค์แรกเมื่ออายุ ๑๘ ปี    พระองค์เจ้าหญิงประสูติในพ.ศ. ๒๓๗๘  คือ ๖ ปีหลังสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ลาผนวช (ในพ.ศ. ๒๓๗๒) เป็นพระธิดาพระองค์แรกในเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศฯ
      ขอลำดับพระโอรสธิดาในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ  ที่ประสูติแต่เจ้าคุณจอมมารดาเอม ดังนี้
      ๑  พระองค์เจ้าหญิง     (ไม่มีพระนาม) ประสูติพ.ศ. ๒๓๗๘  สิ้นพระชนม์
      ๒  พระองค์เจ้าชายยอร์ช วอชิงตัน   ประสูติ พ.ศ. ๒๓๘๑   คนทั้งหลายเรียกพระนามว่า พระองค์เจ้ายอด   ถึงรัชกาลที่ ๔  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯพระราชทานนามใหม่ ว่า พระองค์เจ้าชายยอดยิ่งยศ  บวรราโชรสรัตนราชกุมาร  ต่อมาคือกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ
      ๓  พระองค์เจ้าชายปรีดา ประสูติ พ.ศ.๒๓๘๕
      ๔  พระองค์เจ้าชายเนาวรัตน์  กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์  ประสูติพ.ศ. ๒๓๘๘
      ๕  พระองค์เจ้าหญิงวงจันทร์  ประสูติพ.ศ. ๒๓๙๓

      ตอนที่บ็อกเข้าเฝ้าพระองค์เจ้าหญิงวงจันทร์   แล้วคะเนว่าท่านดูเหมือนเด็กรุ่นๆอายุ ๑๔-๑๕  ทั้งๆคงมีพระชนม์ไม่ต่ำกว่า ๑๘ นั้น   แกคาดผิดไปไกล  เพราะในปีนั้นพระองค์หญิงทรงมีพระชันษา ๓๑ แล้ว

      พระองค์เจ้าหญิงวงจันทร์ทรงมีพระชนม์ยืนยาวมาจนถึงรัชกาลที่ ๖   เป็นเจ้านายฝ่ายในของวังหน้าที่มีความสำคัญยิ่งพระองค์หนึ่ง     พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ โปรดเกล้าฯให้พระองคเจ้าวงจันทร์ทรงสำเร็จราชการฝ่ายในวังหน้า แทนพระองค์เจ้าสุดาสวรรค์ที่สิ้นพระชนม์ไปก่อน   นับเป็นเจ้านายสำคัญฝ่ายในองค์สุดท้ายของวังหน้า  
       เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๙ พระองค์เจ้าวงจันทร์สิ้นพระชนม์ เจ้านายข้างในของวังหน้าเหลืออยู่น้อยพระองค์ สมัครพระทัยจะเสด็จไปอยู่ในพระบรมมหาราชวัง  พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ จึงพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้เจ้านายฝ่ายในพระราชวังบวรฯทรงย้ายไปประทับในพระราชวังหลวงทั้งหมด  
       พระราชมณเฑียรสถานในพระราชวังบวรฯซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิกรมพระราชวังบวรฯก็ชำรุดทรุดโทรม  ไม่สมควรจะเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิต่อไป จึงโปรดฯให้เชิญพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวกับพระอัฐิ กรมพระราชวังบวรฯทั้ง ๔ พระองค์ จากพระราชวังบวรฯ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐ มาประดิษฐานไว้ที่พระวิหารพระธาตุ ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ส่วนที่วังหน้านอกจากบริเวณพิพิธภัณฑ์สถานนั้น ก็อยู่ในความดูแลของกระทรวงกลาโหมแทน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 ก.พ. 11, 12:25 โดย เทาชมพู » บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31025

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 23 ก.พ. 11, 12:24

      ดังที่บ็อกกล่าวไว้  กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญทรงโปรดการช่างด้านต่างๆ   มีฝีมือเป็นที่เลื่องลือ       งานช่างวังหน้าที่ตกทอดมาเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าถึงปัจจุบัน   มีอย่างน้อย ๒ อย่าง
      อย่างแรกคือคือเครื่องเคลือบกระเบื้องลายน้ำทอง เขียนลวดลายเรื่องรามเกียรติ์  
      กรมพระราชวังบวรฯ ทรงสั่งซื้อเครื่องถ้วยสีขาวจากต่างประเทศมาเขียนสี  และเผาเอง  เขียนสีเป็นภาพรามเกียรติ์ พระอภัยมณี เป็นชามฝา และ กระโถนค่อม สำหรับกระโถนค่อม เขียนภาพรามเกียรติ์ตอนต่าง ๆ เป็นภาพสีสอดเส้นทอง  ทรงทำประทานเจ้านายมีจำนวนไม่มากนัก   ปัจจุบัน  เป็นที่เรียกกันในหมู่นักสะสมว่า  "เครื่องกระเบื้องเตากรมพระราชวังบวร"
      ดิฉันไม่มีรูป  ถ้าใครมีกรุณานำมาลงในกระทู้ให้ชมกัน จะขอบคุณยิ่ง

      อีกอย่างหนึ่ง คือหุ่นวังหน้า
      ละครหุ่นเป็นที่โปรดปรานของเจ้าคุณจอมมารดาเอม     หุ่นวังหน้าที่ว่าจึงประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้เล่นละครหุ่น  ทั้งหุ่นจีนและหุ่นไทย   มีบทสำหรับการเล่นหุ่นชุดวังหน้าโดยเฉพาะ  เป็นบทพระราชนิพนธ์ในกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ       ดิฉันจะนำมาให้อ่านกันท้ายกระทู้นี้
      ก่อนอื่นขอเล่าถึงความเป็นมาของหุ่นในประเทศไทยเสียก่อน  

      ประวัติการสร้างหุ่นมีหลักฐานว่ามีตั้งแต่สมัยสุโขทัย  แต่ไม่เรียกว่า หุ่น เรียกว่า "กทำยนตร" แต่เป็นหุ่นชนิดไหน ดิฉันหารายละเอียดมากกว่านี้ไม่ได้       มีบันทึกเรื่องหุ่นเป็นหลักฐานชัดเจนก็เมื่อถึงสมัยอยุธยา   อยู่ในจดหมายเหตุของบาทหลวงตาชาร์ด และลาลูแบร์ ราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ แห่งประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเดินทางมากรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
       จดหมายเหตุ ทั้งสองฉบับได้บันทึกถึงการเล่นหุ่นเอาไว้ตรงกัน    ทำให้รู้ว่าอย่างน้อยในสมัยสมเด็จพระ นารายณ์มหาราช  อยุธยาก็มีหุ่นแล้ว  จัดเป็นการแสดงให้ประชาชนได้ชม      และคงเป็นงานช่างที่ทำกันเป็นกิจจะลักษณะ   ถึงกับมี กรมช่างหุ่น อยู่ในกรมช่างสิบหมู่
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31025

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 23 ก.พ. 11, 13:07

      การแสดงหุ่นเป็นการละเล่นที่มีสืบเนื่องกันมาตลอดสมัยอยุธยา     วัฒนธรรมนี้ยังคงสืบทอดมาจนถึงสมัยธนบุรี    หลักฐานว่าเล่นหุ่นในงานพระราชพิธีต่าง ๆ ปรากฎอยู่ในหมายรับสั่งหลายฉบับ เช่น พ.ศ. ๒๓๑๙ พระราชพิธีพระราชทานพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง กรมหลวงพิทักเทพามาต (พระมารดาของสมเด็จพระเจ้าตากสิน) ณ วัดบางยี่เรือนอก ให้มีการแสดงโขน งิ้ว หนังกลางวัน และหุ่น
      อีกครั้งหนึ่ง  ในพระราชพิธีอัญเชิญพระแก้วมรกตจากนครเวียงจันทร์ ประเทศลาว มาประดิษฐานในพระราชวังกรุงธนบุรี เมื่อ พ.ศ.๒๓๒๒      มีการมหรสพสมโภชพระแก้วมรกต   ด้วยการเล่นมหรสพต่าง ๆ รวมถึงการแสดงหุ่นด้วย
      การ สร้างตัวหุ่นไทย  นิยมสร้างจำลองจากตัวละครในวรรณคดี หรือจำลองจากตัวโขนในเรื่องรามเกียรติ์ เลียนแบบตั้งแต่เครื่องแต่งกาย
เครื่องประดับ ตลอดจนลีลาท่ารำ
     บางคนอาจเคยดูการแสดงหุ่นมาแล้ว   คงแปลกใจว่าทำไมมีหุ่นใหญ่บ้างเล็กบ้าง  หรือหุ่นบางโรงก็มีให้เห็นทั้งตัวมีแขนขาครบ  บางโรงก็มีแต่ท่อนบน  ท่อนล่างเป็นผ้าคลุมเอาไว้เฉยๆ เหมือนหุ่นมือของฝรั่ง   จึงขออธิบายว่าหุ่นไทยไม่ได้มีแบบเดียว      แต่แบ่งได้ถึง ๔ ประเภท
        ๑.  หุ่นหลวง
        ๒.  หุ่นวังหน้า สมัยกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ
        ๓  หุ่นกระบอก  
        ๔.  หุ่นละครเล็ก
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 23 ก.พ. 11, 13:10

เครื่องกระเบื้องเตากรมพระราชวังบวร ในภาพเขียนลายเรื่องพระอภัยมณี


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31025

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 23 ก.พ. 11, 13:11

นำรูปมาให้ดูค่ะ
  1.  หุ่นหลวง เป็นหุ่นขนาดใหญ่ สูงประมาณ 1 เมตร เครื่องแต่งกายคล้ายกับเครื่องแต่งกายของโขนหรือละคร การเชิดหุ่นหลวงยืน
เชิดด้วยคนคนเดียว

 


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31025

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 23 ก.พ. 11, 13:16

ขอบคุณคุณ siamese ค่ะ ภาพประกอบมาเร็วทันใจ   ยิ้มกว้างๆ

ดูจากเครื่องกระเบื้อง    เงือกในเรื่องพระอภัยมณี ตามความเข้าใจสมัยรัชกาลที่ ๕ หรือตามความเข้าใจของวังหน้า เป็นเงือกที่ท่อนล่างเป็นปลา แบบ mermen และ mermaid  ของฝรั่ง   ไม่ใช่เงือกแบบละครรำของไทยแล้วมีหางปลาต่อออกไปทางข้างหลัง
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 23 ก.พ. 11, 13:26

เครื่องกระเบื้องเตากรมพระราชวังบวร ในภาพเขียนลายเรื่องพระอภัยมณี ทรงชามฝา


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 23 ก.พ. 11, 13:36

กระโถนค่อม เขียนลายเรื่องรามเกียรติ์


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 23 ก.พ. 11, 13:46

หุ่นหลวง วังหน้าครับ อ.เทาชมพู


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31025

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 23 ก.พ. 11, 14:57

^
๒.  หุ่นวังหน้า   ที่กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญโปรดฯให้สร้างขึ้น เป็นหุ่นขนาดเล็กสูงประมาณ 1 ฟุต มี 2 ชนิด คือ หุ่นจีนและหุ่นไทย
               ๑.  หุ่นจีน มีลักษณะเป็นหุ่นมือตระกูลฮกเกี้ยน  เครื่องแต่งกายเลียนแบบเครื่องงิ้ว แต่ท่อนล่างเป็นถุงผ้าสำหรับคลุมมือ มีขา
และเท้า ใช้นิ้วเชิดบังคับให้เคลื่อนไหว
               ๒.  หุ่นไทย มีลักษณะผสมระหว่างหุ่นจีนและหุ่นหลวง คือ มีขนาดเท่าหุ่นจีน แต่ใช้เครื่องแต่งกายและกลไกบังคับแบบหุ่นหลวง 
               คุณ siamese นำมาให้ดูแล้วค่ะ

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=95944

 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31025

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 23 ก.พ. 11, 15:00

หุ่นจีนวังหน้า

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 20
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง