เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 22
  พิมพ์  
อ่าน: 64744 ๑๐๐ คำถามเรื่องรามเกียรติ์ (สำหรับแฟนพันธุ์แท้และผู้สนใจ) ๓
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 07 ก.พ. 11, 15:05

คุณครูไซมีส  เลือกตอนทศกัณฐ์ยกรบครั้งที่ ๖ มาเทศน์ให้เด็กนักเรียนฟัง
เด็กนักเรียนหลับคาห้องเรียนบรรลุโสดาบันกันเป็นแถว   


ไม่เคยได้ยินหรอ เด็กดีต้องมีธรรมะ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ยากไปคุณ  แค่คุณอารัมภบท เด็กก็เอ่ยสาธุปากกว้างแล้ว ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 07 ก.พ. 11, 15:11

ฟังเรื่องนกสดายุอยากกินพระอาทิตย์ ทำให้นึกถึงนิทานกรีกโรมันเรื่องหนึ่ง
ใครพอรู้บ้างว่าคือเรื่องอะไร  (ใครตอบได้  มีคะแนนให้ ๕ คะแนน) ยิงฟันยิ้ม

เรื่องอิคารัสกับปีกเทียนไข

กาลครั้งหนึ่งมีเด็กชายผู้หนึ่งนามว่าอิคารัส กับบิดาของเขานามว่า เดดาลัส ทั้งสองถูกจองจำอยู่ ณ หอคอยเเห่งหนึ่งบนเกาะครีต
จากช่องหน้าต่างเล็ก ๆ ของหอคอย สองพ่อลูกก็สามารถมองออกไปเห็นท้องสมุทรสีน้ำเงินเเละเฝ้ามองหมู่นกนางนวลกับนกอินทรี
โผบินไปมาในท้องฟ้าเหนือเกาะ
แม้ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น อิคารัสก็ค่อนข้างมีความสุข นอกจากท้องทะเลสีน้ำเงิน เรือทั้งหลาย เเละเหล่านกกา
ซึ่งเขาชอบเฝ้ามองเเล้วเขาก็ยังเที่ยวหาจับหอยจับกุ้งตามชายฝั่ง หาจับปูตามซอกหิน รวมทั้งสิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย
เเต่เดดาลัสกลับรู้สึกเดียวดายเเละเศร้าหมองยิ่งขึ้น เขาใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเฝ้ามองหมู่นกนางนวลโผบินไปในท้องฟ้าพล่างครุ่น
คิดหาหนทางที่เขากับอิคารัสจะสามารถหลบลี้หนีไปจากเกาะเเห่งนี้

ในที่สุดเดดาลัสสามารถหาวิธีหลบหนีออกจากหอคอยได้...

วันหนึ่งเมื่ออิคารัสเอาก้อนหินขว่างฝูงนกนางนวล เขาก็สามารถสังหารนกได้ตัวหนึ่งจึงนำกลับมาให้พ่อ
เดดาลัสรับนกไปถือไว้ในมือ เขาพลิกไปพลิกมาอย่างช้า ๆ พลางพินิจพิจารณาดูปีกของมัน
พลางคิดว่าคราวนี้หากเรามีปีก ก็สามารถโบยบินออกไปสู่อิสรภาพได้
นับเเต่นั้นมาเดดาลัสก็ไม่นิ่งเฉยเซื่องซึมอีกต่อไปเเล้ว เขาถอนขนนกออกจากนกทุกตัวที่อิคารัสสามารถล่ามาได้
เเล้วลงมือทำปีกขนาดใหญ่คู่หนึ่งเขายึดขนนกติดเข้ากับโครงปีกด้วยขี้ผึ้งละลายเเละเส้นด้ายที่ดึงออกมาจากเสื้อคลุมของเขา
เมื่อปีกทั้งสองเสร็จเรียบร้อย เดดาลัสก็นำมันมามัดเข้ากับเเขนของตนเเละเมื่อกระพือเเขนขึ้น ๆ ลง ๆ
เขาก็สามารถลอยตัวขึ้นไปในอากาศ เเล้วเขาก็โผบินไกลออกไปเหนือท้องน้ำ

อิคารัสกระโดดโลดเต้นด้วยความดีอกดีใจ พลางตะโกนเรียกให้พ่อกลับมาทำปีกอีกคู่หนึ่งเพื่อเขากับพ่อจะได้โบยบินออกไปจากเกาะครีต
เมื่อเดดาลัสทำปีกคู่ที่สองซึ่งเล็กกว่าเสร็จเรียบร้อย เขาก็เอามันมามัดเข้ากับเเขนของลูกชาย เขาย้ำเตือนอิคารัสว่า
อย่าบินปลีกตัวออกไปตามลำพังในท้องฟ้า เเต่จะต้องบินเคียงข้างเขาไปโดยตลอด

"หากลูกบินต่ำเกินไปความชื้นจากน้ำทะเลจะทำให้ขนนกหนักขึ้น เเล้วลูกก็จะร่วงลงไปเเละจมลงในทะเล"
"เเต่หากลูกบินสูงขึ้นไปใกล้ดวงอาทิตย์ ความร้อนจะเเผดเผาให้ขี้ผึ้งละลาย เเล้วลูกก็จะร่วงลงไปเช่นกัน"

อิคารัสจึงรับปากว่าจะปฎิบัติตามดังที่พ่อกำชับไว้ เเล้วสองพ่อลูกก็พากันโผกระโจนจากชะง่อนผาที่สูงที่สุดบนเกาะเเห่งนั้นเเละโบยบินมุ่งหน้าไป

ตอนเเรก ๆ อิคารัสก็เชื่อฟังคำสั่งของพ่อเเละบินติดตามไปในระยะกระชั้นชิด
เเต่ไม่ช้าต่อมา เขาก็เริ่มเพลิดเพลินกับการโบยบินกระทั่งลืมคำที่พ่อกำชับไว้จนหมดสิ้นเขาเหยียดเเขนสูงขึ้น
เเล้วก็บินสูงขึ้นเเละสูงขึ้นไปยังสวรรค์เบื้องบน
เดดาลัสตะโกนเรียกลูกชายกลับลงมา เเต่กระเเสลมพักกระหน่ำอย่างรุนเเรงเเละพัดพาถ้อยคำของเขาไกลห่างออกไป
อิคารัสจึงไม่ได้ยินเสียงเรียกของบิดาปีกทั้งสองยังคงพาเขาสูงขึ้นเเละสูงขี้นไป กระทั่งขึ้นไปถึงเขตเเดนของหมู่เมฆ
เเละขณะที่บินสูงขึ้นเเละสูงขึ้นไปเขาก็รู้สึกอบอุ่นเเละอบอุ่นขึ้น เเต่เขาก็ลืมคำเตือนของพ่อ เเละยังมุ่งหน้าบินสูงขึ้นไปอีก

สักครู่ต่อมาเขาก็มองเห็นขนนกปลิวว่อนอยู่รอบตัว ในทันใดนั้นเขาก็นึกถึงคำเตือนของพ่อขึ้นมาได้ เขาจึงรู้ว่า
ความร้อนของดวงตะวันได้เเผดเผาขี้ผึ้งที่ยึดขนนกติดกับโครงปีกละลายเเล้ว ในที่สุดอิคารัสก็ร่วงละลิ่วลงไป
เขาพยายามที่จะกระพือปีกเพื่อบินต่อ เเต่กระเเสลมก็พัดกระหน่ำให้ขนนกปลิวว่อนอยู่รอบตัวจึงทำให้เขามองไม่เห็นอะไร
เขาส่งเสียงร้องขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนกขณะที่ร่างของเขาหมุนคว้างร่วงจากท้องฟ้า
เเล้วอิคารัสผู้น่าสงสารก็ดิ่งลงไปสู่ห้วงน้ำสีน้ำเงินของทะเลซึ่งได้รับการขนานนามว่าอิคาเรียนนับเเต่บัดนั้นมา

เดดาลัสได้ยินเสียงกรีดร้องจึงรีบบินตรงไปยังตำเเหน่งที่มาของเสียง หากเขาก็ไม่พบเเม้เเต่อิราคัสหรือปีกของลูกน้อย
นอกจากขนนกสีขาวจำนวนหนึ่งที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ ผู้เป็นพ่อจึงจำต้องเดินทางต่อไปด้วยความโศกเศร้า
ในที่สุดเขาก็มาถึงชายฝั่งของเกาะใกล้เคียงเเห่งหนึ่ง บนเกาะเเห่งนั้น เขาสร้างวิหารหลังหนึ่งขึ้นมาถวายเเด่เทพเจ้าอพอลโล
เเล้วก็เเขวนปีกของตรเป็นเครื่องสักการะบูชาพระองค์ภายหลังที่คร่ำครวญทุกข์โศกถึงลูกชายที่จากไปเเล้วเขาก็ไม่เคยพยายามที่จะบินอีกเลย
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 07 ก.พ. 11, 15:11

คุณครูดีดี  ยกเรื่องรามเกียรติ์ตอนไมยราพมาเป็นตัวอย่างให้เด็กฟัง
เข้าท่าเข้าทีดีมาก  แถมยังชี้คติสอนใจหลายประการ  เอาไป ๑๐ คะแนน
ไม่มีที่ให้หักคะแนนเลย  

ส่วนคุณครูเพ็ญชมพู  เลือกเล่าตอนคลาสสิก  ตอน ทรพี  
ซึ่งสอนเด็กได้ดี   เข้าใจง่าย   ถือว่าสอบผ่าน  เอาไป ๑๐ คะแนน
แต่จะขอหัก ๒ คะแนน  เพราะไม่ได้อธิบายเหตุผลที่ยกเรื่องนี้มาสอน(ด้วยภาษาตนเอง)
เหลือ ๘ คะแนน
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 07 ก.พ. 11, 15:14

ดีมาก  คุณอาร์ท  เอาไป ๕ คะแนน 

ส่วน

คุณครูอาร์ท  เลือกเรื่องกุมภกาศมาเล่าให้นักเรียนฟัง
ได้คิดว่า  อย่าจองหองทะนงตัวเกินไป  และจงพอใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่ให้

แต่ตัวอย่างนี้ ดูจะเข้าใจยากไปหน่อยสำหรับเด็กประถมนะครับ
ขอหักคะแนน สัก  ๒  คะแนน  เหลือ ๘ คะแนน

เด็กในโรงเรียนของผม เป็นเด็กหัวดีสติเฟื่องครับคุณหลวง
แม้จะเรียนชั้นประถม แต่ความคิดก้าวไกลเกินหน้ากว่าเด็กมหาวิทยาลัยบางคนอีกครั้ง ยิงฟันยิ้ม
"หน้าตาประถม ..........มหาลัย"

ติดเรททะลึ่งนะ  เดี๋ยวหักคะแนนเพิ่มเสียหรอก ยิ้มเท่ห์

บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 07 ก.พ. 11, 15:20


ส่วน
คุณครูอาร์ท  เลือกเรื่องกุมภกาศมาเล่าให้นักเรียนฟัง
ได้คิดว่า  อย่าจองหองทะนงตัวเกินไป  และจงพอใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่ให้

แต่ตัวอย่างนี้ ดูจะเข้าใจยากไปหน่อยสำหรับเด็กประถมนะครับ
ขอหักคะแนน สัก  ๒  คะแนน  เหลือ ๘ คะแนน

เด็กในโรงเรียนของผม เป็นเด็กหัวดีสติเฟื่องครับคุณหลวง
แม้จะเรียนชั้นประถม แต่ความคิดก้าวไกลเกินหน้ากว่าเด็กมหาวิทยาลัยบางคนอีกครั้ง ยิงฟันยิ้ม
"หน้าตาประถม ..........มหาลัย"

ติดเรททะลึ่งนะ  เดี๋ยวหักคะแนนเพิ่มเสียหรอก ยิ้มเท่ห์


อาราย อาราย.... คิดมากนาคุณหลวงเล็ก เดี๋ยวก็เสียสุขภาพจิตหรอก
"หน้าตาประถม ความรู้อุดมเฉกเช่นนักศึกษามหาวิทยาลัย"
ต่างหากเล่า แหมะ คิดไปได้... แลบลิ้น
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 07 ก.พ. 11, 15:27

คำถามข้อที่ ๕๕.

สักวา ก่อน ร,ศ, ๑๒๙  (ไม่ได้ให้แต่งสักวานะครับ)

ข้อนี้ตอบหน้าไมค์  คะแนนคิดตามข้อมูลที่ตอบมา ให้ได้สูงสุด  ๒๐  คะแนน
เริ่มโพสต์คำตอบได้  วันขึ้น ๕ ค่ำ  เดือน ๓ ปีเถาะ  (นับตามจันทรคติปฏิทินหลวง)
ตั้งแต่เวลาย่ำรุ่งแล้ว ๕ บาท
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 07 ก.พ. 11, 15:29


อาราย อาราย.... คิดมากนาคุณหลวงเล็ก เดี๋ยวก็เสียสุขภาพจิตหรอก
"หน้าตาประถม ความรู้อุดมเฉกเช่นนักศึกษามหาวิทยาลัย"
ต่างหากเล่า แหมะ คิดไปได้... แลบลิ้น

เจ็บสีข้างไหมนั่น   ไปหายามาทา ไป๊
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 07 ก.พ. 11, 15:33


มีหลายเรื่องค่ะ

Fenrir
Alklha
Corvicls

เล่าเรื่องด้วยสิ  จะได้ให้คะแนนถูกและนักเรียนจะได้ทราบเรื่องด้วย ยิงฟันยิ้ม

เคยได้ยินไหม เด็กประถมเปิดเพลง "แตงโม" น่ารักซะไม่มี

"แตงโม ผลใหญ่ๆ เกิดขึ้นได้ ด้วยเมล็ดแตงเล็กๆ
 จำไว้นะพวกเด็กๆ เมล็ดแตงเล็กๆ กลายเป็นแตงผลใหญ่"  (ร้องซ้ำ)
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 07 ก.พ. 11, 15:37


นึกว่าถามว่า  ใครอีกอยากกินดวงอาทิตย์  

  


 
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 07 ก.พ. 11, 15:47

คำถามข้อที่ ๕๕.

สักวา ก่อน ร,ศ, ๑๒๙  (ไม่ได้ให้แต่งสักวานะครับ)


โอ้..นาร้ายยย..นารายณ์....นั่นคือคำถามแล้วเหรอคะ.... ฮืม
คุณพรายขา..ช่วยมากระซิบหนูดีดีหน่อยนะคะ ว่าท่านถามว่าอะไร.... ฮืม
บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 08 ก.พ. 11, 08:04

สักวาไก่อ่อนเพิ่งจะหัดขัน
ชั้นเชิงประชันมันยังเฉไฉ
บทร้องเก่าเป็นคำถามทำกลุ้มใจ
นี้ปะไรฤทธิ์คุณหลวงชวนโศกา
เหล่าเพื่อนตายสหายศึกต่างส่ายหัว
มิรู้กลัวหรือเพราะงงกับปุจฉา
เรื่องอื่นอื่นมีมากมายไม่ถามมา
วิสัจฉนาข้อนี้ช่างอับจน
ตัวเราเปรียบเหมือนไก่อ่อนกระดีดดิ้ง
ไม่งามพริ้งทั้งยังแถมขัดสน
ทว่าศึกครั้งนี้มิถูกกล
ยังได้ผลเผื่อแผ่เอาสืบไป
ครั้นคำนึงถึงความรู้ที่สมสั่ง
ก็พอยังจะมองหาหนังสือได้
หากกลับเกิดขัดขวางขึ้นทันใด
เพราะรู้ว่าอยู่ไหนแต่ไม่มีเอย ร้องไห้
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 08 ก.พ. 11, 08:30

ไม่มีเช่นกัน เมื่อคืนทัพน้อยทัพใหญ่ระส่ำระสาย ส่งโทรเลขกันวุ่นวาย คงจะพ่ายเป็นแน่แท้

พบแต่ พระประวัติของพระราชวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์. สักวาไปรษณีย์เรื่อง รามเกียรติ์ ตอนท้าวมาลีวราชว่าความ. สักวามืด
 
Publisher:  [ม.ป.ท. : ม.ป.พ.], 2519 (กรุงเทพฯ : กรุงเทพการพิมพ์)
 
Additional Title:  สักวาไปรษณีย์เรื่องรามเกียรติ์. ตอนท้าวมาลีวราชว่าความ

 
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 08 ก.พ. 11, 08:45

สักวาให้เวลาหนึ่งอาทิตย์
เชิญนักรบครุ่นคิดค้นปริศนา
สักวาอะไรหนอคุณขอมา
ค้นไม่ได้ก็เจรจาว่ายอมแพ้

คำถามยากกว่านี้ยังแก้ได้
พอข้อนี้ทำไมไม่ยอมแก้
อย่าร้องไห้ตาฉ่ำทำท้อแท้
แต่ช้าแต่...ถึงนักรบขี้แยเอย แลบลิ้น

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 08 ก.พ. 11, 08:59


อ่าน คคห ๗๐ แล้ว    ประหวัดถึง พระหมื่นไวย  ที่เรียกตนเองว่าไก่อ่อนสอนขัน


ครั้นสิ้นแสงสุริยงอัสดงดับ                                ลบลับเหลี่ยมพระเมรุภูผา

พระจันทรจรแจ่มกระจ่างตา                               ดวงดาราไพโรจน์จำรัสแพรว

เสียงเรไรหริ่ง ๆ นิ่งนอนวัน                               เสนาะนักจักจั่นสนั่นแจ้ว

หิ่งห้อยพลอยพราววะวาวแวว                             เถือกที่แถวไม้กระถางวางเป็นทิว

ลมชวยรวยรินกลิ่นขจร                                    หอมเกสรบุบผามาเฉื่อยฉิว

เรณูฟูฟองละอองปลิว                                     พระไวยหวิวประวัติคิดถึงสองนาง



(เสภาขุนช้างขุนแผน  ของ  ครูแจ้ง  ตอนแต่งงานพระไวย   หน้า ๒๑)
บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 08 ก.พ. 11, 09:01

สักวาคุณหลวงดูเข้าที
พูดอย่างนี้ค่อยน่าชมประสมต่อ
อันความรู้หาเท่าไรย่อมไม่พอ
เรื่องนี้ขอรั้งรอให้พักไว้
มีฤกษ์ยามงามดีจะไปค้น   
มิหลงกลคุณหลวงแน่เชื่อใจได้
แต่วันนี้ขอคำถามข้อต่อไป
อย่ายากใหญ่เดี๋ยวพลอยตายกันหมดเอย ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 22
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.047 วินาที กับ 19 คำสั่ง