เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 6365 สักวาเรื่องสังข์ทองตอนท้าวยศวิมลตามหาพระสังข์(๒๕๕๓)โดย "สุดสงวน"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30608

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 23 ม.ค. 11, 09:32

   แม้เห็นชื่อเรื่องเฉยๆท่านผู้อ่านก็คงเข้าใจได้ไม่ผิดว่าเป็นเรื่องการแสดงสักวาอีกแล้ว คราวนี้ชาวสโมสรสยามวรรณศิลป์ได้รับเชิญจากสมาคมกวีร่วมสมัยให้ไปแสดงสักวาในโอกาสที่สมาคมฯร่วมกับบริษัทใต้ร่มพระบารมีอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดประชันกลอนสดเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษาและทรงครองสิริราชสมบัติ ๖๔ ปี   ซึ่งจัดขึ้นที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันศุกร์ที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๓
   งานนี้ เมื่อคุณชินวรณ์ บุณยเกียรติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทำพิธีเปิดงานแล้ว  ได้มอบเกียรติบัตรผู้ได้รับยกย่องเป็นกวีร่วมสมัยตัวอย่างประจำปี ๒๕๕๓ของสมาคมฯ  ให้แก่หม่อมราชวงศ์อรฉัตร ซองทอง  โดยดร.จุไรรัตน์ วรรณยิ่งนายกสมาคมฯได้อ่านคำประกาศที่นายกสมาคมฯแต่งไว้ดังนี้

         “เป็นนักกลอนเป็นกวีที่สูงศักดิ์ 
        เป็นที่รักของทุกคนล้นคุณค่า 
        เป็นแม่แบบของสตรีที่พัฒนา 
        เป็นสายธารแห่งศรัทธาค่าคู่คาม

        ทุกคมคำคือคมคิดประดิษฐ์พจน์ 
        ร่ายกลอนสดบทกวีที่หวานหวาม 
        ทุกเนื้องานจึงคมเข้มเต็มความงาม 
        เป็นนิยามแห่งคนดีศรีแผ่นดิน

        ประกาศเกียรติประดับไว้ในประวัติ 
        ม.ร.ว.อรฉัตรคือกวีศรีวรรณศิลป์ 
        เป็นแบบอย่างให้ผองชนได้ยลยิน   
        ประดุจปิ่นแห่ง “ซองทอง”ครองภาคภูมิ”
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30608

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 23 ม.ค. 11, 09:36

             จากนั้นจึงเป็นการประชันบทกวีของนักเรียน นักศึกษาและประชาชน  จนกระทั่งเวลา๑๔.๐๐น.สโมสรสยามวรรณศิลป์ ร่วมกับวงดนตรีไทยคณะดุริยประณีต ในความควบคุมของครูสุดจิตต์ ดุริยประณีต ศิลปินแห่งชาติสาขาคีตศิลป์ปี ๒๕๓๖ จึงเริ่มแสดงสักวาเรื่องสังข์ทอง ตอนท้าวยศวิมลตามหาพระสังข์
         ที่เลือกสังข์ทองตอนนี้มาแสดงเพราะเข้าใจว่าเป็นตอนที่นักกลอนส่วนมากที่เข้ามาประชัน  เป็นนักเรียนที่กำลังเรียนสังข์ทองพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๒ ตอนกลางเรื่อง  ซึ่งมีเรื่องเรื่องย่อดังนี้     
             เมื่อพระสังข์ทองชนะคลีและได้ครองเมืองสามลแล้ว  พระอินทร์ก็ปลอมตัวเป็นข้าศึกยกทัพไปขู่ท้าวยศวิมลให้ตามหาพระสังข์ภายในเจ็ดวัน  โดยบอกแนวทางให้ตั้งแต่นางจันเทวีถูกขับไล่ ต้องไปอยู่กับตายายในป่า  แล้วท้าวยศวิมลให้นำพระสังข์ไปฆ่าด้วยวิธีต่างๆ แต่ไม่ตาย จนต้องให้นำไปถ่วงน้ำ นางยักษ์พันธุรัตน์ไปพบเข้าจึงนำไปเลี้ยงเป็นบุตร   จนกระทั่งพระสังข์ทราบเรื่องว่านางแม่เลี้ยงเป็นยักษ์  จึงต้องอาศัยรูปเงาะเหาะหนีไปถึงเมืองสามล  ได้ครองคู่นางรจนา และได้ครองเมืองสามล   ด้วยความกลัวพระอินทร์  ท้าวยศวิมลจึงจัดขบวนทัพให้ไปตามหาพระสังข์ ตามเรื่องที่พระอินทร์ปลอม  แต่ให้กองงทัพซ่อนอยู่ห่างเมือง  ส่วยท้าวยศวิมลปลอมตนเป็นชาวบ้านไปกับตายาย  อาศัยอยู่กับนายประตู ส่วนยายตีสนิจนได้เข้าเป็นวิเสท(แม่ครัว)ในวัง

            หลังจากม.ร.ว.อรฉัตร ซองทองผู้อำนวการศูนย์วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่ดำเนินรายการแนะนำนักสักวาทั้ง ๘ คนแล้ว ในฐานะครูเก่าสังกัดกระทรวงนี้มาก่อน  หัวหน้าวงสักวานี้จึงรับหน้าที่ไหว้ครูดังนี้  “
                สักวาน้อมบังคมบรมครู 
                ผู้ตรัสรู้อริยสัจปทัสถาน* 
                ไหว้พ่อแม่ปู่ย่าครูอาจารย์ 
                สู้สืบสานกานท์กลอนไทยให้ความรู้   

                กราบครูพักลักจำครูตำรา 
                ครูภาษาครูอักษรสุนทรภู่ 
                ขอทุกวรรคสักวาบูชาครู 
                โลกเชิดชูกาพย์กลอนไทยเกรียงไกรเอย” (ปรบมือ)
         
               บทนี้ คุณกัญจนปกรณ์ แสดงหาญ ขับร้องในทำนอง ลาวพุงดำ แปลกกว่าเทวาประสิทธิ์ ครอบจักรวาล หรืออื่นๆที่เคยคุ้นหู
          (ปทัสถาน* หรือ ปทัฏฐานหรือบรรทัดฐาน = แบบแผนสำหรับยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ)

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30608

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 23 ม.ค. 11, 18:39

          ต่อมาเป็นบทเกริ่นชวน ในฐานะครูเก่า(ชาววังจันทรเกษมและฝ่ายการศึกษา “กทม”)อาจารย์เอนก แจ่มขำ ทำหน้าที่แทนฝ่ายชายดังนี้
           “สักวามากระทรวงศึกษาธิการ 
           พบสามสาวสวยสคราญชาญภาษา
           อรฉัตรสืบอักษรอรอักษรา (คุณหญิงจบอักษรศาสตร์ จุฬาฯและใช้นามเขียนกลอนว่า อร อักษรา)
           สาวญาดาทำนองเสนาะเพราะพจี (ผศ.ดร.ญาดา อรุณเวช อารัมภีร ผู้ชนะเลิศอ่านทำนองเสนาะ ร้องเพลงก็ไพเราะ)

           สาวที่สามนามว่านภาลัย 
           เชี่ยวชาญในวรรคทองงามผ่องศรี  (รศ.นภาลัย ฤกษ์ชนะ สุวรรณธาดา เป็นที่รู้จักโด่งดังในวรรคทองหลายๆวรรค โดยเฉพาะวรรคที่ว่า “ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง”)
           สี่หนุ่มเชิญปรองดองประลองกวี 
           ชวนมาเล่นสักวาทีวันนี้เอย” (ปรบมือ)
           บทนี้คุณกัญจนปกรณ์ขับร้องในทำนองสาลิกาแก้วอันไพเราะอ่อนหวาน   
           
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30608

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 23 ม.ค. 11, 18:40

            แล้วอดีตผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  เจ้าของวรรคทองก็ทำหน้าที่เกริ่นตอบว่า

           “สักวาฟังอ้อนกลอนคุณปู่ 
           พวกนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเขี้ยวหนักหนา(ละครเรื่องนักสู้พันธุ์ข้าเหนียวกำลังดัง เรียกเสียงฮาจากเยาวชนผู้ประชันกลอนได้ดีทีเดียว) 
           อายุชายหลายร้อยปีสี่ชรา (ฮา) 
           สักวาวัยดึกคึกกระไร 
           
           ห้าสิบปีที่โต้ตอบรอบที่ร้อย(ฮา –แสดงความเก๋าจริงๆ)
           หวังฝากถ้อยให้ลูกหลานผ่านสมัย 
           อรฉัตร-ญาดา-นภาลัย
           สามสาววัย “วนิดา”รับท้าเอย” (ฮา –ปรบมือ)
           ละครเรื่องวนิดาที่กำลังดังระเบิดตอนเล่นสักวานี้  สามสาววัยวนิดาคงเกิดใกล้ๆตอน”วรรณสิริ”หรือหม่อมผิว สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยาแต่งหนังสือเรื่องวนิดา มากกว่าอายุเท่าวนิดาในเรื่องแน่ๆ 
           ฮาๆบทนี้ ครูสุดจิตต์ ดุริยประณีต ขับร้องในทำนองดาวล่อ   ซึ่งผู้บันทึกก็ยังไม่คุ้น  แสดงว่าในความทรงจำของครูยังมีตำรับเพลงไทยอีกมากที่ครูยังไม่นำออกมาร้องให้พวกนักสักวารุ่น ๖-๗ ทศวรรษได้ซึมซับไว้สืบสาน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30608

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 24 ม.ค. 11, 16:29

     แล้วอาจารย์อำพล สุวรรณธาดาอดีตอาจารย์ภาษาไทยที่มหาวิทยาลัยฮันกุ๊ก-แห่งเกาหลีใต้ก็ทำหน้าที่แจกตัวอย่างเคย  ให้คุณกัญจนปกรณ์ แสดงหาญ   ขับเสภาหยดย้อยบทแรกและครูสุดจิตต์กรุณาขับบทหลังให้ดังนี้ 
     “สักวาขอให้ว่าเรื่องสังข์ทอง 
     ตอนได้ครองเมืองสามลคนลูกดก 
     ยศวิมลโดนอินทร์ขู่ต้องซูฮก 
     เรื่องจะวกวนอย่างไรให้ติดตาม 

     เอนกจงรับบทยศวิมล 
     มีอำพลบทอำมาตย์อย่ามองข้าม 
     ประยอมเป็นสามลคนคุ้นนาม 
     ไม่มีไพร่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำเอย“(ฮา-ปรบมือ) 

     แล้วก็ต่อบทสองต่อไปเลยว่า 
   
     “สักวาแจกอีกบทก่อนหมดกระสุน 
     ให้อดุลเป็นสังข์ทองเหลืองอร่าม 
     รจนาให้ญาดาพงางาม 
     อรฉัตรสมมุตินามจันเทวี 
     
     นภาลัยให้เป็นนางมณฑา 
     ครบทั้งเจ็ดนักสักวากวีศรี 
     ครูสุดจิตต์เป็นคนคุมดนตรี 
     ไม่มีปี่มีกลองรับร้องเอย” (ปรบมือ)   
       
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30608

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 24 ม.ค. 11, 16:31

      เมื่อไหว้ครู เกริ่นชวน-ตอบรับและแจกตัวเสร็จแล้ว  สักวาเรื่องสังข์ทองตอนท้าวยศวิมลตามหาพระสังข์ก็เริ่มต้นโดยอาจารย์เอนก แจ่มขำ อดีตนายกสมาคมนักกลอน ๒ สมัยในบทท้าวยศวิมล 
   
      “สักวาองค์อินทรามาเข้าฝัน 
      สำนึกพลันว่าสังข์ทองลูกของข้า 
      ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอเหมือนดารา (ฮา เรื่องดาราสาวท้องกำลังตามหาคนเป็นพ่อกำลังโด่งดังในสื่อ)
      จันเทวีร่วมค้นหาอย่าโกรธแค้น 

      ปลอมเป็นไพร่แอบเข้ามาเมืองสามล 
      จึงรู้ว่าประชาชนลำบากแสน 
      บ้านเมืองยุ่งอยู่ไม่สุขทุกข์รอบแดน 
      ลอกแบบเหมือนไทยแลนด์แสนเศร้าเอย” (ฮา-ปรบมือ)

      บทนี้คุณกัญจนปกรณ์ ขับร้องเพลง ฝรั่งเคียด (พอประกาศชื่อเพลงแต่ก่อนจะร้อง ก็มีคนฮา ทำนองขำว่า ชื่ออย่างนี้ในเพลงไทยก็มีด้วยหรือ?)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30608

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 25 ม.ค. 11, 08:25

            ต่อมาเป็นบทของจันเทวีผู้เป็นพระมารดา ซึ่งคุณหญิงอรฉัตร ซองทองที่เพิ่งได้รับโล่และการประกาศเกียรติเป็นกวีตัวอย่างของสมาคมฯบอกบทไปว่า

           “สักรวาจันเทวียินดีเหลือ 
           ด้วยพระยศฯทรงเชื่อเรื่องลูกสังข์ 
          ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอให้โด่งดัง  (ฮา) 
          พามายังเมืองสามลจนปลอมตัว 

          เป็นไพร่แดงแสร้งสลักชิ้นฟักต้ม 
          บอกเรื่องราวร้าวระทมรันทดทั่ว 
          ทั้งเจ็ดชิ้นสิ้นประวัติอันหมองมัว 
          ฝากแม่ครัวจัดถวายลูกชายเอย “(ปรบมือ) 

         ครูสุดจิตต์ขับร้องบทนี้ด้วยทำนองเพลงบรเทศ  (ซึ่งตอนเด็กๆ ครูสอนขับร้องจะพาเราร้องในบทที่ว่า “พุทธานุภาพ..เฮ้อ-เออ-เออ-เอ่ย-)นำผล เกิดสรรพมงคล..เออ-เฮ้อ-เอง-เอย -น้อยใหญ่  เทวาอารักษ์ –เฮ้อ-เออ-เออ-เอย-เทั่วไป ขอให้เป็นสุข เออ-เฮ้อ-เอิง-เงย-สวัสดี..ถ้าจำผิดเพลง ก็จะไปให้ครูสุดจิตต์ตีมือด้วย ถ้าครูออกจากห้องไอซียูแล้ว)
   
         แล้วท่านตุลาการอดุล จันทรศักดิ์-หัวหน้าคณะในศาลปกครองที่รับบทพระสังข์ก็ร่ายกลอนที่แสนซาบซึ้งต่อไปว่า

         “สักวารู้ทั้งสิ้นจากชิ้นฟัก 
         รู้ในรักและรู้แม่มาตามหา 
         ส่งฟักมาวันกินเจทันเวลา (ฮา)   
         ก็รู้ว่าแม่คงอยู่ไม่ไกล 

        จึงสั่งอำมาตย์ให้ไปตามหา 
        เมื่อพบหน้าสังข์ทองก็ร้องไห้
        กอดบาทจูบบาทเจียนขาดใจ 
        แม่ลูกสลบไปด้วยกันเอย” (ปรบมือ) 

        บทนี้ถ้าเล่นช่วงวันแม่คงเรียกน้ำตาไม่น้อย  คุณกัญจนปกรณ์ขับร้องด้วทำนองเพลงจีนแดง (ซึ่งผู้บันทึกไม่เคยจำทำนองเพลงนี้เอาเสียเลย ทั้งๆคุณกัญจนปกรณ์ร้องให้ฟังตั้งหลายหนมาแล้ว)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30608

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 26 ม.ค. 11, 15:20

      ส่วนรศ.ดร.ญาดา อารัมภีรผู้รักคณะอักษรศาสตร์ตั้งแต่เรียนปริญาตรี-โท-เอก รวด  แต่ไปสอนวรรณคดีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนจนเออลี่รีไทร์  ในบทรจนา ซึ่งไม่ทราบความเป็นมาของแม่ลูก  จึงว่า
     “สักวารจนาละล้าละลัง 
     เห็นพระสังข์กอดแม่ครัวเหมือนกลัวหาย 
     สองสลบแน่นิ่งไม่ติงกาย 
     ราวกับตายเคียงกันน่าหวั่นใจ 

     พึ่งเสธ.หนั่นมัวเพลินเดินสายทั่ว 
     จิ๋วหายตัวไม่รู้อยู่ที่ไหน 
     ยามมีเหตุหลบหน้าเก่งกว่าใคร 
     สุดแก้ไขเลยสลบซบสังข์เอย” (ฮา ปรบมือ คนฟังนึกว่าน่าจะมีทีเด็ดอะไร พอหาตัวช่วยไม่เจอ..เลยสลบดีกว่า..ฮา..)
     บทนี้ ครูสุดจิตต์ร้องเพลงทองย่อนซึ่งคุ้นหูนักเรียนชั้นต้นๆมานานแสนนาน

   บทต่อไปควรเป็นบทของสาวใช้ แต่ตัวละครไม่มีพอ อาจารย์อำพลคนทำบทเจ้าประจำรสำนึกว่าตัวมีบทน้อย จึงรีบตะครุบมาเป็นบทอำมาตย์ของตัวเองเสียเลย
 
     “สักวาคิวกำหนดบทสาวใช้ 
     แต่เธอไปเตรียมประกวดที่ช่องเก้า  (ฮา..นางสาวไทย ?) 
     จึงอำมาตย์ขออาสามาแบ่งเบา 
     ให้เรื่องเล่าต่อได้ดังใจปอง 

     เห็นสามองค์ยังทรงซบสลบไสล 
     คลานเข้าไปทูลสามลเล่าจนสยอง 
     ทั้งสามองค์คงตื่นกลัวบางบัวทอง (ฮา..ระเบิดที่ฮาร์ดคอร์แดงเตรียมการผิดพลาดทำเอาแมนชั่นที่เก็บอาวุธบึ้มเสียวไปทั่วประเทศ) 
     แถมคนจ้องจะสังหารท่านด้วยเอย”(ปรบมือ)
   
     บทนี้อาจทำให้ใครๆกลัว  โดยเฉพาะท้าวสามล  ถึงคางเหลือง คุณกัญจนปกรณ์เลยขับร้องด้วยเพลงเขมรเหลือง เสียเลย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30608

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 26 ม.ค. 11, 15:24

          และก็จริงดั่งว่า อดีตนายกสมาคมนิสิตเก่าและนิสิตเก่าดีเด่นคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯก็ว่าบทสามลตามที่ถูกกระซิบไปว่า

          “สักวาสามลคนใจเสาะ 
          งงเจ้าเงาะเป็นพระสังข์ก็ครั้งหนึ่ง 
          งงระเบิดรายวันมันตังตึง 
          ตื่นตะลึงสื่อมายาฆ่าหญิงทำไม (กรณีดาราท้องแล้วไม่มีคนรับ) 

          ตื่นอำมาตย์ทำงันงกจนตกบัลลังก์ 
          เพราะอยากสั่งวนิดาด่าพิสมัย (ฮา..วกไปห่วงละครโทรทัศน์เรื่องวนิดาที่กำลังจวนถึงบทไคลแม็กซ์จนได้..!!) 
          เบื่อน้ำหวานพาลตบเหมยเฉยอยู่ไย (โอโฮ้..ยังตามไปห่วงละครเรื่องระบำดวงดาวอีกเรื่องเสียอีก..?) 
          นภาลัย..เอ๊ย..แม่มณฑาพาหนีหน่อยเอย”(ปรบมือ)

          บทวุ่นวายอย่างนี้ คุณกัญจนปกรณ์เลยขับร้องเพลงสนุกๆที่ชื่อ แขกสุ่มเสียเลย
         
          เห็นท้าวสามลหลุดคิวออกไปเช่นนั้น รศ.นภาลัย สุววณธาดา อดีตประธานชุมนุมวรรณศิลป์คนที่สามของสโมสรนิสิตจุฬาฯผู้ได้รับยกย่องเป็นหนึ่งในผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นปีนี้ก็ว่าบทนางมณฑารีบประคับประคองพระสวามีไปทันที
           
          “สักวานางมณฑามารศรี 
          เห็นสามีตกบัลลังก์นั่งผวา 
          กลัวเลือกตั้งครั้งใหม่มิได้มา 
          ประคองพาไปช่วยลูกที่ผูกพัน 

          พระสังข์ทองท้องไม่รับทับไม่ว่า (ฮา..) 
          ต้องกินยาคลายเครียดเฉียดอาสัญ 
          หนีไปบวชแก้กรรมสักสามวัน (ฮา) 
          เคลียร์เรื่องนั้นแล้วไปง้อเฮียฮ้อเอย (ฮาดัง..ปรบมือ เฮียฮ้อ-เจ้าสังกัดดาราอยากปากเร็ว ต้องเจอด้วย )

          บทคันๆอย่างนี้ ครูสุดจิตต์ก็ขับร้องด้วยเพลงสร้อยบังใบอันหวานเสนาะ   เหมาะกับบทยอกย้อนซ่อนเงื่อนเสียนี่กระไร
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30608

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 27 ม.ค. 11, 09:26

ปล่อยให้สลบกันอยู่นานๆไม่เหมาะกับเวลาการแสดงแน่ๆ  ม.ร.ว.อรฉัตร ซองทอง อดีตผู้ตั้งโรงเรียนราชทัศน์นาฏศิลป์เพื่อสืบทอดสมบัติวัฒนธรรมไทยมาเมื่อ ๔๐ กว่าปีมาแล้วรีบรวบรัดตัดความว่า

         “สักรวาจันเทวีพาทีถ้วน 
         เล่าเรื่องจริงล้วนล้วนไม่เสแสร้ง 
         ตั้งแต่ต้นจนปลายหมายแจกแจง 
         ให้รู้แดงรู้ดำที่ทำมา 

         บัดนี้พระบิดาคนหน้าเหลี่ยม (ฮา) 
         นั่งเอี้ยมเฟี้ยมคอยอยู่ประตูหน้า 
         สำนึกแล้วโปรดอภัยให้เมตตา 
         คงไม่กล้าก่อการร้ายกลัวตายเอย”(ปรบมือ)

         ครูสุดจิตต์ฟังบทแล้ว ก็เลือกเพลงให้เข้าทำนองคนแสร้งทำสงบเสงี่ยมถอดเขี้ยวเล็บแล้ว เลยขับร้องในทำนองเขมรอกโครง ให้ 

         เห็นว่าบรรยากาศประนีประนอมกันด้วยดี คุณอดุล จันทรศักดิ์-คอลัมนิสต์ดีเด่นรางวัลกองทุนหม่อมราชวงศ์อายุมงคล โสณกุลปี ๒๕๔๘ในบทพระสังข์เจ้าเมืองสามลคนใหม่จึงทูลเชิญพระบิดาด้วสรุปเหตุการณ์ให้กระชับว่า
         
         ”สักวายศวิมลเชิญเข้าเมือง 
         ใส่เสื้อแดงเสื้อเหลืองก็เข้าได้ (ฮาดัง..)
         จะลืมเรื่องที่ท้าวเคยทำไว้ 
         ครั้งที่ขับไล่จันเทวี 

         สั่งอำมาตย์จัดข้าวปลาอย่าให้พร่อง   
         การรับรองท้าวเธอต้องถ้วนถี่ 
         เสียงระเบิดใดใดอย่าให้มี  (เหตุการณ์ด้อยปัญญาเช่นนี้นึกว่ามีแต่ในประเทศด้อยพัฒนาบางประเทศ..?)
         บอกวันนี้สังข์ทองขอร้องเอย” (ปรบมือ)

         บทปลอบใจเช่นนี้คุณกัญจนปกรณ์เลยขับร้องด้วยเพลงที่สนุกสนานคือเพลงแต่ช้าแต่ ซึ่งมีลูกคู่คอยร้องรับ “แต่ช้าแต่..ชะ.ชะ...แต่ช้าแต่..”เป็นช่วงๆ สนุกสนานครึกครื้นดี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30608

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 27 ม.ค. 11, 18:58

       เมื่อนางจันเทวีพระมารดา พระสังข์และรจนาถูกปลุกให้ฟื้นจากสลบไสลด้วยความตื้นตันใจที่ผ่านร้อนหนาวยาวนานแล้วได้มาพบกัน  รจนาในฐานะแม่ครัวหัวป่าก์จึงสะท้อนชีวิตจริงหญิงยคใหม่ที่เอาแต่เรียน-เรียน-เรียน แล้วเป็นสาวทำงานมาตีแผ่  ดร.ญาดาซึ่งตอนนี้เออรี่รีไทร์จากมนุษย์เงินเดือนมาทำงานอิสระหาความสุขให้ชีวิตด้วยการเป็นนักจัดรายการวิทยุและพิธีกรจัดงานเพลง วางมาดหน้าที่แม่บ้านว่า

        “สักวารจนามามาดเท่  
         เรื่องเสน่ห์ปลายจวักรักอย่าถาม  
         เก่งแต่กินมากมายหลายหลายชาม  
         ไว้พุงพองามตามสามี  

         วานแม่ครัวหัวป่าก์จัดอาหาร  
         เปรี้ยวหวานมันเค็มให้เต็มที่  
         เลี้ยงทหารชุดดำอิ่มหนำดี  (เพราะทหารเมืองยศวิมลต้องพรางตัว ไม่ใช่มาป่วนเมืองเหมือนพวกอกตัญญูต่อแผ่นดินในบางประเทศ)  
          เพื่อท่านพี่น้องทำได้ทุกอย่างเอย”(ปรบมือ)
      
          บทนี้ครูสุดจิตต์กำนัลนักฟังด้วยเพลงที่ชื่อและทำนองเก๋ว่า เพลงไวโอเล็ต ให้เยาวชนรู้ว่านักปราชญ์ไทยในอดีต นั้นท่านมีภูมิปัญญาเยี่ยมอย่างไร มีการดัดแปลงลำนำดุริยางค์สังคีตให้ก้าวหน้า มิใช่จำเจซ้ำซากอย่างที่ผู้ไม่รู้ –สักแต่พูดและเข้าใจเอาเอง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30608

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 28 ม.ค. 11, 09:08

        ปรากฏเป็นที่พอพระทัยพระราชบิดาของพระสวามี  แต่เนื่องจากคนโบราณท่านมักจะติดถิ่นฐานเดิม อาจารย์เอนก แจ่มขำ ผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรมในบทท้าวยศวิมลจึงว่า
        “สักวาอยู่ที่ใดไม่เหมือนบ้าน 
         จากมานานอยากคืนถิ่นแผ่นดินเก่า 
         คิดถึงประชาชนคนบ้านเรา 
         เชิญพระสังข์กลับเหย้าพร้อมมารดร 

         ขอบคุณเมืองสามลได้ยลเยี่ยม 
         น้ำใจเปี่ยมอยู่สุขสโมสร 
         รอลูกสืบสันตติวงศ์พงศ์ภูธร 
         ครองนครในฝันนิรันดร์เอย”

         นอกจากห่วงบ้านเก่าแล้วยังอยากให้ลูกหลานกลับไปสืบสานสร้างสรรค์บ้านเดิม  บทนี้คุณกัญจนปกรณ์ขับร้องในเพลงพม่าทุงเล ๒ ที่มีลูกคู่คอยร้องรับเล-เล-เหล่-เล้-เล-เล้-เลๆ สนุกสนาน

          ฝ่ายท้าวสามลก็สบายพระทันที่ลูกเขยเล็กไว้วางใจได้ อดีตสมาชิกวุฒิสภาประยอม ซองทอง ในบทท้าวสามลทำให้คนฟังนึกถึงรองนายกฯคนหนึ่งไปว่า
     
          “สักวาสามลคนหูกาง 
           จำใจวางแก้วไวน์ไปย่างย่อง (ฮา) 
           ออกเดินสายคล้ายมีหน้าที่ปรองดอง 
           แท้สำรองนายกฯเผื่อตกทับเท้า 

           เชิญท้าวยศฯจรดเมืองสองเป็นทองแผ่นเดียว 
           ราคาทองกำลังเชี่ยวควรรวมกระเป๋า 
           เหมือนมาร์ค-ห้อยเกี่ยวก้อยปึ๊กศึกบางเบา 
           กันพวกน้ำเน่าเผาผลาญบ้านเมืองเอย”
       
          บทปรองดองอย่างนี้ทำให้คุณกัญจนปกรณ์ขับร้องในทำนอง โยสลัม 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30608

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 31 ม.ค. 11, 08:35

      ในขณะเดียวกับ ศิลปินแห่งชาติอดุล จันทรศักดิ์ในบทพระสังข์ก็ประกาศตนเป็นนักประชาธิปไตยแท้จริงไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่ปากหากพฤติกรรมเผด็จการ
      “สักวาลาแม่ยายกลับเมืองยศ 
      แต่กลัวบทรจนาหาผัวใหม่ 
      จึงถามเมียว่าคิดอ่านประการใด 
      จะตามไปหรืออยู่ต่อกับพ่อตา 

      รักพระสังข์นั้นปานผู้พันประจักษ์  (ฮา) 
      รักแล้วรักเจ้ายิ่งไม่ยอมหย่า 
      จะตามไปหรือไม่ให้บอกมา 
       ถ้างอนอย่างวนิดาจบช้าเอย”(ฮา-ปรบมือ)
   
       กระแสความนิยมละครโทรทัศน์เรื่องวนิดา ยังสูงเพราะเยาวชนฮารับกันเกรียว คุณกัญจนปกรณ์จึงขับร้องด้วยเพลงตะลุ่มโปงจีน ทำนองและจังหวะออกสนุกสนาน 
   
       ทำเอาผศ.ดร.ญาดา อารัมภีร ผู้มีเสียงเสนาะจนผันตัวเองมาเป็นนักร้องและพิธีกร  ในบทรจนาจึงตอบด้วยลูกเล่นที่หยิกแกมหยอกว่า
 
        “สักวา”สังข์”ไปไหน”รจ”ไปด้วย (ฮา) 
        ผัวรวยรวยอย่างนี้หาที่ไหน 
        เงินขาดมือทองเต็มตัวกลัวอะไร 
        แอบลอกไว้วันละนิดคิดแล้วคุ้ม (ฮา) 
   
        สังข์อยากให้ “อยู่”หรือ”หย่า”น่าสงสัย 
        คิดมีน้อยหรือยังไงให้กลัดกลุ้ม 
        ขืนปล่อยเดี่ยวมีเสียวเดี๋ยวกิ๊กรุม 
        ขอตามคุมสังข์ใกล้ใกล้ไม่ห่างเอย” (ฮา-ปรบมือ)

        บทหึงหวงด้วยรักนี้ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์ (หลานสาวครูสุดจิตต์หรือลูกสาวครูเหนี่ยวครูเพลงผู้ยั่งยืนในใจคนแม้จากไปนานแสนนาน)เพิ่งเอาชนะจลาจลจากจราจรมาทันได้ขับร้องในทำนองตะลุ่มโปงไทย ซึ่งไพเราะไม่แพ้ตะลุ่มโปงจีนเช่นกัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30608

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 31 ม.ค. 11, 08:37

           เรื่องมาลงเอยโดยคุณแม่ยายจะเป็นผู้ตัดสิน รศ.นภาลัย สุวรรณธาดาผู้ได้รับยกย่องมาหลายอย่างทั้งครูกวีศรีสุนทรเมื่อวันสุนทรภู่ ๒-๓ปีก่อน และปีนี้ก็ได้รับยกย่องเป็นผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นจึงสรุปบทให้ว่า

          “สักวานางมณฑาผวาหวั่น 
          เห็นแมนชั่นระเบิดเปิดคลังแสง (แมนชั่นคลังแสงเสื้อแดงที่บางบัวทอง ฤทธิ์ดุเดือดจนกลัวกันไปทั่ว)
          พระสังข์ทองทองเหลืองหรือทองแดง 
          เรื่องมันแรงอย่าไปรื้อกระพือไฟ 

           ส่วนเรื่องลูกในท้องไม่ต้องย้ำ 
           ซิงเกิ้ลมัมพ่อไม่ดูก็อยู่ได้ (ยังติดใจเรื่องดาราท้องยังเกี่ยงว่าใครเป็นพ่ออยู่  แต่ในฐานะแม่ เธอก็ฝากข้อเตือนใจเยาวชนและสะกิดเตือนสื่อปากมากด้วยว่า) 
           ฝากบทเรียนวัยรุ่นครุ่นคิดไว้ 
           ฝากสื่อให้จบเรื่องฉาวจบข่าวเอย” (ปรบมือ)

           ครูสุดจิตต์ร้องเพลงสุดท้ายของเรื่องวันนี้ด้วยเพลงจันทร์โลม ซึ่งทำนองแปลกและหวานไพเราะสมชื่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30608

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 09:01

        เห็นเวลาพอสมควรแล้ว ผอ.ศูนย์วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ผู้ได้รับยกย่องจากมูนิธิเพชรภาษาและปีนี้ได้รับยกย่องเป็นผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นจาก “สวช”เช่นเดียวกับนักสัวาหลายคนในเวทีนี้จึงว่าบทลา ให้ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ก็ร้องส่งท้ายด้วยเพลงนกจากได้หวานชวนอาลับอาวรณ์ยิ่ง
   “สักรวาสายัณห์ตะวันบ่าย 
        ลาหญิงชาย “กล้า”กวีศรีสมัย 
        ลาปี่พาทย์ร้องรับเพราะจับใจ   
        เอื้อนอาลัยอาวรณ์ก่อนอำลา 

        ฝากคิดดีทำดีไว้ไม่เสื่อมสูญ 
        เพื่อเทิดทูนกษัตริย์ชาติศาสนา 
        รักแผ่นดินเรานี้เหนือชีวา 
        ช่วยรักษาความเป็นไทยพ้นภัยเอย”(ปรบมือ)
   
        นักสักวาก็เหมือนประชาชนทั่วไป  ที่มีความรู้สึกเจ็บปวดเดือดเนื้อร้อนใจ และอยากให้ประเทศชาติบ้านเมืองที่รักที่อยู่ที่กินมีความสงบสุขอย่างไร เฉกเช่นสามัญชนทั่วไปซึ่งทำอะไรไม่ได้มากกว่าแสดงความคิดเห็น มักสะท้อนความรู้สึกออกมาอย่างศิลปินที่รักและหวงแผ่นดินทั้งมวล  @
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.056 วินาที กับ 19 คำสั่ง