เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 14 15 [16] 17 18 ... 21
  พิมพ์  
อ่าน: 97569 ภาพและเรื่องสมัยรัชกาลที่๕ ได้มาใหม่จากเวปฝรั่งเศส
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 225  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 21:52

ผมก็คิดว่าเป็นรูปถ่ายที่ท่าเรือโอเรียนเต็ลครับ

เพราะถ้าถ่ายที่กงสุลฝรั่งเศสจริงๆ แล้ว
ก็ย่อมจะติดเรือที่จอดเสียภาษีอยู่หน้า ศุลกสถาน บ้าง อย่างน้อยก็ลำ สองลำ
(ตั้งอยู่ติดกันยังไงก็ต้องเห็น)
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 226  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 21:58

ขอบคุณคุณ siamese ด้วยภาพนี้   เรือรบ  เลอ ลูแตง( Le Lutin)  ที่ฝรั่งเศสส่งเข้ามาลอยลำอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเริ่มเหตุการณ์ร.ศ. 112

ขอบคุณครับ อ.เทาชมพู  ลองดูภาพนี้สักหน่อย เป็นภาพลายเส้นการ์ตูนล้อวิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ เป็นภาพทหารฝรั่งเศสในชุดทหาร ถือดาบปลายปืน เข้าแทงตุ๊กตาไม้ แต่งกายแบบโบราณ ๒ ตัว ตัวหนึ่งล้มไปแล้ว อีกตัวถูกแทงที่หน้าอก
ตัวตุ๊กตานุ่งผ้าโจงแบบโบราณ สวมหมวกมีคำว่า "Siam" พกดาบยาว ประหนึ่งว่าเป็นทหารโบราณ สู้เขาไม่ได้


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 227  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 22:22

ชุดคล้ายทหารเรือ แต่มีปืนใหญ่บนหลังช้าง

ภาพนี้เป็นภาพช้างบรรทุกปืนใหญ่ของกำลังพลเกณฑ์ มณฑลพิษณุโลก กำลังมุ่งหน้าสู่นครหลวงพระบาง ในการปราบฮ่อ ซึ่งมีเครื่องแบบทหารเรือเข้าร่วมด้วย


บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 228  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 22:36

คุณไซมีส

ช้างตัวฝั่งขวาของภาพนั่น บนกูบบรรทุกอะไรครับ ฮืม
ปืนกล (แกตลิงตัน) หรืออะไร
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 229  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 22:45

ขอบคุณคุณ siamese ด้วยภาพนี้   เรือรบ  เลอ ลูแตง( Le Lutin)  ที่ฝรั่งเศสส่งเข้ามาลอยลำอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเริ่มเหตุการณ์ร.ศ. 112

ขอบคุณครับ อ.เทาชมพู  ลองดูภาพนี้สักหน่อย เป็นภาพลายเส้นการ์ตูนล้อวิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ เป็นภาพทหารฝรั่งเศสในชุดทหาร ถือดาบปลายปืน เข้าแทงตุ๊กตาไม้ แต่งกายแบบโบราณ ๒ ตัว ตัวหนึ่งล้มไปแล้ว อีกตัวถูกแทงที่หน้าอก
ตัวตุ๊กตานุ่งผ้าโจงแบบโบราณ สวมหมวกมีคำว่า "Siam" พกดาบยาว ประหนึ่งว่าเป็นทหารโบราณ สู้เขาไม่ได้

เห็นแล้วสะเทือนใจ มากกว่าขำ ลังเล

นำรูปแม่น้ำเจ้าพระยามาให้คุณ siamese และท่านอื่นๆช่วยดูอีกภาพ  มีคำบรรยายใต้ภาพว่า
'Missions Salesiennes: SIAM II BANG NOK KHUEK ?
Le procession de la Fete-Dieu sur le fleuve Menam'

ขบวนแห่ไม้กางเขน ไปตามแม่น้ำ

SIAM II BANG NOK KHUEK  = บางนกแขวก?


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 230  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 22:52

บางนกแขวก อัมพวา สมุทรสงคราม

มีชุมชนชาวคริสต์อยู่แถวๆ อัมพวาครับ อยู่กันมาตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ 3 แล้ว
มีโบสถ์ใหญ่สวยเด่นชื่อ "อาสนวิหารแม่พระบังเกิด" ตั้งอยู่ที่ปากคลองบางนกแขวก
สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2433 โดยมิชชันนารีชาวฝรั่งเศส ชื่อ บาทหลวง เปาโล ซัลมอน

และถ้าเป็นบางนกแขวกจริง แม่น้ำที่เห็นก็คงเป็น แม่น้ำแม่กลอง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 231  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 23:04

พอเห็นแม่น้ำ ใจก็นึกถึงเจ้าพระยาโดยอัตโนมัติ   ลืมแม่กลองไปสนิท
เอารูปจากเว็บฝรั่งเศสมาให้คุณ Art47    รูปนี้คนวาดคงอาศัยคำบอกเล่า ไม่เคยเห็นสยาม  จึงสร้างภาพว่าคนไทยกราบไหว้บูชาช้างเผือก
แม้แต่พระสงฆ์ก็กราบไหว้ชายชุดขาว  ซึ่งดูไม่ออกว่าหมายถึงใคร  แต่งตัวคล้ายๆบาทหลวงแต่สวมชฎา


บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 232  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 23:13

เอารูปจากเว็บฝรั่งเศสมาให้คุณ Art47    รูปนี้คนวาดคงอาศัยคำบอกเล่า ไม่เคยเห็นสยาม  จึงสร้างภาพว่าคนไทยกราบไหว้บูชาช้างเผือก
แม้แต่พระสงฆ์ก็กราบไหว้ชายชุดขาว  ซึ่งดูไม่ออกว่าหมายถึงใคร  แต่งตัวคล้ายๆบาทหลวงแต่สวมชฎา

ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงนะครับอาจารย์เทา
แม้จะไม่ถึงกับยกมือไหว้กราบกรานเช่นในภาพ แต่ชาวสยามเคารพก็ช้างเผือกมากยิ่ง
ดูอย่างเวลาช้างเผือกในสมัยก่อนอาบน้ำสิครับ ยังต้องมีสัปทน บังสูรย์กั้น ดีไม่ดีมีจ่าปี่จ่ากลองประโคมซ้ำ
กินน้ำ กินหญ้า ก็ใส่พานทอง พานเงินกันเชียว

เห็นพระแล้วนึกถึงพระวัดเส้าหลิน เห็นชายชุดขาว แล้วนึกถึงพระฤาษีดาบสไปเลยครับ
ควาญช้างก็โพกผ้าอย่างอินเดีย
ท่าทางคนวาดจะจับรวมทั้งจีนทั้งอินเดียเลย
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 233  เมื่อ 02 ก.พ. 11, 07:43

พอเห็นแม่น้ำ ใจก็นึกถึงเจ้าพระยาโดยอัตโนมัติ   ลืมแม่กลองไปสนิท
เอารูปจากเว็บฝรั่งเศสมาให้คุณ Art47    รูปนี้คนวาดคงอาศัยคำบอกเล่า ไม่เคยเห็นสยาม  จึงสร้างภาพว่าคนไทยกราบไหว้บูชาช้างเผือก
แม้แต่พระสงฆ์ก็กราบไหว้ชายชุดขาว  ซึ่งดูไม่ออกว่าหมายถึงใคร  แต่งตัวคล้ายๆบาทหลวงแต่สวมชฎา

ศิลปินผู้สร้างภาพ นึกมโนภาพว่า "สยาม" เป็นอย่างไร ผู้คนแต่งตัวอย่างไร? ไม่เคยเห็นมาก่อน เลยผสมโรงทั้งจีน ทั้งแขก (ที่เคยเห็นทางอินเดียขี่ช้าง) ผสมกับอาคารยอดแหลม แถมยังประเทศนี้ต้องใส่ชฎายอดแหลมๆด้วย จึงจัดแจงสร้างภาพผสมออกมาอย่างที่เห็น

สำหรับช้างเผือก จะมียศศักดิ์ตำแหน่ง ดังนั้นจึงเป็นที่เคารพตามฐานานุศักดิ์ แต่ธรรมเนียมต่างประเทศไม่เข้าใจ เห็นภาพนี้แล้วนึกถึงภาพที่ราชทูตลาลูแบร์ ได้ตีพิมพ์ไว้ในหนังสือของท่าน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 234  เมื่อ 02 ก.พ. 11, 09:16

เรายกย่องช้างเผือก  แต่ไม่ถึงขั้นลงหมอบกราบ เวลาช้างเดินไปไหนมาไหน  ยิงฟันยิ้ม
 
ภาพใน # 231 น่าจะวาดขึ้นจากที่มา คือภาพเก่าของลาลูแบร์
ดูฉากหลังในภาพ  ทางซ้ายมีเค้าๆพระปรางค์วัดอรุณ แต่ยอดด้วนผิดรูปผิดร่าง   ส่วนทางขวา มีเค้าพระที่นั่งจักรี
ช่วยกันดูหน่อยนะคะ
บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 235  เมื่อ 02 ก.พ. 11, 09:33

ภาพวาดของลาลูแบร์นั้น

ผมว่าเหล่าข้าราชบริพารไม่ได้หมอบกราบช้างเผือกนะครับ
แต่น่าจะถวายบังคมสมเด็จพระนารายณ์ที่ทรงพระคชาธารอยู่มากกว่า

ส่วนภาพที่สีสันสวยงาม
ผู้วาดคงนึกว่าขนนางหมอบกรานช้างเผือก
จึงสื่อให้เป็นเช่นนั้น อย่างคุณไซมีสบอก

พระปรางค์วัดอรุณที่อาจารย์เทาว่า ผมเห็นว่าคล้ายอยู่หลายส่วน
แต่ก็บิดเบือนแปลงรูปตามจินตการฝรั่ง
จนใกล้ๆ จะเหมือนกับหอคอยแห่งบาบิโลน (คงเอามาเป็นต้นแบบทีเดียว)
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 236  เมื่อ 02 ก.พ. 11, 09:43

ดูฉากหลังในภาพ  ทางซ้ายมีเค้าๆพระปรางค์วัดอรุณ แต่ยอดด้วนผิดรูปผิดร่าง   ส่วนทางขวา มีเค้าพระที่นั่งจักรี
ช่วยกันดูหน่อยนะคะ

ใช่ครับ สิ่งก่อสร้างด้านซ้ายมือ จงใจทำอย่างพระปรางค์วัดอรุณ แต่ยอดหายไป ส่วนทางขวาก็คล้ายๆพระที่นั่งจักรี เนื่องจากมีช่องหน้าต่างยาวๆๆ เรียงชิดกันก็คล้ายครับ

แต่ดูโดยรวมๆแล้ว ช้างที่แขกโพกผ้านำมานี้ คล้ายๆบรรยากาศงานแห่พระบรมธาตุ พระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกาเลยนะครับ เนื่องจากช้างมีการตกแต่งประดับประดา ผ้าคลุม โซ่คล้องงาช้าง วัสดุยอดแหลมบนหลังช้างและหัวช้าง
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 237  เมื่อ 02 ก.พ. 11, 09:49

คุณไซมีส

ช้างตัวฝั่งขวาของภาพนั่น บนกูบบรรทุกอะไรครับ ฮืม
ปืนกล (แกตลิงตัน) หรืออะไร

ใช่ครับ ปืนแก็ตลิ่งรุ่นแรกนำมาใช้ในสมัย ร.๕  เป็นรุ่นวางบน ๓ ขา   ผลิตโดยบริษัท แก็ตลิ่ง (Gatling Gun Company , Connecticut USA) ในอเมริกา  (ดูภาพตั้งบนหลังช้าง)

นายแก็ตลิ่ง ( Gatling)  ชาวอเมริกัน ประดิษฐ์ปืนกลในชื่อของเขาสำเร็จก็เพราะในช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกัน  ได้มีการนำปืนใช้กระสุนปลอกโลหะ ชนวนริม ที่ทันสมัยมาใช้อย่างแพร่หลาย   จึงง่ายต่อระบบการป้อนกระสุนจากแม็กกาซีน  และปืนแก๊ตลิ่งกระบอกแรกใช้ระบบมือหมุนเป็นกลไกให้ปืนหลายลำกล้องนี้หมุนอยู่บนแกนเดียวกัน เพื่อ ขึ้นลำเลื่อนและลั่นไกออกไปอย่างต่อเนื่อง ในอัตราเร็วถึง ๖๐๐ นัดต่อนาที อันเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพมากกว่าระบบอื่นๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 238  เมื่อ 02 ก.พ. 11, 10:37

ขยายภาพปืนทั้ง ๓ กระบอกให้ดู  เผื่อคุณ siamese กับคุณ art จะอธิบายเพิ่มเติม


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 239  เมื่อ 02 ก.พ. 11, 11:22

ขยายภาพปืนทั้ง ๓ กระบอกให้ดู  เผื่อคุณ siamese กับคุณ art จะอธิบายเพิ่มเติม

สิ่งที่ภาพนี้นำเสนอและทุกๆท่านสังเกตุมาเสมอ เป็นภาพกระบวนช้างบรรทุกปืนใหญ่ อาวุธยุทโธปกรณ์ของกำลังพลเกณฑ์ มณฑลพิษณุโลก กำลังมุ่งหน้าสู่นครหลวงพระบาง ในการปราบฮ่อเมื่อพ.ศ. ๒๔๑๘ สิ่งที่โดดเด่นกว่าเพื่อนคือ "ปืนใหญ่หลังช้าง"

ปืนใหญ่หลังช้าง เริ่มเข้าประจำกองทัพของไทยในสมัยรัชกาลที่ ๔ แล้ว โดยอ้างถึงหนังสือที่ระลึกวันสถาปนากระทรวงกลาโหมว่า "รัชกาลที่ ๔ ทรงพระราชดำริว่า บ้านเมืองเจริญขึ้นแล้ว ปืนใหญ่รักษาพระนครก็ยังมีอยู่น้อย จึงโปรดให้ พณฯ หัวเจ้าท่าน เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ สั่งปืนกระสุน ๘ นิ้ว ๑๒ นิ้ว เข้ามาอีก  รวมถึงปืนหลังช้าง ๔๐ กระบอกๆ ละ ๖ ตำลึง ๑ บาท"

ครั้นถึงคราวปราบฮ่อ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๘ ปืนใหญ่หลังช้างก็ได้นำเข้าร่วมรบ โดยลักษณะของปืนใหญ่ยาว ๑๐๒.๖ ซม. ปากกระบอกปืนกว้าง ๖.๔ ซม. สร้างจากเหล็กหล่อ ไม่มีเกลียว เป็นประเภทลำกล้องเรียบ ด้านล่างมีเพลายื่นออกมา ๒ ข้างติดกับขาหยั่งปักลงแท่นไม่ให้ปืนเคลื่อนเวลายิง

ปืนสามารถกระดกขึ้น - ลง รวมทั้งส่ายลำกล้อง ซ้าย-ขวาได้ ส่วนการยิงทำได้ด้วยการบรรจุดินดำและดินขับ และลูกกระสุนทางปากลำกล้อง และพลยิงจะจุดไฟที่รังเพลิงด้านท้ายกระบอก ประสิทธิภาพการยิงอยู่บนที่สูง ทำให้ทำลายข้าศึกหลังป้อม หลังกำแพงได้ เคลื่อนที่ด้วยช้าง และสามารถถอดประกอบได้ ซึ่งสังเกตุจากล้อเกวียนทั้ง ๒ ข้าง

ปืนประเภทนี้เน้นการโจมตีหลังป้อม หลังกำแพง มากกว่าที่จะเน้นยิงด้วยความแม่นยำสูง แต่เคลื่อนที่เร็ว มีอำนาจการทำลายได้เรื่อยๆ



บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 14 15 [16] 17 18 ... 21
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง