เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16 ... 21
  พิมพ์  
อ่าน: 96005 ภาพและเรื่องสมัยรัชกาลที่๕ ได้มาใหม่จากเวปฝรั่งเศส
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 195  เมื่อ 31 ม.ค. 11, 16:44


ภาพนี้เป็นภาพที่ตีพิมพ์ลงบนรูปยาซิกาแรต เป็นภาพโรงทหารหน้า


โรงทหารหน้า ก็คือกระทรวงกลาโหมในปัจจุบันนี้
แต่เท่าที่รู้ตอนนี้ไม่มีหอนาฬิกา

ในระยะแรกโรงทหารหน้านี้ ใช้เป็นสถานที่สำหรับทหารต่างๆ ในกรมทหารหน้า จนกระทั่งได้มีการตราพระราชบัญญัติการทหาร ให้รวมทหารบก และทหารเรือเข้าด้วยกัน และยกฐานะกรมยุทธนาธิการเป็นกระทรวงยุทธนาธิการ เมื่อ ๑ เมษายน ๒๔๓๓ ซึ่งได้ตั้งกองบัญชาการอยู่ในโรงทหารแห่งนี้ด้วย โรงทหารแห่งนี้จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นศาลายุทธนาธิการ

ครั้นถึงวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๓๕ ได้มีการกำหนดหน้าที่กระทรวงกลาโหมเป็นกระทรวงราชการทหารตามตำราโบราณ จึงได้ย้ายที่ว่าการกระทรวงกลาโหมจากศาลาลูกขุนในพระบรมมหาราชวังมาอยู่ที่ตึกหลังกลางด้านหน้าของศาลายุทธนาธิการแล้วได้เปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงกลาโหมดังจะเห็นได้จากอักษรที่เขียนอยู่หน้ามุขด้านตะวันตก โดยลบโรงทหารหน้าออกไป

อาคารกระทรวงกลาโหม เป็นอาคารใหม่ ๓ ชั้น ทาสีไข่ไก่ หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ด้านถนนสนามไชย หน้าจั่วทำเป็นรูปหน้าจั่วทรงโรมัน ตกแต่งด้วยปูนปั้นเป็นรูปช้างอยู่ภายในกงจักรขนาบข้างด้วยคชสีห์ และราชสีห์ ถือจักร ถัดจากรูปช้างขึ้นไปเป็นตราพระเกี้ยวปิดทอง ส่วนใต้รูปช้างลงมาเป็นรูปชายแพรทาสีม่วงคราม สลักเป็นภาษาบาลี ว่า “วิเชตวา พลวาภูป รฎเฐ สาเธตุ วุฑฒิโย” มีความหมายว่า “ขอให้พระมหากษัตริย์เจ้าพร้อมด้วยทวยทหาร ทรงมีชัยชนะยังความเจริญให้สำเร็จในแผ่นดินเทอญ”
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 196  เมื่อ 31 ม.ค. 11, 17:03

^
ได้คะแนน 200 จากคะแนนเต็ม 100 ค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 197  เมื่อ 31 ม.ค. 11, 19:22

เอารูปจากเว็บฝรั่งเศสมาฝากให้ดูกัน   คงเป็นขุนนางไทยสมัยรัชกาลที่ ๕  ถ่ายโดยนายปาวี


บันทึกการเข้า
Baitoey
อสุรผัด
*
ตอบ: 15


ความคิดเห็นที่ 198  เมื่อ 31 ม.ค. 11, 20:04

มูโอต์ไปเห็นนครวัตเข้าก็แทบเป็นลมเพราะความตื่นเต้น เมื่อรีบกลับบ้านไปรายงานสิ่งที่ตนพบเห็น และมีโอกาสเอาภาพที่ตนเองเขียนขึ้นทั้งหมดไปแสดงที่กรุงปารีส คราวนี้คนฝรั่งเศสเลยจะเป็นลมมั่งเพราะความโลภ อยากจะได้เขมรมาเป็นเมืองขึ้น  แล้วก็หาเรื่องชิงเอาเขมรไปจากไทยจนได้

เรียน อาจารย์ Navarat C.

หนูคิดว่ามูโอต์ไม่มีโอกาสเอาภาพที่ตนเองเขียนขึ้นไปแสดงที่กรุงปารีสหรอกค่ะ
เพราะมูโอต์ตายที่ริมแม่น้ำคาน ห่างจากตัวหลวงพระบางประมาณสิบกิโลเมตรค่ะ

มูโอต์จากฝรั่งเศสมาสำรวจสยามและอินโดจีน และไม่ได้กลับไปฝรั่งเศสอีกเลย

การสำรวจสยามนั้น เขาใช้กรุงเทพฯ เป็นฐาน ไปแล้วกลับมาสู่กรุงเทพฯ
เช่น กรุงเทพฯ-อยุธยา-พระบาท-โคราช
กรุงเทพ-เพชรบุรี
กรุงเทพฯ-จันทบุรี-พระตะบอง-กัมปงโสม
ทริปสุดท้ายทีไปแล้วไปลับ คือกรุงเทพฯ-ลานช้าง



ที่โลกตะลึงคือเมื่อแกสิ้นแล้ว ลูกหาบได้ขนของใช้ส่วนตัวและไดอารี ของมูโอต์มาให้กงศุลฝรั่งที่กรุงเทพฯ
เพื่อส่งต่อให้น้องชายชื่อชาร์ล มูโอต์ ซึ่งชาร์ลได้ตีพิมพ์หนังสือการสำรวจสยามและอินโดจีน

จุดนี้จุดประกายให้ชาวฝรั่งเศสเเละโลกมาทำความรู้จักกับอินโดจีน


อย่างไรก็ตาม มูโอต์มิได้เป็นฝรั่งคนเเรกที่ค้นพบ นครธม/นครวัตร หรอกค่ะ


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 199  เมื่อ 31 ม.ค. 11, 20:11

เอารูปจากเว็บฝรั่งเศสมาฝากให้ดูกัน   คงเป็นขุนนางไทยสมัยรัชกาลที่ ๕  ถ่ายโดยนายปาวี

สังเกตุว่าชายไทยที่เป็นขุนนาง ข้าราชการชั้นสูงแถวอีสาน ลาว เขมร ที่ผมมีภาพเก่านั้นสังเกตุได้ว่า จะไว้เล็บยาว หรือไม่ก็มีการเจียนเล็บให้แหลม ยาว แบบนี้ก็จะเปิบข้าวด้วยมือกันอย่างไร  ฮืม


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 200  เมื่อ 31 ม.ค. 11, 20:19

เขมร - ลาว


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 201  เมื่อ 31 ม.ค. 11, 22:40

หลักฐานว่าผู้ชายไทยไว้เล็บยาวมาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์

นางพิมตัดพ้อต่อว่าพลายแก้ว

เพียงจับมือถือแขนก็แสนเจ็บ           
คมเล็บเลือดเหยาะลงเผาะผอย
แต่หยอกกันสารพันเป็นริ้วรอย
เชิญถอยไปเสียเถิดไม่ไยดี ฯ

พลายแก้วตอบว่า

ทำเล็บหักเหมือนไม่รักพี่จริงจัง
ถึงเงินชั่งหนึ่งหารักเท่าเล็บไม่
เข้าชิดสะกิดพิมยิ้มละไม
อุ้มแอบอกไว้ด้วยปรีดา

รูปสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ  ไว้เล็บยาวเหมือนกัน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 202  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 09:09

มีอีก ๒-๓ อย่างที่พออ่านได้จากภาพขุนนาง ๓ คน 

๑  แฟชั่นสมัยนั้นคือนาฬิกาพก   มองเห็นสายนาฬิกาโยงออกมานอกเสื้อ  ของขุนนางหนุ่มทั้งสอง  แต่ท่านผู้ชราตรงกลางคงพ้นวัยจะตามแฟชั่นไปแล้ว  เลยไม่มี
นึกถึงเพลง...คุณหลวง คุณหลวง อยู่กระทรวงยุทธนา ใส่เสื้อราชปะแตน ทำไมไม่แขวนนาฬิกา...แสดงว่าขุนนางเขาต้องมีสายนาฬิกาพก เหมือนข้าราชการชายสมัยนี้มีนาฬิกาข้อมือ
๒  การแต่งกาย เป็นทางการ  ไม่เคร่งครัดว่าจะต้องกลัดกระดุมครบ   คนขวามือเปิดให้เห็นพุงตามสบายทีเดียว 
๓  ทุกคนถือไม้เท้า  เหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ประกอบที่จำเป็น    ไม้เท้านี้คงจะตามฐานะ ไม่ใช่ตามตำแหน่ง  เพราะท่านคนแก่ตรงกลางซึ่งตำแหน่งใหญ่กว่า  (เพราะนั่ง ขณะที่อีกสองคนไม่มีสิทธิ์นั่งเคียงข้าง)  มีไม้เท้าเรียบๆ   ส่วนขุนนางหนุ่มคนขวา ไม้เท้าหรูหราน่าทึ่ง
คงจะรวย หรือเป็นมรดกจากเจ้าคุณพ่อผู้ใหญ่โต
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 203  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 09:17

อีกรูปจากผลงานของปาวี   
รูปนี้น่าจะเป็นนายกับบ่าว     แบบคุณชายกับทนายหน้าหอ อะไรแบบนั้น    บ่าวคนนี้น่าจะได้รับเลือกให้ติดตามนายไปไหนมาไหน เพราะแต่งกายเรียบร้อย สวมเสื้อสีขาวดูสะอาดเรียบร้อย  ผ้านุ่งเป็นผ้าพื้น เรียบร้อยเช่นกัน
ส่วนตัวคุณชายผู้นั่งเก้าอี้น่าจะเป็นหนุ่มนำแฟชั่นในยุคนั้น  เสื้อคับ  กลัดกระดุมเรียบมิดชิดทุกเม็ด มีแฟชั่นนาฬิกาพกและผ้าเช็ดหน้าเหน็บกระเป๋าทิ้งชาย  ถุงน่องรองเท้าขาว   
นึกไปถึงคุณชิต ลูกชายเจ้าคุณพ่อของแม่พลอย   
โต๊ะข้างตัวคลุมด้วยผ้าฝรั่งแน่นอน  เป็นริ้วสีบนพื้นขาว ทันสมัยมาก   หมวกที่วางบนโต๊ะ เดาว่าเป็นหมวกหางนกยูง


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 204  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 09:22

คุณ siamese  ดิฉันซูมเข้าไปที่มือ  พบว่าทั้งนายและบ่าว ไว้เล็บยาวแบบเดียวกัน   แสดงว่าไม่ใช่แฟชั่นเฉพาะชายสูงศักดิ์  ชายชาวบ้านทั่วไปก็ไว้เล็บยาว
แต่จะด้วยเหตุผลอะไร   ก็ต้องเดาทั้งนั้น  เลยขอให้ท่านทั้งหลายเดากันเองดีกว่าค่ะ


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 205  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 09:53

ภาพทนายหน้าหอ กับขุนนาง คลาสิกมากเลยครับ เรื่องการไว้เล็บยาวและเจียนให้แหลมๆ ดูเหมือนลักษณะของพลูจีบ เลยนะครับ คงต้องการให้ดูไกลๆเป็นกลมกลึง ยาวแหลมยังกับพลูจีบ

ยังมีอีกภาพหนึ่ง เป็นภาพขุนนาง ๒ ท่านสวมเสื้อราชประแตนสีขาว สะอาดตา ท่านหนึ่งคงเป็นข้าราชการพลเรือน (ถือหมวกขนนกยูง) อีกท่านหนึ่งคงเป็นข้าราชการทหาร (ถือหมวกเฮลเมท) กระดุม ๕ เม็ด นุ่งโจง สวมถุงน่อง รองเท้าหนัง ถือไม้เท้า ไว้หนวดพองาม ครบสูตรสมบูรณ์ ดูสง่างามยิ่งนัก ดูประหนึ่งว่า นายปาวี ( คนที่ ๒ จากขวาภาพ) จะให้เกียรติอยู่ในที โดยกุมมือ ตัวตรง

ภาพนี้ระบุว่าถ่ายที่ Muong Nam en 1894 ด้านหลังจะเห็นกำแพงเมืองก่ออิฐ พร้อมบังใบ


บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 206  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 10:04


เห็นแต่หมวกเฮ็ลเมตทำจากไม้ก้อกหุ้มผ้าหรือหนัง  และ หมวกสักหลาดมีขายที่เฮ่งจ๋วนในสมัยต่อมา
บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 207  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 10:07

ท่านที่ยืนทางขวาสุดของภาพที่สันนิษฐานว่าเป็นายทหาร
เหมือนจะเคยพบพานที่ไหนมา ฮืม

จะลองเข้าไปค้นว่าใช่ท่านเดียวกันหรือไหม
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 208  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 10:20

ท่านที่ยืนทางขวาสุดของภาพที่สันนิษฐานว่าเป็นายทหาร
เหมือนจะเคยพบพานที่ไหนมา ฮืม

จะลองเข้าไปค้นว่าใช่ท่านเดียวกันหรือไหม

กระนั้นเชียวหรือคุณอาร์ท47 ลองขยายให้ชมกัน จะได้ระลึกได้  ขยิบตา


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 209  เมื่อ 01 ก.พ. 11, 10:33

คนเดียวกับในรูป 197  คนขวามือ หรือเปล่าคะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16 ... 21
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.041 วินาที กับ 19 คำสั่ง