เชื้อสายราชวงศ์ธนบุรี

<< < (3/12) > >>

เทาชมพู:
ที่กรมศิลปากรรวบรวมไว้ ไม่มีพึ่งบุญ ค่ะ
ไม่ทราบว่าเจ้าจอมมารดาหม่อมไกรสร  กรมหลวงรักษ์รณเรศพระราชโอรสในรัชกาลที่ ๑ มาจากเชื้อสายไหน

เทาชมพู:
ต่อไปนี้เป็นมุมมองส่วนตัว

ดิฉันเคยสงสัยมาก่อนนี้ว่า เมื่อเปลี่ยนราชวงศ์จากธนบุรีมาเป็นจักรี   ความรู้สึกที่ยังต่อเนื่องมา เป็นแบบไหน   พูดอีกที คือราชวงศ์จักรีมองราชวงศ์เดิมอย่างไร
ก็ได้ความเห็นว่า
๑) มองในฐานะปรปักษ์ทางการเมือง
ความคิดนี้น่าจะคุกรุ่นอยู่ตลอดสมัยรัชกาลที่ ๑ ต่อมาจนระเบิดขึ้นต้นรัชกาลที่ ๒   เป้าหมายไม่ได้หมายถึงพระราชวงศ์ทั้งหมด  แต่เป็นคนบางคนเท่านั้น
บุคคลที่ว่าคือกรมขุนกษัตรานุชิต ผู้เป็นพระเจ้าหลานเธอ(หลานตา)ในรัชกาลที่ ๑
สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ท่านรู้สึกอย่างไรกับพระเจ้าตากก็ตามแต่  ข้อนี้คงจะต้องเอาไปถกเถียงกันที่อื่น  แต่ที่มีหลักฐานให้เห็นในพระราชพงศาวดารคือท่านรักหลานชายคนนี้มาก
ให้ตามเสด็จไปไหนมาไหนใกล้ชิด  จนปลายรัชกาลเมื่อเสด็จไปอัญเชิญพระพุทธรูปศรีศากยมุนีมาที่วัดสุทัศน์  ประชวรเซล้มลง กรมขุนกษัตราฯเข้าไปรับไว้ทัน  ก็แสดงว่าทรงไว้พระทัยให้ตามติดพระองค์ตลอดเวลา  ไม่ได้คิดว่าเป็นลูกของบุคคลที่ท่านสั่งประหารไป  อาจจะมีความอาฆาตแค้นแทนพ่อทำร้ายท่านเอาก็ได้
ท่านอาจจะเชื่อว่านี่ก็เชื้อสายท่านเหมือนกัน   ถึงเป็นลูกพระเจ้าตากก็เป็นหลานตาของท่าน

แต่คนอื่นๆในราชวงศ์คงไม่คิดอย่างนั้น
จึงมีการไต่สวนเมื่อต้นรัชกาลที่ ๒  ว่ากรมขุนกษัตราฯคิดกบฎ  มีผู้ร่วมมือคือน้องชายและน้องสาว  ก็ถูกสำเร็จโทษทั้งหมด  รวมทั้งพระโอรสธิดากรมขุนกษัตราฯด้วย

แต่การประหารนี้ไม่ได้รวมไปถึงบรรดาพระราชโอรสธิดาองค์อื่นๆของพระเจ้าตาก  ที่ไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย  น้องๆเหล่านั้นก็ยังอยู่กันมาในฐานะขุนนางและนางใน

๒) การรับเชื้อสายราชวงศ์ธนบุรีเข้าไปปะปนในราชวงศ์จักรี
จากหลักฐานการสืบเชื้อสายต่อๆมา แสดงว่าไม่ได้มีการกีดกัน รังเกียจ  หรือเห็นเป็นของต้องห้าม ว่าเจ้านายสตรีในราชวงศ์ธนบุรี ควรจะอยู่นอกการแตะต้องของราชวงศ์จักรี
สตรีในราชวงศ์ธนบุรีที่เข้าไปเป็นเจ้าจอม  มีต่อเนื่องกันมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ จนถึงรัชกาลที่ ๔   ไม่ได้ขาดสาย
แต่เชื้อสายเจ้านายสตรีในราชวงศ์บ้านพลูหลวง ซึ่งเหลือรอดมาได้จากกรุงแตก มิได้อยู่ในเกณฑ์นี้   ยังไม่พบว่ามีการรับเข้าไปเป็นเจ้าจอมหม่อมห้าม
เจ้าฟ้าพินทุวดี พระราชธิดาในพระเจ้าบรมโกศ ก็อยู่มาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์   กล่าวกันว่าเมื่อเข้าเฝ้ารัชกาลที่ ๑ ทั้งสองพระองค์ต่างก็หมอบกราบซึ่งกันและกัน

๓) หลักฐานบันทึกในรัชกาลที่ ๔ และ ๕   เห็นว่า เมื่อพระจอมเกล้าฯกริ้วเจ้าจอมมารดาน้อย  ก็ทรงลำเลิกย้อนหลังไปถึงพระเจ้าตาก   ในทำนองต่อว่านิสัยและความประพฤติ  
ท่านมองพระเจ้าตากว่าประพฤติองค์ไม่ดี  ก็คงจะเรื่องเฆี่ยนข้าราชบริพารและทำให้ราษฎรเดือดร้อน   เป็นพฤติกรรมในช่วงท้ายๆของธนบุรี   คงจะเป็นเรื่องฝังพระทัยเจ้านายหลายองค์อยู่   เพราะว่าเจ้านายสตรีของราชวงศ์จักรีถูกเฆี่ยนหลังลายกันหลายองค์ ด้วยเหตุระแวงสงสัย

แต่ความรู้สึกว่า..มีเบื้องหลังซับซ้อน   เป็นการใส่ร้าย เป็นการแย่งชิงบัลลังก์   และแม้แต่เรื่องพระเจ้าตากไม่ได้ถูกประหารแต่ไปผนวขอยู่ทางใต้  เป็นความคิดที่ได้ยินกันมาไม่เกิน ๒๕ ปีนี้เอง

Appleka:
 ดิฉันเป็น 1 ในนามสกุล ณ นคร พวกคุณๆทั้งหลายที่แสดงความคิดเห็นในหัวข้อนี้ควรที่จะศึกษาให้ละเอียดก่อนที่จะแสดงความคิดเห็น

เทาชมพู:
 ถ้าคุณ Appleka รู้ดีกว่า ก็ช่วยบอกหน่อยสิคะ

ทามะ:
 อาจารย์คับผมอยากรู้มานานและคับว่าจากธนบุรีมาเป็นราชวงค์จักรีไม่เคยได้ยินใครเอยถึงลูกหลานพระเจ้าตากสินเลยทั้งๆที่พระองค์ท่านทรงกู้บ้านเมืองคือผมไม่เข้าใจเหมือนกันผมว่าพระองค์ท่านกอบกู้บ้านเมืองเหมือนกันเราหน้าจะพูดถึงพระองค์ท่านกันบ้างนะคับขอบคุณนะคับที่ทำให้ผมได้ความรู้เกี่ยวกับพระองค์ท่านแต่ผมอยากรู้มากกว่านี้คับ(ขอขอบคุณอาจารย์มากนะคับที่ทำให้ผมได้ความรู้เรื่องพระองค์ท่าน)

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว