เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4
  พิมพ์  
อ่าน: 10363 ดอกลิลลี่ในสวนดอกไม้ ท่านผู้หญิงขจรภะรตราชา
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 02 ม.ค. 11, 14:28

       ในประเทศอังกฤษ   ท่านผู้หญิงขจรได้ช่วยดูแลนักเรียนไทยที่ต้องจากบ้านไปศึกษาต่อ ณ ต่างแดน   ในวันหยุด

ท่านจะทำกับข้าวไทยให้รับประทาน  นักเรียนจะไปมาที่บ้านได้อย่างสบายใจ   จะมากันเมื่อไร  มาค้างเมื่อไรได้ตามสะดวก

สมเด็จพระพันปีหลวงทรงฝากพระนัดดาหลายองค์ให้อยู่ในความดูแล


       พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์  ยุคล  นิพนธ์  "แด่แม่เมืองอังกฤษ"  ไว้ว่า


       เมื่อพระองค์อายุได้ ๑๓ ปี   พระบาทสมเด็จพระมหาวชิราวุธ  พระบาทสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า   ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้เข้าไปเฝ้ากราบทูลลาเพื่อไปศึกษาต่อยังประเทศอังกฤษ    ขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยุ่ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง

และโปรดเกล้าให้พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์เข้าเฝ้าเป็นการไปรเวท   ในเวลากลางคืนก่อนเสวยพระกระยาหารค่ำ       ทั้งนี้เป็นว่าทรงคุ้นเคยเอ็นดู

อยู่มาก  เพราะว่าสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ  พระราชมารดาได้ทรงขอมาจากบิดามารดาซึ่งทรงรับราชการอยู่เมืองนครศรีธรรมราช

เพื่อมาทรงชุบเลี้ยงใกล้ชิดพระองค์ตั้งแต่อายุ ๔ ขวบ    จึงได้เข้าเฝ้าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสมอมาเมื่อเสด็จฯ เฝ้าพระมารดาที่วังพญาไท


       หลังจากที่ได้พระราชทานพระบรมราชโอวาทสั่งสอนต่าง ๆ อยู่พักใหญ่        ครั้นแล้วก็รับสั่งว่า    "ชายยังเป็นเด็กอยู่มาก  

ที่จะต้องจากบ้านช่องไปไกลคงต้องว้าเหว่มาก   โดยเฉพาะสมเด็จย่าเพิ่งสวรรคตไปใหม่ ๆ  ลุงสงสาร(รับสั่งเรียกพระองค์เองกับข้าพเจ้าเสมอมา)  แล้วยังต้อง

จากย่า อา พ่อแม่ไปไกลเป็นเวลานานวัน  แต่เอาเถอะ  ลุงจะสั่งพระยาภะรตราชาผู้ดูแลนักเรียนในประเทศอังกฤษ  ขณะนี้เป็นข้าสนิทของลุงเองให้เขาดูแลให้ดี"


เมื่อไปถึงอังกฤษ   ท่านเจ้าคุณก็มารับเสด็จพาไปพักบ้่านท่านที่อยู่ตำบลพัตนี่ใกล้ลอนดอน    พระเจ้าวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์  พบท่านผู้หญิงที่รักและเอาใจใส่

ท่านเล่าว่า  "แม่เป็นคนใจดี  น่ารัก  มีกิริยาเรียบร้อย  อ่อนหวาน  ร่าเริง คุยสนุก"   ท่านได้เลี้ยงและให้ความอบอุ่นให้เด็กชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า "ภาณุพันธุ์"


บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 02 ม.ค. 11, 14:45




       ท่านผู้หญิงทัศนีย์  บุณยคุปต์  เล่าไว้ว่า     


       "คุณแม่ได้ปรับปรุงตัวเองให้ทันสมัย  ได้จ้างครูมาสอนทั้งภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสที่บ้านพัก   

บ้านของท่านก็เปรียบเสมือนบ้านที่สอง  หรือบ้านในต่างถิ่น  ของบรรดานักเรียนไทยในสมัยนั้น  ไม่เฉพาะแต่นักเรียนไทยเท่านั้น

เจ้านายและข้าราชการไทยก็ไปมาหาสู่คุณพ่อกับคุณแม่เป็นประจำ        คุณแม่เล่าว่าสมเด็จพระราชบิดากรมหลวงสงขลานครินทร์

จะเสด็จมาทรงพระสำราญที่บ้านบ่อย ๆ       ในระยะนั้นสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชินีไม่ค่อยได้เสด็จมาที่บ้านบ่อยนักเพราะทรงพระครรภ์

สมเด็จพระพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ       สมเด็จพระราชบิดาได้เสด็จมาทอดพระเนตรของใช้สำหรับเด็กที่บ้านคุณแม่  และทรงปรึกษา

ถึงเรื่องจะซื้ออะไรบ้าง        บางครั้งจะทรงชวนคุณแม่ออกไปซื้อของเด็กด้วย"   

บันทึกการเข้า
เทพกร
ชมพูพาน
***
ตอบ: 139



ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 02 ม.ค. 11, 19:45

ภาพท่านเจ้าคุณ พระยาภะรตราชา  ยิ้ม ภาพนี้คงไม่ใช่ภาคดุนะครับ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 02 ม.ค. 11, 20:25

ภาพข้างบนของคุณเทพกรเขียนโดย จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิษย์คนโปรดคนหนึ่งที่ท่านประคบประหงมอุ้มชูสุดกำลัง พี่จักรพันธุ์จึงไม่น่าจะรู้สึกว่าท่านดุเท่าที่ควร รูปจึงออกมาตามนั้น

รูปนี้ตีพิมพ์ในหนังสืองานศพของท่าน
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 03 ม.ค. 11, 07:29

"บ้านคุณย่า" ที่ท่านผู้หญิงทัศนีย์เล่าว่า เป็นเรือนหอของพระยาภะรตราชาและท่านผู้หญิงขจรนั้น  ปัจจุบันคือ ธนาคารกรุงเทพ  สาขาสะพานผ่านฟ้า  ท่านผู้บังคับการเคยเล่าให้ผู้ใกล้ชิดฟังว่า ท่านขายบ้านนั้นให้บุคคลหนึ่งไปในราคา ๓ ล้านบาท  ต่อมาอีก ๒ ปี ผู้ที่ซื้อบ้านนั้นได้ขายต่อให้พระเอกชื่อดัง มิตร  ชัยบัญชา ในราคา ๖ ล้านบาท  นัยว่าจะสร้างโรงภาพยนตร์ขึ้นที่นั่น  จึงได้นำที่ดินผืนนั้นไปจำนองไว้กับธนาคารกรุงเทพ  แต่ยังมิทันได้ลงมือทำอะไรมิตร  ชัยบัญชาก็มาเสียชีวิต  ธนาคารจึงบังคับจำนองและสร้างเป็นสาขาธนาคารขึ้นที่นั่น
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 03 ม.ค. 11, 07:31

ภาพนี้ไม่ทราบว่าจะเรียกว่าปางอะไรดี  เป็นภาพที่นักเรียนไทยในอังกฤษเขียนลงในสามัคคีสารเมื่อครั้งพระยาภะรตราชาเป็นผู้ดูแลนักเรียนไทยในอังกฤษ



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 03 ม.ค. 11, 07:38

ปางนี้เห็นทีจะเป็นปางแสดงอภินิหาร  เป็นภาพที่บรรดาศิษย์ของท่านคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี  เพราะท่านแสดงท่านี้ทีไรมีเจ็บตัวกันทุกคราว  และแม้ว่าท่านจะจากไปหลายสิบปีแล้วก็ตาม  แต่ในงานนิทรรศการวชิราวุธ ๑๐๐ ปีที่เพิ่งผ่านพ้น  ท่านก็ยังแสดงอภินิหารให้บรรดาศิษย์เกิดการสะดุ้งในทันทีที่เห็นภาพขนาดเท่าตัวจริงภาพนี้  พร้อมกับแสดงความเคารพด้วยความซาบซึ้งในพระคุณของท่าน



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 03 ม.ค. 11, 07:45

^
^
โฮ้ย...กัว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 03 ม.ค. 11, 08:42

อ้างถึง
"บ้านคุณย่า" ที่ท่านผู้หญิงทัศนีย์เล่าว่า เป็นเรือนหอของพระยาภะรตราชาและท่านผู้หญิงขจรนั้น  ปัจจุบันคือ ธนาคารกรุงเทพ  สาขาสะพานผ่านฟ้า  ท่านผู้บังคับการเคยเล่าให้ผู้ใกล้ชิดฟังว่า ท่านขายบ้านนั้นให้บุคคลหนึ่งไปในราคา ๓ ล้านบาท  ต่อมาอีก ๒ ปี ผู้ที่ซื้อบ้านนั้นได้ขายต่อให้พระเอกชื่อดัง มิตร  ชัยบัญชา ในราคา ๖ ล้านบาท



บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 03 ม.ค. 11, 09:47

ท่านผู้หญิงทัศนีย์  บุณยคุปต์  เล่าไว้ว่า



         "เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง  คุณพ่อในขณะนั้นมีอายุ ๔๖ ปีได้ลาออกจากราชการ

ฐานะทางครอบครัวดั้งเดิมก็มิได้อยู่ในขั้นที่ร่ำรวย   คุณแม่ได้ปรับการดำรงชีวิตของครอบครัวลงมาให้อยู่ในเกณฑ์ที่จะไม่ต้องไปเป็นหนี้สินใคร

ตัดทอนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นหรือฟุ่มเฟือยออกหมด    สอนลูกๆ ให้รู้จักประหยัด  และอบรมให้รับคติที่ว่า  คุณค่าของคนไม่ได้อยู่การมีเงิน   

ขณะนั้นลูกสาวของคุณแม่สองคนเรียนที่เดียวกัน  คุณแม่ก็ซื้อหนังสือชุดเดียวให้ใช้ด้วยกัน  สอนให้เย็บจักรและตัดเสื้อผ้าใช้เอง   เสื้อผ้าก็ต้องซ่อมชุน

ลูกๆ ก็ถูกฝึกให้ทำงานบ้านตั้งแต่ทำความสะอาด  ทำกับข้าว  ล้างถ้วยชาม  ซักรีดเสื้อผ้า  ตลอดจนทำสวนดอกไม้ให้สวยงาม     

ท่านปลูกฝังให้รู้สึกว่าการทำอะไรให้เป็นและทำด้วยตนเองเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ     



       คุณพ่อมีรายได้พิเศษจากการไปสอนภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ที่วชิราวุธวิทยาลัย          ต่อมาก็ไปสอนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัย

เกษตรศาสตร์  และแต่งตำราการเรียนและการสอนภาษาอังกฤษออกจำหน่าย


       คุณแม่ก็สามารถควบคุมการใช้จ่ายของครอบครัวให้คงอยู่ได้ด้วยความสุขสบายตามสมควรแก่สถานการณ์"

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 03 ม.ค. 11, 09:59


       ท่านผู้หญิงขจรมีความรักและผูกพันกับวชิราวุธ  ที่ท่านได้อยู่ร่วมกับท่านผู้บังคับการเป็นเวลา ๓๒ ปี

โรงเรียนเป็นชีวิตจิตใจของท่าน    ท่านไม่เคยเหนื่อยหน่ายต่อหน้าที่   สนับสนุนส่งเสริมงานของสามีให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น

ท่านพักอยู่บ้านบุตรสาวที่ซอยกล้วยน้ำไทหลังจากท่านเจ้าคุณถึงแก่อนิจกรรมแล้ว


ท่านผู้หญิงจากไปเมื่ออายุ ๙๖ ปีกว่า          ท่านเป็นคนรุ่นเก่าแต่ไม่ยอมเก่าอยู่กับที่     

ท่านปรับตัวให้เข้ากับสมัยโดยไม่ยอมละทิ้งคุณธรรมที่เป็นหลักของความดีงามและความถูกต้อง
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 05 ม.ค. 11, 06:03

สงสัยว่าคุณพี่วันดีคงจะจบเรื่องท่านผู้หญิงขจรตรงนี้เสียแล้ว
ผมจึงเอารูปท่านผู้หญิงมาลงปิดท้ายเป็นการคารวะ


บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 05 ม.ค. 11, 07:05

นักเรียนวชิราวุธในยุคท้ายๆ ที่พระยาภะรตราชาเป็นผู้บังคับการ  จะจดจำท่านผู้หญิงขจรที่นักเรียนมักจะออกนามท่านว่า "คุณหญิง" ได้เป็นอย่างดี

ทุกเช้าก่อนเข้าเรียนชั่วโมงแรกตอนเจ็ดโมงเช้าถึงราวแปดนาฬิกาที่เป็นเวลาพักรับประทานอาหารเช้า  จะเห็นคุณหญิงสวมเสื้อขาวนุ่งกระโปรงสีน้ำเงินเหมือนเป็นเครื่องแบบของท่าน  เดินชมสวนที่ท่านออกแบบจัดไว้อย่างสวยงามภายในโรงเรียน  พร้อมกับออกคำสั่งให้คนสวนที่ประจำอยู่ในพื้นที่นั้นๆ ปลูกและถอนไม้ประดับตามที่ท่านต้องการ  บางครั้งท่านก็ลงนั่งถอนหญ้าหรือเด็ดก้านบัวที่โรยลงด้วยตัวท่านเอง  ยามที่นักเรียนเดินผ่านและหยุดคำนับท่าน  ท่านก็ยิ้มรับด้วยความเมตตา 

เสร็จภารกิจการตรวจสวนซึ่งท่านออกแบบตกแต่งเป็นสวนโรมัน  สวนญี่ปุ่น  และสวนนานาชาติในโรงเรียน  จนกล่าวกันว่า ในสมัยพระยาภะรตราชานั้น  วชิราวุธวิทยาลัยเป็นโรงเรียนที่มีสวนงดงามที่สุดเลยทีเดียวแล้ว  คุณหญิงก็จะกลับขึ้นเรือนซึ่งเป็นบ้านพักอยู่ฝั่งตรงข้ามคณะผู้บังคับการ  ในวันเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานประกาศนียบัตรประจำปี  ก็จะได้เห็นคุณหญิงแต่งเครื่องแบบครูมาอำนวยการจัดพระสุธารสก่อนที่จะให้นักเรียนเชิญขึ้นทอดถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์ทุกพระองค์  รวมทั้งเป็นผู้อำนวยการจัดอาหารว่างเลี้ยงผู้มีเกียรติและผู้ปกครองที่มาร่วมงาน
บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 05 ม.ค. 11, 11:54

หลังจากดูปางดุๆ ของท่านเจ้าคุณมาแล้ว มาดูภาพสวีท หวานๆ ซึ่งไม่ค่อยจะนึกมโนภาพออกซักที........ ทั้งสองท่านใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเวลา64 ปี (ขาด 22 วัน) นับเป็นแบบอย่างที่ดีของการครองเรือนครับ


บันทึกการเข้า
piyasann
พาลี
****
ตอบ: 379


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 05 ม.ค. 11, 12:01

อันนี้ เป็นคำไว้อาลัยของท่านผู้หญิง ในหนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ ท่านเจ้าคุณ

ผมอ่านแล้ว รู้สึกได้ถึงความรักความผูกพันระหว่างท่านทั้งสอง ตัวจริงที่ลงในหนังสือเป็นตัวเขียนลายมือท่านผู้หญิง  เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น จึงตัดตอนพิมพ์มาลงให้อ่านกันครับ

ความสูญเสียอันใหญ่ยิ่ง
ในชีวิตรของดีฉัน

"เจ้าคุณภะรตราชา เมื่อมีบรรดาศักดิ์ เป็นหลวงอภิบาลบุริมศักดิ์ ท่านได้ไปทูลขอพระราชทานดีฉัน ต่อสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระราชชนนี พันปีหลวง

เจ้าคุณกับดีฉัน ได้สมรสเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2455 สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ ทรงสรวมมงคลและประทานน้ำสังข์ ล้นเกล้าล้นกระหม่อม พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า พระราชาทานเงิน 100 ชั่ง เจ้าคุณกับดีฉันอยู่ด้วยกันมาเป็นเวลา 64 ปี (ขาด 22 วัน) ......

เราได้ร่วมทุกข์ ร่วมศุขมาด้วยกันตลอดเวลา เป็นธรรมดาอย่างโบราณท่านว่า “ลิ้นกับฟันก็ต้องมีกระทบกัน” เจ้าคุณแม้ท่านจะโกรธดีฉันมากน้อยเพียงไรก็ตาม ท่านไม่เคยกล่าวคำหยาบคายต่อดีฉันเลยแม้แต่คำเดียว ก่อนที่เราจะจากกัน ยังพูดคุยกัน พอ 2 ชั่วโมงกว่าเท่านั้น ท่านได้จากดีฉันไปแล้ว จากไปอย่างไม่มีวันกลับมาอีก ดีฉันตกใจจนสุดขีดในชีวิตรไม่เคยตกใจอะไรเช่นนี้ ไม่ทราบว่าจะอธิบายอย่างไรถูก ทำไมในเวลาเช่นนี้ ดีฉันจึงไม่หลับตาตายตามท่านไปด้วย จะได้ไม่ต้องทนทุกข์ เวทนาและว้าเหว่อย่างนี้ ดีฉันบกพร่อง นอนหลับเพลินไปจนตามหมอไม่ทัน หรือจึงได้ยินแต่ลมหายใจครั้งสุดท้ายของท่านเพียง 2 ครั้งเท่านั้น นึกขึ้นมาแล้วดีฉันแทบเป็นบ้า

เผอินวันหนึ่งนายแพทย์สมพร บุณยะคุปต์ ซึ่งเป็นแพทย์รักษาท่านเป็นประจำ ได้สละเวลาอันมีค่าของท่านมาอธิบายให้ฟังว่า ไม่ใช่ความบกพร่องอะไรทังนั้น ผู้ที่เป็นเช่นนี้ ใครจะช่วยอะไรไม่ทันเลย ..............ผู้ที่ไปเช่นนี้ ไปอย่างสบายที่สุด ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย หลับไปอย่างสบายทีเดียว แต่สำหลับคนอยู่ข้างหลังแล้ว โปรดนึกดูเถิดจะได้รับความตกใจและเศร้าโศกเพียงไร เพราะศุขภาพของท่านดีทุกอย่าง รับประทานได้ นอนหลับ แจ่มใสสดชื่น กำลังตระเตรียมการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะเสด็จมาเพื่อนพระราชทานประกาศนีย์บัตรแก่นักเรียน
...........

ถ้าสวรรค์ชั้นใดๆ ที่สูงสุดมีจริงแล้ว ขอให้ท่านได้ไปสู่ศุขติศุขในที่นั้นเถิด ท่านเป็นผู้บริสุทธิ์จริงๆ และชาติน่าถ้ามีจริง ขอให้เราได้พบและเป็นคู่ครองกันอีก เมื่อถึงวาระอันสุดท้ายที่จะต้องจากโลกมนุษย์แล้วก็ขอให้เราได้จากไปพรอ้มๆ กัน หรือเวลาอันใกล้เคียงกัน ดีฉันจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ เวทนาว้าเหว่อย่างนี้อีก
"

ขจร ภะรตราชา
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.107 วินาที กับ 19 คำสั่ง