เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 9367 อยากทราบที่มาของคำว่า บุญมา และ วิวัศ
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 09 ธ.ค. 10, 12:03

ขอชมเชยสั้นๆ 

"เยี่ยม" ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Bhanumet
ชมพูพาน
***
ตอบ: 199


Sleeping Red Lion


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 09 ธ.ค. 10, 13:58

ขอบพระคุณครับ  บังเอิญเคยอ่านผ่านตา คุ้น ๆ อยู่ เลยค้นหาได้ง่าย

ที่พอนึกออกเพิ่มเติม

พระองค์เจ้าอดิสัยสุริยาภา

ชื่อบุคคล
รวิวงศ์
ตัปนวงศ์

(สุร จาก สุรพันธ์ สุรวงศ์ และคำอื่น ๆ ที่มีหลายความหมาย ในที่นี้คงแปลว่า พระอาทิตย์ (สุรวงศ์ โบราณว่า สุริวงษ์)
ส่วน ตปน (ตัปนวงศ์) และคำอื่น ๆ  แม้อาจจะไม่ได้แปลว่า พระอาทิตย์ โดยตรง แต่คงต้องการสื่อไปในทำนองนั้น)



สืบค้นไปสืบค้นมา พึ่งทราบว่า ภาณุเมศวร์ เป็นคำต้องห้ามไม่ให้ใช้ในนามสกุล

หลักเกณฑ์การตั้งชื่อสกุล
ตัวอย่างคำพ้องศัพท์ที่ใช้เป็นพระบรมนามาภิไธย

การพิจารณาคำศัพท์ที่ใช้เป็นพระบรมนามาภิไธยซึ่งกำหนดว่าไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับ
พระปรมาภิไธย   หรือพระนามของพระราชินี  คำพ้องตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน   พ.ศ.2505
มีความหมายว่า   ต้องกัน    ตรงกัน   หรือซ้ำกัน   ดังนั้น    ในการตั้งชื่อสกุลมีบางกรณีที่ผู้ตั้งนำเอาศัพท์ที่ใช้
เป็นพระบรมนามาภิไธย  รวมกับคำอื่นเพื่อให้ได้คำที่ไพเราะหรือมีความหมายเพิ่มขึ้นโดยเป็นการเชื่อม
กลมกลืนเป็นคำเดียวกันเรียกว่าคำสนธิ  ดังกรณีตัวอย่างคือ

อักษร ภ.

ภาณุมา + อิศวร์     เป็น ภาณุเมศวร์

(ศัพท์ใช้เป็นพระบรมนามาภิไธย เป็นคำต้องห้าม แม้จะไปสนธิกับคำอื่นก็ตาม)
บันทึกการเข้า

भाणुमेश्वर पुन्नाग - ภาณุเมศฺวร ปุนฺนาค - BHĀṆUMEŚVARA PUNNĀGA / 劉太陽 - 刘太阳 - liú tài yáng - หลิวไท่หยาง - เหล่าไท้เอี๊ยง - lâu thài iâng
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 14 ธ.ค. 10, 15:29

พูดถึงเรื่องพระอาทิตย์ มีเรื่องติดใจอยู่เรื่องหนึ่ง

ในศิลาจารึก หลักที่ ๑ ปรากฏข้อความว่า "พ่อกูชื่อศรีอินทราทิตย์ แม่กูชื่อนางเสือง พี่กูชื่อบานเมือง..."

และในหลักที่ ๒ ปรากฏข้อความว่า  "เมื่อก่อนผีฟ้าเจ้าเมืองศรีโสธรปุระให้ลูกสาวชื่อนางสุขรมหาเทวีกับขรรค์ไชยศรีให้นามเกียรติ์แก่พ่อขุนผาเมือง เหียมพ่อขุนบางกลางหาวได้ชื่อศรีอินทรบดินทราทิตย์เพื่อพ่อขุนผาเมืองเอาชื่อตนให้แก่พระสหายอีกเมืองสุโขทัยเพื่อนั้น   พ่อขุนศรีอินทรบดินทราทิตย์แลพ่อขุนผาเมืองเอาพลตบกัน..."

คำถาม คือ ชื่อ "ศรีอินทราทิตย์" ก็ดี  ชื่อ "ศรีอินทรบดินทราทิตย์" ก็ดี
มีความหมายว่าอย่างไร
บันทึกการเข้า
Bhanumet
ชมพูพาน
***
ตอบ: 199


Sleeping Red Lion


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 14 ธ.ค. 10, 16:18

คุณหลวงตั้งข้อสงสัยชวนให้สงสัยตาม

ผมเองไม่มีความรู้ทางภาษาศาสตร์เลย  คงต้องรอความเห็นคุณหลวง
แต่ถ้าจะให้ลองเดาตามความรู้อันน้อยนิด

ศรีอินทราทิตย์ น่าจะหมายถึง อินทราทิตย์ อันเป็นพระนามของ พระอินทร์
ซึ่งเป็นหนึ่งใน เทพอาทิตย์ (ลูกนางอทิติ) เช่น อินทราทิตย์ (พระอินทร์) วรุณาทิตย์ (พระพิรุณ) สูรยาทิตย์ (พระอาทิตย์ที่ส่องโลก)
มากกว่าจะหมายถึง พระอาทิตย์ที่ยิ่งใหญ่ โดนเดาเอาจากว่า ในยุคนั้นสันสกฤตยังเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงของวัฒนธรรมขอม
ถ้าจะให้หมายถึง พระอาทิตย์ น่าจะใช้ สูรย มากกว่า
กอปรกับ ดินแดนลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน น่าจะมีความสัมพันธ์ใกล้กับดินแดนบริเวณลุ่มน้ำท่าจีน เจ้าพระยา ที่มีกษัตริย์ พระนามว่า อินทร์ หลายองค์
รวมถึง ขุนอิน ลูก ขุนบรม ในตำนานไท-ลาว

ส่วน ศรีอินทรบดินทราทิตย์ ผมเดาว่ามาจาก อินทร+บดี+อินทราทิตย์ อันหมายถึง อินทราทิตย์ผู้เป็นใหญ่ ผู้เป็นเจ้า อะไรทำนองนั้น

แหะ ๆ ความรู้น้อยครับ รอฟังความเห็นคุณหลวง หรือท่านผู้รู้ท่านอื่นดีกว่า
 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

भाणुमेश्वर पुन्नाग - ภาณุเมศฺวร ปุนฺนาค - BHĀṆUMEŚVARA PUNNĀGA / 劉太陽 - 刘太阳 - liú tài yáng - หลิวไท่หยาง - เหล่าไท้เอี๊ยง - lâu thài iâng
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1866



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 14 ธ.ค. 10, 23:36

หากเป็น ศรี + อินทร + บดี + อินทราทิตย์ ก็ดูว่าจะอินทรซ้ำซากไปสักหน่อยนะครับ

เคยเห็นบางแห่งว่าอาจเป็น ศรี + อินทรปัต + อินทราทิตย์ ฟังดูเข้าเค้าอยู่เหมือนกัน

น่าสนใจว่า ชื่อนี้เมื่อพ่อขุนบางกลางหาวทรงรับมาก็ตัดเหลือเพียง ศรีอินทราทิตย์ (อินทรปัตหายไป)

ในเวลาเดียวกันนั้น กษัตริย์เขมรทรงพระนามว่า อินทรวรรมัน (ที่ ๒) ครับ พอจะเรียกได้ว่าทรงเป็นอินทราแห่งอินทรปัตได้กระมัง
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 15 ธ.ค. 10, 09:08

คุณภาณุเมศร์ครับ  ใช้ความรู้ด้านภาษา(Language)ก็พอครับ 
ไม่ต้องเอาถึงภาษาศาสตร์(Linguistic)หรอกครับ

ที่คุณภาณุเมศร์ขยายความว่า

อ้างถึง
ศรีอินทราทิตย์ น่าจะหมายถึง อินทราทิตย์ อันเป็นพระนามของ พระอินทร์
ซึ่งเป็นหนึ่งใน เทพอาทิตย์ (ลูกนางอทิติ) เช่น อินทราทิตย์ (พระอินทร์) วรุณาทิตย์ (พระพิรุณ) สูรยาทิตย์ (พระอาทิตย์ที่ส่องโลก)
มากกว่าจะหมายถึง พระอาทิตย์ที่ยิ่งใหญ่ โดนเดาเอาจากว่า ในยุคนั้นสันสกฤตยังเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงของวัฒนธรรมขอม
ถ้าจะให้หมายถึง พระอาทิตย์ น่าจะใช้ สูรย มากกว่า

น่าสนใจมาก ผมอยากให้คุณเมศร์ขยายความเรื่องเทพอาทิตย์ (ลูกนางอทิติ) ให้ละเอียดยิ่งขึ้นกว่านี้ ได้หรือไม่ครับ

ในทางนิรุกติศาสตร์  อาทิตฺย มาจาก อทิติ (ไม่มีสิ้นสุด เป็นชื่อชายานางหนึ่งของพระกัศยปเทพบิดร)
+ อ ปัจจัยตัทธิต บอกความหมายว่า เหล่ากอ, ผู้สืบสาย (ในสูตรว่า อ มาจาก อณฺ ปัจจัย)
เอา อ ข้างหน้า เป็น อา (พฤทธิสระของ อ ) เอา อิ ท้ายศัพท์ สนธิกับ อ ปัจจัยตัทธิต กลายเป็น อฺย
อทิติ + อ เป็น อาทิตฺย  แปลว่า เหล่ากอแห่งนางอทิติ  แต่ทีนี้ เหล่ากอของนางอทิติมีเท่าไร นี่ล่ะ น่าค้นหา
(ถ้าเป็นลูกที่เกิดจากนางทิติ ชายาอีกนางหนึ่งของพระกัศยปเทพบิดร  เรียกว่า  ไทตฺย  ไทยใช้ว่า แทตย์  เป็นอมนุษย์จำพวกหนึ่ง)

ประเด็นต่อมา  "ในยุคนั้นสันสกฤตยังเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงของวัฒนธรรมขอม
ถ้าจะให้หมายถึง พระอาทิตย์ น่าจะใช้ สูรย มากกว่า"  ผมอยากได้หลักฐานอ้างอิงความเห็นประกอบ

เป็นไปได้ไหมว่า  อาทิตย์ ที่ใช้ประกอบนามนี้  จะมีนัยหรือความหมายอย่างอื่นแฝงอยู่ด้วย
เช่น  พวกอาทิตย์เป็นเทพชั้นรอง  เมื่อเอามาประกอบ "นามเกียรติ"
อาจจะมุ่งหมายให้บ่งบอกฐานะผู้ได้รับนามเกียรตินั้นเป็นผู้ปกครองหัวเมืองหรือเจ้านายชั้นรองๆ ได้หรือไม่
อันนี้ต้องไปหาหลักฐานประกอบ  พูดเฉยๆ ไม่เห็นภาพ



บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 15 ธ.ค. 10, 09:20

หากเป็น ศรี + อินทร + บดี + อินทราทิตย์ ก็ดูว่าจะอินทรซ้ำซากไปสักหน่อยนะครับ

เคยเห็นบางแห่งว่าอาจเป็น ศรี + อินทรปัต + อินทราทิตย์ ฟังดูเข้าเค้าอยู่เหมือนกัน

น่าสนใจว่า ชื่อนี้เมื่อพ่อขุนบางกลางหาวทรงรับมาก็ตัดเหลือเพียง ศรีอินทราทิตย์ (อินทรปัตหายไป)

ในเวลาเดียวกันนั้น กษัตริย์เขมรทรงพระนามว่า อินทรวรรมัน (ที่ ๒) ครับ พอจะเรียกได้ว่าทรงเป็นอินทราแห่งอินทรปัตได้กระมัง


คุณCrazyHOrse อธิบายศัพท์ได้เข้าทีมาก 
แต่ อินทรปัต หมายถึงอะไร  ชื่อเมืองหรือเปล่า  เหมือนเคยได้ยินชื่อเมืองอินทรปัตในเรื่องอะไรสักอย่าง นึกไม่ออก ฮืม

ข้อสงสัยก็มีต่อว่า  ในดินแดนเขมรหรือในไทย เคยมีเมืองที่ชื่ออินทรปัตด้วยหรือไม่  แล้วถ้ามี  อยู่ตรงไหน ฮืม

คุณภาณุเมศร์และคุณCrazyHOrse อธิบายได้ดีมากทั้งคู่ ยิงฟันยิ้ม ยิ้มเท่ห์ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
Bhanumet
ชมพูพาน
***
ตอบ: 199


Sleeping Red Lion


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 15 ธ.ค. 10, 11:15

น่าสนใจมาก ผมอยากให้คุณเมศร์ขยายความเรื่องเทพอาทิตย์ (ลูกนางอทิติ) ให้ละเอียดยิ่งขึ้นกว่านี้ ได้หรือไม่ครับ

ผมว่าคุณหลวงเล็กอธิบายมาได้ละเอียดดีอยู่แล้วนะครับ  จะลองเสริมอีกหน่อย

ตำนานมีหลายตำนานมาก และบางครั้งก็ขัดแย้งกันเอง
เอาเป็นว่า พระกัศยปเทพบิดร มีภริยา คือ นางอทิติ นางทิติ นางทานุ (บางตำนานว่าเป็นพี่น้องกัน เป็นธิดาพระทักษะ)

ลูกที่เกิดจาก นางอทิติ คือ พวกอาทิตย์ (เทพ)
ลูกที่เกิดจาก นางทิติ คือ พวกไทตย (แทตย์)
ลูกที่เกิดจาก นางทานุ คือ พวกทานว (ทานพ)

พวกเทพอาทิตย์ ก็มีหลายตำนานมากครัย ว่ามีใครบ้าง มีกี่องค์
ที่แพร่หลายมากก็ เช่น

วรุณาทิตย (พระวรุณ)
อินทราทิตย (พระอินทร์)
มิตราทิตย์ (พระมิตร)
สูรยาทิตย (พระสุริยะ)

ซึ่งเทพอาทิตย์เหล่านี้ คือ เทพยุคเริ่มแรกของพวกอารยัน พระวรุณ และ พระอินทร์ มีบทบาทมากในช่วงต้นของพระเวท
ก่อนจะถูกลดชั้นไป

ในอาณาจักรมิตานนี ซึ่งชนชั้นปกครองเป็นพวกอายัน ก็มีกล่าวถึงนามของเทพเหล่านี้

แต่ถ้าเป็นอารยันเปอร์เซีย จะมองว่า เทวะ (deva เปอร์เชียว่า daeva) เป็นฝ่ายมาร
ส่วน อสุระ (asura เปอร์เชียว่า ahura) เป็นฝ่ายดี

ประเด็นต่อมา  "ในยุคนั้นสันสกฤตยังเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงของวัฒนธรรมขอม
ถ้าจะให้หมายถึง พระอาทิตย์ น่าจะใช้ สูรย มากกว่า"  ผมอยากได้หลักฐานอ้างอิงความเห็นประกอบ

ประเด็นนี้ ในตอนนี้ยังไม่ทราบจะไปหาหลักฐานจากไหน 
แต่ขอลองยกเรื่อง ยวนพ่าย ซึ่งน่าจะประพันธ์ประมาณรัชกาลพระบรมไตรโลกนาถ
ซึ่งมีการใช้ภาษาสันสกฤตจำนวนมากกว่าในสมัยหลังมาก พอเห็นได้ว่าองค์ความรู้ด้านสันสกฤตในยุคก่อนนั้นมีมาก และเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูง

พระนามของ พญาฦๅไทย คือ ศรีสูรยพงศรามมหาธรรมราชาธิราช  ก็ใช้เป็นสันสกฤต สูรย คือ พระอาทิตย์ ไม่ใช่ สุริย ที่เป็น บาลี
เท่าที่เคยอ่านจารึก รู้สึกเหมือนจะไม่ค่อยเห็นพระนามที่ใช่ อาทิตย์ ในความหมายว่า พระอาทิตย์ ในสมัยสุโขทัย (อันนี้ไม่แน่ใจ)

ส่วนทางเมืองพระนคร (ศรียโศธรปุระ) ก็น่าจะใช้ สันสกฤต ในหมู่ชนชั้นสูงอยู่แล้ว (จากที่เคยอ่านมานะครับ)
พระนามของกษัตริย์ขอม คำว่า อาทิตย์ ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก เห็นมีแค่ อุทัยทิตย์วรมัน (ที่ ๑ และ ที่ ๒)  ตรีภูวนาทิตยวรมัน

เป็นไปได้ไหมว่า  อาทิตย์ ที่ใช้ประกอบนามนี้  จะมีนัยหรือความหมายอย่างอื่นแฝงอยู่ด้วย
เช่น  พวกอาทิตย์เป็นเทพชั้นรอง  เมื่อเอามาประกอบ "นามเกียรติ"
อาจจะมุ่งหมายให้บ่งบอกฐานะผู้ได้รับนามเกียรตินั้นเป็นผู้ปกครองหัวเมืองหรือเจ้านายชั้นรองๆ ได้หรือไม่
อันนี้ต้องไปหาหลักฐานประกอบ  พูดเฉยๆ ไม่เห็นภาพ

แนวคิดนี้น่าสนใจมากครับ  ถ้ามองว่ากษัตริย์ที่เมืองพระนครอันประดุจเป็นศูนย์กลางจักรวาล  มีพระเจ้าจักรพรรดิ หรือ ราชาธิราช ปกครอง
ซึ่งกษัตริย์เมืองพระนคร มักลงท้ายนามด้วยคำว่า "วรมัน"
ดังนั้น ท้าวสามนตราช หรือ ราชาร้อยเอ็ดนคร อันยอมรับในอำนาจของเมืองพระนคร
อาจได้รับนามสถาปนาลงท้ายว่า "อาทิตย์" ตามเหตุผลของคุณหลวง  ซึ่งอันนี้คงต้องหาหลักฐานประกอบ
บันทึกการเข้า

भाणुमेश्वर पुन्नाग - ภาณุเมศฺวร ปุนฺนาค - BHĀṆUMEŚVARA PUNNĀGA / 劉太陽 - 刘太阳 - liú tài yáng - หลิวไท่หยาง - เหล่าไท้เอี๊ยง - lâu thài iâng
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 15 ธ.ค. 10, 11:33

ส่วนทางเมืองพระนคร (ศรียโศธรปุระ) ก็น่าจะใช้ สันสกฤต ในหมู่ชนชั้นสูงอยู่แล้ว (จากที่เคยอ่านมานะครับ)
พระนามของกษัตริย์ขอม คำว่า อาทิตย์ ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก เห็นมีแค่ อุทัยทิตย์วรมัน (ที่ ๑ และ ที่ ๒)  ตรีภูวนาทิตยวรมัน


อย่าลืม สุริยวรมันที่ ๑

และ สุริยวรมันที่ ๒ ผู้สร้างนครวัด



 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Bhanumet
ชมพูพาน
***
ตอบ: 199


Sleeping Red Lion


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 15 ธ.ค. 10, 12:38

อย่าลืม สุริยวรมันที่ ๑

และ สุริยวรมันที่ ๒ ผู้สร้างนครวัด

ผมมิได้หมายความอย่างนั้นครับ
คือ ผมต้องการจะสื่อว่า ในวัฒนธรรมขอม นิยมภาษาสันสกฤต และมีองค์ความรู้ด้านภาษาสันสกฤตสูงมาก

เวลาต้องการใช้คำสื่อถึง พระอาทิตย์ (The Sun) น่าจะใช้คำว่า "สูรย" (บาลี-สุริย) มากกว่า (เช่น สูรยวรรมัน)

และคำว่า "อาทิตฺย" (เฉพาะเจาะจงคำนี้ ไม่ใช่ทุกคำที่มีความหมายว่า the Sun) นั้น  มักไม่ค่อยเห็นในพระนามของกษัตริย์เมืองพระนคร
บันทึกการเข้า

भाणुमेश्वर पुन्नाग - ภาณุเมศฺวร ปุนฺนาค - BHĀṆUMEŚVARA PUNNĀGA / 劉太陽 - 刘太阳 - liú tài yáng - หลิวไท่หยาง - เหล่าไท้เอี๊ยง - lâu thài iâng
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 15 ธ.ค. 10, 13:28

เทพจำพวกอาทิตย์ อันเกิดแต่นางอทิติ ในสมัยพระเวท มีอยู่ ๗ องค์
คือ  วรุณาทิตย์    มิตราทิตย์    อรรยมนาทิตย์   ภคาทิตย์   อํศาทิตย์   ทักษาทิตย์ (ธาตราทิตย์)  และสูรยาทิตย์
ในสมัยพระเวทมักกล่าวถึงเทพจำพวกอาทิตย์เป็นคู่ด้วย เช่น มิตรกับวรุณ เป็นต้น
ต่อมา มีเทพจำพวกอาทิตย์เพิ่มมาอีกหนึ่งองค์  คือ วิวัสวนาทิตย์ 

จากนั้นในสมัยพราหมณะ  เทพจำพวกอาทิตย์ มีจำนวนเพิ่มมาเป็น ๑๒ องค์ 
และส่วนใหญ่ชื่อที่มีมาแต่เดิมยังคงไว้    ดังนี้  อํศาทิตย์  อรรยมนาทิตย์  ภคาทิตย์  ทักษาทิตย์
ธาตราทิตย์ (แยกมาจากทักษาทิตย์) อินทราทิตย์  มิตราทิตย์  รวฺยาทิตย์  (รวิ) สวิตราทิตย์
สูรยาทิตย์ (อรรกาทิตย์) วรุณาทิตย์  และยมาทิตย์

ต่อจากนั้น มาสมัยปุราณะ  เทพจำพวกอาทิตย์ ยังคงจำนวนที่ ๑๒ องค์
แต่ชื่อจะเปลี่ยนไปบ้าง เช่น วิษณวาทิตย์ (วิษณุ)  เป็นต้น
พอหลังสมัยปุราณะ  เทพจำพวกอาทิตย์ขยับขึ้นเยอะกว่าเดิมมาก 

บันทึกการเข้า
Bhanumet
ชมพูพาน
***
ตอบ: 199


Sleeping Red Lion


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 15 ธ.ค. 10, 13:37

เทพจำพวกอาทิตย์ อันเกิดแต่นางอทิติ ในสมัยพระเวท มีอยู่ ๗ องค์
คือ  วรุณาทิตย์    มิตราทิตย์    อรรยมนาทิตย์   ภคาทิตย์   อํศาทิตย์   ทักษาทิตย์ (ธาตราทิตย์)  และสูรยาทิตย์
ในสมัยพระเวทมักกล่าวถึงเทพจำพวกอาทิตย์เป็นคู่ด้วย เช่น มิตรกับวรุณ เป็นต้น
ต่อมา มีเทพจำพวกอาทิตย์เพิ่มมาอีกหนึ่งองค์  คือ วิวัสวนาทิตย์  

ที่ผมอ่านมาว่า ๗ องค์ในยุคพระเวทนั้น ไม่มี สูรยาทิตย์ แต่เป็น อินทราทิตย์
และสูรยาทิตย์ เพิ่งเพิ่มมาสมัยพราหมณะ (บ้างก็ว่า วิวัสวนาทิตย์  อาทิตยเทพองค์ที่ ๘ ก็คือ สูรยาทิตย์)
บันทึกการเข้า

भाणुमेश्वर पुन्नाग - ภาณุเมศฺวร ปุนฺนาค - BHĀṆUMEŚVARA PUNNĀGA / 劉太陽 - 刘太阳 - liú tài yáng - หลิวไท่หยาง - เหล่าไท้เอี๊ยง - lâu thài iâng
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 15 ธ.ค. 10, 13:49

ประเด็นต่อมา  "ในยุคนั้นสันสกฤตยังเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงของวัฒนธรรมขอม
ถ้าจะให้หมายถึง พระอาทิตย์ น่าจะใช้ สูรย มากกว่า"  ผมอยากได้หลักฐานอ้างอิงความเห็นประกอบ

ประเด็นนี้ ในตอนนี้ยังไม่ทราบจะไปหาหลักฐานจากไหน  
แต่ขอลองยกเรื่อง ยวนพ่าย ซึ่งน่าจะประพันธ์ประมาณรัชกาลพระบรมไตรโลกนาถ
ซึ่งมีการใช้ภาษาสันสกฤตจำนวนมากกว่าในสมัยหลังมาก พอเห็นได้ว่าองค์ความรู้ด้านสันสกฤตในยุคก่อนนั้นมีมาก และเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูง


พระนามของ พญาฦๅไทย คือ ศรีสูรยพงศรามมหาธรรมราชาธิราช  ก็ใช้เป็นสันสกฤต สูรย คือ พระอาทิตย์ ไม่ใช่ สุริย ที่เป็น บาลี
เท่าที่เคยอ่านจารึก รู้สึกเหมือนจะไม่ค่อยเห็นพระนามที่ใช่ อาทิตย์ ในความหมายว่า พระอาทิตย์ ในสมัยสุโขทัย (อันนี้ไม่แน่ใจ)

ส่วนทางเมืองพระนคร (ศรียโศธรปุระ) ก็น่าจะใช้ สันสกฤต ในหมู่ชนชั้นสูงอยู่แล้ว (จากที่เคยอ่านมานะครับ)
พระนามของกษัตริย์ขอม คำว่า อาทิตย์ ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก เห็นมีแค่ อุทัยทิตย์วรมัน (ที่ ๑ และ ที่ ๒)  ตรีภูวนาทิตยวรมัน

ประเด็นคำสันสกฤตในยวนพ่ายนั้น  ขอให้สังเกตด้วยว่า  การใช้คำสันสกฤตในยวนพ่าย
ไม่ได้มีสม่ำเสมอตลอดทั้งเรื่อง   คงเป็นเฉพาะตอนต้นที่เป็นการยอพระเกียรติ  
พอเข้าสู่บทพรรณนาการรบแล้ว จะใช้คำไทยมากกว่า  ฉะนั้นหลังฐานนี้ยังใช้ยืนยันเสียทีเดียวไม่ได้
เพราะอาจจะเป็นรสนิยมของผู้แต่งบางคน  จะไปสรุปว่าเป็นคนชั้นสูงทั้งหมดมิได้
และเราก็กำลังเพ่งเล็งเฉพาะเรื่องชื่อเป็นหลัก  อย่าเพิ่งล่วงไปถึงวรรณคดีเลย

กรณีพระนามพญาฦๅไทย คือ ศรีสูรยพงศรามมหาธรรมราชาธิราช  
อันนี้น่าสนใจเพราะเป็นการตั้งพระนามที่แสดงว่ารับอิทธิพลเขมรมาชัดเจน
ที่สำคัญยังระบุด้วยว่า เป็นรามผู้เป็นธรรมราชาธิราชแห่งสูรยวงศ์  
ซึ่งแท้จริง ราม ในรามายณะ เป็นจันทรวงศ์ ไม่ใช่สูรยวงศ์
แต่อาจจะเป็นไปได้ว่า  คนไทยคนเขมรอาจจะรับจากอินเดียแล้วแปลงเปลี่ยนไปบ้าง
รามจึงกลายเป็นสูรยวงศ์ได้
และคนไทยเราเชื่อว่าพระมหากษัตริย์เป็นสืบสายมาแต่สุริยวงศ์มาแต่เดิม
(เหมือนที่ญี่ปุ่นและอีกหลายๆ วัฒนธรรม)
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 15 ธ.ค. 10, 13:53

อืมม์  ตำราต่างกันย่อมกล่าวไม่เหมือนกัน  ไม่เป็นไรครับ
เพราะในสมัยพระเวท เทพแสงสว่างที่ลักษณะเหมือนสูรยะมีหลายองค์
(พยายามไม่แตกประเด็นนี้มาก  เพราะเดี๋ยวจะหลงประเด็นไปกันใหญ่)
บันทึกการเข้า
Bhanumet
ชมพูพาน
***
ตอบ: 199


Sleeping Red Lion


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 15 ธ.ค. 10, 14:04

กรณีพระนามพญาฦๅไทย คือ ศรีสูรยพงศรามมหาธรรมราชาธิราช  
อันนี้น่าสนใจเพราะเป็นการตั้งพระนามที่แสดงว่ารับอิทธิพลเขมรมาชัดเจน
ที่สำคัญยังระบุด้วยว่า เป็นรามผู้เป็นธรรมราชาธิราชแห่งสูรยวงศ์  
ซึ่งแท้จริง ราม ในรามายณะ เป็นจันทรวงศ์ ไม่ใช่สูรยวงศ์
แต่อาจจะเป็นไปได้ว่า  คนไทยคนเขมรอาจจะรับจากอินเดียแล้วแปลงเปลี่ยนไปบ้าง
รามจึงกลายเป็นสูรยวงศ์ได้
และคนไทยเราเชื่อว่าพระมหากษัตริย์เป็นสืบสายมาแต่สุริยวงศ์มาแต่เดิม
(เหมือนที่ญี่ปุ่นและอีกหลายๆ วัฒนธรรม)

พระราม มีนามเต็มว่า รามจันทร์  แต่เป็น สูรยวงศ์
เพราะ รามจันทร์ เป็น รฆุวงศ์ สืบเชื้อสายจากพระเจ้ารฆุ  ซึ่งเป็นสูรยวงศ์
รามราฆพ ก็คือ ราม ผู้เป็นเชื้อสายรฆุ

ส่วน จันทรวงศ์ ที่ดัง ๆ ก็คือ พวกเการพและปาณฑพ ในมหาภารตะ

ป.ล. แต่พระนาม พญาศรีสูรยพงศรามมหาธรรมราชาธิราช
บางที รามในที่นี้ อาจจะหมายถึง พ่อขุนรามราช หรือ พญารามราช (พ่อขุนรามคำแหง) ก็ได้นะครับ
เพราะพญาฦๅไทย (ลิทยฺย-ลิไทย) ท่านเป็นหลานปู่
บันทึกการเข้า

भाणुमेश्वर पुन्नाग - ภาณุเมศฺวร ปุนฺนาค - BHĀṆUMEŚVARA PUNNĀGA / 劉太陽 - 刘太阳 - liú tài yáng - หลิวไท่หยาง - เหล่าไท้เอี๊ยง - lâu thài iâng
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.054 วินาที กับ 19 คำสั่ง