เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10
  พิมพ์  
อ่าน: 44137 ฉ - ศัพท์คำนี้มีตำนาน(กรีก) - NC 17
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 120  เมื่อ 22 ธ.ค. 10, 08:53

ขอเสริมโปรแกรมด้วยหนัง Jason and the Argonauts หนังเมื่อปี 1963
part 1 



part ต่อๆมาหาดูได้ในยูทูป


ฉากเจสันรบกับนักรบโครงกระดูก  เป็นฉากเทคนิคทันสมัยที่สุดของฮอลลีวู้ด เมื่อ 40 ปีมาแล้ว
เรียกว่า stop motion technique  คือเอาวัตถุเป้าหมาย ที่อยู่นิ่งๆ จับให้เปลี่ยนอิริยาบถทีละเล็กทีละน้อย แล้วถ่ายทีละช็อต  เมื่อมาเรียงภาพแล้วฉายต่อกันเร็วๆก็จะเห็นเคลื่อนไหวได้

บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 121  เมื่อ 22 ธ.ค. 10, 15:14

           ขอบคุณครับ อาจารย์

             อภินิหารขนแกะทองคำ Jason and the Argonauts เป็นหนังเรื่องหนึ่งของบรรดา
หนังในตำนานที่ผู้ใหญ่เล่าขานถึง animation ตื่นตาแห่งยุคนั้น ให้เด็กๆ ฟังแล้วใฝ่ฝันอยากดู

            Argonaut แปลว่า sailor of the Argo (ชื่อเรือซึ่งตั้งตามนามคนสร้างคือ Argus)

           และ Argo ยังมีความหมายว่า The Swift ด้วย จากคำกรีก argos = swift
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 122  เมื่อ 16 พ.ย. 17, 14:26

ขุดกระทู้มาเติมต่อเพราะเจ้าแมว Quimera ใน  สัตว์ประหลาด ๕

http://www.reurnthai.com/index.php?topic=6794.msg159734;topicseen#msg159734

                                      Chimera

          เป็นตัวประกอบในตำนานวีรบุรุษกรีก Bellerophon โอรสของราชา Glaucus แห่ง Ephyra
(Corinth) และพระนาง Eurymede
          (แต่เทพบดีซูสได้สาปไว้ให้ราชาไม่สามารถมีโอรสได้, บิดาที่แท้จริงของเจ้าชายคือชลธีเทพ Poseidon)


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 123  เมื่อ 16 พ.ย. 17, 14:29

              นามเบลลรฟอนนี้ได้มาหลังจากที่เจ้าชายได้สังหาร Bellerus ชนชั้นสูงในเมือง แล้วจึงถูกเนรเทศ
เจ้าชายได้ไปพำนักพึ่งพิงราชา Proetus ซึ่งมีชายา Stheneboea ที่ต้องใจในตัวเจ้าชายแต่ถูกปฏิเสธ นางจึง
ใส่ร้ายว่าเจ้าชายหมายข่มเหง 
              ราชาวางแผนยืมมือพ่อตาจัดการกำจัดเจ้าชายแทนจึงแนะนำให้เจ้าชายเดินทางไปเมือง Lycia ที่นี่
เจ้าชายได้รับมอบหน้าที่วีรบุรุษ(เสี่ยงตาย) นั่นคือภารกิจพิชิต Chimera อสูรร้ายพันธุ์ผสมที่มีลมหายใจเป็น
ไฟสังหารผู้คนที่ผ่านมาใกล้ถ้ำ ตัวตนหลักเป็นสิงห์ มีหัวแพะโผล่ตรงกลางหลัง ส่วนหางเป็นหัวงู
              บุพการีอสูรนี้คือ Typhon(อสูรอสรพิษร้ายแรงที่สุด หาญกล้าต่อกรกับเทพบดีซูส ) และ Echidna
(อสูรครึ่งคนครึ่งงู เป็นมารดาของอสูรร้ายทั้งหลายในตำนาน)


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 124  เมื่อ 16 พ.ย. 17, 14:30

               เบลลรฟอนจับม้า Pegasus แล้วบินไปยังถิ่นอาศัยของไคเมียรา และใช้หอกปลายหุ้มตะกั่วแทงเข้าคอ
ลมหายใจพ่นไฟหลอมละลายตะกั่วไหลลงอุดกั้นทางเดินหายใจจนไคเมียราวางวาย

ภาพวาดโดย Peter Paul Rubens


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 125  เมื่อ 16 พ.ย. 17, 14:33

              ศัพท์ Chimera ถูกหยิบยืมมาใช้ในทางการแพทย์ หมายถึง คนที่มียีน 2 ชุดในร่างกาย พบได้ในกรณี
แฝดจากไข่คนละใบที่สะเต็มเซลล์ต้นทางจากแฝดคนหนึ่งหลุดเข้าไปในไขกระดูกของแฝดอีกคนหนึ่ง อีกกรณีคือ
แฝดกำพร้า(อีกแฝดหนึ่งเสียชีวิตในครรภ์) ได้รับเซลล์จากอีกหนึ่งแฝดมาก่อนแฝดนั้นเสียชีวิต
              ปัจจุบันนี้ที่มีการผสมเทียมแล้วนำไข่มากกว่าหนึ่งใบใส่ในมดลูกทำให้มีการตั้งครรภ์แฝดมากขึ้น จึงน่า
จะพบไครเมียราได้มากขึ้นไปด้วย นอกจากนั้นการปลูกถ่ายไขกระดูกเพื่อการรักษามะเร็งเม็ดโลหิต ที่มีการทำลาย
ไขกระดูกเดิมของผู้ป่วยก่อนแล้วจึงปลูกถ่ายไขกระดูกของผู้ให้เข้าไปแทนที่ทำให้เม็ดเลือดของผู้ป่วยมียีนใหม่ของ
ผู้ให้ในขณะที่ยีนในเซลล์อวัยวะอื่นๆ ของผู้ป่วยยังคงเดิม  
              ส่วนกรณี microchimera คือ คนที่มีเซลล์แปลกแตกต่างปนมาเล็กน้อย อาจจะเป็นเซลล์ของแม่ผ่าน
ทางรกเข้ามาหรือในกรณีเซลล์ที่มาจากการให้เลือด

ในขณะที่ Bellerophon ไปปรากฏเป็นชื่อ genus of extinct paleozoic marine molluscs of uncertain
position (Gastropoda or Monoplacophora) in the family Bellerophontidae.(วิกกี้)  


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 126  เมื่อ 29 พ.ย. 17, 10:31

                           Medusa

    
       นามธิดาของ Phorcys ปฐมเทพสมุทรและ Ceto ปฐมเทวีชลธี, เป็นหลานของ Gaia เทวีปฐพี และ
เป็นน้องสุดท้องของสามดรุณีปีศาจ Gorgon(gorgos - กรีก แปลว่า dreadful)

รูปปั้น Gorgon เป็นอสุรีมีปีก,เส้นผมเป็นงู


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 127  เมื่อ 29 พ.ย. 17, 10:33

          เมดูซา นั้นเดิมมีรูปร่างหน้าตาเป็นสาวผมงามล้ำเหนือใครรวมไปถึงเทวีอธีน่า ตำนานเล่าว่า เธอได้
เอ่ยวาจาปรามาสเทวีเรื่องความงามจึงโดนเทวีสาปให้มีผมเป็นงูและร่างเป็นปีศาจเหมือนพี่สาว ใครมองหน้า
เธอต้องกลายเป็นหิน
          ตำนานสอง - เพิ่มเติมว่า ขณะที่เมดูซาอยู่ในวิหารแห่งพรหมจรรย์ของเทวีอธีน่า เทพโพไซดอนผ่านมา
เกิดต้องตาในตัวนางได้ใช้พลังข่มเหง เทวีได้ทีจึงลงโทษนางด้วยข้อหาบังอาจสมสู่ชายในสถานศักดิ์สิทธิ์,สาป
นางให้เป็นปีศาจเช่นนี้

(Arnold Bocklin)


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 128  เมื่อ 29 พ.ย. 17, 10:37

        ความแค้นเคืองของเทวียังไม่จบลงเพียงเท่านี้ หากแต่ถึงขั้นยืมมือคนอื่นมากำจัด นั่นคือ เพอร์ซีอัส
บุตรของเทพบดีซูสกับดานาเอ(ธิดากษัตริย์แห่งอาร์กอส), วีรบุรุษกรีกอีกคนหนึ่ง เพอร์ซีอัสถูกราชาแห่ง
เกาะที่มารดามาพึ่งพิงคิดกำจัดให้พ้นทางขวางพระองค์ที่พึงใจในตัวมารดาของเพอร์ซีอัส โดยบัญชาให้ไป
สังหารเมดูซาแล้วนำศีรษะมาเป็นของขวัญ
        เทพร่วมบิดาซูสได้ร่วมด้วยช่วยเหลือน้องชายต่างมารดาโดยมอบของวิเศษเพื่อใช้เดินทางไปยังถ้ำของ
นางมารกอร์กอนทั้งสาม เทวีอธีน่านั้นมอบของสำคัญนั่นคือโล่ห์วับวาวราวกระจกเพื่อให้เพอร์ซีอัสใช้มองเมดูซา
จากเงาบนโล่ห์ได้ถนัดทำให้สามารถตัดศีรษะเมดูซาได้สำเร็จโดยไม่ต้องมองนางโดยตรง
        เลือดที่ฉีดไหลออกมาจากคอของเมดูซาเป็นต้นกำเนิดของม้ามีปีก ที่เรียกว่า เพกาซัส  

Perseus Fountain, Grottenhof, Residenz, Munich


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 129  เมื่อ 29 พ.ย. 17, 10:47

          ระหว่างทางกลับโดยสายการบินเพกาซัส เพอร์ซีอัสผ่านมาพบเจ้าหญิงแอนโดรเมดาที่ถูกจับมัดบนชายหาด
เพื่อเป็นเครื่องสังเวยอสูรร้ายที่มารังควานชาวเมือง
          เพอร์ซีอัสใช้ศีรษะเมดูซาสาปอสูรเป็นหินแล้วจึงได้ครองคู่กับเจ้าหญิง ก่อนที่จะกลับมาแก้แค้นราชาที่หลอก
ไปตายให้กลายเป็นหินด้วยศีรษะเมดูซาเช่นกัน

(Gustave Moreau)


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 130  เมื่อ 29 พ.ย. 17, 10:49

             ศีรษะของเมดูซานี้ในที่สุดได้ถูกนำไปประดับโล่ห์ของเทวีอธีน่า และได้กลายมาเป็น

ศัพท์ทางการแพทย์ - caput medusae
        
             ใช้เรียกอาการแสดงที่ปรากฏบนหน้าท้องของผู้ป่วยด้วยโรคตับแข็งทำให้เลือดดำไหลผ่านทางหลอดเลือดดำ
ในตับสู่หลอดเลือดดำใหญ่กลับไปหัวใจไม่ได้สะดวก มวลเลือดดำจึงต้องหาทางอ้อมกลับผ่านทางหลอดเลือดดำรอบสะดือ
ทำให้หลอดเลือดดำเหล่านี้โป่งออกแลเห็นเป็นเส้นสายคล้ายผมงูบนศีรษะเมดูซา


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 131  เมื่อ 03 ธ.ค. 17, 11:35

ในทางชีววิทยา เมดูซาเป็นศัพท์ใช้เรียกระยะตัวเต็มวัย (adult) ของแมงกะพรุนอีกด้วย  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 132  เมื่อ 04 ธ.ค. 17, 10:31

                เมดูซา ยังไปไกลถึง 1,500 ปีแสงบนฟากฟ้า ในนามของเนบิวลาขนาดกว้างสี่ปีแสง


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 133  เมื่อ 04 ธ.ค. 17, 10:32

           ที่ใจกลางของเนบิวลานี้ คือดาวฤกษ์ชราที่สลัดเปลือกชั้นนอกออกมาเป็นเมฆสีสดสวย แก๊สสีแดงมาจาก
ไฮโดรเจน, ส่วนสีเขียวคืออ็อกซิเจน
           ชะตาระยะสุดท้ายของดวงอาทิตย์ของเราก็จะเป็นเช่นดังนี้ ก่อนที่จะกลายไปเป็นดาวแคระขาว ยิ้ม


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 134  เมื่อ 14 ธ.ค. 17, 09:54

At last,       

                                               Atlas

              หนึ่งตนในชนเผ่า Titan รุ่นที่สอง เป็นลูกของ Iapetus เทพแห่งสงคราม กับ Oceanid Asia หรือ
Clymene เทพธิดาแห่งมหาสมุทร

(ไททัน - ปฐมเทพก่อน Olympian(บ้างว่าเป็น กึ่งเทพกึ่งอสูร) ตระกูลอสูรสาแหรกที่เก่าแก่ที่สุดในตำนานกรีก
สืบสายจากเทพ Ouranos ผู้ปกครองโอลิมปัสกับ Gaea เทวีปฐพี)

             ช่วงอภิมหาสงครามระหว่าง  Titans และทวยเทพ Olympian แอตลัสเป็นจอมทัพต่อกรแล้วปราชัย
เทพบดีซูสลงทัณฑ์ให้ไปยืนอยู่ทางทิศตะวันตกของโลกแล้วแบกฟากฟ้าไว้
(- นึกถึงกรณีครูทำโทษให้ไปยืนกางแขน,คาบไม้บรรทัดหลังห้อง)
            ภาพหรือรูปปั้นนั้นจัดทำเป็นแอตลัสแบกฟ้าลูกทรงกลมแลละม้ายลูกโลก,บ้างก็เป็นแบกลูกโลก

รูปนี้เป็นแบกลูกฟ้า


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.067 วินาที กับ 20 คำสั่ง