เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 5362 แหล่ทั้งหลายแหล่
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


 เมื่อ 10 พ.ย. 10, 14:34

คุณวันดี  สุครีพแห่งเรือนไทย มาสะกิดต่อม...ต่อม...ต่อมอะไรก็ช่างเถิด
ว่าต้องประสงค์จะทราบเรื่องแหล่


ขอประทานโทษ  ขอถามหนึ่งข้อค่ะ   ทำไมแหล่เทศน์ จึงค่อนข้างหวาดเสียว

คุณหลวงธรรมาภิมณฑ์(ถึก  จิตรกถึก) ท่านไม่เบาเลยล่ะ  ตามที่ขุนสุนทรภาษิตท่านเล่าไว้นะคะ
ดิฉันว่าจะมาเล่าเรื่อง  นารีเรืองนาม  พระราชินีวิกตอเรีย  ที่ท่านขุนแต่งมาจากหนังสือ วิคตอเรียนอีรา
มีเล่าถึง แหล่เทศน์ของคุณหลวง   ดิฉันอ่านแล้วเบรคตัวเองไว้ทัน  ตอนหลานราพณ์แปลงกายค่ะ


จึงจัดให้เป็นกระทู้แหล่สนองประสงค์
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 10 พ.ย. 10, 14:41

"แหล่ หมายถึงการเทศน์ที่ใช้เสียงและทำนองที่มุ่งความไพเราะเป็นสำคัญ เช่นเทศน์มหาชาติ เรียกว่า เทศน์แหล่ มีทั้ง แหล่ใน คือเทศน์ตามคัมภีร์เทศน์มหาชาติ และ แหล่นอก คือเทศน์เรื่องนอกคัมภีร์มหาชาติ

แหล่ อีกความหมายหนึ่งหมายถึงตอนหนึ่งหรือบทหนึ่งของแต่ละกัณฑ์ในเทศน์มหาชาติ เมื่อเทศน์ไปได้ตอนหนึ่งก็เรียกได้ว่าแหล่หนึ่ง สองตอนก็สองแหล่ จบแต่ละตอนก็เรียกว่าจบแหล่

แหล่ เป็นคำกร่อนมาจากคำว่า "นั่นแล" เพราะในการเทศน์มหาชาติทุกกัณฑ์ เมื่อจบตอนหนึ่งแล้วท่านจะลงท้ายด้วยคำว่า "นั่นแล" ทุกตอนไป เมื่อลากเสียงคำว่า แล ยาวออกไปจึงกลายเป็น แหล่ ไป"

เอามาจากวีกิพีเดียนะครับ 



บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 10 พ.ย. 10, 14:52

แหล่ ที่พระแหล่ในการเทศน์มหาชาตินั้น  เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศของการเทศน์ให้คึกครื้นผ่อนคลาย
เพราะการฟังเทศน์มหาชาติทำนองธรรมวัตรนานๆ อาจทำให้สาธุชนผู้มีศรัทธาในพระศาสนาซาบซึ้งมาก
จนซ่อนตาดำกันเป็นหย่อมๆ  หนักเข้าก็เงียบสงัดกันทั้งศาลา  (Z-Z-Z-Z-Z-Z-Z)

ฉะนั้น  พระเทศน์มหาชาติจึงแก้ง่วงด้วยการเปลี่ยนทำนองเทศน์ธรรมวัตรเป็นแหล่ที่มีจังหวะเร็วกว่าทำนองเทศน์
แทรกเข้าไปในการเทศน์  จนบางทีก็แทรกเอานิทานหรือเนื้อหาที่ไม่ใช่มหาชาติมาใส่
หรือถ้าหนักเข้าก็เล่นเพลงพื้นบ้านมาใส่   และออกจะหยาบโลนเกินสมณสารูปไป
เช่นเดียวกับการสวดพระมาลัยสวดคฤหัสถ์ ที่เป็นอย่างเดียวกัน 
ถ้าจำกันได้ ในสมัยรัชกาลที่ ๑  ได้โปรดเกล้าฯ ให้ตรากฎพระสงฆ์ ห้ามพระภิกษุสามเณรเทศน์สวดตลกคะนอง
(แต่ก็ยังคงมีอยู่จนปัจจุบัน)

ถ้ามองข้ามเรื่องสมณสารูปไปบ้าง  แหล่เหล่านี้ มีอะไรน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
จะถือว่าเป็นความบันเทิงในยุคเก่าก็น่าจะได้
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 10 พ.ย. 10, 14:55

จะไม่เกริ่น ข้อมูลยาวไปมาก เข้าสู่แหล่บทแรกเลยดีกว่า

แหล่ที่เอามาให้ชมนี้  คัดมาจากหนังสือ ประชุมแหล่เครื่องเล่นมหาชาติ เล่ม ๑-๒
รวบรวมและสอบชำระ โดย นายหรีด  เรืองฤทธิ์
กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์   กรมศิลปากร
พิมพ์ครั้งที่ ๒  เมื่อ ๒๕๐๑ พิมพ์ที่ โรงพิมพ์วัฒนาพานิช 
(พิมพ์ครั้งที่ ๑ เมื่อ ๒๔๙๗) 

ว่าแล้วเชิญทัศนา
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 10 พ.ย. 10, 15:06

แหล่บายศรีนางลอย  (เครื่องเล่นมหาชาติกัณฑ์มหาราช)

บายศรีชั้นต้น              เริ่มกลรามเกียรติ์
ทำศึกทศเศียร             องค์นเรียนนารายณ์

สรรค์รูปอสุเรศ             แก้วเกศเบญกาย
หลานราพณ์เหลือร้าย    แปลงกายปลอมกล

สวยดุจสีดา                เสาวภาโสภณ
เหมือนทั่วมณฑล         ขุมขนคอคาง

กรแก้มกรรณเกศ          ขนงเนตรเนื้อนาง
เบื้องลับบนล่าง            หมดอย่างมายา

ภูษาผ้าทรง                ธำมรงค์โมรา
สวยดุจสีดา                โสภาสารพัน

ลาราพณ์แล้วรีบ          ประจงจีบเจิมจันทน์
ผ้าทิพพันถัน               โอบพันอาภรณ์

มารนางมุ่งเนตร           สู่เขตสาคร
เหาะรีบเหินร่อน           เร่งจรเร็วจริง

ถึงชลาท่าชะเล            ทำประเวทีประวิง
มายามารหญิง             หลอกลิงลวงนารายณ์

อ่านมนตร์พระอุมา        หลับตาเล่ห์ตาย
เอนเกศอ่อนกาย           ลงว่ายหลังวล

ถึงชลาท่าฉนวน           อาโปป่วนปั่นปน
ฤทธิ์มารแรงมนตร์         น้ำวนนอนวัน.

(จบท่อนที่ ๑ ในแหล่ชุดแหล่บายศรีนางลอย)
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 10 พ.ย. 10, 15:24

ต่อ...

(ตอนนี้ พวกหม่อมพนักงานทำบายศรีเขาสนทนากัน)

หม่อมฉิมยิ้มแย้ม          ว่าดูแจ่มเจียวนะหม่อมจัน
เหมือนสิ้นสิ่งสรรพ์        เสียแต่ตรงนั้นแหละไม่มี  
(ไม่มีอะไรหว่า   ฮืม)

หม่อมผ่องร้องว่าไฮ้      ขออภัยเถอะหม่อมพี่
หัวใจโลกี                    จะให้มีไปทำไม

หม่อมอำภาว่าจริงๆ       แม้นว่าลิงจับได้
จะพิสูจน์ซักไซ้             ถ้าค้นได้ก็ไม่ดี

หม่อมฉิมยิ้มแหะ           ว่าฉันจะแกะเป็นพระจักรี
เมื่อกำสรดโศกี             อยู่ในที่พลับพลา



(เข้าเรื่องนางลอย)

เชิงเขาแก้วมรกต        ภูมิบรรพตภูผา
บริเวณอรัญวา            ด้วยอนุชาฤทธิแรง

พร้อมโยธาวานร         สองนครเข้มแข็ง
มากมายหลายตำแหน่ง คอยจัดแจงป้องกัน

จักรฏฟษณ์จิตตรอม     พักตร์ผอมเผือดพรรณ
ตรงทรวงโศกกระสัน     คะนึงขวัญนัยนา

แสงทองส่องประเทือง   ลอยดวงเหลืองเด่นหล้า
ตรัสชวนอนุชา            มายังท่านที

ถึงฉนวนชวนพระน้อง    ลงสู่ท้องชลธี
ผลัดภูษาผ้าสี             ลงว่ายรี่ลอยเรียง

แสนร่างสัตว์ร้าย         ไม่ระคายเข้าเคียง
ซอนซอกสุดเสียง        หลีกเลี่ยงเลยลอย

เหลียวพักตร์เหลือบพบ  ยลสบยอดสร้อย
รูปนางร่างน้อย           แฉล้มลอยหลังชลา

ผิวพักตร์ผ่องผุด         สวยดุจสีดา
ไม่เพี้ยนตนผิดตา        ทั้งเนื้อหน้าเนตรนม

ตั้งเต้าเต่งตึง              ดังแกล้งกลึงกล่อมกลม
คอคางขำคม              อ่อนสมอินทรีย์

(ขอตัดลงตรงนี้ก่อน   กลอนแหล่บทนี้
เล่นสลับเสียงพยัญชนะไพเราะมาก และยาวมากด้วย
ชื่นชมคนแต่ง ช่างคิดสร้างสรรค์เสียจริง)
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 10 พ.ย. 10, 16:56



แจ่ม
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 11 พ.ย. 10, 05:13


ขอบพระเดชพระคุณ คุณหลวงเล็ก(เพิ่งนินทาไปแว๊บ ๆ เมื่อครู่เอง)


       แหล่บายศรีนางลอยที่คุณหลวงเมตตาลักลอบ(เวลาราชการไม่ใช่ฤา)ส่งมา

สรุบแล้วไม่ทราบคนแต่งใช่หรือไม่คะ


คุณหลวงธรรมาภิมณฑ์(ถึก   จิตรกถึก) แหล่เทศน์ให้ นายถนอม  เกยานนท์ ฟังว่า

        ตั้งเกณฑ์กองต้น                        เริ่มกลรามเกียรติ์

ตอนจบก็แปร่งไปเล็กน้อย   ถือเป็นเรื่องธรรมดาเพราะต่างก็ใช้ความจำ

      คุณหลวงท่านยังร้องเพลงโคราชได้แจ่มอีกด้วย


     เรียนถามคุณเล็กผู้มีความสามารถอันยิ่งใหญ่ ว่า   อยากอ่าน  สารานุกูล ที่ลงเรื่อง
 พระอุมาลงสรง คำกลอน
พระอุมาคำฉันท์     และ
พระอุมาอ่านสาร  ได้ที่ไหน  อย่างไร

แล้วที่ไหนมีสารานุกูลให้อ่านเล่าเจ้าข้าเอ๋ย
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 11 พ.ย. 10, 13:43


       แหล่บายศรีนางลอยที่คุณหลวงเมตตาลักลอบ(เวลาราชการไม่ใช่ฤา)ส่งมา

สรุบแล้วไม่ทราบคนแต่งใช่หรือไม่คะ


น่าคัดมาให้อ่านไหมนี่   แหล่โดยมากไม่ระบุว่าใครเป็นคนแต่ง
เพราะเป็นของสาธารณะ ไม่มีลิขสิทธิ์ ใครพอใจก็จดก็จำไว้
เอาไปดัดแปลงแหล่เทศน์ตามแบบฉบับของตน ของวัดวานั้นๆ

ถ้ามีคำแปร่งหูไปบ้าง  ก็ให้เข้าใจว่าต่างคนต่างดัดแปลงตามอัตโนมัติ
แต่โดยความก็เกือบจะเป็นพิมพ์เดียวกัน  เหมือนเสภานั่นแหละ
ตอนเดียวแต่พวกอยากเพิ่มเติมขยายรายละเอียดอะไรลงไปให้ต่างจากของคนอื่น
ก็เติมเอาใจชอบ  


    เรียนถามคุณเล็กผู้มีความสามารถอันยิ่งใหญ่ ว่า   อยากอ่าน  สารานุกูล ที่ลงเรื่อง
 พระอุมาลงสรง คำกลอน
พระอุมาคำฉันท์     และ
พระอุมาอ่านสาร  ได้ที่ไหน  อย่างไร

แล้วที่ไหนมีสารานุกูลให้อ่านเล่าเจ้าข้าเอ๋ย

นี่ถ้าถามในระหว่างวันที่  ๒๑- ๓๑ ตุลาคม ที่ผ่านมาก็ดีสิ
จะบอกให้ไปหาท่านผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ที่มีภรรยาสวย
ก็ที่ร้านของท่านมีหนังสือสารานุกูลในถุงพลาสติกวางอยู่ตั้งหลายเล่ม
ราคาก็ไม่มากไม่มายอะไร  เล่มละ  ๕XX  เท่านั้นเอง  
แน่นอนว่า คุณอาจจะใช้วาทศิลป์ขอเพ่งดูเนื้อความ
โดยไม่ต้องทำให้งบประมาณคงคลังของคุณเสียดุลย์ได้
ด้วยวิธีการไปกระซิบข้างหูท่านผู้ใหญ่ท่านนั้นว่า
"รายชื่อหนังสือของพ่อนางสายสร้อยเมเนเยอร์ มีอีกแยะ"
ท่านผู้ใหญ่ผู้นั้นก็หูผึ่ง  และยอมให้คุณทุกอย่าง

สุดแต่ว่าคุณทำหรือไม่  และสารานุกูลเล่มที่คุณต้องการ ท่านจะมีหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 11 พ.ย. 10, 13:56

แหล่ (ต่อ)...

พระผวาแหวกชล       หลงกลโลกีย์
กรสอดกอดศรี          จักรีร่ำพิไร

อุ้มแก้วเบญกาย         สู่หาดทรายร่มไทร
จักรกฤษณ์จอมไตร     แสนอาลัยลาญลวง

ผีตายพาดตัก            พิศพักตร์ผ่องพวง
สวยดุจแสงดวง         บุหลันล่วงเลื่อนลอย

กอดศพโศกี             โอ้ศรียอดสร้อย
ลืมเนตรสักหน่อย       อย่าหมอบม่อยหมางเมิน

พี่หอบตนหิ้วตาม       ไม่ควรขามขวยเขิน
สู้ดั้นดงเดิน              หวังจะเชิญไปกุฎี

เผยอเนตรสักนิด       คู่ชีวิตของพี่
ไปโคทาวารี             อยู่กุฎีอย่างเดิม

ทรงครุฑสุดครวญ      ดังศรสวนทรวงเสริม
คลุ้มคลั่งเคลิบเคลิ้ม    พิไรเพิ่มรำพัน

จะหาเพชรเท่าบรรพต   จะกำหนดก็อนันต์
จะหาดาวเดือนตะวัน     ก็หาได้ดังใจจง

จะหาโฉมให้เช่นน้อง    ทั้งหกห้องสวรรค์วง
ตายแล้วเกิดใหม่คง      ไม่ได้เหมือนองค์สีดาเดียว

มาคอดขาดทิวงคต      เมื่อยามยศพี่โรยเรียว
ทำสงครามขับเคี่ยว      พิฆาตฆ่ากุมภัณฑ์พาล

หรือราพณ์ร้ายพิโรธเรียม    ว่าห้าวเหี้ยมกำแหงหาญ
จึงฆ่ามิ่งเยาวมาลย์            มาเยาะเย้ยให้เรียมยล

จะได้ชื่นก็แต่ชื่อ            โลกจะลือทุกแห่งหน
เจิมประจานประจวบจน    มาจ่อจิตให้เจ็บใจ

บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 11 พ.ย. 10, 14:09

เอาทรวงพี่นี้ต่างโกศ       จำรัสโรจน์เรืองอุไร
ประคองศพเจ้าสายใจ      เอาซุ้มไทรต่างเมรุทอง

ระลอกลั่นชะเลลึก         อุโฆษคึกต่างฆ้องกลอง
ลองไนเรไรร้อง            ต่างแตรสังข์กังสดาล

เอาดวงแขเข้าต่างโคม    ดาราโรมในคัคนานต์
ต่างดอกไม้เพลิงเถกิงการ   ประทีปธูปเทียนทอง

สองสายกระแสพัด       วารีรัดทรายเป็นเกาะกอง
ต่างเบญจาบรรเจิดทอง   รองโกศแก้วอลงการ์

เอาห้องห้วงมหรรณพ     เข้าวงศพเจ้าสีดา
ขุนเขาหิมวา                ต่างเมรุสุวรรณฉัตรชั้นราย

พระทรงสังข์ไม่สร่างโศก   ยิ่งวิโยคบรรยาย
พระศอแห้งพระเสียงหาย   ไม่เว้นวายอาวรณ์

พระทรงนาคกับซากนาง    ไม่จืดจางจากจร
อุ้มแอบแนบอุทร              ประทับซบสลบลง

ทั้งพิเภกอสุรศักดิ์           อีกพระลักษมณ์อนุพงศ์
เหลือที่กำสรดทรง          อาลัยองค์พระรามา

ถึงเทวษทวีหวัง             พร้อมทั้งพระอนุชา
ต่างแซ่ซ้องร้องว่า         โอ้พระมหาร่มโพธิ์พราว

มาลับเนตรล่วงหน้า        ไปดุสิดาแดนดาว
ลิงพระลักษมณ์ยักษ์เรอหาว    ล้มระนาวเป็นระเนน  -- นั้นแหล่ ฯ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 11 พ.ย. 10, 18:23


          อื้อฮือ...โอ้โฮ...และโฮแฮะ   น่าฟังมากค่ะ

ตอนท้ายนี่คุ้นหู


          แปลกนะคะ   พระรามสลบไปเพราะรักเมียก็เข้าใจ

พระอนุชาสลบตามก็พอจะคล้อยตามได้อีกนั่นแหละ

ทีนี้ไพร่พลมาสลบกันทั้งกองทัพเพราะจงรักภักดีนี่ แหะ แหะ



     ไปอ่านมาที่ไหนหนอว่ามีปุจฉาวิสัชนาเรื่องนางเบญจกายแปลงตัวต้องให้เหมือนทั้งตัว



     มีอีกหนึ่งคำถามค่ะคุณหลวง เรื่องสลบ ๆ นี่    อ่า....

ตอนพระสังข์สลบเมื่อเห็นชิ้นฟักสลัก   แน่พระทัยว่าพระมารดาตามมา

พระสังข์ได้นำชิ้นฟักไปล้างน้ำ       สงสัยว่าทำไมต้องล้าง   น้ำแกงคือแกงอะไร  ไม่ใช่แกงจืดหรือคะ

สมัยนั้นมีเกาเหลาแล้วนี่นา



     คนอ่านหนังสือขายหนังสือนั้น  มีรสนิยมเลิศเสมอ  คุณหลวงลองนึกดูซิคะ  ทุกร้านเลยมีภริยาสวย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง