เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 9493 Little Women
tony_hui
อสุรผัด
*
ตอบ: 32

เป็นพนักงานบัญชีครับ


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 24 ต.ค. 10, 04:46

สี่ดรุณี สำนวนของ อ.สนิทวงศ์ น่าจะไม่มีพิมพ์ใหม่นะครับ ปกที่อาจารย์นำมาน่าจะเป็นการพิมพ์เกือบๆครั้งสุดท้าย ผมเองจำได้ว่ามีเป็นแบบเล่มสั้นๆอ้วนๆแบบที่สำนักพิมพ์ยุค249x นิยมพิมพ์กัน ซึ่งมีเก็บไว้อยู่ที่บ้าน แต่จนใจที่ตอนนี้ถูกกักตัวไว้อยู่เลยไม่สามารถค้นมาให้ดูได้น่ะครับ
บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 30 ต.ค. 10, 21:17

วันนี้ดีใจมากค่ะ คือ ได้ Heidi จากร้าน DK Book เป็นฉบับภาษาอังกฤษนะคะ

ยังหาเล่มที่แปลเป็นไทยไม่ได้ค่ะ แม้ภาษาจะไม่แข็งแรง ก็จะพยายามอ่านดูค่ะ
 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30485

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 30 ต.ค. 10, 23:19

Little Women ทำเป็นหนัง ๓ ครั้ง    ชุดที่ดิฉันชอบที่สุดคือหนังปี 1949   เจเนต ลีห์เล่นเป็นเม็ก  จูน แอลลิสันเป็นโจ ปีเตอร์ ลอว์ฟอร์ดเป็นลอรี  และที่สำคัญคือป้าลิซ เทย์เลอร์เล่นเป็นเอมี่   
ผู้กำกับสร้างบรรยากาศในเรื่องได้   เหมือนเดินออกมาจากหนังสือ

มีคลิปตอนเอมี่ถูกทำโทษ  ลิซเล่นได้น่ารักน่าหยิกมาก



ส่วนเวอร์ชั่นล่าสุดคือวีโนนา ไรเดอร์เล่นเป็นโจ   น่าจะเป็นเวอร์ชั่นที่แพร่หลายที่สุด   

part 1



part 2

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30485

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 31 ต.ค. 10, 06:47

กระทู้ออกนอกเรื่องไฮดี้มาไกล และจำนวนค.ห.ก็มากด้วย   เลยขอแยกมาเป็นกระทู้ใหม่ little Women นะคะ

เรื่องนี้เป็นวรรณกรรมเยาวชนเรื่องดังที่สุดเรื่องหนึ่งของอเมริกา   สมัยหนึ่ง ประมาณต้นศตวรรษที่ ๒๐  เรียกว่าเป็น "หนังสือต้องอ่าน" ของโรงเรียนสตรีอเมริกันกันเลยทีเดียว
นำรูปผู้แต่ง คือ Louisa May Alcott มาให้ดูกันค่ะ


 
หลายๆตอนในเรื่องมาจากชีวิตส่วนตัวของผู้เขียน   แต่ไม่ใช่ ๑๐๐% 
คงไม่ต้องบอกว่า เธอคือ "โจ" นางเอกของเรื่อง
บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 31 ต.ค. 10, 11:14

ขอบคุณอาจารย์เทาชมพูค่ะ จะต้องหาDVD หนังปี 1949 มาดูสักหน่อย

ชอบหันงเก่ารุ่นนี้ค่ะ ยิ่งหากสร้างจากวรรณกรรม เราจะได้ฟังภาษาที่ไพเราะ

และ สำเนียงอังกฤษแบบนี้ ไม่ค่อยจะได้ฟังเท่าไรแล้วในปัจจุบัน
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 01 พ.ย. 10, 06:17


       ดีใจที่เรือนไทยคุยกันถึงวรรณกรรมของโลก           มีความภูมิใจที่ได้รู้จักคุณร่วมฤดี

และเพื่อน ๆ อีกหลายคนที่สนใจการอ่าน           ดิฉันเองอ่านทั้งสี่ดรุณี ตามมาด้วยสี่ดรุณ

อยากจะอ่าน Pilgrim's Progress เหมือนกัน   ตอนนั้นไม่รู้จักใครที่มีหนังสือเลย

จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้อ่าน  เรื่องซื้อหนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านนั้นเป็นพ้นวิสัยเพราะฐานะทางเศรษฐกิจ

ในสมัยโน้นไม่อำนวย    สมัยนี้ก็ต้องระวังตัวไม่ให้ตกใจกับราคาหนังสือ   อาจจะหัวใจวายเอาง่าย ๆ


       ถ้าคุณเทาชมพูว่างพอ  กรุณาสอนเรื่อง "March"  ของ Geraldine Books  ได้ไหมคะ

 เคยอ่านมาพักหนึ่งแล้ว   กระเทือนใจทีเดียว  บุคโยงประวัติศาสตร์โดยเล่าเรื่อง Mr. March ไปสงคราม

ดิฉันอ่านเพื่อความสนุกอย่างเดียว  เปรียบเทียบไม่เป็นค่ะ


       
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30485

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 01 พ.ย. 10, 07:19

ไม่ทราบว่าจะสอนอะไรค่ะ

 ฮืม ฮืม
บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 01 พ.ย. 10, 11:22

คุณวันดีคะ ดิฉันเองก็ไม่นึกไม่ฝันว่าจะเข้ามาได้เสวนากับปรมาจารย์หลายท่านในที่นี้
นับเป็นโชคอย่างยิ่ง และที่ไม่คาดคิดเลยก็คือเรื่องอ่านหนังสือแนวเดียวกันเสียด้วย

แรก ๆ ก็ตามกระทู้ประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ได้ของดีพ่วงมาด้วยมากมายจนเกินคุ้มสำหรับเรือนไทยแห่งนี้
มัวแต่เหงาอยู่คนเดียวมาหลายปี เพราะหาคนรอบตัว ใกล้ตัว ที่อ่านหนังสือแนวเดียวกันได้น้อยเต็มที

เรื่อง March นี้เกี่ยวกับอะไรคะ ไม่เคยอ่านมาก่อนค่ะ ต้องขออาราธนาผู้รู้ เกริ่นให้ฟังสักนิดก็ยังดีค่ะ

ดิฉันมีปัญหาตรงกันข้ามกับคุณวันดีตรงที่ หาอ่านได้แต่ฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษค่ะ ทางโรงเรียนเอามาสอนในวิชาภาษาอังกฤษ และ ส่งเสริมให้ไปหาอ่านเองอีกกระบุงโกย อาจจะเพราะบ้านใกล้ AUA และห้องสมุด Neilson Hay และ เสริมด้วย ห้องสมุดในสวนลุมพินี

สมัยเด็ก คว้่าจักรยานได้ ขี่ออกจากบ้านหายไป 3 ที่นี้แหละค่ะ ไม่มีเงินซื้อเลยค่ะ ยากจน(เอาไปกินขนมหมด)
หยิบเจอชื่อเรื่องคุ้น ๆ ก็อ่าน ๆ รู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่ง เอาแต่หลงไหลในภาษาอังกฤษแบบเก่า ๆ เขาจะพูดอะไรแต่ละที มารยาทมาก่อน และไม่ใช้คำอะไรที่ตรง ๆ แบบที่เราได้ยินในหนังสมัยนี้ (ดูแล้วรู้สึกดิบ ๆ ชอบกล)
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 01 พ.ย. 10, 14:29


      เป็นเรื่องพ่อของสี่ดรุณีค่ะ  นักประพันธ์รุ่นหลังเขียนขึ้น

เป็นเรื่องของสงครามกลางเมืองที่รบกันถึง ๔ ปี  ๑๘๖๑ - ๑๘๖๕

มีผู้เสียชีวิตถึง ๖ แสน  ที่สงครามตอนหลัง ๆตัวเลขของผู้เสียชีวิตรวมกันยังไม่ถึง

เป็นส่วนที่เรียกว่าตอนที่ขาดไปของสี่ดรุณี

คนเขียนผูกเรื่องจากมุมมองของ Louisa May Alcott ในเรื่องทาส

ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปี ๒๐๐๖

     ดิฉันอ่านพอรู้เรื่อง  เล่าเรื่องพอได้  แต่คุณค่าทางวรรณคดีและความหมายของนวนิยาย

ยังไม่เข้าใจมากนัก  เพราะไม่มีความรู้ทางวรรณคดีพอจะอธิบายได้

     จำได้จากไหนก็ลืมไปแล้วว่า ฉากสงครามกลางเมืองของสหรัฐ เป็นฉากที่ยิ่งใหญ่ของวรรณคดี

ที่มิมีชาติไหนจะเทียมทัน       ดิฉันไม่เห็นด้วยหรอกค่ะ   วรรณคดีของเราที่เป็นอมตะก็หลายเรื่อง

บันทึกการเข้า
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 01 พ.ย. 10, 19:27

ลุงไก่เรียนห้องวิทย์ก็เลยได้เรียนแค่ Rebecca กับ The Murder of Roger Ackroyd ห้องศิลป์เขาได้เรียน Jane Eyre กับ Little Women

แต่ใจอยากอ่านสงครามและสันติภาพ War and Peace มากกว่า ติดใจหนังยาวสามชั่วโมงที่โรงเรียนต้อนให้ไปดูรอบพิเศษ สมัยยังเป็นเด็กน้อย เวอร์ชั่น 1967 นี้เลยครับ






บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30485

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 02 พ.ย. 10, 00:02


      เป็นเรื่องพ่อของสี่ดรุณีค่ะ  นักประพันธ์รุ่นหลังเขียนขึ้น

เป็นเรื่องของสงครามกลางเมืองที่รบกันถึง ๔ ปี  ๑๘๖๑ - ๑๘๖๕

มีผู้เสียชีวิตถึง ๖ แสน  ที่สงครามตอนหลัง ๆตัวเลขของผู้เสียชีวิตรวมกันยังไม่ถึง

เป็นส่วนที่เรียกว่าตอนที่ขาดไปของสี่ดรุณี

คนเขียนผูกเรื่องจากมุมมองของ Louisa May Alcott ในเรื่องทาส

ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปี ๒๐๐๖

     ดิฉันอ่านพอรู้เรื่อง  เล่าเรื่องพอได้  แต่คุณค่าทางวรรณคดีและความหมายของนวนิยาย

ยังไม่เข้าใจมากนัก  เพราะไม่มีความรู้ทางวรรณคดีพอจะอธิบายได้

     จำได้จากไหนก็ลืมไปแล้วว่า ฉากสงครามกลางเมืองของสหรัฐ เป็นฉากที่ยิ่งใหญ่ของวรรณคดี

ที่มิมีชาติไหนจะเทียมทัน       ดิฉันไม่เห็นด้วยหรอกค่ะ   วรรณคดีของเราที่เป็นอมตะก็หลายเรื่อง



ถ้าคุณร่วมฤดีเคยดูหนังชุดฝรั่ง ที่เอาตัวละครจากซีรี่ส์หนึ่ง แตกลูกออกไปเป็นซีรี่ส์ของตัวเองโดยเฉพาะ   จะเข้าใจความเกี่ยวข้องกันระหว่าง Little Women กับ March
เหมือนอย่างซีรี่ส์ยอดฮิท ๑๐ ปี เรื่อง Friends  ต่อมา โจอี้ก็แยกออกไปมีซีรี่ส์ที่เป็นชีวิตของเขาเอง   


การแตกตัวละครออกจากวรรณกรรมคลาสสิคไปแต่งเป็นเรื่องใหม่   แนวคิดใหม่  เป็นเรื่องนิยมทำกันหลายเรื่องแล้ว  แต่ผลเสียคือถึงทำได้  ก็ไม่มีเสน่ห์ของเรื่องเก่าเหลืออยู่
เสน่ห์ของ Little Women อยู่ที่ลูกสาวทั้งสี่และแม่ผู้แสนดี ขาดหัวหน้าครอบครัว อยู่กันตามลำพังแม่ๆลูกๆ   ต่อสู้กับความยากจน ทำงานหนัก  แก้ไขปัญหากันเอาเอง   เพราะพ่อไปเป็นอนุศาสนาจารย์ในกองทัพในยุคสงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา
แต่ทั้งๆลำบากยากจน  บ้านนี้ก็ไม่เคยขาดเสียงหัวเราะ ความฝัน และความสุขตามประสาเด็กสาว   ปลายเรื่องพ่อถึงกลับมา ทำให้ครอบครัวอบอุ่นตามเดิม
จากนั้น เด็กสาวทั้งสี่ก็เติบโตเป็นหญิงสาว  มีความรัก และแต่งงาน ในเรื่อง Good Wives   ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับชีวิตวัยดรุณีของพวกเธอ

ส่วน March  เป็นชีวิตของพ่อที่นักเขียนชื่อ Geraldine  Brooks (ไม่ใช่ Books ค่ะ)  สร้างขึ้นมาใหม่   จับชีวิตพ่อแต่ครั้งหนุ่ม กับแม่  และเหตุการณ์ตอนพ่อไม่ได้ปรากฏตัวในเรื่อง little Women  เนื่องจากไปสงคราม   สร้างตัวละครหญิงคนใหม่ขึ้นมาด้วย 
ขออภัยที่ไม่สามารถจะวิเคราะห์วิจารณ์อะไรได้เพราะไม่ชอบเรื่องใหม่นี้   มันเป็นอีกแนวหนึ่งแตกต่างจาก little Women  หนักไปทางอุดมการณ์ของพ่อ และความลำเค็ญของสงคราม 

ถ้าคุณวันดีและคุณร่วมฤดีสนใจ  หาอ่านได้ที่นี่ มีทั้งเรื่องย่อและคำถาม  อาจจะได้คำตอบค่ะ
http://www.enotes.com/march
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.067 วินาที กับ 19 คำสั่ง