เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
  พิมพ์  
อ่าน: 34164 สายสกุลจีนของ เจ้าคุณจอมมารดาเอมในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11110


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 23 ต.ค. 10, 21:50

พระยารัตนราชเศรษฐี(เจ๊สัวอ๋องไซ)มีภรรยาพระราชทานคนหนึ่ง เคยเป็นนางห้ามของพระเจ้าตากสินมาก่อนนามว่าหม่อมบาง(บ้างว่าหม่อมปราง) เป็นบุตรีพระยาราชาเศรษฐี (องตือ ดึก) เจ้าญวนเมืองบันทายมาศ มีบุตรธิดาด้วยกัน๖คน ดังนี้

๑ เป็นหญิงชื่อสวาสดิ์ ถวายตัวเป็นเจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเจ้าพระยาจักรี
๒ เป็นหญิงชื่อพริ้ง ถวายตัวเป็นเจ้าจอมในกรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ตั้งแต่เป็นเจ้าพระยาสุริยอภัย ผู้สำเร็จราชการเมืองนครราชสีมา
๓ เป็นชายชื่ออ๋องเส็ง รับราชการได้เป็นพระราไชยในรัชกาลที่๒
๔ เป็นชายชื่ออ๋องหลง ค้าขายเป็นเจ้าสัว ชาวบ้านเรียกเจ๊สัวอ๋องหลง เคยได้เป็นอุปทูตออกไปเมืองปักกิ่งด้วย
๕ เป็นหญิงชื่อบุญนาก เป็นภรรยาพระศรีราชอากร(เจ๊สัวเม่า)


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11110


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 23 ต.ค. 10, 21:53

๖ เป็นชายชื่ออ๋องบุญมาก ค้าขายเป็นเจ้าสัว เจ๊สัวบุญมากร่วมกับลูกอีก๒คนสร้างวัดสามจีนขึ้นที่ปากคลองบางลำพูบน วัดสามจีน(จีน๓คนร่วมกันสร้าง)นี้ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯพระราชทานนามให้ใหม่ว่าวัดสังเวศวิศยารามวรวิหาร

เจ๊สัวบุญมากเป็นปู่ของเจ้าคุณจอมมารดาเอม


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11110


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 23 ต.ค. 10, 21:54

ประวัติวัดสังเวชวิศยารามอีกสำนวนหนึ่ง รจนาโดย พระศรีสิทธิมุนี(พล อาภากโร ป.ธ.๙, Ph.D) นั้น มีใจความดังนี้

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ทรงปราบดาภิเษกและสถาปนาบางกอกเป็นราชธานีแล้ว ทรงแต่งตั้งให้พระอนุชาคือ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ขึ้นเป็นวังหน้า สมเด็จกรมพระราชวังบวรฯ ทรงรับเอาวัดโบราณหลายวัดไว้ในพระราชูปถัมภ์ หนึ่งในจำนวนนั้นคือวัดบางลำพู(วัดสังเวชวิศยารามในปัจจุบัน) พระองค์ทรงสร้างและปฏิสังขรณ์พระอารามแห่งนี้ให้สง่างาม มีเสนาสนะมั่นคงถาวรเพื่อพระราชทานให้เป็นสถานที่อยู่ของพระสนมชาวเขมรที่มีจิตเลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนา มีศรัทธาแก่กล้า สละเพศคฤหัสถ์ปฏิบัติครองเพศเป็นนักชี ซึ่งนักชีท่านนี้เป็นยายของพระเจ้าลูกเธอ พระองค์ เจ้าหญิงกัมพุฉัตรและพระองค์เจ้าขัตติยา ปูชนียสถานที่สมเด็จกรมพระราชวังบวรฯ ทรงปฏิสังขรณ์นั้นได้แก่ กำแพงวัดด้านทิศใต้และตะวันออกอ้อมไปทางทิศเหนือ ส่วนด้านริมคลองทรงสร้างเป็นเขื่อนด้วยไม้แก่น และทรงสร้างศาลาท่าน้ำรวม ๓ หลัง หลังหนึ่งทำเป็น ๒ ห้อง หลังคามีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันจำหลักลายปิดทองประดับกระจก เรียกว่า "ศาลาฉนวน" ตั้งอยู่ริมคลองบางลำพูซึ่งมีถนนพาดผ่านเพื่อเป็นทางเสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระอุโบสถสำหรับเสด็จพระราชทานถวายผ้าพระกฐิน

วัดสังเวชวิศยาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เดิมชื่อวัดสามจีนเหนือ และวัดบางลำพู ดังทราบแล้ว เป็นพระอารามที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นวัดในพระบรมราชูปถัมภ์มาตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ กาลล่วงมาถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระองค์ทรงเป็นนักปราชญ์ด้านภาษา มีความเลื่อมใสศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนาเป็นที่ยิ่ง ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เปลี่ยนชื่อจากวัดบางลำพูเสียใหม่ว่า "วัดสังเวชวิศยาราม"  ซึ่งมีรากศัพท์มาจากคำว่า "สังเวคะ" มิได้มีความหมายเช่นนั้นเลย ถ้าแปลตามที่เข้าใจผิดๆ กันมานั้นท่านเรียกว่า "ถีนมิทธะ" ซึ่งเป็นนิวรณ์ตัวขวางกั้นมิให้บรรลุคุณงามความดี ส่วนคำว่า "วิศยะ" แปลว่า "อารมณ์" รวมความว่า "วัดสังเวชวิศยาราม" ก็คือ "อารามเป็นที่อยู่ของผู้มีอารมณ์แกล้วกล้า แข็งขัน เกิดแรงบันดาลใจให้รีบเร่งทำคุณงามความดี ไม่ประมาทมัวเมาในชีวิต "


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11110


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 23 ต.ค. 10, 21:57

จะเห็นว่า ประวัติวัดสังเวชวิศยารามของพระคุณเจ้า มีความแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับของก.ศ.ร.กุหลาบ

ด้วยความเคารพ การนำเสนอข้อมูลของผ,ในครั้งนี้ มิได้มุ่งหมายจะลบล้างความเชื่ออันมีมาแต่เดิมของท่านหรือของผู้ใดทั้งสิ้น แต่มีความประสงค์จะเสนอหลักฐานที่ปรากฏอยู่จริงไว้เป็นข้อเปรียบเทียบ แม้จะแตกต่างกับหลักฐานอื่น ก็เป็นหน้าที่ของผู้อ่านที่พึงพิเคราะห์ด้วยตนเอง วันข้างหน้าอาจจะมีผู้พบหลักฐานเพิ่มเติมทางประวัติศาสตร์หรือโบราณคดีมาสนับสนุนแนวทางใด ก็จะเป็นที่ยุติความเชื่ออันแตกต่างเนื่องมาจากข้อความที่บันทึกจากปากต่อปาก ที่อาจเพี้ยนจากความจริงที่เกิดขึ้นในอดีตอันไกลโพ้นนั้นได้


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11110


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 23 ต.ค. 10, 21:59

จากมหามุขมาตยานุกูลวงศ์ เล่มที่๑ เรียบเรียงโดย ก.ศ.ร.กุหลาบ ต่อ

บุตรธิดาของเจ๊สัวบุญมากมีหลายคน เฉพาะที่สมควรกล่าวถึงมีดังนี้

๑ เป็นชายชื่ออ๋องฮี้ ได้เป็นขุนท่องวารีที่ปั้นสือ นำราชทูตานุทูตไทยไปเจริญทางพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงจีนที่กรุงปักกิ่ง ต่อมาได้กราบถวายบังคมลากลับไปทำมาค้าขายที่เมืองจีนตามภูมิลำเนาของต้นตระกูล

๒ เป็นหญิงชื่อท่านเพ็ง ท่านผู้นี้มีศรัทธาสร้างวัดสวนพลู บางรัก ซึ่งเป็นที่ฝังศพย่าของท่านด้วย

ประวัติของวัดนี้เท่าที่สืบหาจากเวปมีปรากฏน้อยมาก และใช้คำว่าสันนิฐานเสียเป็นส่วนใหญ่  มีที่ชัดเจนหน่อยก็เป็นดังนี้ "วัดสวนพลู" ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับโรงแรมแชงกรีลานี่เอง ชื่อของวัดสวนพลูก็คงพอจะบอกที่มาของวัดได้ว่าสร้างขึ้นบนที่ดินที่เคยเป็นสวนพลูของชาวจีนมาก่อน โดยได้สร้างขึ้นในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ หรือเมื่อประมาณ พ.ศ.2340 ก่อนที่ย่านนี้จะกลายมาเป็นย่านธุรกิจการค้ามีผู้คนหนาแน่นอย่างในปัจจุบัน

มีก.ศ.ร.กุหลาบเท่านั้น ที่ระบุอย่างชัดเจนว่า ผู้สร้างวัดนี้ชื่อ “เพ็ง” เป็นบุตรีคนหนึ่งของเจ๊สัวบุญมาก


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11110


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 23 ต.ค. 10, 22:03

๓ เป็นหญิงชื่อท่านพิมพ์ แต่งงานกับพระอภัยสุรินทร์(จุ้ย)

๔ เป็นชายชื่อเจ๊สัวอ๋องป้า เป็นหนึ่งในจำนวนผู้ร่วมสร้างวัดสามจีน ปากคลองบางลำพูบน

๕ เป็นชายชื่ออ๋องบุญมีหรือเจ๊สัวบุญมี ท่านผู้นี้มีมารดาชื่อบุญเลี้ยง บุตรีเจ๊สัวบุญเกิด แซ่โหงว มารดาของท่านบุญเลี้ยงคงเป็นคนไทยตัวจึงชื่อแบบไทย และตั้งชื่อลูกเป็นไทย ไม่ได้ให้ไว้ผมมวยแบบจีน แต่เป็นหนึ่งในจำนวนผู้ร่วมสร้างวัดสามจีน ปากคลองบางลำพูบนด้วย
เจ๊สัวบุญมี เป็นบิดาท่านเจ้าคุณจอมมารดาเอม
 
๖ เป็นชายชื่ออ๋องฟัก ท่านผู้นี้ก็น่าจะมีมารดาเดียวกับเจ๊สัวบุญมี ไว้ผมทรงมหาดไทย รับราชการหลายตำแหน่ง เริ่มจากเป็นนายอากรกรมท่าและได้ไปเป็นพระยาสวรรคโลกถือศักดิดา๓๐๐๐ไร่ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ
ภายหลังการฉลิมพระอิสริยยศขึ้นเป็นกษัตริย์วังหน้า พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ทรงขอพระบรมราชานุญาต โอนพระยาสวรรคโลกจากวังหลวงมาเป็นที่พระยาศิริไอยสวรรค์ จางวางกรมพระคลังมหาสมบัติในพระบวรราชวัง

ในมหามุขมาตยานุกูลวงศ์ เล่มที่๑ เรียบเรียงโดย ก.ศ.ร.กุหลาบมิได้กล่าวถึงเรื่องที่พระยาศิริไอยสวรรค์ได้สร้างวัด แต่ผมได้พบเองว่า มีวัดอยู่ริมคลองบางยี่ขัน เขตบางพลัด วัดหนึ่งชื่อว่า “วัดพระยาศิริไอยสวรรค์” จึงได้เข้าไปหาข้อมูลในเวป ได้ความว่าแต่เดิมวัดนี้นายอากรฟัก ครั้งยังเป็นข้าราชการกรมท่าในสมัยรัชกาลที่ ๓ ได้มีศรัทธาบูรณะปฏิสังขรณ์วัดเก่าสมัยอยุธยาขึ้นใหม่ แล้วให้ชื่อว่าวัดอากรฟัก  เมื่อได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์แล้ว จึงได้เปลี่ยนชื่อวัดตามนั้น ข้อมูลดังกล่าวสอดรับกับที่นายกุหลาบเขียนไว้ ในชื่อและตำแหน่งเดิมของพระยาศิริไอยสวรรค์ สามารถสรุปว่า ใช่คนเดียวกันแน่ที่สร้างวัดนี้

และทำให้พอจะเห็นความนิยมที่จะสร้างวัดของตระกูลเจ๊สัวนี้ด้วย

ในรัชกาลที่๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามสกุลให้ นายพันโท หลวงบำราศอรินทรพ่าย (โชติ) ราชองครักษ์ประจำ บิดาคือพระยาวิสูตรโกษา (ทองอิน) ปู่คือ พระยาศิริไอสวรรย์ (ฟัก) ว่า “ศิริวิสูตร”



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11110


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 23 ต.ค. 10, 22:06

ส่วนเจ๊สัวบุญมีผู้บิดาท่านเจ้าคุณจอมมารดาเอมนั้น มีบุตรธิดาหลายท่าน ดังนี้

๑ เป็นหญิง ชื่อผึ้ง มิได้ออกเรือนไปกับผู้ใด

๒ เป็นชายชื่อแย้ม รับราชการเป็นหลวงยกกระบัตรเมืองสวรรคโลก ในพระยาสวรรคโลก(ฟัก)ผู้เป็นอา ต่อมาภายหลังเข้ามารับราชการในวังหน้าได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นพระวิชิตโกษา  ปลัดกรมภาษีสินค้าในพระบวรมหาราชวัง
 
๓ เป็นชายชื่ออ้น นายอ้นมีบุตร๒คน ชื่อนายนาก ได้เป็นที่ปลัดกรมในพระเจ้าบวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์ พระองค์เจ้าเนาวรัตน์ พระราชโอรสองค์รองของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯกับเจ้าคุณจอมมารดาเอม อีกคนหนึ่งชื่อนายหลำ ได้เป็นจางวางในพระเจ้าบวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์ด้วย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11110


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 23 ต.ค. 10, 22:08

๔ เป็นหญิงชื่อท่านเอม เป็นคนมีใจเป็นกุศลแต่ครั้งแรกรุ่น ชอบตี่นแต่เช้ามาตักบาตรพระที่ท่าน้ำหน้าบ้านเป็นประจำทุกวัน สมัยที่สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ทรงผนวชอยู่วัดระฆังโฆษิตาราม ทรงโปรดที่จะพายเรือออกบิณฑบาต เมื่อได้มาทรงรับบาตรที่บ้านของเจ๊สัวบุญมี ทอดพระเนตรเห็นท่านเอมออกมานั่งหัวกระไดคอยตักบาตรพระก็ทรงโปรด แวะเวียนมารับบาตรอยู่ทุกเช้า วันหนึ่งทรงเจตนาปิดผาบาตรงับมือ ท่านเอมตกใจ ปล่อยมือจนทัพพีร่วงหล่นลงน้ำพอได้สติก็ลุกขึ้นวิ่งหายขึ้นไปบนเรือน บ่ายวันนั้นเอง ปรากฏมีขบวนข้าราชการเชิญเครื่องสู่ขวัญและทัพพีทองลงยามาใช้คืนให้ถึงที่บ้าน เจ๊สัวบุญมีจึงได้ทราบว่าพระภิกษุหนุ่มผู้นั้นคือพระองค์ใด และเฝ้าถนอมบุตรสาวไว้รอองค์เจ้าของทัพพีที่พระราชทานมา

ครั้นลาผนวชแล้วสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑามณีจึงทรงสู่ขอท่านเอมไปเป็นหม่อมห้ามคนแรกของพระองค์ มีหม่อมเจ้าด้วยกันสององค์ เมื่อสิ้นรัชกาลที่๓ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑามณีขึ้นครองราชเป็นกษัตริย์เสมอพระองค์ เฉลิมพระนามว่าพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว หม่อมเอมจึงได้เลื่อนขึ้นเป็นเจ้าจอมมารดาเอม

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯทรงเป็นผู้ที่ถ่อมพระองค์อย่างยิ่ง ทรงระลึกอยู่เสมอว่าการที่ทรงได้รับพระราชทานพระราชอิสริยยศเป็นกษัตริย์เสมอพระเชษฐานั้น เป็นพระมหากรุณาพิเศษอันมิควรนำพระองค์ขึ้นเทียบด้วยประการทั้งปวง ในพระบวรราชวัง ก็มิได้โปรดให้ยกเจ้าจอมท่านใดขึ้นเป็นเจ้าตามสิทธิ์ อันจะทำให้พระโอรสธิดาได้เลื่อนชั้นจากพระองค์เจ้าขึ้นเป็นเจ้าฟ้า เป็นการสร้างปัญหาต่อบ้านเมืองในอนาคตได้ ดังนั้นพระชายาเอก คือเจ้าจอมมารดาเอมจึงยังคงมีสถานะภาพเช่นเดียวกับพระชายาของกรมพระราชวังบวรพระองค์อื่นๆ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11110


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 23 ต.ค. 10, 22:12

พระราชโอรสและพระราชธิดาประสูติแด่เจ้าคุณจอมมารดาเอมมี๕พระองค์  ทุกพระองค์ล้วนประสูตินอกพระบวรเศวตฉัตร

๑ พระเจ้าบวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิง สิ้นพระชนม์ก่อนเฉลิมพระนาม

๒ พระเจ้าบวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าชายยอดยิ่งยศบวราโชรสรัตนราชกุมาร มีพระนามเดิมว่ายอชวอชิงตัน ตามประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา หลังพระบวรราชาภิเษกของพระราชบิดาแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯพระราชทานพระนามให้ใหม่ดังกล่าวข้างต้น  เมื่อทรงกรมนั้นมีพระนามว่ากรมหมื่นบวรวิไชยชาญ
 
ครั้นพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสรรคตแล้ว ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ อุปราชวังหน้าในรัชกาลที๕


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11110


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 23 ต.ค. 10, 22:14

๓พระเจ้าบวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายปรีดา สิ้นพระชนม์โดยไม่มีสายสืบราชสกุล

๔ พระเจ้าบวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายเนาวรัตน์ ต่อมาทรงได้รับการสถาปนาเป็น พระเจ้าบวรวงศ์เธอ  กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์ ต้นราชสกุลนวรัตน

๕ พระเจ้าบวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงวงจันทร์



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11110


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 23 ต.ค. 10, 22:16

เมื่อพระเจ้าบวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าชายยอดยิ่งยศบวราโชรสรัตนราชกุมาร ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ อุปราชวังหน้าแล้วนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯให้ขนานนามเจ้าจอมมารดาเอมอย่างเป็นทางการว่า “เจ้าคุณพระชนนี” หรือโดยลำลองเรียกว่า “เจ้าคุณจอมมารดาเอม”

เจ้าคุณจอมมารดาเอมมีชื่อเสียงในด้านการละคร ละครวังหน้าของท่านในสมัยของสมเด็จกรมพระราชวังบวรฯนั้นมีชื่อเสียงระบือไม่แพ้ละครวังหลวง และยังมีละครหุ่นที่ประดิษฐ์ขึ้นอย่างสวยงามเพื่อเล่นโขนและงิ้วสามก๊ก เป็นมรดกทางวัฒนธรรมตกทอดมาจนปัจจุบันนี้อีกด้วย นางละครคนโปรดของท่านนั้นได้เป็นหม่อมของพระองค์เจ้าเนาวรัตน์ กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์ และกลายเป็นหม่อมครูนุ่ม บูรพาจารย์ผู้ประดิษฐ์ท่ารำแบบฉบับต่างๆของวงการนาฏศิลป์ไทยคนหนึ่งด้วย

สายราชสกุลที่สืบเนื่องจากท่านเจ้าคุณจอมมารดาเอมในชั้นลูกมีเพียงราชสกุลเดียวคือ นวรัตน แต่ในชั้นหลานย่ามีหลายราชสกุล โดยสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญทรงมีพระราชโอรส๑๖พระองค์ พระราชธิดา๑๓พระองค์ และทรงมีพระราชทายาทสืบสายสกุลรวม๙ราชสกุลดังนี้


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11110


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 23 ต.ค. 10, 22:18

๑ราชสกุลวิไลยวงศ์ ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิไลยวรวิลาศ

๒ ราชสกุลกาญจนะวิชัย ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากาญจนโนภาสรัศมี กรมหมื่นชาญไชยบวรยศ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11110


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 23 ต.ค. 10, 22:19

๓ ราชสกุลกัลยาณะวงศ์ ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณประวัติ กรมหมื่นกวีพจน์สุปรีชา

๔ ราชสกุลสุทัศนีย์ ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทัศนนิภาธร

๕ ราชสกุลวรวุฒิ ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรวุฒิอาภรณ์ราชกุมาร


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11110


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 23 ต.ค. 10, 22:24

๖ ราชสกุลรุจวิชัย ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารุจาวรฉวี

๗ ราชสกุลวิบูลยพรรณ ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิบูลยพรรณรังษี

๘ ราชสกุลรัชนี ต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส กรมหมื่นพิทยาลงกรณ
วงวรรณกรรมไทยรู้จักพระองค์ดีโดยพระนามปากกา น.ม.ส.


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11110


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 23 ต.ค. 10, 22:27

๙ ราชสกุลวิสุทธิต้นราชสกุลคือ พระราชวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าบวรวิสุทธิ์

สมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญเป็นอุปราชวังหน้าองค์สุดท้ายในประวัติศาสตร์ หลังจากนั้นแล้วพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้เลิกธรรมเนียมการตั้งวังหน้า โดยเปลี่ยนมาเป็นการสถาปนาสยามมงกุฎราชกุมารแทน


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.07 วินาที กับ 19 คำสั่ง