เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 6000 ขอความอนุเคราะห์ หน้าหนังสือแผ่นหนึ่งครับ
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 18 ต.ค. 10, 16:17

กราบขอบพระคุณ ความกรุณาของคุณหลวง
กระผมรู้สึกซาบซึ้งเป็นยิ่งนัก ที่คุณหลวงได้เมตตา
พิมพ์ข้อความในหนังสือของกระผมที่ขาดหายไปให้

ยิ่งเมื่อได้ซาบว่าธุระของกระผมนั้น
มาถึงคุณหลวงในระหว่างถือศีล
ก็ยิ่งเกรงว่าจะสร้างภาระแก่คุณหลวงให้มากขึ้นอีกเป็นล้นพ้น

กระผมจะจดจารเอาข้อความที่คุณหลวงมอบให้
แทรกไว้ในหนังสือที่ขาดหายไปของกระผม
และจะได้ใช้หนังสือเล่มนั้นต่อไปอย่างบริบูรณ์



หากไม่เป็นการรบกวนมากเกินไปนัก
กระผมใคร่จะขอกราบเรียนถามคุณหลวงว่า
เนื้อความในหนังสือของคุณหลวงส่วนที่สูญไปนั้น
อยู่ในส่วนใดของหนังสือ

หากคุณหลวงสามารถบอกเลขหน้าให้กระผมซาบได้
กระผมก็ยินดีที่จะถ่ายภาพในหนังสือของกระผม
เพื่อมอบให้กับคุณหลวงไว้ใช้ หากคุณหลวงต้องการ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 18 ต.ค. 10, 16:30

หนังสือที่ผมมี เป็นฉบับปกอ่อน  ไม่มีปกหน้า ปกหลังขาดหายไปเล็กน้อย
ส่วนเนื้อความอื่นยังครบถ้วนดี  ไม่มีปัญหาครับ 

หนังสือที่พิมพ์ช่วง รัชกาลที่ ๖  กระดาษบางและกรอบมาก
เปิดไม่ดีกระดาษก็หักแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย   นี่ยังไม่นับรูอันเกิดจากหนอนหนังสือด้วย
(ตอนนี้ไม่มีแล้วล่ะ) ปกติหนังสือเล่มนี้ผมไม่ค่อยได้หยิบใช้
แต่จะใช้เล่มที่พิมพ์ครั้งหลังๆ เดี๋ยวก็หาซื้อได้  ราคาไม่แพงเลย
แต่ไม่มีประวัติพระยาอภิรักษ์ราชอุทยานเท่านั้นเอง
ผู้ใดสนใจไปถามหาซื้อได้ที่งานสัปดาห์หนังสือ ปลายเดือนนี้

ส่วนคำขอบคุณของคุณติบอ  ผมขอรับด้วยความยินดี
พวกชมรมนักอ่านหนังสือเก่า  มีนิสัยอย่างพระเวสสันดรอย่างนี้แหละครับ
ใครไม่มีอะไร มาร้องขอ  ถ้ามีเราก็ให้แบ่งปันความรู้ข้อมูลกันได้
ถ้าเราไม่มีก็บอกผ่านไปยังเครือข่ายสหายที่มีอยู่ครอบคลุมสี่มุมพระนคร
ที่สำคัญคือ  เราขอเพียงคำขอบคุณคำเดียว เป็นสิ่งตอบแทน


(ทั้งนี้เรื่องมารยาทในการขอข้อมูลก็สำคัญเหมือนกัน 
ถ้ามีคำผิดหูผิดตา อันทำให้เมตตาได้ไม่สนิทใจ  ก็ไม่ให้ได้เหมือนกัน
ทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของสมาชิกชมรม
(ที่จริงๆ แล้วเขี้ยวลากดินกันทุกคน)ว่าจะเมตตาหรือไม่)
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 18 ต.ค. 10, 19:18

เรื่องในย่อหน้าสุดท้ายของคุณหลวง
เป็นเรื่องที่ผมซาบอยู่แก่ใจดี
อีกทั้งเคยประสบพบมากับตัวเองอยู่บ้าง
ในครั้งนี้จึงรู้สึกขอบพระคุณคุณหลวงจากใจจริง






สำหรับผู้สนใจอิเหนาสำนวนรัชกาลที่ ๑
ผมเข้าใจว่าเป็นฉบับที่เจ้าพระยาเทเวศร์เป็นผู้พบ
เมื่อสอบสำนวนแล้วทำให้ปราชญ์ในยุคท่านวิเคราะห์ได้ว่า 'เก่า'
และมีเนื้อหากระชับกว่าอิเหนารัชกาลที่ ๒

เล่มที่ปัจจุบันพอหาซื้อได้บ้าง
สำนักพิมพ์คลังวิทยาเป็นผู้พิมพ์ขาย
แต่จะมีสำนักอื่นๆอีกหรือไม่ ผมไม่แน่ใจนัก


ที่จริงแล้วมีอิเหนาสมัยรัตนโกสินทร์ที่น่าสนใจอีก 2 หรือ 3 ฉบับ
ที่ผู้สนใจเรื่องอิเหนาทั้งหลายควรต้องผ่านตามาบ้าง

เล่มแรกคือ 'ปันหยี สะมิรัง' ที่ 'สมเด็จชาย'
ทรงพบและแปลจากต้นฉบับในหอสมุดเมืองปะตาเวีย
เมื่อทรงพำนักอยู่ที่พระตำหนักในเมืองบันดุง

กับอีก 2 - 3 สำนวนที่พระญาติของท่านอีกหลายองค์
ที่ทรงหนังสือติดต่อกัน ได้เก็บความเขียนลงในลายพระหัตถ์ฉบับต่างๆ
ร่วมกับบทวิเคราะห์จากศาสตราจารย์ชาวต่างชาติอีกหลายท่าน

เช่น 'โปรเฟสเซอร์ คัลเลนเฟน' ชาวฮอลันดา
ที่ได้เข้ามาทำการขุดค้นโบราณสถานในดินแดนชะวา-มะลายู
หรือ ที่ทรงเรียกกันอย่างลับๆว่า 'ตายักษ์' เป็นอาทิ

ถ้าสมาชิกเรือนไทยท่านใดอยากอ่านเพิ่มเติม
อิเหนาอีก 2 - 3 สำนวนนี้ปรากฏอยู่ในหนังสือหลายเล่ม
ได้แก่ 'สาส์นสมเด็จ' 'บันทึกความรู้เรื่องต่างๆ'
หรือ 'เล่าเรืองไปชะวาครั้งที่ ๓' ในพงศาวดารภาคที่ ๖๗ เป็นต้น



ปล. ถ้าไม่อ่านบทวิเคราะห์ข้อมูลชุดนี้
ใครจะเชื่อว่าพระเจ้าสิบเมียจอมขี้หลีองค์นี้
มีตัวตนจริงอยู่ในสมัยศรีวิชัยเมื่อเกือบพันปีที่แล้ว
แถมชื่อจริงยังชื่อ 'กาเมศวร' อีกตะหากแหนะ.. จริงไหมล่ะครับ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง