เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 8875 คุณย่าท่านผู้หญิงละเอียด รู้จักแม่จันทร์ภรรยา "สุนทรภู่"
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


 เมื่อ 03 ต.ค. 10, 21:48

          นำมาฝากท่านผู้อาวุโสที่เคยกรุณาพูดคุยกันมา   ไปเจออะไรเข้าก็ระลึกถึง

ท่านโคจรเหินเวหาผ่านไปมา  ถ้าว่างก็หยุดอ่านกระทู้ของผู้เยาว์บ้าง     โปรดทราบ

เถิดว่า   ดิฉันคิดถึงความสนุกสนานบันเทิงที่เคยได้ร่วงวงสนทนากันมา



          ไม่มีอะไรจะอ่านเล่นแล้ว   มองไปที่ตู้หนังสือการเมืองที่ไม่ค่อยได้ใช้

เห็นหนังสือเล่มมหึมาปกอ่อน  สีแดงแปร๊ด     ชื่อ  ชีวประวัติและผลงานของ

ท่านผู้หญิงละเอียด   พิบูลสงคราม

พิมพ์ในโอกาสครบ ๑๐๐ ปี  จอมพล ป. พิบูลสงคราม   วันที่ ๑๔  กรกฎาคม  ๒๕๔๐

แน่นอนว่าได้รับแจกจากขบวนการ


          นำกลับมาอ่านอีกที   ก็เก็บข้อมูลที่น่าสนใจได้
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 03 ต.ค. 10, 22:00

       อันที่จริงมาอยู่นักประวัติศาสตร์  ก็เลยพยายามจะเดินตามหลังแนวทางของท่าน ๆ บ้าง

โฮ้ย!     จะให้ไปสนใจชื่อคนที่ไม่รู้จักทำไม    ใครก็ไม่รู้      


ท่านผู้หญิงละเอียดผู้คมขำ  เล่าประวัติตัวท่านเองไว้ว่า

ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม  ๒๔๔๖   ปีเถาะ

ที่ตำบลดอนพุทรา  จังหวัดนครปฐม         เป็นลูกหัวปีในบรรดาพี่น้องร่วมบิดามารดา ๘ คน


บิดา         คือ  นาย เจริญ  พันธุ์กระวี

มารดา            นางแช่ม  พันธุ์กระวี


กระทู้นี้คงไม่ยาวมากหรอกค่ะ   แต่จะเก็บตำรากับข้าวมาฝากท่านผู้สนใจการปรุงอาหารโบราณของไทย



บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 03 ต.ค. 10, 22:16

ปู่ชวดของท่านผู้หญิงชื่อ  ศรีจันทร์    มีบันดาศักดิ์เป็นจ่า "อัศวราช"


หนังสือโบราณคดี  พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ   กรมพระยาดำรงราชานุภาพ  

ในบททืี่กล่าวถึงหนังสือในหอหลวง  "จ่าอัศวราชตั้งชื่อลูกเป็นบทกลอนอย่างแปลกประหลาด  

ฉันจำได้จึงขอฝากไว้ให้ผู้อื่นรู้ด้วยในที่นี้"


1.    อาทิ          ก่อนแม่            "กลีบ"              เรณู
2.    เมธะ         แปลว่ารู้            นาย"เมธ"            ปริมา
3.   "กวี"          ปรีชา               ปิยะบุตรที่สาม (ปู่ดิฉัน)
4.   "วรา"         ประเสริฐ           ที่สองงามสม

มีอีก   ๗  ชื่อ      นักอ่านแถวนี้แย้มยิ้มพริ้มเพรา  เพราะทราบกันทุกคน

ชื่อเรียกกันแต่ "......"

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 03 ต.ค. 10, 22:31



คุณปู่ชื่อ    กะวี  มีบรรดาศักดิ์เป็นขุน "สุนทรลิขิต"

คุณย่าชื่อ  กอง


คุณย่ากลีบ  เป็นลูกเมียแรก   ลูกเมียแรกมีสามคน   ปู่ของท่านผู้หญิงเป็นคนสุดท้าย

คุณย่ากลีบ เรณูมีลูกสาวสองคน  คือป้าอนงค์ และ ป้านวม

บ้านของคุณป้าอนงค์อยู่ที่สี่แยกคอกวัว  ถนนตะนาว


ขอรีบรุดไปเล่าเรื่องแม่จันทร์  ซึ่งมีข้อมูลอยู่ นิดเดียว  แต่หนักแน่นปานหินผา

นักอ่านหนังสือเก่า อิอิ...ต้องสู้กันด้วยข้อมูลเหล่านี้  และภาคภูมิใจมากที่มีอะไรต่อมิอะไรมาเล่าให้สหายที่รู้ใจฟัง


บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 03 ต.ค. 10, 22:42

       
          ขุนสุนทรลิขิตซึ่งเป็นปู่      อยู่สมัยเดียวกับสุนทรภู่

คุณย่าเคยเล่าให้ฟังว่า   เรียกชื่อเมียสุนทรภู่ว่าแม่จันทร์


วันดีกระพริบตาที่หยิบหยี     จ้องดูข้อมูลเรื่องแม่จันทร์       โห!   ภรรยา คุณปู่กวี  ปรีชาเคยคุยกับแม่จันทร์ด้วย

เอิงเอย...


คุฯปู่ตายเมื่อยังหนุ่ม  อายุราว ๆ ๓๐     อ่า...เอ่อ......ถูกลิงกัดตาย


ข้อมูลที่สำคัญและเกี่ยวเนื่องมีเท่านี้ค่ะ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 03 ต.ค. 10, 22:54


       
       มีคนทันเห็นสุนทรภู่

       ไม่มีใครเคยเห็นผู้หญิงของสุนทรภู่ว่ามีจริง

       แน่นอนอยู่แล้ว  ชมรมนักอ่านหนังสือโบราณใช้อ้างอิงอย่างสมบูรณ์


       ไม่ค่อยประหลาดใจที่มีหลายคนใจเดียวกับพวกเรา  เขียนเหมือนกันราวกับฝาอีกข้างของขนมครก

ประหลาดใจอยู่นิดเดียวค่ะ     ใช้อ้างอิงเดียวกับพวกเราด้วย   หาทราบไม่ว่า  อ้างอิงนั้นหาไม่ได้แล้วจ้ะ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 04 ต.ค. 10, 10:40

     
          ขุนสุนทรลิขิตซึ่งเป็นปู่      อยู่สมัยเดียวกับสุนทรภู่

คุณย่าเคยเล่าให้ฟังว่า   เรียกชื่อเมียสุนทรภู่ว่าแม่จันทร์


วันดีกระพริบตาที่หยิบหยี     จ้องดูข้อมูลเรื่องแม่จันทร์       โห!   ภรรยา คุณปู่กวี  ปรีชาเคยคุยกับแม่จันทร์ด้วย

เอิงเอย...


คุฯปู่ตายเมื่อยังหนุ่ม  อายุราว ๆ ๓๐     อ่า...เอ่อ......ถูกลิงกัดตาย


ข้อมูลที่สำคัญและเกี่ยวเนื่องมีเท่านี้ค่ะ

ท่านผู้หญิงเล่าเรื่องเกี่ยวกับคุณปู่ของท่านว่า

ขุนสุนทรลิขิตซึ่งเป็นปู่ อยู่สมัยเดียวกับสุนทรภู่ คุณย่า (กอง) เคยเล่าให้ฟังว่าเรียกชื่อเมียสุนทรภู่ว่า แม่จันทร์ ไม่ท้นได้เห็นคุณปู่ และจำอะไรเี่กี่ยวกับท่านไม่ได้มาก ท่านตายเมื่อยังหนุ่ม ๆ อายุราว ๓๐ ปี ถูกลิงกัดตาย คงจะเป็นแผลอยู่หลายวัน แล้วเอากระปิทาเลยเป็นบาดทะยัก แม่รู้ประวัติทีหลังว่า ปู่เป็นครูใหญ่คนแรก ร.ร.บพิตรพิมุข เป็นคนเขียนหนังสือลายมือสวยมาก แม่เคยเห็นลายมือคุณปู่ ท่านคู่กับขุนสุนทรโวหาร ปู่ตายเมื่อเป็นขุนสุนทรลิขิต ถ้าอยู่ต่อไปอาจจะเป็นพระยาอย่างพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย) ก็ได้ ก่อนตายย้ายจาก ร.ร.บพิตรพิมุขไปอยู่กรมอาลักษณ์ของกรมพระยาดำรง ท่านโปรดคุณปู่มาก ท่านเจ้าคุณเทวาธิราชเคยเขียนประวัติย่อ ๆ ของปู่ให้แม่ เมื่อพ่อเป็นนายกรัฐมนตรี ว่าปู่เวลาตายได้รับพระราชทานหีบทองลายอะไรก็ไม่รู้ ได้รับพระราชทานน้ำอาบศพ แม่ได้ได้เก็บหนังสือนั้นไว้ สมัยก่อนใครเขียนอะไรมา เมื่ออ่านแล้วก็แล้วกัน ไม่ได้คิดจะเก็บไว้

เคยได้ยินแต่ลิงกลัวกะปิ แต่ ถูกลิงกัด แล้วเอากะปิทา ไม่เคยได้ยิน

 ฮืม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 04 ต.ค. 10, 11:08

ลองไปเปิดประวัติโรงเรียนบพิตรภิมุขดู

ครั้นถึงเดือนเจ็ด ปีระกา สัปตศก ๑๒๔๗ หรือเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๒๘ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกาศตั้งโรงเรียนบพิตรพิมุขขึ้น เป็นโรงเรียนหลวงรุ่นแรกสำหรับราษฎรได้ศึกษาเล่าเรียน โดยมีขุนอนุกิจวิธูร (น้อย จุลวิธูร) เป็นครูใหญ่คนแรก และมีนักเรียนเพียง ๓๔ คน

http://borpit-alumni.com/history.html

ใครกันแน่คือครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนบพิตรภิมุข

วานผู้รู้ช่วยวิสัชนา

 ฮืม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 04 ต.ค. 10, 11:30

ประวัติขุนสุนทรลิขิตตามที่ท่านผู้หญิงเล่า ท่านเป็นครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนบพิตรภิมุข  ก่อนตายย้ายไปอยู่กรมอาลักษณ์

โรงเรียนบพิตรภิมุขตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๘  ดังนั้นขุนสุนทรลิขิตน่าจะถึงแก่กรรมราว พ.ศ. ๒๔๓๐ ท่านอายุราว ๓๐ ปี ดังนั้นท่านน่าจะเกิดประมาณ พ.ศ. ๒๓๙๘ - ๒๔๐๐

สุนทรภู่ถึงแก่กรรมเมื่อไร  ไม่ปรากฏวันและเดือน มีแต่ปีพุทธศักราชเท่านั้น  ซึ่งแยกปีพุทธศักราชที่สุนทรภู่เสียชีวิต  เป็น ๒ ฝ่าย คือ ปี พ.ศ. ๒๓๙๘ กับ ปี พ.ศ. ๒๔๑๐ หรือสุนทรภู่เสียชีวิตเมื่ออายุ ๗๐ ปี และ ๘๐ ปีขึ้นไป

อ่านรายละเอียด

สุนทรภู่ : เกิดวังหลัง ผู้ดีบางกอก มีวิชารู้เท่าทันโลก
http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2009/06/K8016836/K8016836.html#28

ขุนสุนทรลิขิตอาจจะอยู่ในสมัยเดียวกับสุนทรภู่ แต่เป็นช่วงชีวิตในวัยเยาว์ราวอย่างมากก็อายุราว ๑๐-๐๒ ขวบ  คุณย่ากองก็น่าจะอายุไม่ต่างกันมากนัก

คุณย่ากองเคยพบกับแม่จันทร์ฉะนี้นฤๅ

 ฮืม

   

บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 04 ต.ค. 10, 13:19

ขุนสุนทรลิขิตที่ถึงแก่กรรมในปี ๒๔๓๐  มี ๑ คน
คือ ขุนสุนทรลิขิต (นุช) เป็นข้าราชการในกรมพระอาลักษณ์ 
เป็นข้าหลวงเดิมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
มาตั้งแต่ทรงลาพระผนวช  ต่อมาได้โปรดเกล้าฯ ให้เป็นที่
ขุนสุนทรลิขิต ทำราชการในกรมพระอาลักษณ์  รับพระราชทาน
เบี้ยหวัดปีละ ๑๒ ตำลึง  ถึงแก่กรรมเมื่อวันจันทร์ เดือนยี่
แรม ๑๑ ค่ำ ปีกุนนพศก ๑๒๔๙ อายุได้ ๗๕ ปี

ถ้าว่าตามที่คุณวันดีเล่าและคุณเพ็ญชมพูสันนิษฐานปีตามจากอายุ  คงไม่ใช่ขุนสุนทรลิขิตคนนี้เป็นแน่   ลังเล
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 04 ต.ค. 10, 13:37

อ้างถึง
ท่านคู่กับขุนสุนทรโวหาร ปู่ตายเมื่อเป็นขุนสุนทรลิขิต

อ้างถึง
ขุนสุนทรลิขิตซึ่งเป็นปู่      อยู่สมัยเดียวกับสุนทรภู่
คุณย่าเคยเล่าให้ฟังว่า   เรียกชื่อเมียสุนทรภู่ว่าแม่จันทร์

สรุปจากคำบอกเล่าของท่านผู้หญิงละเอียด  ตีความได้ว่า
๑ คุณปู่สุนทรลิขิต เป็นขุนนางรุ่นเดียวกับสุนทรภู่   มีราชทินนามคู่กัน  
๒ อายุอานามก็คงไม่ห่างกันนัก   ไหนจะรุ่นเดียวกัน   ไหนจะเห็นได้จากเรียกภรรยาสุนทรภู่ว่า "แม่จันทร์"   แทนจะเรียกว่า "ย่าจันทร์" หรือ "ป้าจันทร์"
๓  ร.ร.บพิตรภิมุขตั้งในรัชกาลที่ ๕   เวลานั้นสุนทรภู่ถ้ายังไม่ถึงแก่กรรมก็คงหง่อมเต็มทีแล้ว  เพราะท่านรับราชการมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๒   แต่ยังถูกจดจำว่าเป็นขุนนางสมัยเดียวกับขุนสุนทรลิขิต  ซึ่งอยู่ในวัยไม่ถึง ๓๐  ปี

อ้างถึง
ก่อนตายย้ายจาก ร.ร.บพิตรพิมุขไปอยู่กรมอาลักษณ์ของกรมพระยาดำรง ท่านโปรดคุณปู่มาก

สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ท่านมิได้ทรงรู้จักมักคุ้นกับสุนทรภู่    เมื่อนิพนธ์ประวัติสุนทรภู่  กวีเอกของไทยถึงแก่กรรมไปแล้ว น่าจะนานพอสมควร   ท่านจึงต้องทรงสืบค้นประวัติและสันนิษฐานจากผลงานเอาเอง    เพราะฉะนั้นขุนสุนทรลิขิตผู้เป็นชายหนุ่มอายุยังไม่ถึง ๓๐ ปี จะไปอยู่ในสมัยเดียวกับสุนทรภู่ได้อย่างไร

คนที่รุ่นเดียวกับสุนทรภู่  น่าจะเป็นรุ่นคุณพ่อของขุนสุนทรลิขิตมากกว่า อย่างช้าที่สุดนะคะ     หรืออาจจะเป็นปู่ของขุนสุนทรลิขิตก็ได้เหมือนกัน

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 04 ต.ค. 10, 14:00

สวัสดีค่ะคุณเพ็ญชมพู   สวัสดีค่ะคุณหลวง

       ตอนแรกว่าจะเล่าเรื่อง จ่าอัศวราช  เฉย ๆ    


คุณย่ากองมีชีวิตอยู่  ทันได้คุยกับท่านผู้หญิง      คุณย่าเป็นคนกรุงเทพ   มีชีวิตอยู่มาจน ๖๐ -  ๗๐ ปี  

ตายในชีผ้าขาว

ท่านเล่าเรื่องในวังให้ฟัง   ยังเล่าถึงเจ้าจอมมารดาชุ่มของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทรทิพยนิภา

ว่าเสด็จมีน้ามาอยู่ด้วย  และเล่าว่า   "แม่กองน่ะเป็นคนคลองเดียวกับฉัน   คลองบางลำภู

เมื่อสาว ๆ เคยเล่นน้ำด้วยกันมา"    


          คนที่เล่าเรื่องตอนเด็ก ๆ  ที่สนุกที่สุดคือ นายโหมด  อมาตยกุล   เพื่อนเยอะเหลือเกิน

ท่านเล่าว่าเจอคนนั้น  คนนี้   อ่านแล้วตาลุกโพลงเหมือนประวัติศาสตร์ปรากฎขึ้นเป็นหนังขาวดำเบื้องหน้า

ท่านเล่าว่าเคยเห็น "คุณนวล"   นักอ่านงงไปหลายวัน   นับอายุดูใช้ได้  คือนายโหมดอายุ ๘ ขวบเมื่อคุณนวล

ถึงแก่อนิจกรรม

          ได้เล่าเรื่องนายโหมดเจอคนนั้น  คนนู้น  คนนี้  ให้เพื่อนๆในชมรมหนังสือเก่าฟัง    เพื่อนบอกว่าข้อมูลลอย

ไม่โยงกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์      ให้สรุปมาว่านายโหมดเป็นคนอย่างไร

        ตัวบุคคลเหล่านี้  เดินออกมาจากหนังสือประวัติศาสตร์อันน่าเบื่อหน่าย  เกิดเมื่อไร  ลูกใคร  พี่น้องกี่คน

มิน่าไม่อยากจำ        

       ท่านแวะมาพานายโหมดไปแซวหญิง   ไปดูสินค้าบนเรือสำเภา    ไปหัดยิงปืน    

คนที่เล่าไปจนนายโหมดไปเรียนวิทยาศาสตร์ที่อังกฤษ  และหนังสือของท่านโดนเผาน่ะซี  ข้อมูลหล่นและร่วง

ให้เรื่องที่ท่านเล่า  บอกความเป็นมากับเราเถิด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 04 ต.ค. 10, 14:02

นับพ.ศ.กันใหม่

อ้างถึง
โรงเรียนบพิตรภิมุขตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๘  ดังนั้นขุนสุนทรลิขิตน่าจะถึงแก่กรรมราว พ.ศ. ๒๔๓๐ ท่านอายุราว ๓๐ ปี ดังนั้นท่านน่าจะเกิดประมาณ พ.ศ. ๒๓๙๘ - ๒๔๐๐
รัชกาลที่ ๕ เริ่มต้นเมื่อพ.ศ. ๒๔๑๑  ก็ประมาณว่า ท่านขุนอายุ ๑๑-๑๓ ปี เมื่อสิ้นรัชกาลที่ ๔  น่าจะยังไว้จุกอยู่ หรือไม่ก็เพิ่งโกนจุกใหม่ๆ
ส่วนสุนทรภู่ จะเกิดจะตายเมื่อไรยังถกเถียงกันได้หลายทาง     แต่ที่แน่ๆคือเรารู้จากหลักฐานในงานกวีของท่าน เช่นในนิราศสุพรรณว่า ท่านเคยอยู่วังหลังมาก่อน  
วังหลังนั้นรุ่งเรืองอยู่ในรัชกาลที่ ๑   พอถึงรัชกาลที่ ๓ กลายเป็นวังร้างไปแล้ว
ท่านเคยเป็นคนโปรดของรัชกาลที่ ๒    มีข่าวลือว่าถูกสมเด็จพระนั่งเกล้าฯกริ้ว  ฯลฯ ล้วนแต่เป็นเหตุการณ์ก่อนยุคขุนสุนทรลิขิต  ถึงสามรัชกาล

โดยส่วนตัวเชื่อว่าท่านผู้หญิงจำผิด  

ส่วนคุณปู่ท่านรู้จักแม่จันทร์ในฐานะอะไร   สนิทกันแค่ไหน  นี่ก็ยังสงสัยอยู่
แม่จันทร์เป็นสาวชาววังหลัง วัยรุ่นราวคราวเดียวกับสุนทรภู่     ในรัชกาลที่ ๕  นับมา ๔ รัชกาลจากวังหลังรัชกาลที่ ๑   แม่จันทร์ถ้ายังไม่ตาย ก็น่าจะอายุยืนยาวมหาศาล  
นับคร่าวๆจากสิ้นรัชกาลที่ ๑ เมื่อพ.ศ. ๒๓๕๒  มาจนตั้งร.ร.บพิตรภิมุขในพ.ศ. ๒๔๒๘  กินเวลา ๗๖ ปี   แม่จันทร์เป็นสาวชาววังหลัง บวกเข้าไปสัก ๒๐ ปี  ว่าเธออายุเท่านี้ตอนสิ้นรัชกาลที่ ๑ (ที่จริงน่าจะมากกว่านี้)  แม่จันทร์ก็ ๙๖ ปีเข้าไปแล้ว อย่างน้อย

อีกอย่างหนึ่งก็คือ   แม่จันทร์นั้นเธอเลิกร้างกับสุนทรภู่ไปได้สามีใหม่ตั้งแต่อายุยังไม่มาก  คนสมัยโน้นหย่าแล้วหย่าเลย  ถือว่ามีเจ้าของใหม่ไปแล้ว ย่อมไม่เกี่ยวข้องกับสามีเดิมอีก  ไม่งั้นเจ้าของใหม่จะแคลงใจ  สุนทรภู่ก็ไปมีภรรยาอีกหลายคน
เหตุไฉน ท่านขุนสุนทรลิขิต จึงรู้จักแม่จันทร์  คุณย่ากองเอ่ยต่อเนื่องจากชื่อสุนทรภู่  ราวกับว่าเธอยังเป็นภรรยาของสุนทรภู่    
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 04 ต.ค. 10, 14:19

ลองไปเปิดประวัติโรงเรียนบพิตรภิมุขดู

ครั้นถึงเดือนเจ็ด ปีระกา สัปตศก ๑๒๔๗ หรือเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๒๘ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกาศตั้งโรงเรียนบพิตรพิมุขขึ้น เป็นโรงเรียนหลวงรุ่นแรกสำหรับราษฎรได้ศึกษาเล่าเรียน โดยมีขุนอนุกิจวิธูร (น้อย จุลวิธูร) เป็นครูใหญ่คนแรก และมีนักเรียนเพียง ๓๔ คน

http://borpit-alumni.com/history.html

ใครกันแน่คือครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนบพิตรภิมุข

วานผู้รู้ช่วยวิสัชนา

 ฮืม

หลักฐานของโรงเรียนหลวง ย่อมบันทึกไว้เป็นหลักฐานทางราชการ    โดยเฉพาะประวัติสำคัญอย่างก่อตั้งเมื่อใด  ใครเป็นครูใหญ่คนแรก  จึงเชื่อว่าแม่นยำมากกว่าหลักฐานจากคำบอกเล่าปากต่อปาก จากความทรงจำล้วนๆ   เล่าสืบทอดกันมาหลายสิบปี ก็ผิดพลาดได้ง่ายกว่า
จึงเชื่อว่าครูใหญ่คนแรกของร.ร.คือขุนอนุกิจวิธูร ตามหลักฐานประวัติของร.ร.    ส่วนขุนสุนทรลิขิตหากว่าเคยทำงานที่นี่จริง อาจอยู่ในตำแหน่งอื่นก็ได้
ถ้าอยู่ในตำแหน่งครูใหญ่ซึ่งถือว่าบิ๊กเบิ้มสุดของหน่วยงาน  ท่านก็ไม่น่าจะย้ายไปเป็นอาลักษณ์ธรรมดาในกรมอาลักษณ์  การย้ายอาจหมายความว่าท่านเห็นช่องทางจะก้าวหน้ากว่าอยู่ที่เดิม     เพราะคงไม่มีใครอยากหาทางย้ายไปอยู่ในตำแหน่งต่ำกว่า
ฉะนั้นโดยส่วนตัวดิฉันคิดว่าท่านอาจเป็นผู้ช่วยครูใหญ่หรืออะไรสักอย่างที่ไม่ได้ขึ้นถึงระดับสูงสุด    จึงย้ายไปที่อื่น    แต่นานๆเข้า ก็อาจจะจำผิดพลาดไปได้ว่าท่านเป็นครูใหญ่เสียเอง

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 04 ต.ค. 10, 14:56


ปู่ชวดของท่านผู้หญิงชื่อ  ศรีจันทร์    มีบันดาศักดิ์เป็นจ่า "อัศวราช"


หนังสือโบราณคดี  พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ   กรมพระยาดำรงราชานุภาพ 

ในบททืี่กล่าวถึงหนังสือในหอหลวง  "จ่าอัศวราชตั้งชื่อลูกเป็นบทกลอนอย่างแปลกประหลาด 

ฉันจำได้จึงขอฝากไว้ให้ผู้อื่นรู้ด้วยในที่นี้"


1.    อาทิ          ก่อนแม่            "กลีบ"              เรณู
2.    เมธะ         แปลว่ารู้            นาย"เมธ"            ปริมา
3.   "กวี"          ปรีชา               ปิยะบุตรที่สาม (ปู่ดิฉัน)
4.   "วรา"         ประเสริฐ           ที่สองงามสม

มีอีก   ๗  ชื่อ      นักอ่านแถวนี้แย้มยิ้มพริ้มเพรา  เพราะทราบกันทุกคน

ชื่อเรียกกันแต่ "......"



ต่อจากคุณปู่ "กวี" ปรีชา ปิยบุตรที่สาม ตามด้วยคุณย่า "ฉวี" ผิวงาม บุตรแม่พริ้มแรกเกิด แล้วจึง "วรา" ประเสริฐ ที่สองงามสม

ท่านผู้หญิงได้ไปอยู่กับคุณย่า "ฉวี" ในวังหลวงด้วย

ท่านผู้หญิงเล่าถึงชีวิตช่วงนี้อย่างน่าสนุก

ผลที่สุดก็ส่งดิฉันให้ไปอยู่กับย่า "ฉวี" ในวังหลวง ย่า "ฉวี" รับราชการตำแหน่งอะไรไม่ทราบ แต่ที่อยู่เรียกตำหนัก จะเป็นตำหนักเ่จ้านายองค์ใดไม่เคยทราบ และไม่เคยเห็นเจ้านายที่พูดถึง ตัวตำหนักใหญ่มี่ ๒ ชั้น ย่า "ฉวี" อยู่ชั้นล่าง ถึงเวลาก็มีชาววังแบกสำรับ  คาว หวาน มาส่งทุกมื้อ เวลาเย็นดิฉันไปอาบน้ำในสวนเต่า, สวนกบ, ที่อาบน้ำเป็นสระสี่เหลี่ยมใหญ่ เวลาอาบน้ำลงว่ายน้ำเล่นได้อย่างสนุกสนาน ที่ย่า "ฉวี" พักนี้ พอตกเย็นก็ได้ดู "สตรีชั้นสูง" นุ่งผ้าลาย ห่มแพรจีบสไบเฉียง สตรีชั้นสูงนี้มีกี่คนเดินผ่านตำหนักที่ย่าฉวีอยู่ ดิฉันก็ลืมแล้ว



ดูดี ๆ อาจเห็นท่านผู้หญิงในสระน้ำ "สวนเต่า" นี้ก็ได้

แ่ต่สวนกบอยู่ที่ไหนไม่ทราบ

 ฮืม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.047 วินาที กับ 19 คำสั่ง