เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 16663 ผู้ใดมีหนังสือที่ระลึกเนื่องในงานฌาปนกิจคุณหญิงอิศราธิราชเสวี (เอิบอาบ บุนนาค)
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



 เมื่อ 01 ต.ค. 10, 05:57

ข้าพเจ้าสนใจอ่านหนังสือประวัติอาหารเก่าๆ อย่างไรก็ตามพบในหลายเว็ปไซด์ได้เล่าถึงหนังสือ

"หนังสือที่ระลึกเนื่องในงานฌาปนกิจของ คุณหญิงอิศราธิราชเสวี (เอิบอาบ บุนนาค)"

ว่ารวบรวมอาหารโบราณไว้มากมาย

อยากทราบว่าหากอยากหาอ่าน สามารถหาอ่านได้ที่ห้องสมุดใด หรือท่านผู้ใดมีวานแจ้งไว้ทีว่า

หาได้จากแห่งหนใด

ทุกวันนี้ยังหาอ่านหนังสืองานศพของท่านผู้หญิงกลีบ มหิทรไม่ได้เลย...

ปล. ลองทำข้าวหมกไก่ตามสูตรของคุณหญิงท่าน ผลระบือไปทั่วมหาวิทยาลัยในแดนไกล คนตุรกีออกปากว่าอร่อยว่าบ้านเมืองเขาทำอีก

แล้วยังมีข้าวผัดเต้าหู้ยี้ที่คุณวันดีเคยเอามาลง คนมาเลเซียที่ทำกับข้าวด้วยกันบ่อยๆถึงขั้นจดสูตรไป

ปลื้ม...อาหารไทยโบราณไม่เป็นรองใครในโลก

ขอบพระคุณท่านเจ้าของสูตร และท่านที่เอาสูตรลงด้วย ณ ที่นี้

สวัสดี

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 01 ต.ค. 10, 06:57


คุณ hand_bing  ต้องเป็นคนที่มีรสมือ  คืออ่านตำราแล้วทำตามด้วยจังหวะและเวลา
เหมาะสม  รู้จักใช้ไฟ  และปรุงรส

เคยเล่าเรื่องการปรุงอาหารโบราณไว้ในบางแห่ง  วันนี้จะเขียนให้ใหม่เฉพาะคุณเลยค่ะ
เมื่อตื่นเต็มที่แล้ว


คนทำกับข้าวเป็นนั้นต้องใจกล้า  ดัดแปลงส่วนผสม  และมีวิทยาศาสตร์ในการชิม
ของหลายอย่างใช้แทนกันได้  แต่บางอย่างก็ไม่ได้นะเออ

หลายคนตั้งใจทำกับช้าวแบบเฝ้าเตา  มองดูกระเทียมเปลี่ยนสี และผักกระโดด

บางคนคว้าฝาหม้อปิดปั๊บ  พรมน้ำลงบนฝา  ทำให้เกิดไอในกระทะ  ผักกรอบทันที  กินกันท้องแน่นปั๋ง
กินของง่ายๆก็อร่อย

ได้เห็นของยากๆที่ทำออกมาด้วยฝีมือนักเรียนต่างแดน  ภูมิใจแทน

ผู้ใหญ่ที่บ้านทำกับข้าวอร่อยมาก  พอดีคนกิน  ไม่มีใครได้กินมากกว่าใคร   ต้องรับใช้หั่นผัก  ขูดเขียง
เติมถ่าน(สมัยก่อนมีเตาแก๊ซ)  ก็เลยพอจะเข้าใจการทำอยู่บ้าง

ไม่มีใครเขาให้ทำหรอกเพราะเป็นเด็ก

ที่บ้านมีตำรากับข้าวอยู่บ้าง  ก็อ่านเป็นการแก้กลุ้ม(ที่ไม่มีหนังสืออ่าน)  เลยสั่งเมนูเป็น  ทำเอาแม่ครัวสะดุ้งบ่อยๆ

ตำราเก่าๆที่เก่ากว่าแม่ครัวหัวป่าก์ก็เคยมีคนส่งมาให้  คือแกงเผ็ดน้ำมัน   คนส่งหวังว่าจะแวะมากินที่ดิฉันทำ 

เป็นการฝันกลางวัน  เพราะดิฉันไม่ชอบตำเครื่องแกง  ตำไม่เป็น  และไม่คิดจะตำ



เพราะตอนเย็นๆ  แม่ครัวจะบ่นว่า  ไม่รู้จะทำอะไร   ด.ญ.วันดีก็จะแสดงความคิดเห็น
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 01 ต.ค. 10, 07:06


เคยทำกะหรี่ปั๊ปโดยไม่เคยเห็นการทำมาก่อนเลย  ก็ทำได้

ใช้แป้งสองชนิดซ้อนกันแล้วนวด  ทำให้เนื้อเป็นชั้นๆ

การผัดไส้ต้องอาศัยศิลปแบบจีนปนฝรั่ง  ตำราไทยไม่เวิร์คคือออกมาไม่แจ๋ว


เดี๋ยวแวะมาใหม่ค่ะ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 01 ต.ค. 10, 13:40


หุงข้าวบุหรี่ต้น

(อย่างพระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงดำรงราชานุภาพ)

พระยศสมเด็จกรมพระยาดำรงในเวลานั้นล่ะค่ะ   เราพลพรรคนักอ่านก็ต่องอ่าน
เจออะไรที่เกี่ยวกับหนังสือไว้ก่อน

หนังสือแม่ครัวหัวป่าก์  เขียนไว้ว่า  เจ้าของตำราได้เห็นพระองค์ท่านทรงหุงเอง   

จึงได้สังเกตุไว้  แต่จะคลาดเคลื่อนอย่างไรไม่แน่ได้


วิธีทำ    ต้นฉบับลงละเอียดว่า  เอาข้าวซาวน้ำให้หมดลอองสอาดดีแล้ว

ขอย่อว่า   ซาวข้าว   และจะย่อเรื่อยไปแต่รับรองว่าจะไม่ตกหล่นกรรมวิธีอันไม่ควรตกหล่น  แหะ ๆ

เอาหม้อตั้ง(น่าจะไฟ ตำราไม่ได้บอก  แบบนี้นักเรียนนอกอาจจะนั่งคอยนานมากก็เป็นได้)

ตักเนยฝรั่งอย่างดี ๑ ชต.ลงในหม้อ  ใส่เครื่องเทศ พริกไทย  ลูกผักชียี่หร่ากระวานกานพลูเกลือ 

อย่างละหยิบมือ   ใบกระวานสองสามใบ   ผัดจนหอม

เทข้าวลงไปผัดพอทั่ว

เทนมสดลงไปกระป๋องครึ่ง   รินน้ำร้อนลงตามสมควร  ให้น้ำท่วมข้าวเล็กน้อย ๑ องคุลี

คนเมื่อข้าวเดือด   ปิดฝาหม้อจนข้าวเดือดอีก   จนเหงื่อตกจากฝาก็รู้ว่าข้าวแห้ง

เปิดฝาหม้อขึ้นคนจนทั่ว

เอาเนื้อไก่ที่ต้มฉีกไว้คนเคล้าให้ทั่ว   (เรื่องปริมาณของเครื่องปรุงนั้นไม่ต้องแจง  คนทำเป็นกะเป็น)

ปิดฝาหม้อราไฟให้อ่อน   ราในที่นี้แปลว่าลด    เสร็จแล้วค่ะ

วังนี้พระธิดาทำอาหารขนมแซนวิชอร่อยเลิศ

ไม่เคยได้ยินว่าสมเด็จกรมพระยาดำรงทำอาหารประทานท่านผู้ใด


     
บันทึกการเข้า
yutthana
สุครีพ
******
ตอบ: 1599


สุนทรียภาพแห่งศิลปไทย


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 01 ต.ค. 10, 14:39

สวัดดีครับคุณวันดีครับ ต้องขอโทษที่ลงเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับกระทู็็แต่เนื่องจากผมติดต่อคุณวันดีไม่ได้เนื่องจากเครื่องไม่เปิดครับ  ต้องขออภัยอย่างสูง
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 01 ต.ค. 10, 15:48

ขอบคุณค่ะ คุณยุทธนา   โปรดติดต่อ


ข้าวผัดหมี่   ตำราแม่ครัวหัวป่าก์

ฟังดูจะทำไม่ยาก  และทุกคนคงชอบ

เครื่องปรุง  หมู  กุ้ง ปูทะเล  เนื้อไก่  เต้าหู้เหลือง  หอม  กระเทียม  น้ำมันหมู  ข้าวสุก  เต้าเจี้ยว 
ใบกุยช่าย   น้ำตาลทราย  น้ำส้ม  ไข่เจียว  ผักชี  พริกสด  น้ำเคยดี  มะนาว  ส้มซ่า  พริกป่น

หมูกุ้งหั่นเป็นชิ้นยาว ๆ  ปูต้มแกะ  ไก่หั่นชิ้นเล็ก ๆ  เต้าหู้เหลืองหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ

เจียวมันหมู  ผัดหอมซอยกระเทียมทุบสับ
ผัดเนื้อทุกอย่างที่มีอยู่   ใส่กุ้งทีหลังคงไม่ต้องบอกนะคะเพราะเชอรล็อคโฮล์มในหนังจะอุทานว่า อนุบาล  อนุบาล วัตสัน
ผัดข้าว   ใส่เต้าเจี้ยว  ผัดข้าวจนได้ที่  คือร้อนระอุจากน้ำมันและเครื่องปรุง   โรยถั่งงอกและใบกุยฉ่าย   
ปรุงรส
โรยพริกป่น  ถ้ามีคนมาคอยร่วมวงมากก็โรยพริกหนักมือเพื่อให้ "รับอยู่"

ตักขึ้นโรยไข่เจียวหั่นบาง  พริกไทยอย่ามากเป็นอันขาดคนกินจะมีมะโห  ผักชี(เมืองไทยตอนนี้แพงมาก)  ผิวส้มซ่า 
มะนาว

คำอธิบายที่เหวี่ยง  เป็นฝีมือของดิฉันเองเจ้าค่ะ
บันทึกการเข้า
sirinawadee
ชมพูพาน
***
ตอบ: 101


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 02 ต.ค. 10, 09:42

โอย อ่านแล้วเห็นภาพลอยมาเลยทีเดียวค่ะคุณวันดี

ปกติเป็นคนชอบรับประทานและชอบอ่านตำรากับข้าว แต่ทำไม่เป็นค่ะ เคยเจอตำราอาหารฝรั่งคาวหวานของหม่อมเจ้าหญิงสิบพันหารเสนอ โสณกุล วางอยู่หลังร้านบะหมี่ญี่ปุ่น เก่าเหลืองกรอบแต่ปกยังดีอยู่

ตรงนั้นไม่มีใครเลยเนื่องจากเป็นหน้าห้องน้ำ หยิบมาดูพลางมือสั่นด้วยความอยากได้ เดินไปถามทางร้านก็บอกว่าของเจ้าของ คงจะไม่ขาย

ก็เดินหงอยๆ เอาไปเก็บ เวลานั้นก็ได้เข้าใจว่า การระงับอารมณ์ฝ่ายต่ำไม่ให้ขโมยหนังสือเขานั้นเป็นอย่างไร


นอกเรื่องไปเยอะเลย ขออนุญาตมานั่งรออ่านนะคะ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 02 ต.ค. 10, 11:29


       ตำรากับข้าวโบราณนี้ในงานหนังสือมีขายประปรายค่ะ  ราคาไม่ถึงกับร้องกรี๊ด

แหะ ๆ...ดิฉันเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเจ้าของร้านบางร้านเรื่องราคาหนังสือนี่ล่ะค่ะ

ต่อรองกันหลายปีจนคนอื่นเขาซื้อไปหมด    เราก็อด

     ดิฉันอ่านตำราหม่อมหลวงเติบ  อ่านแล้วสบายใจมากเพราะท่านมีความรู้รอบตัว

ตัวจริงของท่านกระชดกระช้อยและพูดจาน่ารักเหลือเกิน  เหมือนกับคุณพ่อท่านที่เขียนหนังสือ

ให้ความรู้และกำลังใจ   ท่านใส่บู้ทบ่อยมากเพราะข้อเท้าไม่ค่อยดี  ไม่ใช่ใส่โชว์

     ตำราแม่ครัวหัวป่าก์  น่าอ่านมากถ้าเราจะอ่านระหว่างบันทัดกัน        ท่านผู้หญิงเปลี่ยนท่านดื้อนะคะ

ท่านพยายามเรียนรู้การทำขนมต่างๆโดยตนเอง  ทดลองทำอยู่นั่นแล้ว       ท่านเล่าเรื่องใครต่อใครที่

ทำอาหารลือชื่อ  คือมีเคล็ดส่วนตัว      เจ้านายที่คัดพริกจากการหักก้านดมว่าหอมหรือไม่     ข้าหลวงที่ไม่ได้อยู่

เฉยๆต้องทำการงานกันทุกคน   อ่านแล้วก็เหนื่อยค่ะ   ยกคุณ ๆ มหาดเล็กให้ไปก็แล้วกัน  ดิฉันเฝ้าสมบัติมหาศาล(หนังสือ)

ของดิฉันเองก็แล้วกัน

     ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกำลังหาทางป้องกันประเทศจากอิทธิพลของอังกฤษอยู่นั้น

จดหมายเหตุพระราชกิจรายวันบอกว่า  เจ้าคุณภาสขึ้นถวายของ   ท่านผู้หญิงเข้าเฝ้าถวายผ้า    เจ้าคุณภาสติดตั้งรถไฟเล็กในวัง

เสด็จลงทอดพระเนตร     น่าจะเป็นกระบวนยาวๆที่ฝรั่งเก็บกันถึงลูกหลาน  ต้องตั้งรางไว้เป็นทางยาว

เจ้าคุณท่านร่าเริงมากค่ะ  ฤทธิเดชท่านก็มาก           ท่านยืมหนังสือก.ศ.ร. ไปอ่านแล้วยึดไว้นานจนทนายตีตราของท่านเก็บเข้าตู้

จนลืม            ก.ศ.ร.บ่นไว้สองสามครั้ง

     
       ดิฉันไม่เคยได้ยินเรื่องตำรากับข้าวของคุณหญิงอิศราธิราชเสวีมาก่อนค่ะ     ในงานหนังสือจะไปติดประกาศว่า

ใครมีก็รีบเอามาให้โดยด่วน(ถ้าไม่ให้จะปล้น)          บ้านบุนนาคน่าจะมีตำรากับข้าวเฉพาะบ้านแปลก ๆ   ถ้าได้จะรุด(มาอย่างเร็ว)มาเล่าให้ฟัง

ขออภัยที่ชวนคุยไม่ตรงกับเรื่อง
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 03 ต.ค. 10, 01:43

       การอ่านตำราทำกับข้าวของดิฉันเป็นการอ่านเพื่อความเพลิดเพลินเจริญใจ


วันนีั้ค้นได้ตำราอาการจีนที่ราชาพิมพ์เรื่องกำลังภายในพิมพ์ไว้แบบเสือปืนไวประมาณปั ๒๕๐๓

มีรูปเขียนเป็นหมูไก่กระโดดไปมาน่ารักดี  ส่วนกุ้งและปลานั้นอ่านใบหน้าไม่ออกเลยรู้สึกว่าชาเย็นไป

หนังสือเล่มนี้อยู่ในบ้านมาตลอด

มีอาหารอย่างหนึ่งที่แปลกอยู่หน่อย  คือ แซนวิชรากบัวค่ะ

อ่านวิธีทำแล้วก็ยังกระตุกๆต้นคออยู่หน่อย

ที่จริงคือใช้รากบัวหั่นบาง ชิ้นละ ๑ใน ๘ นิ้ว   ใช้ ๒๘ ชิ้น

ไส้คือหมูสับพริกไทยซีอิ๊วที่พวกเราชำนาญอยู่แล้ว  จะหรูหราเก๋ไก๋ก็ได้อีกไม่กี่แบบ

อ่านปริมาณเครื่องปรุงไส้ผสมแล้วก็สดุ้งค่ะ   ตำราบอกว่าใช้หอมหัวใหญ่ ๒ ลูก หั่น  ผัด  ผสมลงในหมูสับ

โอ้โฮ  เยอะมากนะคะสำหรับรากบัวเพียง ๑๔ ชิ้น  พอดีหมูสับไม่ติดแน่

ไข่ใช้สองฟอง  ตี(น่าจะพอแตก)   น้ำครึ่งถ้วย(น่าจะมากไป)  แป้งโรยลงในไข่

ชุบชิ้นรากบัวที่มีไส้อยู่ตรงกลางเป็นแบบแซนวิช  ทอด


     ไม่เคยใช้รากบัวชุบไข่ทอดมาก่อน    น่าจะแข็ง

หอมหัวใหญ่สองลูกนั้นก็ยังรบกวนจิตใจดิฉันอยู่  ว่าอนิจจาใครแปลเกินมาหนอ

คิดไปคิดมาก็นำมาฝากคุณ hand_bing  ไว้ก่อน  เพราะคนที่ทำกับข้าวเป็นย่อมเข้าใจ


     ทีนี้คุณ  hand-bing  สนใจกับข้าวไทยโบราณ   ไว้หาอาหารที่คนทำภาคภูมิใจ

คนอ่านระทึกใจ  อยากจะไปร่วมวงมาฝาก     

     คนที่มีฝีมือนั้นทำอะไรก็อร่อย     ชาวกรีฟินนิยมมานาน
บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 04 ต.ค. 10, 06:47

เรื่องกับข้าวหมกที่ผมทำนี้ ผมไปอ่านเจอในเว็ปไซด์เกี่ยวกับอาหารครับ

มีท่านหนึ่งใช้นามแฝงว่า "โพระดก" นำสูตรข้าวหมกไก่ตำหรับของคุณหญิงเอิบอาบมาเผยแพร่ ในนั้นใช้คำว่า "ข้าวบุหรี่"

ลองทำดูแล้วได้ผลดี ดีจนกระทั่งต้องทำอีก เพราะว่าเพื่อนสนิทชาวอิตาลีคนหนึ่งขอร้องให้ทำในงานเลี้ยงของเขา (คนอิตาลีจัดงานเลี้ยงในจีน โดยให้อาหารไทยขึ้นโต๊ะ แปลกดี) แต่ว่าทำแล้วทำไมคนฝรั่งร้องบอกว่าอร่อยแต่เผ็ด ข้าวหมกมันเผ็ดได้ด้วยหรือ อันนี้คนทำและกินพร้อมๆยังคง แต่เพื่อนก็ยังปากแข็งว่าอร่อย แม้จะกินไปเช็ดน้ำตาไป

คิดว่าเพื่อนน่าจะเกินไป เพราะว่ากระทั่งอาจาดมันยังว่าเผ็ด

วิธีการทำแตกต่างจากตำหรับกรมพระยาดำรงราชานุภาพเล็กน้อย กล่าวย่อๆ ขั้นแรกนำไก่หนักสองกิโลกรัมมาหมักกับเครื่องเทศเสียก่อน ได้แก่ สาระแหน่ ขิง พริกชี้ฟ้า และกระเทียมตำ อย่างละสองช้อนโต๊ะ เครื่องการามมาซาลา อันได้แก่ ยี่หร่า สี่ช้อนโต๊ะ อบเชยสองช้อนโต๊ะ กระวานเทศ แกะเอาแต่เม็ดข้างในหนึ่งช้อนชา และกานพลูหนึ่งช้อนชา (บางสูตรใส่พริกไทยและลูกผักชีลงไปสองช้อนโต๊ะด้วยเพื่อเพิ่มรสเผ็ดร้อน) ทั้งหมดคั่วให้หอมแล้วนำมาตำ นมเปรี้ยวถ้วยหนึ่ง เกลือและน้ำตาล อย่างละสามช้อนโต๊ะ หมักไว้ชั่วโมงหนึ่งหรือข้ามคืนได้ยิ่งวิเศษ

หลังจากนั้นนำมาเคี่ยวไฟอ่อนๆ ใส่หัวหอมใหญ่และมันฝรั่งลงไป โรยน้ำหญ้าฝรั่นลงไป (ไม่มีใส่ผงขมิ้นก็ได้ ผลคือเหลืองพอกัน) ระหว่างนั้นนำถ่านมาก้อนหนึ่งวางใส่ถ้วย แล้วนำถ้วยนั้นไปวางใส่หม้อที่จะเคี้ยว โดยวางไว้บนตัวไก่หรือตรงไหนก็ได้ไม่ให้ถ่านตกเป็นพอ เพราะถ่านกับคนไม่ใช่ของคู่กัน หลังจากนั้นนำน้ำมันเนยราดลงไปให้เกิดควันหอม ปิดฝา เคี่ยวไปเรื่อยๆสักชั่วโมง ไฟอ่อนๆ ขอฝาหม้อนี้ยาไว้ด้วยแป้งไม่ให้กลิ่นออก

ฟังตรงนี้แล้วผมไม่ได้เอาถ่านใส่ เพราะไม่รู้จะหาถ่านจากไหนจริงๆ ถึงได้มาก็ไม่รู้จะไปเผาตรงไหน กลัวเจ้าหน้าที่ของหอจับ

ระหว่างนั้นให้ลวกข้าว โดยการเอาข้าวไปลวกกับเครื่องเทศการามมาซาลาอย่างข้างต้น เพียงแต่ว่าไม่ได้ตำ ใส่ไปทั้งเม็ดเลย พอข้าวเริ่มเป็นไตเอาสงเอาเฉพาะข้าวขึ้น แล้วนำไปใส่ในหม้อไก่ คนๆให้ผสมกันสักหน่อย แล้วปิดฝาต่อ ลดไฟให้อ่อนยิ่งกว่าเดิมมิเช่นนั้นข้าวจะไหม้ ขั้นตอนนี้ก็คือการหุงข้าวไปแบบไม่เช็ดน้ำนั้นเอง

สักพัก (ประมาณห้านาที) ให้เปิดฝาหม้อ แล้วเอาทัพพีมาซุยข้าวตั้งแต่ก้นหม้อให้ทั่วเพื่อให้ความร้อนระอุทั่ว ระหว่างนี้ให้พรมน้ำหญ้าฝรั่นไปอีกรอบ ใส่ลูกเกดลงไป นำหอมแดงที่เจียวกับน้ำมันเนย และน้ำมันเนยที่เหลือจากการเจียวหอมอีกนิดหน่อยใส่ลงไป คนให้เข้ากัน ปิดฝาต่อไปสักพักใหญ่ (ประมาณ ๒๐ นาที หรือน้อยกว่านั้นตามแต่สภาพข้าว) พอข้าวระอุดีแล้วก็นำมากินได้

กินพร้อมกับแกงเปรี้ยว ซึ่งก็คือเอาไก่ที่หมักสำหรับทำข้าวหมกนี้แหละ แยกมาส่วนหนึ่งต้มเป็นน้ำแกง เครื่องเทศไม่ต้องใส่แล้วเพราะเยอะพอ แค่เติมผักลงไป รสเปรี้ยวนำ

น้ำจิ้มก็ใช้ขิง ผักชี ต้นหอม พริกชี้ฟ้า สะระแหน่ ตำให้เข้ากัน ผสมกับน้ำที่ปรุงจาก น้ำตาล เกลือ และน้ำส้มสายชู น้ำจิ้มนี้ห้ามนำตั้งไฟเด็ดขาดไม่เช้นนั้นจะเหม็น (พิสูจน์แล้ว เชื่อเถอะ ตำราเขาว่าไว้ถูกจริงๆ) รสออกหวานๆเปรี้ยวๆ เจือเผ็ดจางๆ

ที่บ้านนี้ชอบทำกับข้าว ผลเลยชอบทำกับข้าวตาม แล้วในบ้านมีตำราอาหารเก่ามากๆๆๆๆๆๆๆ สองเล่ม คือ ตำราอาหารสายปัญญา กับตำราอาหารนานาชาติ ๑๐๐๘ อย่าง เก่าชนิดที่ว่าเปิดไปต้องระวังมือ กลัวผุ

อนึ่งขอเล่าเรื่องพริกแกงไทยสักเล็กน้อย วันหนึ่งตำพริกแกง แล้วเอาไปผัดในครัวรวม ผลคือ ฝรั่ง เกาหลี ญี่ปุ่น วิ่งกรูออกจากห้อง เหมือนว่าจะขาดใจตาย มีเพียงคนมาเลเซียเท่านั้นที่ทนไหว สักเจ้าหน้าที่ประจำตึกชาวจีนวิ่งมา แกว่าแกได้กลิ่นจากอีกชั้น นึกว่าเกิดอะไรขึ้น เหมือนใครเอาระเบิดน้ำตาลงอย่างไรอย่างนั้น

หากเหนือฟ้ายังมีฟ้า คนไทยและคนมาเลย์ แพ้คนแขกตอนเขาผัดพริกแกงแบบบ้านเขา

อันนั้นเกินกว่าจะรับได้จริงๆ

ขอสูตรอาหารเรื่อยๆนะครับ จะทำกินเรื่อยๆ

ติดตามต่อไปด้วยใจจดจ่อ

สวัสดี
บันทึกการเข้า
ritti018
พาลี
****
ตอบ: 209


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 04 ต.ค. 10, 08:22

อยากทราบประวัติของคุณหญิงครับ รบกวนลงประวัติคร่าวๆได้มั้ยครับ.......ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 05 พ.ค. 11, 05:00

คุณหญิงเอิบอาบ  บุนนาค

(เพิ่งเจอใน หนังสือสกุลบุนนาค เล่มสี่เหลี่ยม  หน้า ๒๔๐ - ๒๔๑)

       ท่านเป็นธิดา พลตำรวจตรีพระยาอาษาพลนิกร(อึ่ง อรรถจินดา)

สมรสกับ พระยาอิศราธิราชเสวี (เลื่อน บุนนาค)  จางวางมหาดเล็ก
เจ้าคุณเป็นบุตรของ  เจ้าพระยาพิชัยญาติ(ดั่น) และ หม่อมเจิม  รอดอาจ


ประวัติที่ลงไว้เกี่ยวกับท่านเจ้าคุณที่น่าสนใจ  นำมาเล่าสู่กันฟังฐานคนอ่านยังภูมิใจไปด้วยกับเกียรติศักดิ์ของท่าน

       หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง   ท่านตามเสด็จสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินี
ไปประทับ ณ จังหวัดสงขลา        

ต่อมาถูกกล่าวหาเรื่อง "เงินท้ายพระที่นั่ง"   ซึ่งเป็นที่ใช้จ่ายในราชสำนักนอกเหนืองบประมาณประจำปี
ท่านได้ทำบัญชีไว้อย่างละเอียดด้วยความซื่อสัตย์สุจริต   จึงรอดพ้นข้อกล่าวหานั้น


ในสมัยรัชกาลที่ ๘  ท่านเป็นจางวางมหาดเล็ก


บ้านที่ถนนเดโชของท่าน  ก่อสร้างในปี พ.ศ.​๒๔๙๓  ด้วยอิฐซีเมนต์(อิฐบล็อค)  ที่ท่านทดลองทำจากหนังสือฝรั่ง

บุตรของท่านทั้งสอง คือ

คุณละล่องละลิ่ว
คุณลิ่วละล่อง  และ  ล่องละลิ่ว  
ธิดาคือ คุณ ลีลา

บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 06 พ.ค. 11, 09:36

ติดใจชื่อ บุตร-ธิดา ของท่านมากค่ะ ชื่อแปลกและไพเราะดี เลยไปลองค้นข้อมูลดูค่ะ  ยิงฟันยิ้ม
พบว่าน่าสนใจมาก ท่านตั้งชื่อลูกๆ ของท่านด้วยตัว "ล" และรุ่นหลังๆ ก็พยายามสืบทอดกันต่อๆ มาค่ะ
ขอยกตัวอย่างชื่อตัว "ล"  ในสายสกุลของท่านพระยาอิศราธิราชเสวี (เลื่อน บุนนาค) นะคะ
ละล่อง และละลิ่ว (นามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6)
ลิ่วละล่อง และล่องละลิ่ว ธิดาชื่อ ลีลา
ลอยเลื่อน และเลื่อนลอย ธิดาชื่อ ลลิดา และลินดา

ธิดาคุณลอยเลื่อน ชื่อ ไลลา และลิลลา
บุตรคุณลินดา ชื่อ ลิบลิ่ว และละลิบ
คุณล่องละลิ่ว มีลูก 3 คน คือ ล่องลม คนรองชื่อ ละลม และคนเล็กชื่อ ลัฐิกาวัลย์

รุ่นเหลน คือลูกของคุณล่องลม ชื่อ ลลิล
และลูกของคุณละลม ได้ชื่อว่า ลิ่วลม
บุตร-ธิดา ของคุณเลื่อนลอย ชื่อ ลิสลา และ ลอยลำ

ชื่อน่ารักมากๆ เลยค่ะ ฟังดูเป็นไทยและมีความหมายตามพจนานุกรม  ยิงฟันยิ้ม

จาก http://baby.kapook.com/name.php?ac=detail&s_id=&id=26
และ http://www.bunnag.in.th/prarajpannuang086.html
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 06 พ.ค. 11, 09:53

ลอยเลื่อน บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร
ชื่อเล่น ท่านชื่อว่าหมี


บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 06 พ.ค. 11, 11:02

คุณลอยเลื่อน  บุนนาค  มีบุตรชื่อ ลอยลำ  บุนนาค ครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.068 วินาที กับ 19 คำสั่ง