เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 6
  พิมพ์  
อ่าน: 23549 เรื่องของคน ๕ แผ่นดิน ท่านผู้หญิงดุษฏี มาลากุล
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


 เมื่อ 03 ก.ย. 10, 14:01

คัดลอกและสลับความด้วยความระมัดระวังเพื่อให้ภาพท่านผู้หญิงเมื่อวัยเด็กติดต่อกัน



แม่แดงเล็ก   แม่ตุ๊กตางา


       คุณหนูดุษฎีเป็นธิดาเจ้าพระยามหิธรกับท่านผู้หญิงกลีบ  เกิดเมื่อบิดามีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาจักรปาณีศรีศีลวิสุทธ์ิ

ปลัดทูลฉลองกระทรวงยุติธรรม  อายุ ๓๐ ปี  เป็นพระยามาได้ ๒ ปี     ท่านเจ้าคุณเล่าบ่อย ๆว่าเป็นคุณหลวงจักรปาณี ๖ เดือน  

เป็นพระ ๖ ปี  เป็นพระยาเกือบ ๒๐ ปีจึงได้เป็นเจ้าพระยา        มารดานั้นเมื่อยังไม่ได้รับตราจุลจอมเกล้าสมัยนั้นก็เป็นคุณนาย

เมื่อเริ่มปฎิสนธิ   คุณพ่อคุณแม่มีความสุขเจริญยิ่งขึ้น  ท่านจึงรักและตามใจธิดาคนนี้มาก    

เจ้าคุณเรียกธิดาว่า แม่ตุ๊กตางา  เพราะผิวขาวเหมือนงาช้าง


       เมื่อเกิดได้ ๗ วัน   พระยาจักรปาณี ฯ เดินทางไปราชการที่สิงคโปร์ซึ่งในเวลานั้นเป็นอาณานิคมของอังกฤษ

และต้องลงเรือรอนแรมไปหลายวัน   ขณะนั้นยังไม่ได้ตั้งชื่อ   ท่านส่งไปรษณีย์บัตรเป็นรูปเมืองสิงคโปร์มาจากโฮเต็ลแรฟเฟิลว่า

"ถึงแม่แดงเล็ก   บ้านพระยาจักปาณี ฯ    พ่อคิดถึงมาก"


       เมื่อมิตรสหายมาเยี่ยมที่บ้าน  ท่านเจ้าคุณก็อุ้มธิดาออกมาอวด
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 03 ก.ย. 10, 14:31



       การตั้งชื่อลูกนั้นท่านเจ้าคุณมีหลักการว่าจะต้องตั้งชื่อเองทุกคน   และลูกที่เกิดก่อนจะมีชื่อตามราชทินนามของท่าน

คือ จักร  ปาณี  ศรี  ศีล  วิสุทธิ์          เหรียญดุษฎีมาลาเป็นราชอิศริยาภรณ์ดวงแรกที่ได้รับพระราชทานก่อนท่านผู้หญิงเกิด

ถึง ๗ ปี   แต่มิได้ตั้งชื่อให้กับพี่ ๆ ที่เกิดก่อนถึง ๕​ คน


       ตำบลตึกแดงที่เกิดเป็นละแวกบ้านของ สกุลไกรฤกษ์  สายหลวงเดชนายเวร(สุด)ผู้เป็นบิดาของเจ้าคุณปู่

ทายาทสายสกุลพระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ทองจีน) เป็นบิดาของพระมงคลรัตน์รับมรดกบ้านในตรอกพระยาไกร   

เจ้าคุณปู่กับคุณพระมงคลรัตน์มีปู่คนเดียวกันคือ พระยาไกรโกษา(ฤกษ์) ขุนนางกรมท่าซ้ายของพระเจ้ากรุงธนบุรี

พระยาไกรโกษา(ฤกษ์) เป็นบุตรคนจีนแซ่หลิม  เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารเมื่อกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี


       พระยาไกรโกษา(ฤกษ์)ตั้งบ้านเรือนอยู่ในที่ที่เป็นพระบรมมหาราชวังในเวลานี้     เมื่อจะสร้างพระบรมมหาราชวัง

พระยาไกรโกษา(ฤกษ์)  ได้อพยพไปอยู่ในตรอกพระยาไกร   พระยาไกรได้สร้างวัดพระยาไกร  และอัญเชิญพระพุทธรูปทองคำ

ใหญ่สององค์ที่หุ้มปูนไว้จนมิดล่องเรือมาจากอยุธยามาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ และ พระวิหารวัดพระยาไกร


บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 03 ก.ย. 10, 15:00



       พระยาไกรโกษา (ฤกษ์) มีน้องชายอีกคนหนึ่งชื่ออิน  ได้เป็นพระอินทอากร  มีสมญาว่า เจ้าตัวเตากระทะ   

มีบุตรีงามคนหนึ่งชื่ออำพา   ได้ถวายตัวทำราชกาชการฝ่ายใน เป็นคุณจอมมารดา  มีพระราชโอรสธิดาถึง ๖ พระองค์

ที่มีพระชนม์อยู่จนมีพระทายาทมีอยู่เพียงสองพระองค์คือ  พระองค์เจ้ากปิถาและพระองค์เจ้าปราโมท


       พระอินทอากรมีน้องชายอีกคนชื่อนุ้ย  มีบุตรชายชื่อลอย  ได้เป็นพระนรินทราภรณ์  ธิดาของพระนรินทราภรณ์

คือเจ้าจอมมารดาเลื่อนในรัชกาลที่ ๕  มีพระราชโอรสคือพระองค์เจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 03 ก.ย. 10, 15:25


       เจ้าคุณจักรปาณี ฯ  ได้ไปซื้อที่ที่ถนนซังฮี้นอก  ตรงกันข้ามกับที่ของญาติ ๆ ที่ได้รับพระราชทาน

เจ้าจอมมารดาชุ่มได้เคยขอท่านผู้หญิงไปเลี้ยงอย่างลูก  เพราะเสด็จทั้งสองพระองค์เจริญพระชันษาแล้ว

เจ้าคุณพ่อเกี่ยงคุณจอมมารดาว่า  ถ้าจะเลี้ยงลูกสาวของท่านจริง  ขอสัญญาว่าจะส่งให้ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษเมื่อฉันโตพอ

เจ้าจอมมารดาอุทานว่าเจ้าคุณคิดวิตถารที่จะให้ส่งลูกผู้หญิงไปเมืองนอก   แล้วท่านก็บ่นต่อไปว่าตัวท่านเองไม่ได้

เรียนหนังสือเลย  ทำไมจึงรับราชการสนองพระเดชพระคุณได้ถึงปานนี้


       เมื่อคุณจอมมารดาไม่ยอมรับ  เจ้าคุณพ่อก็ไม่ยกท่านผู้หญิงให้  คุณจอมผู้สูงศักดิ์

ยังกรุณานำมารดาของท่านผู้หญิงเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเนือง ๆ  จนได้รับพระราชทานเครื่องราชอิศริยาภรณ์

จตุตถจุลจอมเกล้า ในปี ๒๔๔๙  ห้าปีหลังที่เจ้าคุณพ่อได้เป็นเจ้าคุณแล้ว ๕ ปี

บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 03 ก.ย. 10, 15:34

ดีใจจังเอ๋ยดีใจจัง ได้อ่านเรื่องดี ๆ อีกเรื่องหนึ่งแล้ว
เคยอ่านและมีหนังสือ แต่ปราศนาการไปในท้องปลวกหมด
วันนี้ฤกษ์งามยามดี กราบคุณวันดีงาม ๆ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 03 ก.ย. 10, 15:50

       คุณหนูดุษฎีได้รับการเลี้ยงแบบสมัยใหม่  ไม่มีการโกนผมไฟ     ถูกตามใจจึงดื้อมาก และเอาแต่ใจตัว

เมื่ออยากเล่นน้ำฝน  ก็จะร้องไห้ตะโกนว่า  จะให้ฝนตก ๆ ซ้ำอยู่อย่่างนั้น    เจ้าคุณพ่อรำคาญต้องให้คนเอา

สูบน้ำมาฉีดขึ้นหลังคาทำ "ฝนเทียม" ให้


       แม่นมได้รับการคัดเลือกจากคนที่มีฐานะดีมาก่อน    แม่เชยแม่นมเป็นภรรยาเจ้าของโรงบ่อนเบี้ยที่สามีขัดเงินเป็นครั้งคราว  

ภายหลังนำเงินมาใช่คุณแม่  ท่านก็ไม่รับเงินและขอให้เลี้ยงฉันต่อไป   เมื่อสาว ๆ แกเคยเป็นละครเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง

จึงร้องเพลงและรำละครได้ดี   แกสอนให้ฉันร้องเพลงและรำละครได้หลายเรื่อง    แม่เชยทำกับข้าวอร่อยมาก  แต่ชอบเล่นการพนัน

เพราะเป็นหลานขุนพัทธแย้มนายอากรบ่อนเบี้ย  และสามีก็เป็นเจ้าของบ่อน     ท่านผู้หญิงเล่าว่าจำได้ราง ๆ ว่านมเชยอุ้มท่าน

ไปแทงถั่วในโรงบ่อนข้างโรงยี่เก  ในตลาดสามเสนหลายครั้ง

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 03 ก.ย. 10, 16:07


       ขอบพระคุณคุณร่วมฤดีเจ้าค่ะ

เคยอ่านมานานมากแล้ว   ท่านผู้หญิงมีความสามารถและโก้มากนะคะที่ได้รับพระราชทานยศด้วยความสามารถของท่านเอง

หนังสือชุดนี้มี ๔ เล่มค่ะ   ใน ๓ เล่มเป็นประวัติของท่าน และอีกเล่มเป็นรูป

งานของท่านมีมากมายมหาศาล  แต่จะพยายามค้นที่เห็นว่าสำคัญ เช่นตอนเป็นนางพระกำนัล และเมื่อได้เป็นท่านผู้หญิงใหม่ๆ

ได้เฝ้าเจ้่านายต่างประเทศและแสดงภูมิรู้เท่าเทียมกับผู้ที่เจริญแล้วอย่างไร


ได้ส่งคำสั่งเชิงปฎิบัติการไปยังร้านขายหนังสือเก่าเชิงสพานอรุณอัมรินทร์ว่าให้เก็บชุดนี้ไว้ให้ด้วย

สหายค้นไปถึงก้นกรุ  ได้มา สี่เล่มชุด  ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว

ดิฉันพาลพะโลว่า  คนห้าแผ่นดินต้องมีห้าเล่มสิจ๊ะ        สหายตกใจแทบหัวใจวายเพราะไม่ทราบจะไปหาที่ไหนมาให้อีก

(ที่จริงมีฉบับพิมพ์ใหม่  เห็นอยู่แว๊บ ๆ ที่ร้านขายหนังสืออนุสรณ์ซึ่งกว่าจะได้เจอกันก็หวิด ๒ เดือน)

คนที่ตามใจตนเองนั้น  มักจะได้หนังสือที่ต้องการเป็นส่วนมากค่ะ  อิอิ
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 03 ก.ย. 10, 17:35

เรื่องของคนห้าแผ่นดินที่มีเพียง ๔ เล่มชุดนั้น  เห็นจะเป็นเพราะท่านผู้เขียนล้มเจ็บเสียก่อนที่จะเขียนเล่มที่ ๕ ครับ ผมได้รับมา ๑ ชุด จากทายาทของท่านพร้อมมรดกของท่านผู้หญิงจำนวนหนึ่ง  ซึ่งเมตตาผมเสมือนเป็นลูกหลานของท่านผู้หญิงคนหนึ่ง

ในสี่เล่มนี้เล่ม ๑ เห็นจะสำคัญที่สุด  เล่มที่สองเป็นเรื่องราวสมัยที่ท่านผู้หญิงได้ร่วมงานกับท่านผู้นำคนหัวปี  และคงจะมีแต่ท่านผ฿หญิงดุษฎีเพียงคนเดียวที่กล้าปะทะคารมกับท่านผู้นำ  รบกวนคุณวันดีกรุณาหยิบยกคารมคมคายของท่านผู้หญิงที่โต้กับท่านผู้นำมาฝากสมาชิกเรือนไทยด้วยครับ 
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 03 ก.ย. 10, 20:04

ขอบพระคุณคุณวีมีค่ะ     มีหลายตอนที่เป็นข้อคิดนำมาฝากกันได้ค่ะ

ความรักและเอาใจใส่จากผู้ให้กำเนิดที่เป็นปราชญ์  สามารถเลี้ยงดูลูกสาวให้เป็นปราชญ์ได้เชียวหรือ

โดยทั่วไปดิฉันก็อ่านหนังสือมามาก  จำได้กะรุ่งกะริ่งบ้าง  จารึกไว้ในใจก็มาก

การเก็บหนังสือก็ไม่ค่อยจะเหมือนท่านผู้อื่นนัก  และมิตรสหายของดิฉันก็มีแนวของตนเอง  ไม่เหมือนกันเลย

เราซักถามและฟังในเรื่องที่เราขาดค่ะ  เพราะไม่มีวันที่ใครจะรู้ครอบคลุมไปทั่ว

การที่ได้มาพบคุณวีมีและได้สนทนากัน  เป็นลาภของดิฉันค่ะ

สักวันหนึ่งคงได้นำงานที่พิมพ์ในช่วงรัชกาลที่ ๖ และพระราชนิพนธ์ทั้งหมดที่ดิฉันรวบรวมไว้(ตอนนี้อยู่ที่ไหนก็ยังไม่แน่ใจ)

มาสนทนากับคุณวีมี  และแลกเปลี่ยนความคิดต่อไป

เรือนไทยในเวลานี้ก็คึกคักเพราะมีเจ้าเรือนนำทาง

ดิฉันอ่านหนังสือทั้งวันค่ะ   ยังตรวจสอบข้อมูลไม่ได้  ก็ลงมาวิ่งตี่จับกับเพื่อนๆแถวนี้ไปก่อน   ว่าจะแวะไปแกล้งกระทู้ป้อบ  ก็เกรงจะบาดเจ็บกลับมา

ขอบพระคุณที่แวะมาคุยอยู่เสมอ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 03 ก.ย. 10, 21:53



โหราศาสตร์กับท่านผู้หญิง


       ท่านเจ้าคุณเริ่มศึกษาวิชาโหราศาสตร์เมื่อสมัยจวนจะได้เป็นเจ้าพระยา   เลยสอนวิชาโหราศาสตร์เบื้องต้นให้ธิดาด้วย

ท่านบอกว่าดวงไม่ดี  จึงต้องระวังตัวและประพฤติตัวให้ดี           ท่านปลอบว่า  หนูไม่ต้องตกใจเพราะโหราศาสตร์นั้นเราควรเชื่อ

ครึ่งเดียว   อีกครึ่งหนึ่งนั้นเป็นผลการกระทำของเราเอง


       เมื่อท่านผู้หญิงได้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์ชั้นสูง  จึงเข้าใจว่าดวงชะตาไม่ดีก็เพราะดาวขัดแย้งกันหลายดวง   


       "พระยาโหราผูกดวงชะตาและทำนายฉันไว้แต่แรกเกิด  ว่าความประพฤติคลอนแคลน   โทษะกล้า ฯลฯ   คุณพ่อจึงเป็นห่วงมาก 

ไม่ยอมให้ไปอยู่ไกลตา   นอกจากนั้นยังทำนายด้วยว่าฉันเป็นคนไม่มีความเพียร    ซึ่งในข้อนี้ฉันว่าจริงเพียงครึ่งเดียว   

เพราะฉันไม่มีความเพียรแต่ในเรื่องไม่สำคัญ   ส่วนเรื่องสำคัญนั้นฉันเพียรมาก   มิฉะนั้นก็คงไม่สามารถริเริ่มงานต่าง ๆ 

และเขียนหนังสือไทยพอใช้ได้   จนข้อเขียนของฉันเฉพาะยิ่งคำกราบบังคมทูล   มักได้รับคำยกย่องว่าเข้าที

จนมีผู้ขอให้ช่วยเขียนอยู่เนือง ๆ

        โหราศาสตร์เป็นวิชาที่ลึกซึ้งน่าพิศวงมาก         ฉันยอมรับว่าดวงฉันไม่ดีนั้นจริง  เพราะฉันมีความเดือดร้อนอยู่ตลอดชีวิต

เดือนร้อนที่อยากจะทำดี    แต่เมื่อทำดีแล้วก็เด่น  เมื่อเด่นแล้วก็เป็นภัยเพราะถูกอิจฉาจากหลายกระแสเกือบตลอดชีวิต"


       ท่านผู้หญิงนั้นจะทำพยศอย่างไคุณแม่ก็คร้านจะว่า  เพราะเจ้าคุณพ่อคอยให้ท้ายอยู่เสมอ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 03 ก.ย. 10, 23:37


นักอ่านหนังสือเก่าอ่านด้วยความชื่นชม  นึกไปถึงพงศาวดารจีนเรื่อง

จอยุ่ยเหม็ง เสนาบดีที่เคร่งครัดต่อประเพณี และซื่อสัตย์ต่อราชบัลลังก์ เข้มงวดต่อสมาชิกในบ้าน

ได้ฝึกสอนลูกสาวคนโต นางจองี่เจ็ง ไว้ใช้เขียนหนังสือต่างตัวได้  เลี้ยงลูกสาวจนเป็นผู้มีชื่อเสียง

เพราะรักษาความบริสุทธ์ิไว้ได้


จอยุ่ยเหม็งได้ช่วยผู้ตกทุกข์ได้ยากไว้มาก   น้องๆเปาบุ้นจิ้นทีเดียว
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 04 ก.ย. 10, 01:31



การเรียนของท่านผู้หญิง


      ท่านผู้หญิงเมื่ออายุยังไม่ ๔ ขวบได้ตามพี่สาวที่แก่กว่าถึง ๕ ปีไปโรงเรียนราชินี     เป็นเด็กเล็กที่สุด

และน่าจะดื้อที่สุดในประวัติศาสตร์โรงเรียน    คุณหญิงภรตราชา(สมัยนั้นคือครูจร)สอนให้อ่าน    ท่านก็ไม่อ่าน   

สอนให้เขียนท่านก็ไม่เขียน     ท่านอาจารย์(หม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา  เทวกุล)ต้องอุ้มเข้าบั้นพระองค์  ตระเวณ

ไปขณะเมื่อตรวจโรงเรียน

       เมื่ออยู่โรงเรียนประถมประมาณปีกว่า  เจ้าคุณพ่อกำลังเผชิญ คดีพระยาระกา  ต้องให้ลูกออกจากโรงเรียน 

ตอนนั้นโรงเรียนเก็บค่าเล่าเรียนและค่าอาหารเดือนละ ๑๕ บาท   เรื่องคดีพระยาระกานี้ สมาชิกหลายท่านแห่งเรือนไทยสามารถช่วยกันเล่า

ได้อย่างตื่นเต้นหวาดเสียวมาก   คุยกันไปมาจนเสียงแหบแห้ง เพราะอ่านกันมาหลายตำรา  หวิดจะประกาศบูรณภาพแห่งดินแดนไปแล่ว


       ท่านให้นายเปล่ง  ดิษยบุตร(หลวงนัยวิจารณ์)ซึ่งเป็นเลขานุการของท่านมาสอนหนังสือให้พี่ ๆ ทุกวัน     

คุณหนูดุษฎีได้รับคำสั่งให้เข้าห้องเรียนด้วย  แต่เธอไม่มีความสนใจแม้แต่น้อยในการเรียน  เรียนไปโดยไม่ได้

ความรู้อะไรเลย  แม้แต่ ก.ไก่ก็จำไม่ได้ตลอด    แต่ไม่มีใครสนใจจะมาว่ากล่าว


       คุณป้าท้าวนารีวรคณารักษ์ (แจ่ม ไกรฤกษ์)ผู้ถวายตัวเป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ ๕ และขึ้นอยู่ในราชสำนัก

สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ    ได้มาแนะนำให้เจ้าคุณพ่อให้พาพี่ศรีและท่านผู้หญิงไปถวายตัวเป็น

ข้าหลวงเรือนนอก   จึงได้กลับไปเข้าโรงเรียนราชินีอีกครั้งหนึ่งในฐานะนักเรียนในพระองค์สมเด็จ ฯ


       ในปี พ.ศ. ๒๔๕๖  เจ้าคุณพ่อได้รับพระราชนามสกุล   ท่านได้เรียกท่านผู้หญิงขึ้นไปอ่านพระราชหัตถ์เลขาให้คนอื่น ๆ ฟัง

ความจริงเปิดเผยว่า  ท่านผู้หญิงอายุ ๘ ขวบ(และเรียนหนังสือเลวที่สุด)    อ่านชื่อ พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ คุณลุงไม่ออก 

เจ้าคุณพ่อบันดาลโทสะ  จึงเฆี่ยนท่านผู้หญิงด้วยไม้เรียว       ภายหลังเจ้าคุณพ่อนึกออกมาได้ว่าเฆี่ยนทำไม 

จึงแสดงความเมตตาพิ่มขึ้นทุกที    คุณแม่ของท่านผู้หญิงบ่นว่าตามใจมากเกินไปทำให้เป็นคนจองหอง

แต่เจ้าคุณพ่อเถียงว่า  จองหองนั่นแหละดี  จะได้ไม่ใฝ่ต่ำ   

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 04 ก.ย. 10, 07:47


คุณพ่อให้เป็นเสมียน


       "คุณพ่อสนับสนุนฉันโดยการใช้สอยอยู่ใกล้ชิดท่าน     เมื่อพี่ปาณีกำลังเป็นมหาดเล็กคนโปรดอย่างยิ่งนั้น

พี่ปาณีได้หัดเขียนลายมือให้เหมือนพระราชหัตถ์เลขา    ซึ่งฉันก็พลอยเห็นดีเห็นงามไปด้วย   จึงหัดลายมือของฉันเอง

ให้เหมือนพระราชหัตถ์เลขาบ้าง       พี่ปาณีเจริญรอยพระยุคลบาทในการแต่งโคลงฉันท์กาพย์กลอน  ฉันก็หัดแต่งบ้าง

เมื่อคุณพ่อเห็นลายมือฉันสวยขึ้นกว่าแต่ก่อน     คุณพ่อก็มีใจเอ็นดูยิ่งขึ้น  ถึงกับใช้ให้เป็นเสมียนเขียนหนังสือต่าง ๆ

ตามคำบอกของท่าน  ซึ่งโดยมากมักเป็นหนังสือกราบทูลเจ้านายในสมัยนั้น   และหัดให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด

แล้วพาไปไหน ๆ ด้วยเสมอ   ทำให้ฉันมีความรู้รอบตัวมากกว่าคนอื่นอีกหลายคนเป็นอันมาก"


      เมื่อจบชั้น ๖ แล้ว  ท่านผู้หญิงเลื่อนขึ้นไปชั้น ๗    ตอนสอบชั้นมัธยม ๖ นั้น  คะแนนเลขเป็นสูญ

ขั้น ๗ นั้นเรียนแต่ภาษาอังกฤษกับฝรั่งเศสเท่านั้น       ท่านไม่ชอบท่องจำจึงไม่ชอบภาษาฝรั่งเศสทั้งที่ชอบครู

คือ  คุณหลวงเรี่ยมวิรัชพากษ์  ผู้เป็นหลานป้าของหมอหริ่ม  หมอหริ่มเป็นหมอผู้หญิงรักษาเด็กประจำครอบครัวท่านผู้หญิง

บิดาของหมอหริ่มคือหมอกรุงเป็นเพื่อนกับเจ้าคุณปู่


       ภาษาอังกฤษนั้น  มิสซิสเบรียลี่  ภรรยาฝรั่งบริษัทยูไนเต็ดเอ็นยีเนียริ่งมาสอน  ได้ความรู้จากแหม่มเป็นอันมาก



     
      "คุณพ่อเป็นคนใจเร็วและชอบรู้ทันคน (ซึ่งฉันคิดว่าฉันรับมรดกเรื่องนี้มาเต็มที่)   ฉะนั้นเรื่องราชการลับหรือแม้ไม่ลับ   

แต่เมื่อคุณพ่อต้องการจะทราบโดยด่วน  คุณพ่อมักเอามาบ้านและสั่งให้ฉันทำ      ฉันจำได้ว่า  วันหนึ่งท่านนำหนังสือราชการมาให้ฉันแปล 

และแจ้งว่าได้สั่งให้ข้าราชการผู้หนึ่งแปลหลายวันแล้วเลยหายไป      เมื่อฉันแปลให้และคุณพ่ออ่านแล้วหลายวัน     ข้าราชการผู้นั้น

จึงนำมาเสนอ        คุณพ่อเล่าให้ฉันฟังว่า  "พ่อจึงบอกเขาไปว่าลูกสาวฉันทำให้เสร็จหลายวันแล้ว  ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยไปนอก"

คุณพ่อบอกว่าคุณพ่อเยาะข้าราชการผู้นั้นอย่างนั้นจริง ๆ   จึงเป็นเหตุให้ข้าราชการหนุ่ม ๆ ในกรมราชเลขาธิการของคุณพ่อขยาดฉันไปตามกัน


ฉันเพิ่งเข้าใจซึมซาบเมื่อเป็นผู้ใหญ่มากแล้วนี่เองว่าคุณพ่อพยายามใช้จิตวิทยา  ทำสงครามช่วงชิงตัวฉันให้ออกมาพ้นอำนาจคำพยากรณ์ 

ที่ว่าความประพฤติของฉันจะไม่ดีนั้นได้สำเร็จโดยการให้ความยกย่องฉัน             และที่คุณพ่อบอกฉันว่าโหราศสตร์นั้น  เชื่อได้เพียงครึ่งเดียวก็เป็นความจริง  จริง ๆ" 


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 04 ก.ย. 10, 08:06

เอารูปท่านเจ้าคุณพ่อมาฝากท่านเจ้าของกระทู้เพื่อคารวะครับ

เป็นรูปครั้งเจ้าพระยามหิธรตามเสด็จสมเด็จกรมพระยาดำรงไปขึ้นเขาพระวิหาร เป็นเรื่องชายแดนกับฝรั่งเศส(มั้ง)ท่านจึงเอานักกฏหมายไปด้วย

ส่วนท่านผู้หญิงดุษฎี ผมเจอท่านทีไรมีความรู้สึกคล้ายๆว่าท่านเป็นท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ทั้งๆที่ผมไม่เคยพบสัมผัสท่านผู้หญิงละเอียด เห็นว่า ทั้งสองท่านมีความคล้ายกัน คือท่านสามีเกรงใจมากกก(s) ผมไม่เกี่ยวอะไรด้วยแต่เห็นท่านเดินเข้ามาในห้องประชุมทีไรยังพลอยเกร็งไปด้วย

สตรีผู้ทรงพลังอำนาจทั้งสองคงได้เจอกันบ้างบนเวทีสังคมเมืองสยาม ไม่ทราบว่ามุมแดงหรือมุมน้ำเงินใครจะออกแม่ไม้ได้มากกว่าใคร ถึงตอนนั้นแล้ว ท่านจขกท.อย่าลืมเล่านะครับ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 04 ก.ย. 10, 09:48

ดิฉันได้ยินชื่อท่านผู้หญิงมาตั้งแต่เด็ก      แม่เป็นลูกศิษย์ของท่านม.ล.ปิ่นตั้งแต่ท่านสอนอยู่คณะอักษรศาสตร์    เมื่อก่อน  ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการทุกกรม รวมทั้งลูกศิษย์ จะต้องไปกราบท่านรัฐมนตรีในวันครบรอบวันเกิด    แม่เล่าว่าทุกคนกลัวท่านผู้หญิงยิ่งกว่าเกรงท่านรัฐมนตรีม.ล.ปิ่นเสียอีก
ท่านผู้หญิงเป็นคนเก่ง ฉลาด  มีพรสวรรค์เรื่องอักษรศาสตร์   แปลบทละครเชกสเปียร์เรื่อง Midsummer Night'S Dream ออกมาได้ไพเราะและถูกต้องตามภาษาเดิม ไม่มีที่ติ
นอกจากนี้ท่านยังเป็นคนตรง รักเกียรติ รักศักดิ์ศรี  ไม่เคยมีชื่อเสียหายอย่างหลังบ้านรัฐมนตรีอื่นๆบางคน

สมัยท่านรัฐมนตรีม.ล.ปิ่นว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ท่านผู้หญิงมีห้องทำงานของท่านอยู่บนตึกกระทรวงศึกษา ด้วย     ท่านสามารถสั่งงานข้าราชการกระทรวงศึกษาฯ ได้หมด  ไม่ว่ากรมไหนแผนกไหน     

ในยุคจอมพลป.  ท่านม.ล.ปิ่นเป็นอธิบดี  ไม่แน่ใจว่าท่านผู้หญิงเป็นคุณหญิงหรือยังนะคะ     
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.057 วินาที กับ 19 คำสั่ง