เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
  พิมพ์  
อ่าน: 73472 แหงนดูศิลปะบนเพดาน
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 22:58

ดาวเพดานอมรปุระ วัดจ๊อกตอจี ขออนุญาตฉายซ้ำ เผื่อใครยังไม่เคยชมครับ เห็นอิทธิพลศิลปะไทยชัดมากๆ


บันทึกการเข้า
ฉันรักบางกอก
พาลี
****
ตอบ: 334



ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 22:59

อย่าลืม วัดสระบัวนะ

เพิ่งขับรถผ่าน ... อยากเข้าไปอีกจัง


เข้ามาเป็นกำลังใจคนโพสจ๊ะ


ปล. คุณ srisiam ก็จะได้ให้คนชมรู้สึกน่าติดตาม น่าค้นหายังไงละคะ ....
บันทึกการเข้า

กนก นารี กระบี่ คชะ
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 23:04

อืม เหมือนจริงๆครับ ระบบการวางคล้ายกันทีเดียวเนอะ

แต่ตอนถ่ายรูปนี่เมื่อยมากครับ ลำบากลำบนสมใจ  ยิงฟันยิ้ม
... ต้องขอโทษด้วยสำหรับคนที่เข้ามาชม เพราะบางทีมันก็ไม่สบายใจ เดี๋ยวของหายแล้วมันก็นะ...
แต่ที่จริงมันก็บอกได้นะไม่ได้ลึกลับอะไร

พี่แพรไปแอบเมียงๆมองๆล่ะสินะ ว่าแต่ผ่านไปได้ยังไงครับนี่..
บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 23:06

เอามาลงเลยๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
asia
มัจฉานุ
**
ตอบ: 78


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 23:08

    
    จริงหรือครับที่ว่า วัดสระบัว เป็นวัดที่สร้างสมัยรัตนโกสินทร์ โดยช่างเมืองเพชร ที่เลียนแบบอยุธยา และดาวเพดาน นั้น ทำมาจากสังกะสี
ขอท่านผู้รู้ช่วยตอบด้วยน่ะครับ  รูดซิบปาก
บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 23:12

ดาวเพดานโบสถ์มหาเต่งดอจี กรุงพุกาม แต่เขียนสมัยคองบอง

ปล.จริงหรือครับพี่เซีย ตกใจ


บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 23:23

ดาวเพดานแบบจีนๆ ที่วัดนาค... (จงเติมคำในช่องว่าง) ในกรุงเทพพระมหานคร


บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 17 ส.ค. 10, 00:01

วัดสระบัวเราก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นศิลปะแบบอยุธยาได้แล้วมั้งครับ ส่วนเรื่องจะสร้างสมัยไหนอันนี้ก็ไม่รู้แฮะ.. ยิงฟันยิ้ม
ว่าแต่ ถ้าผมมั่วอะไรไปก็เข้ามาทักท้วงผมบ้างนะครับ ...

ปล.มีคำในช่องว่างเลยหรือนี่ 555


ธรรมาสน์หลังที่4 อยู่ที่วัดสว่าง(นามสมมุติ) นนทบุรี  เศร้า
ลายเพดานมีกรอบแบบลายหน้ากระดาน เป็นลายดอกกลมสลับลายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน โดยออกลายโค้งจากด้านทั้งสี่
ของสี่เหลี่ยมขยมเปียกปูนนั้น เป็นแบบเลขหนึ่งไทยหันเข้าชนกัน
ลายค้างคาวที่มุมลายเป็นเส้นขดอย่างกลีบดอกหรือใบไม้ คล้ายกับที่มุมของเพดานคูหาพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง
แต่ด้านในทำเป็นวงโค้งๆประกอบกันเป็นลายแบบดอกโบตั๋น?หรือดอกบัว?
ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่ประดับกระจกซึ่งมีรูปปุ่มนูนๆแปดปุ่ม ล้อมรอบรูปดอกบัวกลมตรงกลาง ที่กลีบชั้นนอกสุดดอกรูปดอกบัวทำเป็น
รูปกลีบยาวที่ปลายหยักแหลมออก พื้นแกะเว้าลงไปตามเส้นกลีบและเว้าลงไปอีกทีเป็นแนวยาวปลายมน มีกลีบซ้อนอีกสองชั้น
ชั้นถัดมาแกะทำนองเดียวกันแต่ลดกลีบซ้อนลงเป้นชั้นเดียว ถัดไปอีกเป็นกลีบทรงสามเหลี่ยมซ้อนกลีบอีกสองชั้น ก่อนจะเป็นกลีบเล็ก
ปลายๆมนๆเหมือนเส้นหยักล้อมรอบวงชั้นใน ที่นูนออกมามากจนเป็นครึ่งทรงกลม





บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 17 ส.ค. 10, 00:02

ธรรมาสน์หลังที่5 อยู่ในพช.สมเด็จพระนารายณ์เช่นเดียวกัน สามารถระบุได้ว่าราวสมัยสมเด้จพระนารายณ์
ภาพนี้ผมไม่ได้ถ่ายเจาะละเอียดมา แต่สามารถสังเกตได้ว่าเขาเพิ่มมิติโดยการใช้แถบในตำแหน่งเดียวกับหน้ากระดาน
ยกขึ้นมาอีกระดับแล้วย่อมุมทำให้ไม่มีลายค้างคาวด้านใน แต่เมื่อเกิดที่ว่างที่มุมด้านนอกก็ต้องบรรจุลายด้านนอกแทน 
ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่ประดับกระจก มีดอกกลมแปดดอกล้อมรอบดอกกลมใหญ่ตรงกลาง ดอกกลมเล็กๆทั้งแปดดอกนี้แกะเป็นกลีบดอกชั้นเดียว
ดอกบัวตรงกลางกลายสภาพไปอีกขั้นเพราะแต่ละชั้นแกะทำนองกลีบเดี่ยวๆแยกกันไม่มีกลีบซ้อน กลีบยังเป็นแบบกลีบยาวหยักแหลมที่ปลาย
วงในสุดทำหน้าที่คล้ายฐานที่รองลูกแก้วที่นูนออกมากว่าครึ่งทรงกลม

การลดบทบาทของลายที่ซับซ้อนลงนี้คงเกิดจากการต้องการใช้พื้นที่ประดับกระจก และเน้นมิติสำหรับพื้นที่ประดักระจกนั้นด้วย



บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 17 ส.ค. 10, 00:04

ธรรมาสน์หลังที่6 เป็นธรรมาสน์หลวงอยู่ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก
รูปแบบของการประดับเพดานของธรรมาสน์หลังนี้แปลกออกไปอีกขั้นหนึ่ง จำเป็นต้องเริ่มจากดอกบัวดอกใหญ่ตรงกลาง
ซึ่งมีกลับชั้นนอกสุดเป็นกลีบเรียวยาวขึ้นกว่าเดิม และเป็นกลีบเดี่ยวแยกกัน ปลายแหลมบากเป็นขยักหักขึ้นและสะบัดเล็กน้อย
กลีบที่ซ้อนก็ทำเป็นกลีบเดี่ยวเช่นกันแต่เหมือนเป็นเส้นอย่างของเกสรดอกไม้ กลีบทำนองนี้ซ้อนลดกันเข้ามาสามชั้นก่อนจะ
เป็นพุ่มที่มีกลีบซ้อนๆกันอย่างเป็นระเบียบทรงอย่างกับขันน้ำ ต้อมาเป็นชั้นเกสรโดยแกะเป็นเส้นๆบนผิวที่นูนออกมาเกือบครึ่งทรงกลม
แล้วประดับลูกแก้วในที่สุด
ถัดออกมาก็เป็นแนวเส้นของสันไม้แคบๆที่ยื่นออกมาจากพื้น มีการย่อที่มุมตามจังหวะของเสาที่แยกเป็นสามต้น ถัดออกไปอีก
ก็เป็นดอกกลมจำนวน 12 ดอกวางล้อมพื้นที่ของดอกใหญ่ตรงกลาง โดยวางตำแหน่งที่มุมมุมละ1ดอก และที่ด้านด้านละ2ดอก
ดอกกลมนั้นทำเป็นกลีบโค้งหยักๆรอบวง ปลายหักขึ้นเพื่อเพิ่มมิติให้เหมือนดอกไม้จริง เป็นกลีบเช่นนี้2ชั้นก่อนจะเป็นพุ่มกลีบ
ทรงสามเหลี่ยมปลายแหลมที่ใช้ประคองลูกแก้ว ดอกเล็กแต่ละดอกนั้นยังถูกล้อมด้วย สันไม้สี่เหลี่ยมย่อมุมอีกทีทำนองเดียวกับดอกใหญ่
และมีแท่งไม้กลึงกลมปักรายไว้ไม่เป็นระเบียบนักเพื่อใช้พื้นที่หน้าตัด ที่สันไม้และพื้นที่หน้าตัดของแท่งกลมเหล่านั้นก็ถูกประดับด้วยกระจก

ธรรมาสน์ของวัดใหญ่นี้ผมยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการสร้างแต่คงมีการซ่อมแน่นอน ซึ่งการซ่อมแต่ละครั้งนั้นจะ
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรคงต้องแยกวิเคาระห์กันอีกทีหนึ่งครับ



บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 17 ส.ค. 10, 00:06

ธรรมาสน์หลังที่7 เป็นธรรมาสน์ยาวของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเช่นกัน เพดานของธรรมาสน์ยาวนี้แบ่งช่วงออกเป็น5ช่วงด้วยกัน
โดยห้องกลางจะเป็นพื้นที่ภายใต้เรือนยอด ลายในห้องนี้จะเป็นทำนองเดียวกับที่ธรรมาสน์บุษบก อีกสองห้องขนาบห้องกลางนั้นจะมีรูปแบบแตกต่างออกไปมาก
จากรูปแบบเพดานในที่อื่นๆจึงขอละไว้เพียงแต่เอารูปมาให้ชมเท่านั้นก่อนครับ


บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 17 ส.ค. 10, 09:40

เน แกน่าจะไปเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะว่ะ บรรยายทำไธโปโลจี้ได้ขนาดนี้ เด็กปวศ.อายไปเลย แลบลิ้น
บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 17 ส.ค. 10, 09:42

แล้วดาวเพดานวัดคุณนายตะกุย นี้จะกำหนดอายุเท่าไหร่ดีครับ


บันทึกการเข้า
luck-rama
ชมพูพาน
***
ตอบ: 188


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 17 ส.ค. 10, 17:43

มาดู รหัสลับดาวินชี หรือเปล่าเนี่ยะ?  แลบลิ้น ไม่เมื่อยคอแต่มึนๆ กับเกมส์เติมคำในช่องว่าง และถอดรหัสนามสมมุติ รูดซิบปาก
บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 18 ส.ค. 10, 01:14

โอย... พี่กุก็ว่าไป ว่าแต่ไธโปโลจี้นี่อะไรคับ

แต่เพดานธรรมาสน์วัดนางตะกายนายตะกุยนี่แปลกไปอีกครับ เท่มากมาย  ตกใจ
แต่บังเอิญมันมาคล้ายกับเพดานธรรมาสน์หลังที่จะมาลงต่อนี้พอดีเล้ย


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.086 วินาที กับ 19 คำสั่ง