เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 10
  พิมพ์  
อ่าน: 72591 แหงนดูศิลปะบนเพดาน
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


 เมื่อ 16 ส.ค. 10, 15:13

เนื่องจากมีสมาชิกนำภาพเขียนสวยๆบนเพดานมาลง ทำให้นึกถึงการประดับเพดานในงานสถาปัตยกรรมไทย
อันที่จริงผมไม่มีความรู้เรื่องราวเชิงลึกเท่าไหร่ เพียงแต่เวลาไปดูงานตามวัดมันจะมีอะไรให้สนใจเป็นจุดๆ
เพดานเป็นอีกหนึ่งจุดที่บางครั้งก็ดูบ้างไม่ได้ดูบ้าง เพราะบางที่ก็ไม่ได้มีการประดับให้อลังการเป็นที่น่าสนใจมาก
ดังนั้นในที่นี้อาจไม่ข้อมูลที่ถูกต้องทั้งหมด ทุกท่านสามารถโต้แย้งได้ตามสมควรครับ

อย่างไรก็ดี ดาวเพดาน ก็เป็นชื่อที่เราพอจะคุ้นเคย หรือจะมีชื่อเรียกอย่างอื่นอีกก็แล้วแต่ผู้รู้อยากจะอธิบายตาม
ความเข้าใจหรือองค์ประกอบอื่นที่นำมาพิจารณา แม้ในระยะหลังๆมาการใช้ดาวเพดานในสถาปัตยกรรมไทย
จะถูกบั่นทอนลงไป ทำให้เราไม่ค่อยจะตื่นเต้นกันเมาเท่าไหร่แล้ว ดาวเพดานก็ยังต้องทำหน้าที่ของมันอยู่
เพื่อไม่ให้ฝ้าเพดานมันดูโล่งเกินไป ถึงบางที่มันจะไม่ใช่ดาวแล้วก็ตาม

ตามที่จริงการที่จะเรียกว่าสมัยรัตนโกสินทร์ บั่นทอนรายละเอียดของดาวเพดานไป ก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องซะทีเดียว
เพราะดาวเพดานสมัยเก่าๆเลย เท่าที่ผมรู้จักก็ทำหน้าที่เป็นเพียงลายประดับเรียบๆ แล้วค่อยมาพัฒนาให้เป็นมิติมากขึ้น
และก็ถูกลดรายละเอียดลงไปอีกที
..ภาพที่ลงนี้ไม่ได้เรียงแบบตามยุคสมัยนะครับ

บันทึกการเข้า
srisiam
สุครีพ
******
ตอบ: 857


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 15:15

ขอเข้ามารอชมเป็นคนแรกครับ.. ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 15:18

สวัสดีครับ

ภาพแรกลายเพดานรูปดอกบัวแกะจากหินชนวน จากพช.พระนคร ชอบรูปแบบมากครับ เรียบๆง่ายไดีแต่ลงตัว
พี่กุมาลงต่อด้วยนะ ผมไม่มีรูปเพดานวัดศรีชุม หรือใครมีก็เอามาลงให้ผมชมบ้างนะครับ


บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 15:24

ลายตรงมุมนี้สวยถูกใจครับ มีแกะเป็นดอกไม้จำพวกนี้ประดับ ส่วนตัวยังสรุปไม่ได้ว่าจะเรียกว่าดอกอะไรดี
แต่คล้ายดอกอะไรก็เรียกแล้วกันเนอะครับ กระหนกเป็นเลขหนึ่งไทยโค้งสลับกันออกมา ว่างๆต้องเอาไปนั่งเทียบ
ดูกับลายแกะบนเสมาหินทรายแดง
ลายดอกบัวที่มีลักษณะเหมือนถูกทับให้แบน มีการออกแบบกลีบเลียนแบบของธรรมชาติให้เป็นงานสองมิติ
แล้วแบะชั้นเปลี่ยนมุมมองเป็นสามส่วน คือส่วนนอกเป็นกลีบที่บานออก ส่วนในเป็นกลีบที่หุบเข้า แต่ไม่ได้อ้างอิงตามลักษณะ
ของดอกบัวตามธรรมชาติทั้งหมด เพราะมีเส้นเกสรที่ขอบของวงนอกเพื่อเติมเต็มเส้นวง
วงกลมชั้นในสุดเลยก็ตกแต่งเป็นกลีบเล็กรอบพื่นที่ว่าง แทนตำแหน่งของเม็ดบัว เจาะรูตรงกลางด้วยเหมือนจะทำอะไรสักอย่าง
.... เป็นรูปแบบการแปลงความงามตามธรรมชาติ ให้อยู่ในงานศิลปะเพื่อนำมาใช้งาน เป็นการกระทำของช่างทั่วโลก


บันทึกการเข้า
ฉันรักบางกอก
พาลี
****
ตอบ: 334



ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 15:25

เกาะกระทู้ ^____^
บันทึกการเข้า

กนก นารี กระบี่ คชะ
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 15:31

อ้าว... สวัสดีครับ

การใช้ลวดลายประดับเรียบๆระนาบเดียว ยังไม่ซ้อนเป็นมิติออกมา คงเป็นรูปแบบที่ใช้กันทั่วไปในสมัยสุโขทัยหรืออยุธยาตอนต้น
ส่วนที่เก่ากว่านั้นผมไม่รู้ครับ ต้องตามไปดูพุกาม เขมร ชวาหรืออินเดีย คงมีประเด็นอะไรดีๆออกมาเพิ่มเติม
ลายเพดานแกะหินชนวนอีกแผ่นหนึ่ง จากพช.รามคำแหงครับ อันนี้รูปแบบสู้อันด้านบนไม่ได้ แต่ชอบลายสี่เหลี่ยมซ้อนตรงกลางครับ

เริ่มจากลายที่ขอบสี่เหลี่ยมนอกสุด ทำเป็นกลีบๆอย่างกลีบบัวต่อไปมีการทำเป็นรูปแบบอื่นๆด้วยครับ ลายที่มุมหรือค้างคาว?นั้นเป็น
แบบรูป1ใน4ของลายดอกไม้หรือร่วมแบบเดียวกับความคิดของลายประจำยาม ตรงกลางเป็นลายดอกบัวแต่คงเป็นบัวคนพันธุ์กับอันบน
ชิ้นนี้คงเป็นรูปบัวเผื่อน ..? 55




บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 18:00

เรื่องราวของระับบลายหรือวิวัฒนาการของลาย ในหนังสือกระหนกในดินแดนไทย ของอาจารย์สันติ เล็กสุขุมอธิบายไว้ครับ
หรือมีภาพให้ดูในหนังสือของอาจารย์น. ณ ปากน้ำ ที่อ้างอิงไว้ก็เพราะผมอ่านงานของอาจารย์สองท่านนี้น่ะครับ

ต่อมาเป็นลายเพดานของคูหาพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง ตัวอย่างงานชิ้นนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่มักใช้กล่าวอ้างถึง
งานในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่ง รูปแบบรวมๆยังคล้ายแบบแผนของเพดานแกะหินชนวนด้านบน
แต่มีการใส่รายละเอียดโดยการเพิ่มลายดอกลงไปในกลีบบัวแต่ละกลีบด้วย และแบบแผนดอกบัวก็ประยุกต์ให้ทิ้งห่างจากดอกบัวจริง
ไปมากกว่าเดิมเยอะขึ้น


บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 18:15

ลายค้างคาวหรือลายที่มุมฉากนั้น ทำแบบแผนลายเป็นเส้นขดอย่างกลีบดอกหรือใบไม้ เพิ่มรายละเอียดเป็นรูปเทพพนมด้านใน
แล้วแตกลายออกไปด้านข้าง (รูปแบบอย่างนี้เหมือนของพม่าก็ใช้นะครับ แต่ยังไม่แน่ใจต้องถามท่านอื่นอีกทีหนึ่ง) ลายดอกใบที่แทรกอยู่ใน
งานสลักไม้ชิ้นนี้ยังดูมีความคล้ายของธรรมชาติอยู่ แม้รูปแบบโดยรวมจะถูกปรับให้เป็นลายประดิษฐ์
ส่วนที่กลีบบัวของวงกลมใหญ่ ระหว่างกลีบแต่ละกลีบจะมีรูปดอกไม้ลักษณะคล้ายดอกจำปี?ก้านยาวๆ ลักษณะดอกแบบนี้ก็พบได้
ในลายสลักบนหินทรายด้วยเช่นกัน และคงจะมีใช้กันมานานก่อนหน้า



บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 18:23

เรื่องแบบแผนของลายที่ปรากฏในงานแต่ละงานหรือแต่ละชิ้น มีความปนเปของรูปแบบที่ช่างจะทำจะนึกทำขึ้นมาได้เอง
ลักษณะของงาน และความลงตัวของพื้นที่ มักจะผลักดันให้ช่างสร้างรูปแบบของลายออกมา ซึ่งบางที่รูปแบบนั้น
อาจได้อิทธิพลจากของเดิมที่ช่างเคยพบ งานจากอารยะธรรมอื่นๆ หรือจินตนาการที่สร้างใหม่แต่ใช้รูปแบบความคิดร่วมกับของเก่า
... ภาพนี้แสดงกลีบของวงชั้นในครับ


ว่าแต่ไม่มีใครเข้ามาช่วยเลย ให้ผมมั่วอยู่คนเดียว  T-T


บันทึกการเข้า
srisiam
สุครีพ
******
ตอบ: 857


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 18:39

กำลังตามดูเพลินๆอยู่ทีเดียว...ขอบคุณมากที่ลงภาพ CU ด้วย...ทำให้เห็นรายละเอียดของภาพ....



คุณvirain ไม่ต้องห่วงดอกครับ.....ดึกกว่านี้อีกหน่อย....มากันตรึมเลยละครับ



สังเกตุหลายครั้ง...สมาชิกชมรมเรา...เป็นประเภทนอนดึกน่ะครับ
เช้าๆจะไม่ค่อยพบ???

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
srisiam
สุครีพ
******
ตอบ: 857


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 18:42

ขอความรู้หน่อยครับ...
หินชนวนใน คห. 2 กับ คห.5 เป็นคนละสีกัน..



ไม่ทราบว่าหินชนวนที่เราใช้ในงานแกะของไทยมีกี่สีครับ?
บันทึกการเข้า
ฉันรักบางกอก
พาลี
****
ตอบ: 334



ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 18:48

อยากให้ฉันรักบางกอก มั่วละคะ ....  ยิงฟันยิ้ม

ตามอ่านอยู่นะ ลงมาเลย

เรื่องสีต่างกัน ขึ้นอยู่กับแหล่งวัตถุดิบที่ได้มาหรือป่าวคะ คิดแบบขวานผ่าซาก..
บันทึกการเข้า

กนก นารี กระบี่ คชะ
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 18:49

คงจะถามผมลึกไปนะครับ ผมเองก็ตอบไม่ได้จริงๆ คุณกุรุกุราเห็นงานลักษณะนี้มาเยอะ คงจะพอตอบได้เพราะพี่เขามีภาพอยู่หลายชิ้น
แต่ยังไงเสมาก็ใช้ถ้าสืบหาแหล่งผลิตได้ก็น่าจะตอบได้นะครับ


แวะมาดูที่คานไม้ตรงนี้บ้างครับ ผมเองไม่รู้ชื่อเรียกจริงๆของมัน จะเรียกว่าขื่อได้ไหมก็ไม่รู้ วานท่านใดรู้ชี้แจงด้วยนะครับ
ลักษณะการแกะที่คานไม้เหนือหัวเสาร่วมในนี้ เท่าที่ผมเคยพบเห็นมีอยู่ด้วยกันสองแห่ง คือที่วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง
และวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก ไม่รู้ว่ามีที่อื่นอีกหรือไม่
ข้อสังเกตที่มองเห็นอย่างหนึ่งก็คือ การวางคานไม้ลักษณะนี้ไว้บนหัวเสารูปบัวโถ ไม่ได้เสียบแทรกลงไปในบัว
คงเกิดจากการใช้รูปแบบโครงสร้างเครื่องไม้ของหลังคาไม่เหมือนกัน


บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 18:53

คิดเหมือนกันเลยพี่แพร ... แต่สีที่ว่านี้ผมไม่แน่ใจนะครับ เพราะตอนถ่ายรูปที่พช.พระนครเขาส่องไปโทนสีเหลือง
ส่วนที่พช.รามคำแหงเขาไม่ส่องไฟ บางทีอาจเกิดจากสภาพภายนอก??

ลายที่แกะชุดนี้ผมเคยลงไปแล้วในกระทู้ ศิลปะในหัวเมืองเหนือของกรุงศรีอยุธยา ยังไงกระทู้นี้ก็ขอลงไว้พอเป็นตัวอย่างนะครับ


บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 18:56

และภาพนี้เป็นของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุพิษณุโลกครับ ลักษณะคล้ายๆกันเพียงแต่เหมือนว่าจะแกะประณีตกว่า


บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง