เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 11
  พิมพ์  
อ่าน: 107082 บ้านโบราณ
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 23 ส.ค. 10, 16:51

บ้านเจ้าพระยายมราชที่ปัจจุบันเป็นดุสิตธานี เป็นตึกสีแดง ๆ ที่มาของคำว่า แยกศาลาแดง
เคยไปงานรดน้ำแต่งงานคุณอาที่นั่นตอนเด็ก ๆ ค่ะ ดูเหมือนจะเป็นสมาคมศิษย์เก่านักเรียนอังกฤษ

ไม่นึกว่า ท่านยังมีบ้านเหลือให้เห็นที่สุพรรณอีกนะคะ ท่านเป็นคนดีมาก ที่ไม่โกงกินชาติเลย
บ้านปลายก็ต้องขายทรัพย์สินใช้หนี้กัน จึงได้สร้างดุสิตธานีขึ้น




คุณประสงค์ สุขุม หลานปู่ของท่านเจ้าพระยายมราช ได้เขียนไว้ในหนังสือ "จากยมราชถึงสุขุมวิท เหตุการณ์ใน ๔ รัชกาล" ของท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า

เป็นเรื่องรีบด่วนมาก รัชกาลที่ ๖ ทรงรับข่าวจากการสืบราชการมาว่า อังกฤษจะมาขอสัมปทานเหมืองแร่ในดินแดนภาคใต้ต่อขึ้นมาจาก ๔ จังหวัดที่ยึดไปแล้ว (กลันตัน ตรังกานู ปะลิส ไทรบุรี ปีนัง) แล้วจะถือโอกาสยึดครองดินแดนภาคใต้ต่อขึ้นมาอีก  โดยเฉพาะจะมาขอสัมปทานเหมืองแร่ใน จ.สุราษฎร์ธานี  จึงได้มีพระราชกระแสรับสั่งให้เจ้าพระยายมราชเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ แล้วให้ไปทำเหมืองแร่ดักไว้ที่สุราษฎร์ โดยมีรับสั่งว่า

"ครูไปทำเหมืองแร่ดักไว้ที่สุราษฎร์ก่อน ฉันจะได้ใช้เป็นข้ออ้างที่จะไม่ให้สัมปทานเหมืองแร่แก่บริษัทอังกฤษ"

"ข้าพระพุทธเจ้าฯ พร้อมที่จะไปทำเหมืองดักไว้ทันที แต่ข้าพระพุทธเจ้าฯ ไม่มีเงินพอที่จะไปลงทุน เพราะจะต้องสร้างทางรถไฟเข้าในเขตเหมืองก่อน"

"ครูเอาเงินที่พระคลังข้างที่ไปก่อน เพราะงานนี้ต้องรีบทำ"

เจ้าพระยายมราชจึงได้ไปเซ็นยืมเงินจากพระคลังข้างที่มาสร้างทางรถไฟเข้าเหมือง และซื้อเครื่องจักรทำเหมืองมามอบให้ลูกชายคนโตที่มีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาสุขุมนัยวินิตไปบุกเบิกงานทันที

เมื่อได้ลงทุนไปแล้ว พอดีพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต  "เหมืองแร่รักษาดินแดน" ตามพระราชกระแสไม่มีรายได้ และไม่มีเงินจะลงทุนต่อไป

เจ้าพระยายมราชจึงต้องล้มเลิกโครงการและนำเงินส่วนตัวไปใช้หนี้พระคลังข้างที่เป็นจำนวนมาก

ทำให้ต้องมอบ "บ้านศาลาแดง"  ที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ ๕  และหุ้นส่วนบริษัทปูนซิเมนต์ไทยส่วนใหญ่ให้แก่พระคลังข้างที่  เพื่อเป็นการใช้หนี้ด้วย

แต่การลงทุนทำเหมืองแร่ดักไว้ในครั้งนั้น  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงใช้เป็นข้ออ้างที่จะไม่ทรงอนุญาตให้สัมปทานแก่บริษัทอังกฤษในสุราษฎร์  เพื่อเป็นการป้องกันการใช้อำนาจยึดดินแดนของไทยต่อขึ้นมาจากที่ได้ยึดไปแล้ว  เพราะได้เคยมีตัวอย่างมาแต่เดิมว่าเมื่อบริษัทอังกฤษเข้าทำเหมืองแร่หรือทำธุรกิจที่ต้องลงทุนสูงแล้ว  ต่อมาสักระยะหนึ่งก็จะอ้างว่าไม่ได้รับความสะดวก  และจะถือโอกาสขอให้รัฐบาลของเขาส่งทหารมาจากอินเดียเข้ายึดพื้นที่ของประเทศในแถบนั้นไปเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ

 ยิงฟันยิ้ม




บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 23 ส.ค. 10, 16:58

วังถนนวิทยุอยู่ห่างจากถนนเข้าไปพอประมาณค่ะ

อยู่ฝั่งเดียวกับสถานทูตเก่า



       ถนนวิทยุ...เอ่อ....อ่า...มีคนประสบอุบัติเหตุมากและบ่อยค่ะ เพราะถนนลื่น ประมาณว่าจากน้ำที่ไหลจากต้นจามจุรี

อีกเหตุหนึ่งคือการแบ่งแยกถนนตรงเส้นกลางไม่ชัดเจนค่ะ

สมัยหนึ่งมีหน่วยงานเรฟฟูจีอยู่ใกล้ ๆ กัน   เจ้าหน้าที่ต้องเดินมาที่ตัวสถานทูตเก่า   บางครั้งก็วิ่งเข้ามาในตัวตึกแบบหน้าตาตื่น

มีเลือดติดตามตัว      เพราะเข้าไปปฐมพยาบาลเด็กถูกรถชน          ถามว่าทำไมต้องเข้าช่วยเพราะเป็นถนนใหญ่  ประเดี๋ยวก็จะไปโรงพยาบาลได้แล้ว

เธอบอกว่า  บิดาของเด็กร้องสุดเสียงว่าช่วยลูกผมด้วย ....


       คนที่ทำงานกงศุลก็จะมาเล่าว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนทางม้าลายเป็นประจำ       หลายรายมีข่าวอาการตามมาเรื่อยๆว่าเป็นอย่างไร  สถานทูตมีหน่วยแพทย์อยู่แถวนั้นพอดี

จึงทำหน้าที่ตามข่าว

       ตึกเล็กๆด้านหลังที่เมื่อสี่สิบปีกว่าก่อน  เคยเป็นแผนกบุคคลซ้ายมือ  และแผนกบัญชีขวามือ     มีผู้ปรารถนาดีเล่าว่ามาจัดถุงดำใส่ศพทหารจากเวียดนามกัน


       ท่านหญิงวิภาวดีเคยเสด็จลำลองเข้ามาหาเพื่อนของพระธิดาที่ทำงานที่กงศุล   ประสงค์จะตามหาหนังสือพิมพ์ไทม์ฉบับที่เมืองไทยห้ามนำเข้า    

เลี้ยวออกทะเลไปเลยวันดี  ขออำไพ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 23 ส.ค. 10, 17:11



คุณร่วมฤดีเล่าเรื่องบ้านป๋าหยิบ ทีซิคะ  ที่เลยไปเกือบถึงโรงพัก          ท่านปล่อยโทรมมานานแสนนานแล้ว

ตัวบ้านตั้งเฉียงๆกับถนน


       สมัยก่อนนั่งรถผ่านจะดูเสาหินอ่อนต้นสูงเสมอเพราะสมัยเครื่องของกองทัพอากาศไปตกที่ไทเป หรือฮ่องกง

ข่าวหนังสือพิมพ์ลงว่าไปขนหินอ่อนเข้ามา





บันทึกการเข้า
kui045
มัจฉานุ
**
ตอบ: 84


ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 23 ส.ค. 10, 18:26

ไม่ได้เข้ามาอ่านไม่กี่วัน
กระทู้ไปเร็วจัง


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 23 ส.ค. 10, 18:40

ขอประทานโทษที่จะนอกเรื่องนิดนึงครับ

ผมเคยได้อ่านมาว่า บ้านอุปทูตอเมริกันที่อยู่ติดกับด้านหนึ่งของซอยมหาดเล็กหลวง3 ถนนราชดำริ  แต่เดิมนั้นเช่าสำนักงานพระคลังข้างที่อยู่ พอถึงสมัยหลังสงคราม อุปทูตอเมริกันมาหานายกรัฐมนตรีไทย บอกว่าอยากให้ช่วยเจรจากับเจ้าของที่ให้รัฐบาลอเมริกันซื้อที่ตรงนั้นเป็นสิทธิ์ขาด นายกรัฐมนตรีไทยก็จัดการให้ได้ตามประสงค์

ผมนึกไม่ออกว่าอยู่ในหนังสือเชิงประวัติบอกเล่าของนายกรัฐมนตรีม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมชหรือท่านใด ใครนึกออก หรือมีเบาะแสว่าผมจะหาเอกสารมาในเรื่องนี้ได้ที่ไหน กรุณาสงเคราะห์ด้วยครับ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 23 ส.ค. 10, 18:52

ตรงนี้นะครับ ไม่ใช่ที่ถนนวิทยุ

เอ้อ...แล้วแหม่มศรีที่คุณร่วมฤดีเล่า คนเดียวกับที่เป็นเมียมิสเตอร์จอนในเพลงที่ร้องกันตอนเด็กๆหรือเปล่าครับ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 23 ส.ค. 10, 19:37

อ้างถึง
บ้านปากซอยร่วมฤดีเข้าทางวิทยุซ้ายมือ  ที่มีเสาหินอ่อนสูงสง่า   และศาลพระภูมิปลูกเป็นตัวตึกย่อส่วนมีเสาหินอ่อนด้วย

นี่คือบ้านคุณจุลินทร์ ล่ำซำค่ะ

วังวิทยุ ของ ม.จ.ปิยะรังสิต ยังอยู่ค่ะ ข้าง ๆ ร.ร. Plaza Attinee

เห็นบ้านนี้มาตั้งแต่เด็ก  เรียกว่า "ปราสาทอาละดิน" เพราะช่างเหมือนรูปปราสาทอาละดินในหนังสือนิทานที่อ่านตอนเล็กๆ     ทราบว่าเป็นบ้านของพวกล่ำซำ   เพราะมีเพื่อนร่วมชั้นเรียนคนหนึ่งเป็นหลานของเจ้าของบ้านนี้ค่ะ  
บ้านคุณหยิบ ณ นคร  คือบ้านพิชเยนทรโยธินใช่ไหมคะ?

อ้างถึง
เอ้อ...แล้วแหม่มศรีที่คุณร่วมฤดีเล่า คนเดียวกับที่เป็นเมียมิสเตอร์จอนในเพลงที่ร้องกันตอนเด็กๆหรือเปล่าครับ

คงจะเป็นแหม่มศรี ที่กินอาหารเสาะท้องเข้าไป  ยิ้มเท่ห์
แม่เรียกว่า มิส-ยอน ค่ะ   บอกว่าสมัยโน้น คำว่ามิสเตอร์ย่อคงเหลือ มิส คำเดียว     คำที่สะกดด้วย J  คนเมื่อ ๑๐๐ ปีก่อน ออกเสียงเป็น ย   ไม่ใช่ จ
แหม่มศรี แกคงเป็นแหม่มกะปิ    เป็นสาวไทยที่ไปแต่งงานกับฝรั่งละมั้ง?
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 23 ส.ค. 10, 19:41

บ้านหลังที่คุณ kui045 นำมาลงใน #63  สวยมาก     ยังเหลืออยู่จนทุกวันนี้หรือเปล่าคะนี่
เมื่อวันศุกร์ ผ่านยมราชไปตามถนนเพชรบุรี   บ้านโบราณตรงใกล้หัวมุมถนนก่อนทางเลี้ยวไปเจริญผล ยังอยู่    ต้นไม้ขึ้นรกทึบไปหมด แต่ยังดูออกว่าใหญ่และสง่างามมาก  ถ่ายรูปไม่ทันสักที
คุณ natadol และคุณศรีสยามคงนึกออกนะคะ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 24 ส.ค. 10, 09:07

เอ้อ...แล้วแหม่มศรีที่คุณร่วมฤดีเล่า คนเดียวกับที่เป็นเมียมิสเตอร์จอนในเพลงที่ร้องกันตอนเด็กๆหรือเปล่าครับ

เขาร้องกันว่าอย่างไร

 ฮืม
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 24 ส.ค. 10, 09:26





 แหม่มจ้ะ   นายห้างไม่อยู่  ฉันยังอยู่อะไรทำนองนี้ล่ะค่า

เป็นการเสนอหน้าไปปลอบใจ


หาฉบับเต็มเจอจะนำมาฝากวันหน้านะคะ
บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 24 ส.ค. 10, 11:35

กระทู้ไปเร็วเหลือเกิน ดิฉันตามไม่ค่อยจะทัน

บ้านที่ตั้งเฉียงๆ กับถนนวิทยุนั้น เพิ่งจะทราบชื่อเจ้าของบ้านวันนี้เอง สมัยเด็ก ถามใคร ๆ ก็หลอกว่า บ้านผีสิง ยังทันเห็นคนอาศัยอยู่ในนั้นเลยค่ะ แต่ก็ทิ้งร้างนานมาก อยากให้ใครมาซื้ออนุรัีกษ์ไว้หรือ ซ่อมดัดแปลงเป็น Lobby โรงแรมได้จะดีมาก เพราะที่ดินรอบ ๆ ใหญ่โตมาก  แต่ก็ฝันสลาย

เรื่องชื่อ สามีแหม่มศรีนี่ ต้องไปค้นก่อนค่ะ จำได้ว่าเคยอ่านพบที่ใดที่หนึ่ง ไม่แน่ใจว่า จาก "ชีวิตเหมือนฝัน" ของหม่อมมณี หรือ จาก หนังสือของมิชชั่นนารี

แต่ไม่เคยได้ยินเพลงล้อเลียนแหม่มศรี กับมิสเตอร์ยอนมาก่อนค่ะ หลุดไปได้อย่างไรไม่ทราบ ดีใจที่มีคนเล่าให้ฟังวันนี้ค่ะ

ที่จริง ปากซอยร่วมฤดี หัวมุมด้านตรงข้ามบ้านคุณจุรินทร์ สมัยก่อน เป็นบ้านไม้ทรงเดียวกับบ้านพักทูตอเมริกันนะคะ  มีต้นสนปลูกร่มรื่นมาก และ เป็นโรงเรียน มีแต่เด็กฝรั่งใส่ชุดกระโปรงมีเอี๊ยม เป็นผ้าลายตาตะราง สีฟ้าอ่อน ๆ จำชื่อโรงเรียนไม่ได้ ไม่ทราบว่า จะตรงกับที่อาจารย์เทาชมพูเรียกว่า โรงเรียน แพลต หรือไม่

ต่อมาก็ปิดกิจการลง เหลือแต่ โรงเรียนร่วมฤดีนานาชาติที่หลังโบสถ์มหาไถ่ค่ะ

เรื่องถนนวิทยุลื่นนี่ คงเกิดจากฝักต้นก้ามปูที่ร่วงลงมาผสมกับน้ำฝนค่ะ แต่สมัยเด็กเราไม่ค่อยกลัวอันตราย ความร่มรื่่นชักชวนให้เด็ก ๆ ขี่จักรยานเล่นตัวไม่ดำค่ะ และ คลองริมถนน มีสาหร่ายสวย ๆ เอามาเลี้ยงปลาได้

เรามีนมสดกินจากแขกที่เลี้ยงวัวแถวทุ่งมหาเมฆ ถีบจีกรยานมาขายให้ที่บ้าน ก่อนจะมี Foremost ขาย แต่ปูสั่งเลิก เพราะพบว่า แขกเอาถังนมไปล้างในคลองริมถนนวิทยุ

บันทึกการเข้า
djkob
อสุรผัด
*
ตอบ: 34


ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 24 ส.ค. 10, 12:18

กราบขอบพระคุณอีกครั้งสำหรับทุกท่านที่เข้ามาตอบกระทู้ค่ะ

วังของ มจ.หญิง วิภาวดี รังสิต  ปัจจุบัน อยู่ข้าง ๆ ตึกออลซีซั่นส์ เพลส และ รร.คอนราด ค่ะ

อยู่ใกล้ที่ทำงาน ยืนมองทุกวันด้วยความภาคภูมิใจค่ะ  ทราบมาว่าทายาทผู้ครอบครอง จะเปิดให้เข้าชมเมื่อพร้อมค่ะ

เวลามีแขกมาที่ออฟฟิต กบมักจะชี้ให้ดู เพื่อให้ทราบว่ายังมีของดีแอบอยู่กลางกรุงค่ะ

รอฟังเพลงอยู่นะคะ

ด้วยความเคารพ  ยิ้ม
บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 24 ส.ค. 10, 13:19

ภาพทางเข้าวังวิทยุค่ะ สมัยก่อนมีสะพานข้ามคลองเลียบถนนวิทยุด้วย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 24 ส.ค. 10, 13:21


อ้างถึง
เพ็ญชมพู

อ้างถึง
อ้างจาก: NAVARAT.C ที่  23 ส.ค. 10, 18:52
เอ้อ...แล้วแหม่มศรีที่คุณร่วมฤดีเล่า คนเดียวกับที่เป็นเมียมิสเตอร์จอนในเพลงที่ร้องกันตอนเด็กๆหรือเปล่าครับ

เขาร้องกันว่าอย่างไร



อ้างถึง
แหม่มจ้ะ   นายห้างไม่อยู่  ฉันยังอยู่อะไรทำนองนี้ล่ะค่า

เป็นการเสนอหน้าไปปลอบใจ

หาฉบับเต็มเจอจะนำมาฝากวันหน้านะคะ


เพลงแหม่มศรีของผมที่ร้องหมู่กันตอนเด็กๆลับหลังครูนั้น เป็นคนละเพลงกับของคุณวันดี  
มีคนใส่เนื้อร้องจากทำนองเพลงมาร์ชง่ายๆฝรั่งแต่งไว้ ชื่อเดิมชื่ออะไรไม่แจ้ง แต่ง่ายจนวงดนตรีเด็กเล็กพึงจะเล่นได้ ผมคงเขียนเนื้อประกอบโน๊ตไม่เป็น แต่จะสะกดตามสำเนียงจริงๆ
ถ้าท่านอ่านออกเสียงดังๆตามที่ผมเขียน ก็พอจะเป็นทำนองครับ


แมมซี้  แมมซี้  เปนเมี่ย มิด_เต่อ จอน

แมมซี้  แมมซี้  เปนเมี่ย มิด_เต่อ จอน

….ราดร่ดที นอน  มิดเตอจอนไลเตะตกเตียง
นางเซียใจไปนังรองให่อยู่ใต่ทุ่นเตียง


(จุดจุดจุด คือกิริยาที่เป็นผลจากการกินอาหารเสาะท้องเข้าไปดังท่านอาจารย์เทาชมพูใบ้ไว้)
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 24 ส.ค. 10, 13:36


ม่ายช่ายจ้า ....

เพลงของดิฉันเหมือนเพลงมิซซาหลุย(หลุยส์  ลีโอโนเวนส์)  ที่มีฮาเร็ม

เฮ่อ!   แบบหมาวัดที่เล็งให้ดอกฟ้าโน้มกิ่ง  ประมาณ ทาสเทวี  ไงคะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 11
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 19 คำสั่ง