เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 11
  พิมพ์  
อ่าน: 107766 บ้านโบราณ
prickly heat
อสุรผัด
*
ตอบ: 22


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 18 ส.ค. 10, 00:02

นอกจากความสงสัยเช่นเดียวกับคุณเจ้าของกระทู้แล้ว....

ในความเห็นของท่านอาจารย์เทาชมพูที่13นั่นบ้านใครกันล่ะครับนั่น.....แค่เห็นก็สยองขวัญพิลึกครับ.... ลังเล
บันทึกการเข้า
srisiam
สุครีพ
******
ตอบ: 857


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 18 ส.ค. 10, 00:28

อาจารย์เทาชมพูคงกำลังหลับและฝันถึงบ้านหลังนี้อยู่แน่ๆ.......เพราะสิ้นห่วงเรื่องสะพานเหล็กสะพานคอนกรีตแล้ว...



บ้านนี้สงสัยเป็นบ้านคุณหลวง....ในเรื่อง  -จัน ดารา-   ของ อุษณา เพลิงธรรม มากกว่า?

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 18 ส.ค. 10, 07:02

บ้านตรงข้ามโรงแรมพลาซ่าแอทธินีนั้น  ถ้าเป็นหลังที่เป็นสถานทูตเนเธอแลนด์ในปัจจุบันนั้น  เดิมเคยเป็นวังพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดชครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30718

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 18 ส.ค. 10, 08:52

นอกจากความสงสัยเช่นเดียวกับคุณเจ้าของกระทู้แล้ว....
ในความเห็นของท่านอาจารย์เทาชมพูที่13นั่นบ้านใครกันล่ะครับนั่น.....แค่เห็นก็สยองขวัญพิลึกครับ.... ลังเล

ชื่อ บ้านเขียว  เป็นบ้านขุนพิทักษ์บริหาร (พึ่ง มิลินทวนิช) นายอำเภอผักไห่  จ.พระนครศรีอยุธยา ค่ะ
บ้านของขุนพิทักษ์บริหารเป็นบ้านโบราณสมัยรัชกาลที่ 5 อายุเกินกว่า 100 ปี สถาปัตยกรรมเป็นบ้านไทยที่ได้รับอิทธิพลทางตะวันตก ซึ่งน่าสนใจมาก  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย (ด้านหลังติดกับถนนในหมู่บ้าน ) หมู่ที่ 2 ตำบลอมฤตอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (เดินทางจากตัวอำเภอผักไห่ไปทางทิศเหนือตามถนนลาดยาง เพียง 3 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าไปในบริเวณวัดอมฤต แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านโรงสีเข้าไป)

บริเวณที่ตั้งมีเนื้อที่ทั้งหมด 1 ไร่ 72ตารางวา ด้านหลังบ้านที่ติดกับถนนปักป้ายประกาศว่าเป็นที่ดินราชพัสดุของ กรมธนารักษ์ ลักษณะบ้านเป็นบ้านทรงปั้นหยาสองชั้นยกพื้นสูง ปลูกสร้างด้วยไม้สัก (บางส่วนเป็นตึก) ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า”บ้านเขียว” (เพราะเดิมทาสีเขียวเนื่องจากขุนพิทักษ์เกิดวันพุธ) หลังคามุงกระเบื้องสีน้ำตาลเข้มสภาพภายใน ยังแข็งแรงแต่สภาพภายนอกทรุดโทรม
ประตูหน้าต่างมีลวดลายแกะสลักอย่างประณีตบรรจง พื้นเป็นกระดานไม้สักแผ่นใหญ่ ชั้นล่างมีห้องโถงใหญ่1 ห้อง (มีตู้ไม้สัก 3 หลัง) ห้องเล็ก 2 ห้อง (ในห้องเล็กใกล้ระเบียงหลังบ้าน มีตู้เหล็กนิรภัย สูงถึง 1 เมตร ปิดล็อกไว้) และห้องใต้บันไดอีก 1 ห้อง ส่วนชั้นบนมีห้องโถง 1 ห้อง ห้องเล็ก 3 ห้อง และห้องซอยด้านหลังอีก 1 ห้อง ในห้องเล็กที่ใกล้กับทางลงมีห้องแยกออกไปอีก เป็นห้องที่ใช้ประตูเดียวกับห้องแรก ภายในห้องแยกมีห่วงเหล็กเส้นผ่าศูนย์กลางเหล็ก 1 นิ้วตรึงอยู่กับพื้นมุมห้อง ใช้สำหรับล็อกโซ่ล่ามกำปั่นสมบัติ (ปัจจุบันยังสามารถหาดูห่วงเหล็กลักษณะนี้ได้ในเรือนเก่าหลังอื่น ๆ เช่นเรือนหลังกลางของนายแป้น สุดสนอง เลขที่ 23 หมู่ที่ 5 ตำบลผักไห่ อำเภอผักไห่) หน้าต่างและประตูใช้กลอนไม้แบบโบราณ
ด้านหน้ามีสะพานไม้เชื่อมไปที่ศาลาใหญ่ริมแม่น้ำ และเรือนพักคนรับใช้หลังเล็ก (นายฟื้น ผู้ดูแลบ้านคนสุดท้ายมีอาชีพทำขนมจีนขาย ได้เสียชีวิตที่เรือนหลังเล็กนี้ หลังจากนายฟื้นเสียชีวิต นางวาสน์ซึ่งเป็นภรรยานายฟื้นและเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต ได้ย้ายไปอยู่บ้านพักคนชรา และไม่มีใครพบอีกเลย ส่วนเรือนหลังใหญ่ไม่ปรากฏว่า เคยมีผู้เสียชีวิตในเรือน แม้แต่ขุนพิทักษ์ฯเมื่อชราภาพใกล้สิ้นอายุขัย ได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯระยะหนึ่ง จึงเดินทางกลับบ้านทางเรือ และสิ้นชีวิตในเรือระหว่างเดินทาง)
--------------------------------------------------------------------------------
หลังจากขุนพิทักษ์ฯสิ้นชีวิตแล้ว ลูกหลานย้ายไปอยู่ภูมิลำเนาอื่น ส่วนใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ   แม่จ่างภรรยาท่านขุนจึงได้ยกบ้านให้หลวง เป็นที่ราชพัสดุกรมธนารักษ์ เมื่อ พ.ศ.2505 โดยกระทรวงมหาดไทย ได้มอบเข็มชั้นเครื่องหมายทองประดับเพชรให้กับนางจ่างด้วย


http://phakhai.ayutthaya.police.go.th/about-phakhai/phakhai-green-home/
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30718

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 18 ส.ค. 10, 09:00

เกร็ดประวัติศาสตร์ตอนนี้  ฝากให้คุณนวรัตน  

ขุนพิทักษ์เป็นคนใหญ่โตในท้องถิ่น  ในงานวันเกิดของคุณนายจ่าง ภรรยาขุนพิทักษ์ ท่านผู้หญิงละเอียด ภรรยาของท่านจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม เดินทางมาร่วมงานทุกปี    ในเว็บไม่ได้บอกว่าคุณนายจ่างนามสกุลอะไร เลยไม่ทราบว่าเป็นญาติท่านผู้หญิงละเอียดหรือไม่    แต่ถ้าระดับภรรยานายกฯ เดินทางมาร่วมอวยพรวันเกิดก็ต้องถือว่าเคารพนับถือกันเป็นพิเศษ

ส่วนตรงนี้  ฝากผู้สนใจประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลที่  5  ทุกท่าน

ดร.ดนัย มิลินทวนิชซึ่งมีศักดิ์เป็นเหลนของขุนพิทักษ์ เล่าว่ามีบันทึกในพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในการเสด็จประพาสต้น  ลำน้ำคลองมะขามเฒ่าได้กล่าวถึงช่วงหนึ่งว่า พระองค์ทรงเสด็จประพาสมาตามลำแม่น้ำน้อยนี้ และได้ทรงประทับที่บ้านของนางจ่าง มิลินทวนิช ซึ่งก็คือภรรยาของขุนพิทักษ์ฯ
นายชัยกร นิยมไกร ชาวบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านขุนพิทักษ์ฯ กล่าวว่าบิดาของตนเคยเล่าให้ฟังว่าขุนพิทักษ์เป็นคนยิ่งใหญ่พอสมควร สมัยที่ขุนพิทักษ์ฯมีชีวิตอยู่ ได้จัดทอดกฐินและแข่งเรืออย่างใหญ่โตทุกปี ในวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 12 (วันงานไหว้วัดอมฤต)

และท้ายสุด  ฝากคุณนวรัตน์  คุณ prickly heat และคุณศรีสยาม   เผื่อท่านทั้งสามนัดหมายชวนกันไปเยี่ยมเรือนท่านขุน  ได้ความว่ายังไงไม่ต้องกลับมาเล่าก็ได้นะคะ 

ที่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์และรายการมิติลี้ลับทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ออกข่าวว่าบ้านหลังนี้มีวิญญาณ มีภูติผีปีศาจ นั้น ผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับญาติพี่น้องขุนพิทักษ์ฯไม่เชื่อว่าบ้านหลังนี้ จะมีภูติผีปีศาจ เพราะไม่ปรากฏว่าเคยมีผู้เสียชีวิตในเรือนท่านขุน และท่านขุนเป็นคนใจดี ไม่มีศัตรู ทอดกฐินทุกปี ทำประโยชน์เอาไว้มาก
บันทึกการเข้า
djkob
อสุรผัด
*
ตอบ: 34


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 18 ส.ค. 10, 10:43

ขอบพระคุณ อาจารย์เทาชมพู (ขอเรียกอาจารย์นะคะ) นับถือจริง ๆ ได้ความรู้มากจริง ๆ ค่ะ

โดยส่วนตัวชอบบ้านเก่า ๆ เพราะน่าจะมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจน่าศึกษา แต่เห็นแล้วก็รู้สึกเสียดายเป็นอย่่างมาก
น่าจะมีการบูรณะให้ดีขึ้น เพื่อที่คุณนวรัตน จะได้เห็นแล้วไม่ต้องเพ่น

ทุกวันนี้ใช้บริการรถไฟ้ฟ้าบ่อย ๆ มองหาบ้านคุณหญิงมณี  แต่มองไม่เห็นเลยค่ะ

ถ้ามีท่านใดเคยเห็นช่วยบอกพิกัดให้ด้วยนะคะ  จะได้เล็งได้ถูกค่ะ

ยังรอคำตอบอยู่นะคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30718

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 18 ส.ค. 10, 11:04

จำได้ว่าในอดีต บ้านคุณหญิงมณี สิริวรสาร เป็นตึกแบบยุโรปสีเหลืองอ่อนมีหน้าต่างกระจก  อยู่ติดกับรั้วโรงเรียนมาแตร์ ลึกเข้าไปจากถนนใหญ่
ปัจจุบันคงอยู่ติดอาคารมณียาเซนเตอร์ ค่ะ
บันทึกการเข้า
srisiam
สุครีพ
******
ตอบ: 857


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 18 ส.ค. 10, 11:15

พวกเราสามคนยินดีรับคำเชิญไปชมบ้านเก่าผักไห่...(ตอบแทนอีกสองท่านเลย)


มีข้อแม้.....อาจารย์เทาชมพูต้องเดินนำหน้า-ในฐานะไกด์
เวลาที่สมควรไป....ต้องตีสามครับผม



 ตกใจ ตกใจ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30718

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 18 ส.ค. 10, 11:32

ดิฉันจะรออยู่ปากทางนะคะ ในรถติดเครื่องยนต์ไว้พร้อม ยิงฟันยิ้ม
ถ้าหายเข้าไปนานผิดสังเกต  ก็ขอขมาลาโทษไว้ล่วงหน้า ที่จะไม่ไปตาม
บันทึกการเข้า
prickly heat
อสุรผัด
*
ตอบ: 22


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 18 ส.ค. 10, 11:47

หากอย่างนั้นผมก็คงต้องพึ่งหลวงพ่อโกยล่ะครับอาจารย์ ร้องไห้

ว่าแต่ว่าเจ้าของบ้านท่านยกให้หลวงแล้ว.....ทางราชการไม่คิดที่จะดูแลหรือปรับปรุงอะไรบ้างเลยหรือครับ.....

คือส่วนตัวกระผมเป็นคนหลงไหลในเรือนปั้นหยา....พอเห็นบ้านสวยๆแต่ทรุดโทรมแบบนี้ก็ให้นึกเสียดายน่ะครับ....
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30718

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 18 ส.ค. 10, 12:21

ถึงว่าเถอะ  กำลังเสียดายแทนว่าเจ้าของยกให้มหาดไทย  น่ากลัวว่ากระทรวงจะเจียดงบมาให้ไม่ได้เพราะไม่อยู่ในโครงการหรืออะไรก็ตาม
ก็ทำได้เพียงรักษาบ้านไว้ไม่ให้ใครเข้าไปอยู่  รักษาที่ดินไว้ไม่ให้ใครไปรุกที่    นอกจากนั้นคงปล่อยให้เทวดาท่านดูแลไปตามยะถากรรม  ถูกฝนเข้าอีกไม่กี่ปีก็คงพังทลายไปเอง
ถ้าหากว่าอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน  น่าจะมีงบบูรณะนะคะ 
แต่ก็อย่างว่าละ  งบของราชการมีมากก็จริง แต่มักจะไปลงที่โปรเจคยักษ์ๆกันหมด 

บ้านนี้ดิฉันว่าถ้าซ่อมให้อยู่ในสภาพดี  เปิดให้เข้าชมได้เหมือนบ้านโบราณที่ตลาดร้อยปีสามชุก   ใช้เงินไม่เกิน 20 ล้านน่าจะเอาไว้อยู่
บันทึกการเข้า
mgdogall
อสุรผัด
*
ตอบ: 2


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 18 ส.ค. 10, 16:01

ขออนุญาตเข้ามาอ่านด้วยคนนะคะ เป็นสมาชิกใหม่  แต่แอบอ่านมาหลายปีแล้วค่ะ

ตามอ่านเรื่องบ้านโบราณมาสักพัก ไม่ว่าจะในเรือนไทย หรือ ว่าที่เวปอื่น ๆ ที่เขียนถึงบ้านเก่า ๆ แต่ไม่เคยมีใครพูดถึงบ้านหลังนี้เลย 
มีใครขับรถข้ามสะพานสาธรจากฝั่งธนบุรี มายังฝั่งพระนคร บ้างไหมคะ แล้วสังเกตทางซ้ายมือเชิงสะพาน จะเห็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ มีบันไดอยู่ติดกับตัวบ้าน
แต่ว่ามีทั้งสองด้าน เป็นบ้านโบราณทีเดียวแหละค่ะ อย่างน้อยที่สุดก็เท่าอายุ 50 ปีของคนเขียน แต่มั่นใจนะคะ ว่าเก่ากว่านั้น เพราะดูจากลักษณะบ้าน หน้าต่างยังเป็นบานเกล็ดไม้ ถ้าซ่อมได้ จะสวยทีเีดียวค่ะ แต่เดิม อยู่ติดกับภัตตาคารเป็ดย่างแสนยอด แต่ไฟไหม้ภัตตาคารไปหมดแล้ว ตอนนี้ข้าง ๆ บ้านก็เลยเป็นที่รกร้าง
ไม่ทราบมีท่านใด พอจะนึกออกบ้างไหมคะ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30718

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 18 ส.ค. 10, 16:20

นึกออกค่ะ เคยพูดกันในเรือนไทยแต่จำกระทู้ไม่ได้แล้ว   จำได้ว่าเป็นบ้านของพวกสารสิน ค่ะ
บันทึกการเข้า
mgdogall
อสุรผัด
*
ตอบ: 2


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 18 ส.ค. 10, 16:27

ขอบพระคุณอาจารย์นะคะที่เ่ข้ามาตอบให้ น่าเสียดายความสวยของบ้านนะคะ เห็นอยู่บ่อย ๆ รู้สึกว่าบ้านเก่าลงทุกวัน ๆ ถ้ามีใครไปซ่อม จะสวย น่าอยู่มาก เวลานั่งรถผ่าน เคยนึกว่า ถ้ามีผู้หญิงสักคน ใส่เสื้อผ้าลูกไม้สวย ๆ ผลักบานหน้าต่างออกมา แล้วส่งยิ้มให้เราที่นั่งอยู่ในรถ ก็จะไม่แปลกใจเลยสักนิด (ไม่วิ่งหนีด้วย เนื่องจากรถติด)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30718

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 18 ส.ค. 10, 16:57

ดูสภาพแล้วบ้านนั้นน่าจะมีคนอยู่นะคะ  ไม่ได้ปิดร้างไว้  แต่การซ่อมเพื่ออยู่อาศัยน่าจะต้องใช้เงินหลายล้านมากค่ะ อาจไม่คุ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 11
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.047 วินาที กับ 19 คำสั่ง