เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 20 21 [22] 23 24 ... 27
  พิมพ์  
อ่าน: 118820 จอมพลป.2 ไม่ผ่านขึ้นป.3
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10843


ความคิดเห็นที่ 315  เมื่อ 24 ส.ค. 10, 17:02

รัฐบาลประเทศไหนๆก็ไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้นแหละครับ รัฐบาลที่ดีก็ต้องมองประโยชน์ของประเทศตนก่อนประโยชน์ของประเทศอื่น
นโยบายต่างประเทศสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา จากมิตรเป็นศัตรู จากศัตรูเป็นมิตร ถ้าประดักประเดิดนักก็เปลี่ยนตัวรัฐมนตรี เอาคนใหม่มาว่านโยบายใหม่

เวลาอเมริกาชวนบริวารไปรบกับคอมมิวนิสต์ บางประเทศไม่ได้อยากจะเอาด้วยเท่าไหร่หรอก กลัวๆกล้าๆเกรงจีนหันมาเตะเอาเพราะอยู่ในรัศมีเท้าพญามังกร แต่พอหลวมตัวไปล่มหัวจมท้ายกับอเมริกันเต็มที่ อ้าวนิกสันเล่นส่งฟอเรส กั้มม์ไปตีปิงปองกับเขาเสียแล้ว ไทยเองจึงต้องเรียกทัพนักกิฬาปิงปองที่เมื่อก่อนไม่ค่อยมีใครสนใจ ไปเข้าค่ายซ้อมอัดฉีดกันใหญ่ รอเวลาจีนเรียกไปจะได้ตีโต้กับเขาได้หลายป๊อกแป๊กหน่อย

เขมรกับไทย เดี๋ยวรักเดี๋ยวคืนดีกัน ประชาชนไม่ต้องไปอินกับมันมากหรอกครับ เดี๋ยวนักการเมืองเขาคุยเรื่องผลประโยชน์กันลงตัว การเมืองก็จะลงตัวด้วยไม่มีใครอยากรบกับใครหรอก มันเรื่องผลประโยชน์ทั้งนั้นแหละครับ เพียงแต่ว่าให้จับตาย้อนหน้าย้อนหลังดูให้กว้างไกล ที่มันลงตัวหรือไม่ลงกันน่ะ มันผลประโยชน์ของชาติหรือผลประโยชน์ส่วนตัวของนักการเมือง

อ้าวเพิ่งจะบอกไปว่าไม่อยากวิจารณ์การเมืองในยุคปัจจุบัน นี่ไปแขวะเขาให้อีกแล้ว
บันทึกการเข้า
srinaka
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


ความคิดเห็นที่ 316  เมื่อ 24 ส.ค. 10, 17:35

เรียนอาจารย์ NAVARAT C.

จากความเห็นที่ 256 ที่...

" ท่านจอมพลเดินทางออกจากเขมรไปอยู่ญี่ปุ่นเพราะค่าครองชีพที่นั่นถูกกว่า ตรงนี้น่าสนใจนะครับ ญี่ปุ่นช่วงหลังสงครามใหม่ๆ ของบางอย่างถูกมาก ......"นั้น
 ท่านจอมพลผู้ครองอำนาจมายาวนานถึง 2 ทศวรรษครึ่ง ดูน่าสงสาร ขัดสน และขาดทุนรอนแม้แต่ในการเลือกที่ลี้ภัย จนต้องตัดสินใจเลือกไปพำนักในสถานที่ที่ๆมีค่าครองชีพถูกๆ.. ดูเป็นนักการเมืองน้ำดี  มือสะอาด ? ไม่เหมือนพลเอกเผ่าที่อยู่สวิทซ์มีสมบัติมหาศาล !!!

แต่เมื่อล่วงมาถึงความเห็นที่ 261ที่...

 " ท่านจอมพลตั้งใจเพียงมาเที่ยวอเมริกา โดยปักหลักอยู่ที่เบิร์คเลย์ ในคาลิฟอร์เนีย เข้าใจว่าท่านได้ซื้อฟอร์ดธันเดอร์เบริ์ดคันที่เห็นในรูป... ทานขับรถคันนี้พาท่านผู้หญิง...ไปเที่ยวยังเมืองในมลรัฐต่างๆอย่างมีความสุข ประสาคนที่เพิ่งเกษียนตนเองจากงานอันหนักอึ้ง ตระเวณอยู่เกือบปีท่านจึงได้กลับบ้านที่ญี่ปุ่น โดยเลือกกลับทางเรือ เข้าใจอีกว่านอกจากจะเป็นวิธีเดินทางท่องเที่ยวสบายๆอย่างหนึ่งแล้ว น้ำหนักของติดตัวของผู้โดยสารบริษัทเรือเขาไม่จำกัด มีปัญญาขนได้เท่าไหร่ก็ขนไป เข้าใจว่าท่านคงเอาเจ้าวิหกสายฟ้าที่เพิ่งซื้อจากอเมริกาลงเรือมาญี่ปุ่นด้วย....."

...ตกลงท่านจอมพล พยายามอดออมค่าข้าว เพื่อจะได้พาเมียไปซื้อรถหรูและเที่ยวรอบอเมริกาหรอกหรือนั่น โธ่ถัง !!!!

ขอบันทึกบทนี้ไว้เพื่อเตือนสติตนเองครับ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10843


ความคิดเห็นที่ 317  เมื่อ 24 ส.ค. 10, 18:59

อ้างถึง
ท่านจอมพลผู้ครองอำนาจมายาวนานถึง 2 ทศวรรษครึ่ง ดูน่าสงสาร ขัดสน และขาดทุนรอนแม้แต่ในการเลือกที่ลี้ภัย จนต้องตัดสินใจเลือกไปพำนักในสถานที่ที่ๆมีค่าครองชีพถูกๆ.. ดูเป็นนักการเมืองน้ำดี  มือสะอาด ? ไม่เหมือนพลเอกเผ่าที่อยู่สวิทซ์มีสมบัติมหาศาล !!!

ข้อความในล้อมกรอบนี้ผมไม่ได้เขียนนะครับ มันมาปะปนกับที่ผมเขียนจนเนียนไปหมด  และผมไม่เคยนำให้ท่านผู้อ่านเข้าใจด้วยว่าท่านจอมพลขัดสนเหมือนผู้ก่อการทั้งหลายที่โดนท่านเนรเทศไปลำบากลำบนอยู่ต่างประเทศอย่าสาหัส

ท่านจอมพลท่านมีฐานะดีเท่าที่คนเป็นนายกรัฐมนตรีมาร่วมยี่สิบปีจะพึงมีได้ ข้าราชการในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชนับร้อยคนก็มีฐานะเท่าเทียมหรือดีกว่าท่าน เอาแค่ซื้อที่ดินย่านที่ยังไม่เจริญทิ้งๆไว้ รอให้ถนนหนทางตัดผ่านมาแล้วจึงขายก็ได้กำไรเยอะแล้ว ยิ่งท่านจอมพลรู้ว่าถนนหนทางจะตัดไปทางไหน ต้นทุนท่านยิ่งถูกเมื่อเทียบกับราคาขาย

การซื้อมาขายไปที่ดินดังกล่าว จะหาว่าท่านคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายก็ยาก เพราะท่านก็ไม่ได้ซื้อเป็นร้อยเป็นพันไร่ หรือซื้อจุดสำคัญๆไว้ แล้วตั้งงบประมาณเงินหลวงแพงๆมาซื้ออย่างที่ระยะหลังเขาทำกัน ท่านซื้อเพื่อปลูกบ้านอย่างที่แถวหลักสี่เป็นต้น พอหมดความจำเป็นที่จะหลีกลี้ผู้คน ท่านก็ขาย และได้กำไร

ตรงนี้แหละที่ผมชวนตีความตอนก่อนที่ท่านเขียนว่า “เป็นเรื่องตามโบราณที่เขาทำมา” คือเรื่องรวยตามน้ำของข้าราชการนี้ มันมีมาก่อนนานแล้ว ท่านก็รู้อยู่เต็มอก รัฐมนตรีสมัยท่านบางคนต้องใช้ศัพท์ว่ากินตามน้ำจึงจะถูกด้วยซ้ำ แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเหลือล้นอย่างท่าน หากเป็นคนโลภโมโทสัน ท่านคงรวยได้มากกว่านี้เยอะแยะ คนเป็นข้าราชการไม่ได้แปลว่าต้องจนถึงจะเป็นคนดีนะครับ ถ้ารู้จักหารายได้เสริมโดยสุจริตไม่ทุจริตต่อหน้าที่ ก็รวยได้นี่ครับ เลวตรงไหน
 
ดังนั้นการที่ท่านมีเงินซื้อรถดีๆ(รถในอเมริกาถูกมาก) ขับท่องเที่ยวไปในรัฐต่างๆ(ซึ่งถูกกว่านั่งเครื่อง หรือลงเรือโดยสารกลับญี่ปุ่น ซึ่งค่าโดยสารก็พอๆกับตั๋วเครื่องบิน) ผมถือว่าพอสมควรแก่ฐานะหากอดีตนายกรัฐมนตรีจะทำตามไฝ่ฝันสักครั้งหนึ่งในช่วงชีวิตหลังเกษียน ไม่น่าเกลียดอะไร และท่านยังมีเงินบำนาญที่จอมพลสฤษดิ์มิได้ตัดสิทธิ์ท่านอีก ได้รับเท่ากับเงินเดือนสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่ง อัตราเงินเดือนนี้สามารถทำให้ท่านอยู่ได้สบายในประเทศไหนๆก็ได้ ถ้าไม่ฟุ่มเฟือยเกินเหตุ

ถึงกระนั้น ท่านก็ขายบ้านขายที่ดินเท่าที่จำเป็นหมดแหละครับ แล้วนำเงินไปซื้อบ้านในญี่ปุ่นในราคาแค่สองแสนบาทเอง บ้านที่ซอยชิดลมนายพจน์ สารสินขายให้ท่านในราคาถูกมากๆ หลังจากท่านถึงแก่อนิจจกรรมแล้วมูลค่ามหาศาลลูกหลานก็ขายหมดอยู่ดี  ผมว่า ท่านคิดถูก และใช้เงินเป็น อย่าไปติดใจท่านตรงนี้เลยครับ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30539

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 318  เมื่อ 24 ส.ค. 10, 20:21

อ้างถึง
ดังนั้นการที่ท่านมีเงินซื้อรถดีๆ(รถในอเมริกาถูกมาก) ขับท่องเที่ยวไปในรัฐต่างๆ(ซึ่งถูกกว่านั่งเครื่อง หรือลงเรือโดยสารกลับญี่ปุ่น ซึ่งค่าโดยสารก็พอๆกับตั๋วเครื่องบิน) ผมถือว่าพอสมควรแก่ฐานะหากอดีตนายกรัฐมนตรี

พยายามกะราคาฟอร์ดธันเดอร์เบิร์ดของจอมพลป.ว่า ราคาควรสักเท่าไร   ในค.ศ. 1960  ดิฉันคิดว่าคงเป็นพันดอลลาร์ต้นๆ   ไม่แน่ใจว่าดอลลาร์เท่ากับกี่บาทในยุคนั้น น่าจะไม่เกิน 20 บาท   เพราะ1/20 คืออัตราดอลล่าร์/บาท  ในช่วง 1970
ก็แสดงว่าวิหคสายฟ้า ไม่น่าจะเกินห้าหมื่น   ก็ถือว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรงอดีตนายกรัฐมนตรีไทยจะซื้อไว้ได้ 

ช่วงปีต้นๆของ 1970  ในประเทศไทย รถยนต์ใหม่ราคาเป็นแสน   เฟียตใหม่ก็แสนกว่าหรือสองแสน    ตรงข้ามกับในอเมริกา รถใหม่เอี่ยมล่าสุดราคาไม่กี่หมื่น  นักเรียนไทยในสมัยนั้นจึงขับรถอเมริกันใหม่ๆเป็นว่าเล่น เพราะถูกกว่ารถยนต์ไทยหลายเท่าตัว
อย่าง Pontiac Firebird รุ่น 1970 ต้นๆ   6 สูบ 3500 CC  เมื่อออกสู่ตลาด  ไม่มีออพชั่นพิเศษ ราคา 2200 ดอลล่าร์  เท่ากับ 44000 บาทเท่านั้นเอง


บันทึกการเข้า
srinaka
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


ความคิดเห็นที่ 319  เมื่อ 24 ส.ค. 10, 21:09

เรียนท่านอาจารย์  NAVARAT.C 
 
ข้อความที่ท่านกรุณาโค้ทมาลง เป็นส่วนที่ผมเติมเองแหละครับ(ผมจะก๊อบมาอ้าง อย่างที่ท่านทำมั่ง แหมก็ทำไม่เป็น อายชะมัด) เพราะอยากทราบว่าท่านจอมพลมีฐานะความเป็นอยู่อย่างไรกันแน่ หลังถูกไล่ล่า จะว่าช่วงแรกยังตั้งตัวไม่ทัน แต่ท่านก็มีเวลาเตรียมตัวที่วังกษัตริย์เขมรตั้ง 2 เดือน น่าจะพอมีเวลาเตรียมการเรื่องทรัพย์สิน การเลือกไปญี่ปุ่นซึ่งกำลังฟุ้งฝุ่นกัมมันตรังสีหลังสงครามโลกครั้งที่2 ด้วยการอ้างเหตุผลที่ว่า ค่าครองชีพมันถูกดีเน้อ ปวงชนชาวไทยที่รัก.. (ก็แปลว่าท่านต้องการประหยัดไม่ใช่เหรอครับ จึงขอเลือกไปอยู่ประเทศแพ้สงคราม ที่ข้าวแกงมันถูกดี กระพ้มจะได้มีปัญญาซื้อข้าวมาประทังชีวิตได้ แหม้...อ่านแล้วจ๋งจ๋านท่านจับใจ) แค่ไหง ..แค่คล้อยหลังไม่เท่าไหร่ ท่านกลับพาเมียไปลุยแหลกอเมริกา ที่เพิ่งชนะสงครามมาหมาดๆ (ตามตรรกะเมื่อประเทศแพ้สงคราม ...ค่าครองชีพถูก ประเทศชนะก็ต้องแพงซีครับ จะไปถูกได้ยังไงกัน)...
กระผมไม่มีอะไรติดใจท่านจอมพลหรอกครับ ท่านอาจารย์ เพราะท่านเป็นผู้นำประเทศมานานขนาดนั้น ลำบากตรากตรำมาเยอะ ท่านไม่ได้นอนเสพย์สุขอยู่กับบ้านเฉยๆ มีโปรเจคผ่านมือมาก็คงเยอะ จึงสมควรมีอะไรตามน้ำ - ทวนน้ำ หลงๆมากะเขาบ้างแหละน่า ก็อย่างที่เรียนท่านอาจารย์แหละครับ กระผมซักค้านมาด้วยความเคารพ เพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหา..เพราะเหตุว่ากรรมมักเป็นเครื่องส่อเจตนา  อีกทั้ง ..ท่านอาจารยน์เองก็เคยบอกไว้ในกระทู้ที่ผ่านมาว่าท่านจอมพลมี"อะไร"กับญี่ปุ่นอยู่หลายประการ ซึ่งอะไรนั่นน่าจะเป็นแรงจูงใจให้ท่านไปลี้ภัยที่ญี่ปุ่นมากกว่าเหตุผลเรื่องข้าวแกงถูก ดังที่อ้างกันมาให้ดูน่าสงสาร..ก็เท่านั้นแหละครับ เอวัง.

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10843


ความคิดเห็นที่ 320  เมื่อ 24 ส.ค. 10, 23:03


น่านน่ะซีครับ
เอาละครับ….เป็นอันว่าผมเข้าใจแล้วว่าคุณเข้าใจ ขอบคุณนะครับที่เพิ่มเติมมา
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10843


ความคิดเห็นที่ 321  เมื่อ 25 ส.ค. 10, 11:03



อันที่จริงท่านจอมพลท่านไม่เคยถูกไล่ล่า ท่านหนีไปเองและคณะปฏิวัติก็ไม่เคยออกประกาศจับ ท่านไปตั้งหลักที่เขมรทีหนึ่งก่อน ผมคิดว่าสองเดือนเร็วไป ท่านคงไม่มีเวลาจะคิดเรื่องของท่านให้ลงตัว และคนคงมากวนใจท่านมากเพราะมันอยู่ใกล้เมืองไทยเกิน ท่านจึงตัดสินใจขยับขยายไปอยู่โตเกียว ส่วนเรื่องค่าครองชีพที่นั่นถูกกว่าพนมเปญน่าจะเป็นเรื่องรองอย่างที่คุณศรีนคะว่า คงเป็นเพราะท่านคงอยากจะหนีพวกคนไทยให้ไกลขึ้น และที่สำคัญ คนญี่ปุ่นยินดีจะตอบแทนบุญคุณท่านบ้างในฐานะที่เคยให้โอกาสกันมา และเรื่องที่ท่านเลยต่อไปอเมริกานั้น คงเป็นความใฝ่ฝันเดิมๆที่ท่านมีโอกาสเติมเต็มในจังหวะที่ว่างๆอยู่ ต้องการปล่อยอารมณ์บ้าง ท่านจึงไปขับรถเล่นนานๆให้ใจตกผลึก ก็น่าเขม่นอยู่ละครับ นักการเมืองไทยที่ถูกเนรเทศใครจะมีทุกข์น้อยกว่าท่าน

แต่ที่ผมเน้นการนำเสนอ คือทุกข์ทางใจ ผู้ต้องวิบากหลายคนที่มีเงินหาความสุขทางกายมากกว่าท่าน ก็ยังดิ้นรนหนีทุกข์ทางใจที่เผาผลาญจนหาความสุขแท้จริงมิได้ ในอดีตก็ต้องดูเผ่า การเลือกวิถีทางดำเนินชีวิตที่ต่างกัน สองสามปีเท่านั้นก็เฉาตายท่ามกลางกองเงินกองทอง ตรงนี้ต่างหากที่ผมอยากให้ท่านผู้อ่านได้ข้อคิดอะไรไปบ้าง

ท่านจอมพลท่านไม่ได้บริสุทธ์สะอาดอะไรนักหรอกครับ ทูตอเมริกันเคยทำรายงานกลับไปสมัยหนึ่ง กล่าวหาว่าท่านเป็นนักคอร์รัปชั่นโดยไม่ได้ระบุว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ผมคิดว่า ไม่มีใครในโลกนี้ที่ไม่มีตำหนิ มรกตแท้ทุกเม็ดยังมีรอยร้าว ไม่เว้นแม้แต่มรกตที่ประดับยอดมงกุฏจักรพรรดิ์

ท่านจอมพลในฐานะนายกรัฐมนตรีไทยสองยุค ท่านทำทั้งความชั่วและความดี คนเกลียดเท่าๆกับคนรัก แต่ยกสุดท้าย ท่านทำได้ดีมาก การที่รู้จักพอ เพราะเห็นแก่ความสงบสุขของประเทศชาติ ความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทย และการให้อภัยศัตรูทางการเมือง ที่ท่านปฏิบัติไป ล้วนเป็นสิ่งอันพึงกระทำของรัฐบุรุษโดยแท้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30539

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 322  เมื่อ 25 ส.ค. 10, 11:53

สาธุ  ยิ้มกว้างๆ

บุคคลบางคนในโลกนี้
๑. เป็นผู้ละเว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑาวุธ และศัสตราวุธ มีความสะอาด มีความเอ็นดู มุ่งหวังประโยชน์เกื้อกูลต่อสรรพสัตว์อยู่
๒. เป็นผู้ละเว้นขาดจากการลักทรัพย์ คือ ไม่ถือเอาทรัพย์อันเป็นอุปกรณ์ เครื่องปลื้มใจของผู้อื่น ซึ่งอยู่ในบ้านหรืออยู่ในป่าที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยจิตเป็นเหตุขโมย
๓. เป็นผู้ละเว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม คือ ไม่เป็นผู้ประพฤติล่วงในสตรีที่อยู่ในปกครองของมารดา ที่อยู่ในปกครองของบิดา ที่อยู่ในปกครองของพี่ชายน้องชาย ที่อยู่ในปกครองของพี่สาวน้องสาว ที่อยู่ในปกครองของญาติ ที่ประพฤติธรรม มีสามี มีกฎหมายคุ้มครอง โดยที่สุดแม้สตรีที่บุรุษสวมด้วยพวงมาลัยหมายไว้
ความสะอาดทางกาย ๓ อย่างเป็นอย่างนี้แล

บุคคลบางคนในโลกนี้
๑. เป็นผู้ละเว้นขาดจากการพูดเท็จ คืออยู่ในสภา อยู่ในบริษัท อยู่ท่ามกลางหมู่ญาติ อยู่ท่ามกลางหมู่ทหาร หรืออยู่ท่ามกลางราชสำนัก ถูกเขาอ้างเป็นพยานซักถามว่า "ท่านรู้สิ่งใดจงกล่าวสิ่งนั้น" บุคคลนั้นไม่รู้ก็กล่าวว่า "ไม่รู้" หรือรู้ก็กล่าวว่า "รู้" ไม่เห็นก็กล่าวว่า "ไม่เห็น" หรือเห็นก็กล่าวว่า "เห็น" ไม่กล่าวเท็จทั้งที่รู้เพราะตนเป็นเหตุบ้าง เพราะบุคคลอื่นเป็นเหตุบ้าง เพราะเหตุคือเห็นแก่อามิสเล็กน้อยบ้าง
๒. เป็นผู้ละเว้นขาดจากการพูดส่อเสียด คือฟังความฝ่ายนี้แล้วไม่ไปบอกฝ่ายโน้นเพื่อทำลายฝ่ายนี้ หรือฟังความฝ่ายโน้นแล้วไม่มาบอกฝ่ายนี้เพื่อทำลายฝ่ายโน้น สมานคนที่แตกแยกกัน ส่งเสริมคนที่ปรองดองกัน ชื่นชมยินดีเพลิดเพลินต่อผู้ที่สามัคคีกัน พูดแต่ถ้อยคำที่สร้างสรรค์ความสามัคคี
๓.เป็นผู้ละขาดจากการพูดคำหยาบ คือ กล่าวแต่คำที่ไม่มีโทษ ไพเราะ น่ารัก จับใจ เป็นคำของชาวเมือง คนส่วนมากรักใคร่พอใจ
๔. เป็นผู้ละเว้นขาดจากการพูดเพ้อเจ้อ คือ พูดถูกเวลา พูดคำจริง พูดอิงประโยชน์ พูดอิงธรรม พูดอิงวินัย พูดคำที่มีหลักฐาน มีที่อ้างอิง มีที่กำหนดประกอบด้วยประโยชน์
ความสะอาดทางวาจา ๔ อย่างเป็นอย่างนี้แล

บุคคลบางคนในโลกนี้
๑. เป็นผู้ไม่เพ่งเล็งอยากได้ของเขา คือ ไม่เพ่งเล็งอยากได้ทรัพยอันเป็นอุปกรณ์เครื่องปลื้มใจของผู้อื่นว่า ไทำอย่างไร ทรัพย์อันเป็นอุปกรณ์เครื่องปลื้มใจของผู้อื่นจะพึงเป็นของเรา"
๒. เป็นผู้มีจิตไม่พยาบาท คือไม่มีจิตคิดร้ายว่า "ขอสัตว์เหล่านี้จงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่มีจิตพยาบาท มีสุข รักษาตนเถิด"
๓. เป็นสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นไม่วิปริตว่า "ทานที่ให้แล้วมีผล ยัญที่บูชาและมีแล การเซ่นสรวงมีผล ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีและชั่วมี โลกนี้มี โลกหน้ามี มารดามีคุณ บิดามีคุณ โอปปาติกสัตว์มี สมณพราหมณ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ทำให้แจ้งโลกนี้และโลกหน้าด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้งมีอยู่ในโลก"

ความสะอาดทางใจ ๓ อย่าง เป็นอย่างนี้แล

(จันทสูตรที่ ๑๐)

ท่านที่อ่านมาแต่ต้น คงจะพิจารณาได้ด้วยตนเองว่าจอมพลป. ท่านได้ทำกุศลกรรมทั้งหมดนี้มามากน้อยแค่ไหน  จึงได้เป็นนักการเมืองหมายเลข ๑  อยู่ได้ยาวนานถึง ๒๕ ปี   และจบลงในบั้นปลายอย่างที่คุณนวรัตนนำมาเล่าสู่กันฟัง
ส่วนดิฉัน เห็นข้อหนึ่งว่ากุศลจากการบวช ๒๔ วันคงทำให้จอมพลป.ปล่อยวางได้ยิ่งขึ้น จากที่เคยปลงตกมาแล้วก่อนหน้านี้ เมื่อออกจากประเทศไทยไป
จึงไม่มีถ้อยคำที่แสดงความแค้นเคืองผู้ที่ทำให้ท่านพ้นจากอำนาจ   ไม่พยาบาทมาดร้าย   เข้าใจความจำเป็นของจอมพลสฤษดิ์ที่ไม่อยากให้ท่านเหยียบประเทศไทยอีก แม้แต่แค่แวะระหว่างทาง
ท่านดำรงชีวิตอย่างสงบตามอัตภาพอยู่ได้ยาวนานถึง ๗ ปี  แม้จอมพลสฤษดิ์ถึงแก่กรรมไปแล้ว ท่านก็ไม่ได้กลับมาอีก
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 323  เมื่อ 25 ส.ค. 10, 12:06

ปัจฉิมกาลอนุสรณ์
ท่านผู้หญิงละเอียด  พิบูลสงคราม

ชีวาประวัติผู้                 มีนาม
ป. พิบูลสงคราม            ชื่อก้อง
ไม่ร่วมรัฐบาลตาม           ผู้ปฏิ  วัติเฮย
เนรเทศตนเองต้อง          ตกด้าวกัมพูชา

พระกรุณาท่วมท้น           เกษีย์
องค์กระษัตริย์ธิบดี          เด่นเกล้า
อีกสมเด็จราชินี              วรนาถ
พระโปรดรับให้เข้า           ดั่งเช่นแขกเมือง

ค่อยประเทืองเนื่องด้วย      พระมหา   กรุณาเอย
เอมอิ่มมวลโภชนา           โปรดให้
เครื่องนุ่งห่มภูษา             พระราช  ทานแฮ
พำนักสี่เดือนไ้ด้              กราบก้มบังคมลา

"ข้าพระพุทธเจ้าใคร่         เที่ยวไป
สู่ประเทศอาทิตย์อุทัย       อีกครั้ง
พอหายเหนื่อยกายใจ        พระพุทธเจ้าข้า
ต่อจากนั้นจิตตั้ง             ต่อด้วยเดินทาง"  

พลางเผยพระโอษฐ์เือื้อน    โองการ พระเอย
พรประสาทพระราชทาน      ท่วมเกล้า
ดื่มด่ำพระบรรหาร            แห่งกษัตริย์  เขมรนอ
ถอยกลับจากที่เฝ้า           ออกพ้นพระราชฐาน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30539

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 324  เมื่อ 25 ส.ค. 10, 12:09

ขอแยกซอยออกไปตามความเคยชิน

นานมาแล้ว   ตามแม่ไปจ่ายของที่ประตูน้ำเป็นประจำ   ขากลับบ้าน รถเลี้ยวเข้าถนนชิดลมซึ่งตอนนั้นเป็นซอยชิดลม มีบ้านงามๆหลายหลัง   พอลงสะพานก็เห็นบ้านหลังหนึ่งทางซ้ายมือ อยู่ตรงเชิงสะพาน  เนื้อที่บ้านติดกับคลองแสนแสบ  เป็นบ้านที่ดิฉันชอบดูเป็นประจำ  ผ่านทีไรมองทีนั้น
เป็นบ้านสองชั้นแบบฝรั่ง หลังไม่ใหญ่โตอะไรนัก  มีสนามหญ้าทอดไปจนจดริมคลองแสนแสบ  ด้านข้างมีลานเล็กๆตั้งเก้าอี้ชิงช้าตัวยาว  เป็นบ้านสวยแบบเรียบๆเงียบๆ น่าสบาย  ไม่เคยเห็นเจ้าของบ้าน  แต่ตัวบ้านและบริเวณ ได้รับการดูแลสะอาดเรียบร้อยน่าชมมาก
หลายปีต่อมา บ้านเปลี่ยนเจ้าของ  ได้ข่าวว่าคุณเรณู โอสถานุเคราะห์ซึ่งเป็นดีไซเนอร์เสื้อลูกไม้ชั้นเยี่ยมแห่งยุคมาซื้อไป    และอ่านพบว่าเป็นบ้านของท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม
ไม่ทราบว่าใช่หรือเปล่า    เลยมาโพสต์ถามคนในเรือนไทย เผื่อใครจะทราบบ้างค่ะ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10843


ความคิดเห็นที่ 325  เมื่อ 25 ส.ค. 10, 12:31

กลับมาเข้าถนนเส้นสุดท้ายที่ทุกคนจะต้องไปถึงไม่วันใดก็วันหนึ่ง

ไม่มีชีวิตใดในวัฏสังสารที่เริ่มขึ้นแล้วไม่มีจุดจบ เรื่องของท่านจอมพลได้มาถึงบทสุดท้ายที่บ้านในเมืองเล็กๆชื่อ ซากามิฮารา ที่ท่านซื้อไว้ในราคาสองแสนบาท แม้จะมีมิตรสหายทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นแวะมาเยี่ยมเยียนท่านอยู่เสมอ คงไม่มีใครมารบกวนท่านเรื่องการเมืองอีกแล้ว ท่านใช้เวลาว่างในการทำสวนญี่ปุ่นในบ้านบ้าง ไปเดินตีกอล์ฟบ้าง แถมเวลามีสมาชิกในครอบครัวมาพักอยู่ ท่านจะพาลูกหลานนั่งธันเดอร์เบิร์ดขับไปเที่ยวเมืองไกลๆ กินได้ นอนหลับ แม้จะมีเพื่อนใหม่เป็นหมอที่ไปตรวจร่างกายและรักษาสุขภาพที่เริ่มถดถอยเป็นประจำ หลังจากที่เข้าโรงพยาบาลไปผ่าตัดเอานิ่วในถุงน้ำดีออกในครั้งหนึ่งก็ตาม


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10843


ความคิดเห็นที่ 326  เมื่อ 25 ส.ค. 10, 12:33

ลูกชายคนโตลาพักร้อนและพาภรรยาไปเยี่ยมท่านเป็นเวลาเกือบเดือน ท่านก็ขับรถพาไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่ตามเคย พาไปทานข้าวนอกบ้าน ชาวซากามิฮาร่าต่างรู้จักพิบูลซัง เวลาท่านไปไหนต่อไหนในเมืองนี้ คนจะรู้จักและทักทายท่านด้วยกิริยานอบน้อม ตามมารยาทที่น่ารักของคนญี่ปุ่น เมื่อถึงวันกลับ ขณะเตรียมตัวจะไปสนามบิน ท่านจอมพลพูดกับลูกชายว่าพ่อรู้สึกเจ็บหน้าอก แต่ก็เสริมต่อว่าอีกสักครู่คงหาย  ลูกชายก็ไม่ได้คิดอะไรมาก



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10843


ความคิดเห็นที่ 327  เมื่อ 25 ส.ค. 10, 12:40

พิธีฌาปนกิจศพของท่านได้กระทำขึ้นสองวันต่อมาในวันที่14มิถุนายน2507 ภายใต้การรับเป็นธุระจัดการของเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ต่อมาในวันที่27มิถุนายน2507 ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามและลูกๆก็ได้เชิญอัฐิของท่านจอมพลกลับสู่เมืองไทย โดยมีพิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติ ท่ามกลางประชาชนเป็นจำนวนมากที่รักและอาลัยท่าน รวมทั้งพระสงฆ์จำนวนหนึ่งที่ทำให้ดอนเมืองในช่วงนั้นเหลืองอร่ามด้วยสีของผ้ากาสาวพัตร

หลังจากการบำเพ็ญกุศลฉลองอัฐิของท่านที่บ้านซอยชิดลม บ่ายวันที่30มิถุนายน2507 ก็เชิญไปบรรจุไว้ที่เจดีย์วัดพระศรีมหาธาตุตามความประสงค์ที่ท่านจอมพลเคยสั่งเสียไว้ ร่วมกับอัฐิของบรรดาผู้ร่วมก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง2475 ที่เคยเป็นทั้งมิตรแท้และศัตรูถาวรในเกมการเมืองที่ทุกคนแสดงจบไปหมดแล้ว

ในบรรดาผู้แสดงนำบนเวทีนี้ จอมพลป. พิบูลสงครามเป็นคนสุดท้ายที่คำนับลาคนไทยเข้าโรงไปตลอดกาล



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10843


ความคิดเห็นที่ 328  เมื่อ 25 ส.ค. 10, 12:54

ก่อนจะจบเรื่องราวของจอมพลป. ผมขอนำหนังสือแสดงความอาลัยของมหามิตรในเครื่องแบบศัตรูผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งมิได้เป็นแค่มิตรแท้ของท่านจอมพล ใจความที่ท่านเขียนยังสะท้อนให้เห็นความเป็นมิตรแท้ของประเทศไทยด้วย ท่านผู้นี้คือ อดีตนายพลโท อาเกโตะ นากามูระ แม่ทัพงิผู้ได้รับคำสั่งจากกองทัพญีปุ่นให้มายึดครองเมืองไทย ท่านได้มีหนังสือนี้ไปถึงท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามดังนี้


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10843


ความคิดเห็นที่ 329  เมื่อ 25 ส.ค. 10, 12:56

.



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 20 21 [22] 23 24 ... 27
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง