เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 23 24 [25] 26 27 ... 29
  พิมพ์  
อ่าน: 103095 หลวงอดุล-หลวงพิบูล คู่รัก, พล.ต.อ อดุล-จอมพล ป. คู่แค้น
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 360  เมื่อ 02 ส.ค. 10, 17:43

อ้างถึง
วลีที่ว่า ผู้ชนะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ ดังนั้นข้อมูลจากฝั่งท่านปรีดีดูเหมือนจะถูกซุกซ่อนอยู่แห่งใดแห่งหนึ่งในมุมมืด อาจารย์จะเล่าเมื่อไหร่ครับ

คำถามนี้ ที่ท่านอาจารย์เทาชมพูตอบไป ผมเห็นว่าสมบูรณ์แบบแล้ว ผมไม่ต้องเสริม

อ้างถึง
กับข้อมูลที่ท่านอาจารย์เนาวรัตน์ว่าไว้ว่า...

  ...การเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายปรีดีเป็นทุกขลาภโดยแท้ ผ่านไป2เดือนกับ 12 วันยังไม่มีโอกาสทำงานให้เป็นชิ้นเป็นอัน มีแต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า การเสด็จสวรรคตเป็นเรื่องใหญ่ที่ฝ่ายค้านจะปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่กัดแทะไม่ได้ วิสัยนักการเมืองไทยต้องคอยจ้องหาทุกโอกาสที่จะโค่นล้มฝ่ายตรงข้าม ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อพรรคอะไรในตอนนี้ เดี๋ยวจะหาว่าผมชักใยจัญไรมาโยงกับการเมืองในปัจจุบัน แต่ท่านผู้อ่านคงทราบแล้วหละว่ามีคนไปตะโกนประโยคอุบาทว์ในโรงหนังว่าอย่างไร ในที่สุดนายปรีดีทนกระแสต้านที่ระดมพุ่งเป้ามายังตนไม่ได้ก็ประกาศลาออก...
       
   ท่านอาจารย์ครับ มันมีข้อมูลอะไรหรือครับที่ทำให้ท่านเชื่อสนิทใจว่า คนที่ไปตะโกนนั้น ประชาธิปัตย์เขาส่งไป ( ตามการอ้างขอมูลของ ส.ศิวลักษณ์ ที่ท่านว่า... พรรคประชาธิปัตย์จึงหาทางโจมตีอย่างเลยเถิดไปว่าอาจารย์ปรีดีวางแผนลอบปลงพระชนม์พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ถึงขนาดจ้างคนไปตะโกนในโรงภาพยนตร์ว่า ปรีดีฆ่าในหลวง)..
   ท่านจะต้องมีหลักฐานข้อมูลซิ ท่านจึงเขียนเช่นนั้นได้ ใช่ไหมครับ ถ้าไม่มีหลักฐาน คนประชาธิปัตย์จะปล่อยทิ้งเอาไว้โดยไม่ฟ้องร้องหรือทำอะไรเลย ได้อย่างไร เรื่องคอขาดบาดตายขนาดนี้จะปากพล่อยๆส่งเดชได้หรือครับ


ผมก็ยังถือเป็นสิทธิ์อยู่ดีแหละครับที่จะไม่ฝืนใจเขียนเรื่องที่ผมไม่อยากเขียน แต่เอาเถอะ ผมจะอ้างอิงให้ คุณคลิ๊กข้างใต้เข้าไปเลือกอ่านเอาเอง สาระดังกล่าวไม่ใช่เพิ่งมีในสมัยอินเทอร์เน็ต แต่มันปรากฏในสิ่งพิมพ์มาแล้วเยอะพอสมควร ความจริงมันเป็นการกระทำส่วนบุคคล แต่ปลาเน่าตัวเดียวมันก็เหม็นไปทั้งข้อง อย่างไรก็ดี ถ้าทางพรรคเขาเห็นว่าเสียหาย เขาคงฟ้องร้องกันไปแล้ว

http://www.google.co.th/#hl=th&q=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87+%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87+%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5+&aq=f&aqi=&aql=&oq=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87+%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B9%8C&gs_rfai=&fp=a18e8507f3507bdf
บันทึกการเข้า
srinaka
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


ความคิดเห็นที่ 361  เมื่อ 02 ส.ค. 10, 22:10

เรียนท่านอาจารย์
1. การที่มีคนเชื่อว่า ... ผู้ชนะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์   ก็เพราะไม่มั่นใจว่าข้อมูลทุกอย่างสามารถเปิดเผยได้นะครับ มักถูกอ้างว่า เพื่อความมั่นคงบ้าง และเพื่ออะไรอีกสารพัด  ผมอยู่ต่างจังหวัดยังเห็นการซื้อเสียง เห็นการโกง เห็นสิ่งผิดกฎหมายผุดขึ้นตำตา ทั้งๆที่บ้านเมืองมีก็ผู้รักษากฎหมาย แต่ไม่มีคนกล้าเปิดปาก เพราะกลัวอำนาจและอิทธิพล แล้วยิ่งถ้าเป็นเรื่องใหญ่ๆอย่างเรื่องอำนาจรัฐล่ะครับจะสักเพียงไหน จึงทำให้เชื่อว่า ประวัติศาสตร์ ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ครบถ้วน คนที่มีอำนาจ ใครจะทนอ่านข้อมูลด้านลบของตนเองได้ แม้แต่พงศาวดารไทย-พม่า ก็เขียนไปคนละอย่าง ดีที่เขาไม่ได้ปกครองไทยจริงจัง เราจึงไม่ต้องเรียนตำราสดุดีพระเจ้าบุเรงนองกัน กับประวัติศาสตร์ช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองนี้ มีเรืองการชิงอำนาจกันรุนแรง มีทั้งการฆ่า ไล่ล่า และเนรเทศ ดังนั้นคำกล่าวนี้ จึงมีนัยะว่าผู้ที่ชนะได้ครองอำนาจรัฐ ย่อมสามารถเปลี่ยนข้อเท็จจริงสีเทา(หรือดำ) ให้เป็นสีขาวได้ ใครผิด-ใครถูก ใครชั่ว ใครดี จึงยากจะฟันธง แต่ในมุมที่มืด ก็อาจมีเวลาได้พบแสงสว่าง จึงหวังว่าจะได้เห็นข้อมูลที่ถูกซุกมุมไว้รอเวลานำเสนอ เมื่อท่านมาตัดช่องเสียอย่างนี้ ผมก็จนใจ และกราบขออภัย ที่บังอาจเห็นแย้ง

2. อาจารย์นวรัตน์ให้การบ้านผมไปตามล่าหาข้อมูลเรื่องที่ว่า พรรคประชาธิปัตย์ส่งคนไปตะโกนประโยคอุบาทว์ในโรงหนังหรือไม่(จากลิงค์) ได้มาแต่ข้อมูลที่เก็บความมาจาก: ศุขปรีดา พนมยงค์ เป็นส่วนใหญ ท่านอ้างว่านายเลียงได้มาสารภาพและขอขมาท่านปรีดีในที่สุด จึงเป็นอันสรุปว่านายเลียง คนของพรรคนั้นทำจริง แค่นี้ก็สรุปได้เลยหรือครับ ง่ายจัง ผมยังไม่เจอข้อมูลหลักฐานอะไรจะจะ ที่จะมาคลายข้อสงสัยนี้ได้เลยนะครับ  ก็แค่สงสัยจริงๆครับ ไม่ได้เป็นอะไรกับพรรคประชาธิปัตย์  เพียงแต่เชื่อว่าท่านอาจารย์นวรัตน์ ท่านต้องมีข้อมูลที่ลึกกว่านี้ แต่ท่านไม่บอก แค่ข้อมูลจากฝ่ายท่านปรีดี  ที่ก็รู้กันอยู่แล้วว่า ผลประโยชน์ขัดกันกับสองหม่อมและหนึ่งอดีตนายกที่สังกัดพรรคนี้ ระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลนี้จึงไม่น่าจะมีน้ำหนักมาก  แต่เอาล่ะครับผมไม่กล้าคาดคั้นท่านและไม่บังอาจสงสัยอะไรไปมากกว่านี้อีกครับ
 
เรียนถามมาด้วยความเคารพ ถ้าล่วงเกินท่านอาจารย์ประการใด กราบขออภัยอย่างสูงครับ

(กรุณาอย่าไล่ให้ไปหาอ่านเอาตรงโน้นตรงนี้เลยครับ อธิบายนิดหนึ่ง +ลิงค์เวปให้หน่อยก็ดีแล้วครับ สมาชิกใหม่ ไม่เจนเวที แค่นี้ก็ดีใจจะตาย)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 362  เมื่อ 02 ส.ค. 10, 22:39

ขอตอบข้อ ๑ ข้อเดียวนะคะ  ข้อ ๒ เป็นสิทธิของคุณนวรัตน

การถามที่ตอบยากที่สุด  คือคนถามที่มีคำตอบอยู่แล้วในใจ   
ข้อความต่อไปนี้คือคำตอบของคุณ
- เชื่อว่า ประวัติศาสตร์ ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ครบถ้วน
- คนที่มีอำนาจ ใครจะทนอ่านข้อมูลด้านลบของตนเองได้
- ผู้ที่ชนะได้ครองอำนาจรัฐ ย่อมสามารถเปลี่ยนข้อเท็จจริงสีเทา(หรือดำ) ให้เป็นสีขาวได้
- (เชื่อว่า)จะเห็นข้อมูลที่ถูกซุกมุมไว้รอเวลานำเสนอ
- ท่านมาตัดช่องเสียอย่างนี้ ผมก็จนใจ 

ถ้าอธิบายอีกก็ต้องอธิบายซ้ำความเดิม  ว่าดิฉันไม่เชื่อว่าประวัติศาสตร์เขียนโดยผู้ชนะ     ไม่เชื่อว่ายุคนี่้จะมีข้อมูลอะไรซุกซ่อนอยู่ได้  ถ้าไม่บอกกันในตำรา  ก็บอกกันนอกตำรา (ซึ่งมีตั้งแต่ใบปลิวไปจน fw mail )   ไม่กล้าพูดกันในประเทศ   ก็ไปพูดกันนอกประเทศ ฯลฯ
ที่สำคัญคือรับข่าวสารข้อมูลต้องไตร่ตรอง ทบทวน แยกแยะ ประเมิน ให้เป็น    เราไม่ได้ขาดข้อมูล แต่ปัญหาคือเราไม่รู้ว่าจะเชื่ออะไรได้แค่ไหนต่างหาก  ต้องยึดวิจารณญาณไว้มากๆ 
วิจารณญาณเกิดจากอะไร  เกิดจากอ่านมาก ฟังมาก  แล้วทบทวนด้วยสติและปัญญาค่ะ   ทุกคนมี  คุณเองก็มี ก็น่าจะมากด้วย ไม่งั้นคงไม่ถามมาอย่างนี้
ถ้าสนใจก็เข้ามาอ่านกระทู้ไปเรื่อยๆก็แล้วกัน  สิ่งที่ดีที่สุดที่เรือนไทยจะให้คุณได้   คือวันหนึ่ง คุณจะได้คำตอบของคุณเองค่ะ   
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 363  เมื่อ 02 ส.ค. 10, 23:03

เรียนท่านอาจารย์
คนที่มีอำนาจ ใครจะทนอ่านข้อมูลด้านลบของตนเองได้ แม้แต่พงศาวดารไทย-พม่า ก็เขียนไปคนละอย่าง ดีที่เขาไม่ได้ปกครองไทยจริงจัง เราจึงไม่ต้องเรียนตำราสดุดีพระเจ้าบุเรงนองกัน
ขอค้านนะคะ   ใครว่าบุเรงนองไม่ได้ปกครองไทยจริงจัง  หงสาวดีปกครองอยุธยาอย่างประเทศราช  ให้มีเจ้าผู้ครองอาณาจักรของตัวเองก็จริง   แต่ต้องขึ้นอยู่กับเขา  ตามธรรมเนียม  เจ้าประเทศราชก็ต้องถวายพระธิดาเป็นฝ่ายใน   ถวายพระโอรสเป็นโอรสบุญธรรม   
ธรรมเนียมนี้เราก็ยังใช้แบบเดียวกันจนถึงรัตนโกสินทร์     สมเด็จพระนั่งเกล้าฯก็ทรงรับเจ้าอนุวงศ์มาอยู่ในราชสำนักด้วยเหตุผลทำนองเดียวกันนี้

ที่ว่าเราไม่ได้ต้องเรียนตำราสดุดีพระเจ้าบุเรงนอง เพราะอยุธยาเป็นอิสระจากพม่าตั้งแต่สมเด็จพระนเรศวรประกาศอิสรภาพ   ไม่ได้ขึ้นกับเขาอีก  ถ้าหากว่าไม่มีพระองค์ท่านและไม่มีใครเลยที่กู้เอกราชได้  ป่านนี้อาจถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของพม่าก็คงต้องเรียนประวัติศาสตร์พม่าเป็นวิชาบังคับเหมือนกัน    โชคดีที่เรามีทั้งสมเด็จพระนเรศวร  สมเด็จพระเจ้าตากสิน   และรัชกาลที่ ๑ กับกรมพระราชวังบวรฯ ที่ต้านสงคราม ๙ ทัพไว้อยู่มือ

ขอย้อนไปต่อความเห็นข้างบนนี้หน่อย  คุณเชื่อว่าประวัติศาสตร์เขียนโดยผู้ชนะ   แล้วผู้แพ้เขาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้กันหมดหรือยังไงล่ะคะ  เขาถึงไม่มีสิทธิ์จะเขียนบ้าง  ใครจะห้ามเขาได้   เมื่อเขียนได้ ก็ต้องมีคนไปหาอ่านจนได้
ไม่ว่าประเทศไหน ฝ่ายชนะฝ่ายแพ้ก็เขียนได้พอกันละค่ะ  ไทยเองก็รวบรวมประวัติศาสตร์มาเขียนได้ออกยาวเหยียด ทั้งๆแพ้พม่า ๒ ครั้ง ถูกฝรั่งเศสเฉือนดินแดน ๑ ครั้ง กับถูกมหาอำนาจบีบบังคับอีกหลายครั้ง ในวาระต่างๆกัน   เราก็เขียนของเรามาตลอด   ไม่เห็นใครห้าม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 364  เมื่อ 03 ส.ค. 10, 21:52

อ้างถึง
เรียนท่านอาจารย์
1. การที่มีคนเชื่อว่า ... ผู้ชนะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์   ก็เพราะไม่มั่นใจว่าข้อมูลทุกอย่างสามารถเปิดเผยได้นะครับ มักถูกอ้างว่า เพื่อความมั่นคงบ้าง และเพื่ออะไรอีกสารพัด  ผมอยู่ต่างจังหวัดยังเห็นการซื้อเสียง เห็นการโกง เห็นสิ่งผิดกฎหมายผุดขึ้นตำตา ทั้งๆที่บ้านเมืองมีก็ผู้รักษากฎหมาย แต่ไม่มีคนกล้าเปิดปาก เพราะกลัวอำนาจและอิทธิพล แล้วยิ่งถ้าเป็นเรื่องใหญ่ๆอย่างเรื่องอำนาจรัฐล่ะครับจะสักเพียงไหน จึงทำให้เชื่อว่า ประวัติศาสตร์ ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ครบถ้วน คนที่มีอำนาจ ใครจะทนอ่านข้อมูลด้านลบของตนเองได้ แม้แต่พงศาวดารไทย-พม่า ก็เขียนไปคนละอย่าง ดีที่เขาไม่ได้ปกครองไทยจริงจัง เราจึงไม่ต้องเรียนตำราสดุดีพระเจ้าบุเรงนองกัน กับประวัติศาสตร์ช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองนี้ มีเรืองการชิงอำนาจกันรุนแรง มีทั้งการฆ่า ไล่ล่า และเนรเทศ ดังนั้นคำกล่าวนี้ จึงมีนัยะว่าผู้ที่ชนะได้ครองอำนาจรัฐ ย่อมสามารถเปลี่ยนข้อเท็จจริงสีเทา(หรือดำ) ให้เป็นสีขาวได้ ใครผิด-ใครถูก ใครชั่ว ใครดี จึงยากจะฟันธง แต่ในมุมที่มืด ก็อาจมีเวลาได้พบแสงสว่าง จึงหวังว่าจะได้เห็นข้อมูลที่ถูกซุกมุมไว้รอเวลานำเสนอ เมื่อท่านมาตัดช่องเสียอย่างนี้ ผมก็จนใจ และกราบขออภัย ที่บังอาจเห็นแย้ง

2. อาจารย์นวรัตน์ให้การบ้านผมไปตามล่าหาข้อมูลเรื่องที่ว่า พรรคประชาธิปัตย์ส่งคนไปตะโกนประโยคอุบาทว์ในโรงหนังหรือไม่(จากลิงค์) ได้มาแต่ข้อมูลที่เก็บความมาจาก: ศุขปรีดา พนมยงค์ เป็นส่วนใหญ ท่านอ้างว่านายเลียงได้มาสารภาพและขอขมาท่านปรีดีในที่สุด จึงเป็นอันสรุปว่านายเลียง คนของพรรคนั้นทำจริง แค่นี้ก็สรุปได้เลยหรือครับ ง่ายจัง ผมยังไม่เจอข้อมูลหลักฐานอะไรจะจะ ที่จะมาคลายข้อสงสัยนี้ได้เลยนะครับ  ก็แค่สงสัยจริงๆครับ ไม่ได้เป็นอะไรกับพรรคประชาธิปัตย์  เพียงแต่เชื่อว่าท่านอาจารย์นวรัตน์ ท่านต้องมีข้อมูลที่ลึกกว่านี้ แต่ท่านไม่บอก แค่ข้อมูลจากฝ่ายท่านปรีดี  ที่ก็รู้กันอยู่แล้วว่า ผลประโยชน์ขัดกันกับสองหม่อมและหนึ่งอดีตนายกที่สังกัดพรรคนี้ ระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลนี้จึงไม่น่าจะมีน้ำหนักมาก  แต่เอาล่ะครับผมไม่กล้าคาดคั้นท่านและไม่บังอาจสงสัยอะไรไปมากกว่านี้อีกครับ
 
เรียนถามมาด้วยความเคารพ ถ้าล่วงเกินท่านอาจารย์ประการใด กราบขออภัยอย่างสูงครับ

(กรุณาอย่าไล่ให้ไปหาอ่านเอาตรงโน้นตรงนี้เลยครับ อธิบายนิดหนึ่ง +ลิงค์เวปให้หน่อยก็ดีแล้วครับ สมาชิกใหม่ ไม่เจนเวที แค่นี้ก็ดีใจจะตาย)

คำถามที่ใช้ภาษาสุภาพเช่นนี้ แม้ไม่อยากตอบ ผมก็ต้องตอบ  แต่ที่ตอบช้า เพราะผมอยู่ระหว่างเดินทางต่างจังหวัดด้วย เลยไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร

เอาตั้งแต่ต้นนะครับที่บอกว่าผู้ชนะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ ในสมัยโบราณมากๆก็เห็นจะจริง หรือในหลังๆถ้าจำกัดลงไปในขอบเขตของแบบเรียนประวัติศาสตร์ตามหลักสูตร ก็อาจจะจริงอีกที่ผู้มีอำนาจเลือกจะเขียน หรือไม่เขียนอะไรลงไปให้เยาวชนของชาติได้เรียนรู้ และบันทึกลงไปในความจำอย่างไรก็ได้ แต่กรณีย์ตัวอย่างที่คุณยกขึ้นมาทั้งสองกรณีย์คุณก็แจ้งแล้วว่า มันมีข้อมูลหลายข้อมูล  สมัยนี้ไม่มีใครบังคับใครให้อ่านเฉพาะข้อมูลด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้นได้ แต่ก็คงฟันธงไม่ได้ทุกเรื่องว่าข้อมูลใดผิดข้อมูลใดถูก ถ้าโชคดีมีข้อมูลร่วมสมัยที่เขียนกันหลายคน หลายสำนวน และถ้าเราอ่านครบ เราก็เลือกที่จะเชื่อตรงนั้นของคนนี้บ้าง ตรงนี้ของคนนั้นบ้างก็ได้ เพราะคงไม่มีใครบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยตนเองไม่ได้เห็นกับตา เพียงแต่ฟังเขาเล่าว่าแล้วนำมาเขียนได้ถูกต้องหมด ไม่เชื่อคุณลองบันทึกเหตุการณ์ที่ผ่านมาสดๆร้อนๆเมือพฤษภาคมที่แล้วดูซิครับ แล้วหากต้องการทราบผลว่าประวัติศาสตร์ในอนาคตที่คุณคิดว่าคุณบันทึกลงไปอย่างเที่ยงธรรมนั้น คนอื่นจะเห็นเป็นประการใด ก็ลองไปโพสต์ลงในห้องราชดำเนินของพันทิปดู  คุณอาจจะได้บรรลุธรรมในข้อที่ว่า มนุษย์เรามีความแตกต่างกัน ไม่เฉพาะรูปกายเท่านั้น จิตวิญญาณ ความรู้สึกนึกคิดก็แตกต่างกันไปตามภพตามภูมิที่มาของแต่ละคนด้วย

ดังนั้น ผมอาจจะมีข้อมูลที่ผมซุกเอาไว้รอการนำเสนออย่างที่คุณคาดเดานั่นก็ถูกอยู่ แต่หากผมไม่มั่นใจว่าตัวผมเองเชื่อข้อมูลนั้นอย่างสัตย์ซื่อ ผมก็จะไม่เขียนนำเสนอลงไปแบบกระจะๆ เผอิญบางเรื่องไม่เล่าก็ไม่ได้ มันเป็นทางผ่าน ผมก็จะเล่าแบบให้คุณต้องออกแรงบ้าง ถ้าอยากทราบจริงๆก็ไปคลิ๊กอ่านตามที่ผมชี้ช่องไว้ให้ ถ้าไม่อยากทราบก็ข้ามไป ไม่ได้เสียอรรถรสแต่ประการใด ไม่ได้ถึงกับตัดช่องทางเสียทีเดียวไม่ใช่หรือครับ

ส่วนคำตัดพ้อในข้อสอง มันก็พันกันมาจากข้อแรก คือคุณคงคิดว่าผมเป็นผู้วิเศษสามารถย้อนอดีตกลับไปอยู่ในแต่ละเหตุการณ์ซะทุกเรื่อง เรื่องที่เขาแอบตะโกนในโรงหนัง คนที่นั่งอยู่ในนั้นทั้งโรงเขาคงไม่เห็นว่าเป็นใครหรอกครับ มันมืด ตำรวจก็จับคนไหนไม่ได้สักคน แต่ที่เขาเชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามกระทำ มันก็เป็นธรรมดาไม่ใช่หรือครับ ฝ่ายเดียวกันรักกันจะไปทำอย่างนั้นได้อย่างไร แล้วใครล่ะที่เป็นฝ่ายตรงข้าม ทางการเมืองมันก็ชัดแจ่มอยู่แล้ว ขนาดอย่างว่า ผมยังไม่กล้าระบุชื่อคนชื่อพรรคออกไปตรงๆอย่างที่คุณกระทำเลย เพราะผมเห็นว่าท่านที่สนใจก็เข้ากูเกิลหาได้ เพราะเรื่องนี้ดังมากอยู่แล้ว ผมไม่อยากจะกระทบกระเทือนถึงปัญหาความขัดแย้งในปัจจุบันเพราะมันไม่ควรจะเกี่ยวกัน แล้วผมไม่มีหรอกครับหลักฐานหรือใบเสร็จอะไรนั่น เขาตะโกนกันก่อนผมเกิด แต่ถ้าเคยมีคดีความว่าพรรคที่ถูกเอ่ยชื่อคิดว่าเสียหายเขาฟ้องร้องเอาเรื่องกัน มันก็คงจะมีข้อมูลที่คุณต้องการชัดเจนขึ้น แต่มันก็ไม่มี หรือว่ามีผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น เรื่องนี้ ก็เลยเขียนเท่าที่เขียนไปไงครับ ไม่ใช่ว่าจะไล่ไปหาอ่านกันเองซะทุกเรื่องที่ไหน

หวังว่าคำชี้แจงของผมคงจะพอรับฟังได้นะครับ

บันทึกการเข้า
natadol
ชมพูพาน
***
ตอบ: 171


ความคิดเห็นที่ 365  เมื่อ 03 ส.ค. 10, 22:32

คำสอนแบบ กาลามสูตรครับ  ฟัง อ่าน และเรียนรู้ครับ  จะหาได้จากไหนครับ..ลุงๆ ป้าๆ พี่ๆพาท่องอดีต ได้รุ้เกร็ดปลีกย่อยอีกมากที่เราไม่รู้ หากเรารู้แต่ ลุงๆป้ๆพี่ๆไม่รู้ เราก็สามารถบอกได้ ท่านไม่ว่าหรอกครับ กลับมาแชร์กันหาข้อมูลมาเก็บไว้ให้เด็กๆรุ่นหลังๆเราศึกษาต่อไปดีกว่าครับ.. ยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 366  เมื่อ 04 ส.ค. 10, 07:06

^

ตามนั้นเลยครับ เป็นลุงน่ะถูกเลย ไม่ได้เป็นครูบาอาจารย์ที่ไหน อ่านเรื่องที่คนอื่นเขียนมา ตนเองเชื่ออย่างไรก็เรียบเรียงให้อ่านต่อโดยบริสุทธฺ์ใจ ก็เท่านั้น

หากไม่รู้จริง รู้ไม่หมด ก็กรุณาช่วยกันเสริม
ถ้าผิด ก็กรุณาชี้แจงให้แก้ไข

ความรู้จะได้เจริญงอกงาม

ที่ว่ามาทั้งหมดไม่ได้ห้ามถามนะครับ ถามได้ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็จะตอบทุกเรื่อง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 367  เมื่อ 04 ส.ค. 10, 08:36

ให้กิ๊ฟ ค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 368  เมื่อ 04 ส.ค. 10, 10:01

ถ้าตั้งใจอยากเรียนรู้ประวัติศาสตร์จริงๆจังๆ   วิธีทำให้สนุก คืออย่าเรียนแบบรอป้อนอย่างเดียวค่ะ     
อ่านแล้วไปค้นหาข้อมูลต่อ  อินเทอร์เน็ตมีข้อมูลสั้นๆก็จริง   แต่ว่าหาอ่านได้ง่ายกว่าจะต้องเดินทางไปห้องสมุด ค้นก็ง่ายดาย    เพราะข้อมูลมันไม่ไปไหน    ห้องสมุดเสียอยู่อย่างคือจำนวนหนังสือแต่ละเรื่องมีแค่ก๊อปปี้เดียวหรือสองก๊อปปี้   ใครยืมไปจากชั้น เราก็อดอ่าน
แต่ข้อมูลทางเน็ต อ่านกี่คนพร้อมกันก็ได้     
พอไปค้น ได้ข้อมูลเพิ่ม หรือข้อมูลที่ขัดแย้ง ก็กลับมาโพสต์ถาม ให้ถกเถียงกัน  ต่างคนต่างไปหาหลักฐานมาเพิ่ม หรือรอวิเคราะห์ว่าน่าจะเป็นอย่างไหนกันแน่     จะเพิ่มความรู้และความคิดอ่านให้กว้างไกลได้ก็ตรงนี้
ถ้าหากว่าเบื่อที่จะไปเที่ยวหาตามเว็บต่างๆ  รอคำตอบอย่างเดียว  คุณอาจจะพลาดโอกาสที่จะสนุกก็ได้   แต่ถ้าไม่มีเวลาหรือไม่ชอบค้น จะรออ่านในเรือนไทยอย่างเดียวก็ได้   ไม่ผิดกติกาอันใด
บันทึกการเข้า
manit peuksakondh
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 369  เมื่อ 04 ส.ค. 10, 11:04

กลับมาเล่าเรื่องเก่าตามประสาคนเกือบแก่ดีกว่า ตอนเลิกกินหมาก คุณยายผมท่านเดือดร้อนมากครับ แต่ก็แอบกินอยู่แหละครับ(ผมก็เคยลอง ) ตอนหลังๆนี่เมื่อผมโดนเนรเทศไป อินเดีย ที่นี่ต้นตำรับมีหลาบแบบ(ผมก็เคยลอง ) ไป อาฟริกา เขาก็มีหมากขาย คล้ายอินเดีย(ผมก็เคยลอง ) ที่ไต้หวันละก็มีบูธขายหมากเลยแหละครับ (ผมก็เคยลอง ) เรื่องผ้าโจงกระเบนก็คุณยายแหละครับเดือดร้อน คุณแม่ไม่เดือดร้อน สมัยนั้นมีถุงสำเร็จใส่กันครับ เรื่องใส่หมวกก็ไม่เดือดร้อน เรื่องกว๊ยเตี๋ยวนี่ ผม ไม่ยักทราบครับผม คงจะยังเด็กมากกระมัง เรื่องสวนครัวนี่เผอิญที่บ้านพอมีที่ ปลูกสวนครัว ผมได้ความรู้มากเลย(ตอนนี้ก็พยายามให้กอบัวปลูกต้นไม้ และศึกษาการเติบโตของต้นไม้) จำได้ว่าปลูกผักกาด ตะไคร้ โหระพา ต้นหอม ที่มันมากคือ เลี้ยงไก่ มี2พันธ์ เอาที่เรียกตอนเด็กนะครับ เลค ฮอน กับ ออสตาลอป มีไก่อยู่ตัวหนึ่ง นิสสัยเสีย ไข่ออกมาแล้วเจาะกิน แก้ปัญหากันอยู่นาน มีการมาตรวจด้วยนะครับ แล้วก็มีการแจกเป้ เดินทางไกล เข้าใจว่าไปที่บางปูครับ รำวงมาตรฐานนี่ต้องเป็นนะครับ ช่วงนี้ก่อนที่จะมีการทิ้งระบิดนะครับ พอมีการทิ้งระเบิดก็มีการสั่งให้ทำหลุมหลบภัย เคยเล่าไว้ในเว็บนี่แหละครัยว่า วัหนึ่งคุณพ่อพาไปเขาดินกับน้องสาว หวอมา(หวอที่ภูเขาทอง) ก็รีบเดินกลับพอมาพร้อมกับคนอีกกลุ่มหนึ่ง พอถึงใกล้ๆวัดปรินายก เสียงหวี้ดของระเบดดังมาก กลุ่มคนเหล่านั้นแอบลงในท่อระบายน้ำแบบopen channel ริมถนน แต่คุณพ่อพาผมและน้องสาวแอบอยู่โคนต้นไม้ ระเบิดลงใกล้มาก ฝุ่นมืดมองอะไรไม่เห็นเลย พอหวอปลอดภัยขึ้น ไปดู ท่านที่ลงในท่อระบายน้ำ ท่อมันยุบตัว ท่านเสียชีวิตหมด  ส่วนผมโดนสะเก็ดระเบิดเล็กน้อยครับผม
มานิต
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 370  เมื่อ 04 ส.ค. 10, 12:02

ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าค่ะ    ดิฉันเกิดไม่ทัน ได้แต่ฟังคำบอกเล่าจากผู้ใหญ่อีกที   ได้ฟังคุณมานิตเล่าก็เหมือนได้ย้อนความหลังอีกครั้ง

เรื่องขายก๋วยเตี๋ยว ต้องเป็นข้าราชการสมัยนั้นถึงจะรู้  ท่านผู้นำกำหนดมาให้ข้าราชการโดยเฉพาะครู เป็นผู้ทำ  ชาวบ้านไม่ถึงขัันต้องกินแต่ก๋วยเตี๋ยว ยังกินน้ำพริกได้อยู่ค่ะ
อีกเรื่องคือเรื่องเปลี่ยนชื่อ    วัธนธัมกำหนดมาเสร็จสรรพว่าผู้ชายต้องชื่อฟังเป็นชาย หญิงต้องเป็นหญิง  มีตัวอย่างให้ด้วยว่าถ้าชื่อแปลว่าอาวุธ  แปลว่าองอาจกล้าหาญ หรืออะไรแบบนี้ต้องเป็นชื่อชาย   ชื่อที่แปลว่าเครื่องประดับ  ดอกไม้  ความสวยงาม   เป็นชื่อหญิง
ปัญหาคือชาวบ้านไทยแต่เดิม  ชื่อไม่กำหนดเพศ  อย่างคนชื่อ "พร้อม"  เป็นได้ทั้งหญิงชาย  ชื่อ "ลออ" เป็นชายก็ได้ไม่มีใครเห็นแปลก
พอมากำหนดเพศให้กับชื่อ  เลยต้องเปลี่ยนกันอลหม่านทั้งเมือง
นางสาวไทยชื่อเรียม แพศยนาวิน ก็ต้องเปลี่ยนเป็น "เรียมรมย์" เพราะท่านผู้นำติงว่าชื่อ "เรียม" แปลว่า "พี่" ผู้ชายใช้แทนตัวในละคร    แต่พอพ้นยุคนี้คุณเรียมเธอก็กลับมาใช้ชื่อเดิม   
ส่วนอ้ายขวัญอีเรียมแห่ง "แผลเก่า" นั้นน่าจะรอดตัวไปค่ะ เพราะเป็นนิยาย  แต่งกันคนละยุค   
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 371  เมื่อ 04 ส.ค. 10, 12:17

พอมีการทิ้งระเบิดก็มีการสั่งให้ทำหลุมหลบภัย เคยเล่าไว้ในเว็บนี่แหละครัยว่า วัหนึ่งคุณพ่อพาไปเขาดินกับน้องสาว หวอมา(หวอที่ภูเขาทอง) ก็รีบเดินกลับพอมาพร้อมกับคนอีกกลุ่มหนึ่ง พอถึงใกล้ๆวัดปรินายก เสียงหวี้ดของระเบดดังมาก กลุ่มคนเหล่านั้นแอบลงในท่อระบายน้ำแบบopen channel ริมถนน แต่คุณพ่อพาผมและน้องสาวแอบอยู่โคนต้นไม้ ระเบิดลงใกล้มาก ฝุ่นมืดมองอะไรไม่เห็นเลย พอหวอปลอดภัยขึ้น ไปดู ท่านที่ลงในท่อระบายน้ำ ท่อมันยุบตัว ท่านเสียชีวิตหมด  ส่วนผมโดนสะเก็ดระเบิดเล็กน้อยครับผม
มานิต

ตอนคุณมานิตเข้าไปในเขาดินตอนนั้น เห็นหลุมหลบภัยบ้างหรือเปล่า









ภาพจาก

http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/634/23634/images/ZooTour/BombSave3.gif
บันทึกการเข้า
srinaka
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


ความคิดเห็นที่ 372  เมื่อ 04 ส.ค. 10, 12:42

กราบเรียนอาจารย์นวรัตน์

กราบขอบพระคุณที่อาจารย์เห็นว่าผมถามท่านด้วยความสุภาพ จึงกรุณาตอบมาให้คลายสงสัย และสาสมใจที่รอคอย
ขันติและเมตตาธรรมของอาจารย์ กระผมขอคารวะอย่างสุดหัวใจครับ การตั้งกระทู้ หากไม่มีการถาม-ตอบ ก็ไม่น่าจะเป็นกระทู้นะครับ
ผมใช้เจตนาอันบริสุทธิ์เป็นที่ตั้ง และก็ไม่เคยคิดล่วงเกินท่านเลย  แต่การเห็นแย้งนั้น ..ผมขอเลียนอย่างที่อาจารย์ว่า..คือเห็นเป็นสิทธิ
กราบขอบพระคุณอีกครั้งสำหรับคำตอบทุกประเด็น หากใครที่ใช้วิจารณญาณในการอ่านก็จะทราบว่าการสอบถามของผม
อาจารย์เข้าใจแล้วและตอบมาชัดเจนทั้ง 2 ประเด็น จึงไม่มีอะไรต้องขยายความอีก

กราบและกราบแทบตักมาด้วยความเคารพ  รักษาสุขภาพนะครับ ผมจะติดตามผลงานของท่านตลอดไป..
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 373  เมื่อ 04 ส.ค. 10, 12:57

หลุมหลบภัยสาธารณะ ที่เขาดินค่ะ  ทางการบูรณะไว้ดีมาก  คุณมานิตคงจะนึกถึงบรรยากาศสมัยสงครามโลกได้
หลุมหลบภัยตามบ้านก็มีค่ะ   แต่ว่าไม่แข็งแรงมิดชิดเท่าอย่างนี้    ส่วนใหญ่ขุดลงไปเฉยๆลึกพอสมควร   มีหลังคาบัง และมีบันไดลงไปได้ 


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 374  เมื่อ 04 ส.ค. 10, 13:01

หลุมหลบภัยสาธารณะอีกแห่ง หน้าโรงเรียนศึกษานารี   ยังพอมองเห็นร่องรอยโครงสร้างได้ 

http://www.snr.ac.th/wita/learning/safty_dane.htm


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 23 24 [25] 26 27 ... 29
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.073 วินาที กับ 19 คำสั่ง