เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 22482 สามวันจากนารี เป็นอื่น หญิง หรือ ชาย ? ใครเป็นอื่น?
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


 เมื่อ 08 ก.ค. 10, 13:41

เมื่อไม่นานมานี้    เพื่อนรุ่นน้องโทรศัพท์มาถามผมว่า  

สามวันจากนารี  เป็นอื่น   ในโคลงโลกนิติ  เขาตั้งใจสอนผู้ชายหรือผู้หญิง?

ผมก็ถามกลับไปว่า  เป็นการบ้านของใครหรือเปล่า  
เพื่อนคนนั้นตอบว่า  น้องสาวมาถามน่ะ
ผมก็อธิบายให้เขาฟัง  


ผมมานั่งนึกไปมาดู  เห็นว่าควรเปิดกระทู้เชิญท่านทั้งหลายในเรือนไทยช่วยแสดงความคิดเห็นกันหน่อยว่า

เจ็ดวันเว้นว่างดีดซ้อม             ดนตรี
อักขระห้าวันหนี                    เนิ่นช้า
สามวันจากนารี                    เป็นอื่น
วันหนึ่งเว้นล้างหน้า                อับเศร้าศรีหมอง


ในความคิดเห็นของท่านทั้งหลาย   ท่านคิดว่า  เขาตั้งใจจะสอนผู้หญิง หรือผู้ชายกันแน่?  เพราะอะไร? ทำไม?
พร้อมกับยกเหตุผลและหลักฐานข้อมูลต่างๆ มาอธิบายประกอบคำตอบได้
ไม่จำกัดความยาว  ไม่กำหนดเวลาคิดและพิมพ์คำตอบ  

เชิญแสดงความเห็นได้ ณ บัดเดี๋ยวนี้  ยิ้ม









บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 08 ก.ค. 10, 13:52

ก่อนอื่นขอยกบทกวีของท่านอังคารมาเสนอก่อน

อนิจจาน่าเสียดาย
ฉันทำชีวิตหายไปครึ่งหนึ่ง
ส่วนที่สูญนั้นลึกซึ้ง
มีน้ำผึ้งบุหงาลดามาลย์

ครึ่งหนึ่งหลงเหลือในอกนี้
สั่นชีวีเสียสะเทือนสะท้าน
ซ้ำโซ่ตรวนพันธนาการ
ทรมานปานทาสจะขาดใจ

อีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่น้องแก้ว
ขึ้งโกรธพี่แล้วจะทำไฉน
ถึงใกล้ก็อย่างห่างไกล
ไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน

เสียแรงชายบริสุทธิ์ซึ่อ
ควรหรือนางมล้างค่าใฝ่ฝัน
ทิ้งให้เทวษหาจาบัลย์
ที่ไหนนั่นมิ่งขวัญกลับมา

หมายทะนุถนอมน้องไว้กะอก
กลับตกในมือของเขาอื่น
แสนเจ็บแสนปวดปูนปืน
พิษมาเสียบเสียววิญญาณ

ใจนางอย่างน้ำค้างกลางดึก
ดั่งผลึกเพชรใสไหวสะท้าน
ครู่เดียวก็แตกดับกับดินดาน
ไร้แก่นสารจะหวังมิยั่งยืน

บุราณว่าพรากจากนารี
ลับลี้จากสามวันเป็นอื่น
เสียเจ้าโศกเศร้าทุกวันคืน
สุดจะฝืนสู้ทุกข์ขุกเข็ญใจ

แค้นหญิงชิงชังไปทั้งโลก
จะทุกข์โศกกับนารีหรือไฉน
เสียแรงเป็นบุรุษอาชาไนย
มาหลงใหลหล่มล้มจมดิน


จักอัปยศแก่วิญญาณ
อัประมาณอดสูรู้สิ้น
จึ่งตัดใจหลั่งน้ำไหลริน
ลงดินขาดกันจนวันตาย

อังคาร กัลยาณพงศ์

สามวันจากนารี         เป็นอื่น

การตีความโคลงโลกนิติวรรคนี้  ต้องคำนึงถึงสภาพสังคมในสมัยนั้นด้วย สมัยก่อนผู้ชายมีภรรยาหลายคนเป็นที่ยอมรับในสังคม  การที่ขุนแผนมีภรรยาหลายคนไม่มีใครกล่าวว่าเป็นคนไม่ดี แต่นางวันทองมีสามีเพียง ๒ คนด้วยจะด้วยความเสียรู้หรือตกกระไดพลอยใจก็ตามที สังคมถึงกับยกเป็นตัวอย่างของหญิงเลว

ดังนั้น หากผู้ชายจากภรรยาไป ๓ วันแล้วมีผู้หญิงคนใหม่ สมัยนั้นคงไม่ถือว่าผู้ชายเป็นอื่นแน่ ๆ ผิดกับผู้หญิงเพียงนางวันทองมีสามีใหม่คือขุนช้าง สังคมก็ถือว่านางวันทองเป็นอื่น เป็นนางวันทองสองใจ เป็นตัวอย่างของหญิงเลวซึ่งมิสมควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

นี่แหละหนอ ความไม่เท่าเทียมกันทางเพศในสมัยก่อน

 เศร้า


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30539

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 08 ก.ค. 10, 14:07

กวีว่าผู้หญิงค่ะ    ไม่ว่าผู้ชายด้วยกัน
ผู้ชายเจ้าชู้ สังคมไทยยอมรับได้ง่ายดายมาก   แต่ผู้หญิงเจ้าชู้ เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

จากเรื่องจันทโครพ
น้ำใจนางเหมือนน้ำค้างบนไพรพฤกษ์         เมื่อยามดึกดังจะรองเข้าดื่มได้
ครั้นรุ่งแสงสุรีย์ฉายก็หายไป             เพิ่งเห็นใจเสียเมื่อใจจะขาดรอน

บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 08 ก.ค. 10, 14:14

อืมม์

ถ้าเช่นนั้น  ในโคลงบาทอื่นที่อยู่ในบทเดียวกัน  ก็ต้องสอนผู้หญิงด้วยสิครับ

แต่สมัยนั้น  หญิงที่เล่นดนตรี  ก็มีแต่หญิงที่ราชการฝ่ายในในพระราชวังไม่ใช่หรือ

หญิงที่เรียนหนังสือ   ถ้าเป็นหญิงสามัญคงจะหายากสักหน่อย  มีตัวอย่างแต่นางทองประศรีที่สอนหนังสือหลานชายได้   (จะยกเอาตัวละครในพระอภัยด้วย  ก็มีอิทธิพลจากวรรณคดีต่างชาติมากอยู่สักหน่อย)

ผู้หญิงรักสวยรักงามเป็นนิสัยอยู่แล้ว   อย่างนี้ต้องมาสอนกันพิเศษด้วยหรือ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 08 ก.ค. 10, 14:16

กวีน่าจะตั้งใจสอนผู้ชายด้วยกัน

อย่าลืมว่า สมัยนั้นผู้หญิงรู้หนังสือน้อย

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 08 ก.ค. 10, 14:24

ถ้าอย่างนั้น   ถ้าสอนทั้งหญิงและชาย  ทำไมต้องเน้นว่า  จากนารี  เป็นอื่น  ในบาทที่สาม เป็นการเฉพาะ

ถ้าสอนทั้งชายและหญิง 
ควรจะอธิบายในความหมายที่สอนผู้หญิงว่าอย่างไร
ถ้าสอนผู้ชายจะอธิบายว่าอย่างไร   โดยใช้โคลงบทเดียวกันนี้
บันทึกการเข้า
manit peuksakondh
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 08 ก.ค. 10, 17:43

ได้ความรู้ใหม่ว่าเนื้อเพลง"น้ำใจน้ำค้าง" ที่ท่านม.ร.ว.ถนัดศรีฯร้องนั้น เอามาจากจันทโครพนี่เอง
มานิต
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30539

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 08 ก.ค. 10, 17:57

โคลงโลกนิติ มาจากอินเดีย  ทัศนะต่างๆก็เป็นแบบค่านิยมและความเชื่อของอินเดีย
โคลงบทนี้เป็นคำเตือนในเชิงเปรียบเปรย  ไม่ใช่คำสอนแบบ "มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท"    เปรียบเปรยว่าละเว้นไม่ปฏิบัติสิ่งที่ควรปฏิบัติ ก็ทำให้สิ่งนั้นเสื่อมไปได้
สามวันจากนารี เป็นอื่น   คือควรรู้ว่าผู้หญิงเป็นเพศใจคอไม่มั่นคง     ถ้าละเลยเขาแม้แต่นิดเดียว   เขาก็ไปมีแฟนใหม่ได้เร็วทันใจ
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 08 ก.ค. 10, 20:12

ขอตีความแบบไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด  แต่มุ่งให้เกิดประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย  ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับเจตนาดั่งเดิม

ความห่างไกลจากหญิง  ทำให้แปรเปลี่ยน(ไม่ระบุว่าหญิงหรือชายที่เปลี่ยน  ก็น่าจะมีโอกาสเปลี่ยนเท่า ๆ กัน)

ดังนั้นพึงตระหนักและระวังซึ่งกันและกัน  ห่างไกลก็อย่าให้ห่างเหินนะคะ
บันทึกการเข้า
watanachai4042
อสุรผัด
*
ตอบ: 42


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 08 ก.ค. 10, 20:48

ผู้ชายแต่ง  ย่อมไม่ว่าผู้ชายเป็นอื่น  มุ่งว่าผู้หญิงเป็นอื่น  (เหมือนกฤษณาสอนน้อง  ผู้ชายแต่งโดยใช้นางกฤษณาที่มีสามี 5 คนมาเป็นผู้สอน ทั้งที่จริงทั้งหมดที่สอนก็คือความต้องการของผู้ชายนั่นเอง  เพราะฉะนั้นผู้หญิงในกฤษณาสอนน้องจึงลำบาก...ทุกเรื่อง)

แต่ในความจริงทั้งสองฝ่ายก็มีสิทธิ์เป็นอื่นได้เท่าๆกัน
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 09 ก.ค. 10, 08:12

โคลงโลกนิติ มาจากอินเดีย  ทัศนะต่างๆก็เป็นแบบค่านิยมและความเชื่อของอินเดีย
โคลงบทนี้เป็นคำเตือนในเชิงเปรียบเปรย  ไม่ใช่คำสอนแบบ "มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท"    เปรียบเปรยว่าละเว้นไม่ปฏิบัติสิ่งที่ควรปฏิบัติ ก็ทำให้สิ่งนั้นเสื่อมไปได้
สามวันจากนารี เป็นอื่น   คือควรรู้ว่าผู้หญิงเป็นเพศใจคอไม่มั่นคง     ถ้าละเลยเขาแม้แต่นิดเดียว   เขาก็ไปมีแฟนใหม่ได้เร็วทันใจ

ชื่อ  โลกนิติ  มาจากอินเดีย  อันนี้ใช่  แต่โคลงโลกนิติ   ไม่ได้มาจากโลกนิติของอินเดียทั้งหมด   โคลงบางบทมาจากพุทธศาสนสุภาษิต   บางบทมาจากหนังสือเรื่องอื่นทั้งที่เป็นภาษาบาลีและสันสกฤต  แต่ก็มีโคลงอีกหลายบทที่ยังไม่พบที่มา  และโคลงหลายบทส่อว่าเป็นภาษิตไทยที่แต่งขึ้นโดยไม่ได้เอามาจากสุภาษิตบาลีสันสกฤต    การวิเคราะห์หาที่มาของโคลงโลกนิติทั้งหมดนั้น  มีคนศึกษาค้นคว้าไว้แล้ว   หาอ่านได้ไม่ยาก

โคลงบทนี้  ผู้ที่ศึกษาค้นคว้าหาที่มาของโคลงโลกนิติ  ยังระบุที่มาจากคัมภีร์บาลีสันสกฤตไม่ได้   และถ้าเปิดดูในหนังสือประชุมโคลงโลกนิติ  (ที่รวบรวมโคลงโลกนิติ ทั้งของเก่า   และโคลงโลกนิติของใหม่ที่กรมสมเด็จพระเดชาดิศรทรงชำระและทรงพระนิพนธ์) โคลงที่ยกมาเป็นประเด็น   มีแต่สำนวนที่กรมสมเด็จพระเดชาดิศรทรงพระนิพนธ์เพียงสำนวนเดียว  ไม่ปรากฏโคลงสำนวนเก่าก่อนหน้านั้น   ในเบื้องต้นจึงอาจสรุปได้ว่า  โคลงบทนี้น่าจะเป็นโคลงที่เจ้านายพระองค์นั้นทรงพระนิพนธ์ขึ้นมาใหม่   คำสอนในโคลงบทนี้ก็หาที่มาจากคัมภีร์ใดๆ ไม่ได้   ก็น่าจะเป็นสุภาษิตใหม่   สุภาษิตลักษณะดังกล่าวก็มีปะปนในโคลงโลกนิติที่กรมสมเด็จพระเดชาดิศรทรงชำระและทรงพระนิพนธ์หลายบทเสียด้วยสิ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 09 ก.ค. 10, 08:17

ขอตีความแบบไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด  แต่มุ่งให้เกิดประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย  ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับเจตนาดั่งเดิม

ความห่างไกลจากหญิง  ทำให้แปรเปลี่ยนไม่ระบุว่าหญิงหรือชายที่เปลี่ยน  ก็น่าจะมีโอกาสเปลี่ยนเท่า ๆ กัน)

ดังนั้นพึงตระหนักและระวังซึ่งกันและกัน  ห่างไกลก็อย่าให้ห่างเหินนะคะ


ถ้าเป็นคำสอนผู้ชาย  หากมีความหมายอย่างนี้  ไม่มีปัญหา  ไม่น่าคิดมาก  (แต่ไม่ได้หมายความว่าเห็นด้วยทั้งหมดนะครับ)

แต่ถ้าเป็นคำสอนผู้หญิง   แล้วมีความหมายอย่างนี้   ผมเข้าใจว่า   คงเป็นคำสอนเฉพาะกลุ่มรักเล่นเพื่อน   ลังเล

บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 09 ก.ค. 10, 08:41

คารวะคุณหลวงเล็กค่ะ  ยังยืนยันเจตนาตีความที่ไม่แยกหญิงแยกชายเจ้าค่ะ  แต่ถ้าแยกหญิงแยกชายแล้วทำให้รู้สึกว่าเป็นกลุ่มหญิงรักหญิง  ตัวเองจับความรู้สึกตรงนี้ไม่ได้เจ้าค่ะ  มาจากตรงไหนหว่า  คารวะอีกที่เจ้าค่ะ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 09 ก.ค. 10, 09:05

ผู้ชายแต่ง  ย่อมไม่ว่าผู้ชายเป็นอื่น  มุ่งว่าผู้หญิงเป็นอื่น  (เหมือนกฤษณาสอนน้อง  ผู้ชายแต่งโดยใช้นางกฤษณาที่มีสามี 5 คนมาเป็นผู้สอน ทั้งที่จริงทั้งหมดที่สอนก็คือความต้องการของผู้ชายนั่นเอง  เพราะฉะนั้นผู้หญิงในกฤษณาสอนน้องจึงลำบาก...ทุกเรื่อง)

แต่ในความจริงทั้งสองฝ่ายก็มีสิทธิ์เป็นอื่นได้เท่าๆกัน

บรรดาวรรณคดีไทยที่เป็นวรรณคดีคำสอน สุภาษิต  ไม่ว่าจะเป็นคำสอนผู้หญิง  ผู้ชาย  แม่ม่าย  แม่เรือน  ชายแก่แม่เฒ่า  คนยากจน  ขี้ยา  เด็กวัด  ไปจนถึงเจ้าฟ้ามหากษัตริย์  ๙๙ เปอร์เซ็นต์  คงเป็นผู้ชายแต่ง   (ที่เหลือไว้  ๑ เปอร์เซ็นต์  เผื่อจะหาวรรณคดีคำสอนที่ผู้หญิงแต่งเจอ)  

ถ้าเอาหลักสันนิษฐานว่า  ผู้ชายแต่งวรรณคดีคำสอน  แล้วต้องว่าต้องตำหนิผู้หญิง   ออกจะเป็นสรุปที่ง่ายเกินไป   ผมขอตัวอย่างอธิบายเพิ่มได้หรือไม่

กรณีกฤษณาสอนน้อง   ใช่ครับ   การสอนใครนั้น  ก็เพราะคนสอนต้องการให้ผู้ที่ถูกสอนทำตามหน้าที่ที่พึงทำ และไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควร  ไม่ว่าผู้หญิงสอนผู้ชาย  ผู้ชายสอนผู้หญิง  หรือเพศเดียวกันสอนกัน   ก็มุ่งหมายอย่างนี้ทั้งสิ้น  

แต่ที่ว่า  "...เพราะฉะนั้นผู้หญิงในกฤษณาสอนน้องจึงลำบาก...ทุกเรื่อง"  ก็สิ่งที่กฤษณาสอน  (ซึ่งไม่ได้มาจากคำสอนจริงของกฤษณาในเรื่องมหาภารตะทั้งหมด  มีหลายแห่งเป็นคำสอนที่เพิ่มเติมลงตามสภาพสังคมไทย) เป็นสิ่งที่ผู้หญิงแม่เรือนสมัยก่อนต้องปฏิบัติเป็นหน้าที่อยู่แล้วไม่ใช่หรือ   ถ้าหญิงคนใดเห็นการทำหน้าที่เป็นการลำบากไปหมด  แสดงว่าหญิงคนนั้นไม่เหมาะที่จะเป็นภรรยาแล้ว   ควรเป็นโสด  
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 09 ก.ค. 10, 09:24

คารวะคุณหลวงเล็กค่ะ  ยังยืนยันเจตนาตีความที่ไม่แยกหญิงแยกชายเจ้าค่ะ  แต่ถ้าแยกหญิงแยกชายแล้วทำให้รู้สึกว่าเป็นกลุ่มหญิงรักหญิง  ตัวเองจับความรู้สึกตรงนี้ไม่ได้เจ้าค่ะ  มาจากตรงไหนหว่า  คารวะอีกที่เจ้าค่ะ

ในโคลงว่า   สามวันจากนารี  เป็นอื่น   ส่อว่าเป็นคนรักต้องห่างไกลจากหญิงคนรัก   ถ้าเป็นชายต้องเหินห่างจากหญิงคนรัก  อันนี้ปกติ   แต่ถ้าหญิงต้องจากหญิงคนรัก  ก็เป็นกลุ่มรักเล่นเพื่อน   ผมเข้าใจว่า  คุณpakun2k1d  คงหมายความว่า  เมื่อผู้ชายจากผู้หญิงคนรักไป  ทั้งสองฝ่าย(คือชายที่จากไป กับหญิงที่อยู่บ้าน)มีโอกาสจะเป็นอื่นได้พอๆ กัน   แต่ผมสงสัยต่อไปว่า   สมัยก่อน  ชายจะปล่อยหญิงคนรักให้อยู่รักษาเหย้าเรือนคนเดียวได้หรือ   เขาน่าจะพาไปฝากผู้ใหญ่บ้านใกล้เรือนเคียงให้ช่วยดูแลนะครับ   รู้สึกว่า กฎหมายเก่าก็ระบุเรื่องนี้เอาไว้


ผมขอต้องคำถามคำถามหนึ่งว่า  ในสมัยก่อน  ผู้หญิงกับผู้ชาย  ใครมีโอกาสต้องจากบ้านไปกิจกรรมนอกบ้านมากกว่ากัน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง