เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 4857 เนื่องด้วยบทความ แค้นของกวี
แม่ลูกโอ๊ท
บุคคลทั่วไป
 เมื่อ 26 ก.ย. 00, 12:00

อ่านบทความแค้นของกวีแล้วค่ะ แทบไม่น่าเชื่อนะคะว่าเขียนกันโดยกลุ่มนักเรียน
ราวกับจะเป็นมืออาชีพ น่ายินดีด้วยจริงๆค่ะ  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 04 ก.ย. 00, 00:00

ขอบคุณมากค่ะ
บันทึกการเข้า
Tethys
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 04 ก.ย. 00, 00:00

เก็บบทพรรณนาหวานๆ จากวรรณคดี มาอีกนะคะ ซึ้งจัง..
อิอิ หนูกำลังมีความรัก

อ้อ! เรื่องขนมที่ถูกลืมก็ชอบจัง
อยากอ่านที่มาที่ไปของอาหารโบราณ
หายาก
ขออีก ขออีกนะคะ..
ปลื้ม ปลื้ม ภูมิใจกับความประณีตศิลป์ของบ้านเราค่ะ
บันทึกการเข้า
ทิด
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 07 ก.ย. 00, 00:00

นี่ก็อีกเป็นอีกบทหนึ่งของ "แค้น" ระดับอมตะของกวีร่วมสมัยเลยนะครับ

...........................



เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง    

มุ่งปรารถนาอะไรในหล้า

มิหวังกระทั่งฟากฟ้า    

ซบหน้าติดดินกินทราย

 

จะเจ็บจำไปถึงปรโลก    

ฤารอยโศกรู้ร้างจางหาย

จะเกิดกี่ฟ้ามาตรมตาย    

อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ

 

ถ้าเจ้าอุบัติบนสวรรค์    

ข้าขอลงโลกันตร์หม่นไหม้

สูเป็นไฟเราเป็นไม้    

ให้ทำลายสิ้นถึงวิญญาณ

 

แม้แต่ธุลีมิอาลัย    

ลืมเจ้าไซร้ชั่วกัลปาวสาน

ถ้าชาติไหนเกิดไปพบพาน    

จะทรมานควักทิ้งทั้งแก้วตา

 

ตายไปอยู่ใต้รอยเท้า    

ให้เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า

เพื่อจดจำพิษช้ำนานา    

ไปชั่วฟ้าชั่วดินสิ้นเอย

.......................................



หมายเหตุ...1

ตรงช่วงบทแรกผมเคยได้ยินมาอีกลักษณะหนึ่งดังนี้นะครับ...



เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง    

"จะหมายมุ่งสิ่งใดในหล้า"

มิหวังกระทั่งฟากฟ้า    

ซบหน้าติดดินกินทราย



หมายเหตุ...2

บท "เสียเจ้า" ข้างต้นผมคัดมาจาก

http://www.geocities.com/thailiterature/ak1.htm' target='_blank'>http://www.geocities.com/thailiterature/ak1.htm นะครับ



 
บันทึกการเข้า
แจม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 07 ก.ย. 00, 00:00

ผมเห็นเค้าคุยกันเรื่องเบียร์เยอรมันอยู่ดี ๆ ที่วิชาการคาเฟ่

( http://vcharkarn.com/vcafe/show_message.php?roomname=deknok&number=4' target='_blank'>http://vcharkarn.com/vcafe/show_message.php?roomname=deknok&number=4 )

ไหงกลายเป็นกวีขี้เมาไปกันหมด ก็เลยนึกถึง



                          ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง

                          มีคันโทงผูกสายไว้ปลายเสา

                          โอ้ อืม..อืม..อืม.. นรกเจียวอกเรา

                          อืม..อืม..อืม..อืม..อืม..อืม..

                          ไม่เมาเหล้าแล้วเรายังเมารัก

                          สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน

                          อืม..อืม..อืม..อืม..อืม..อืม..

                          แต่เมาใจนั้นประจำทุกคำ่คืน



แต่จำไม่ได้หมด มั่วๆ อยู่ในหัว ใครทราบ ช่วยด้วยครับ                            
บันทึกการเข้า
ทิด
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 07 ก.ย. 00, 00:00

บางตอนจากนิราศภูเขาทอง ของสุนทรภู่ครับ

....................................

ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง    

มีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา

โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา      

ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย



ทำบุญบวชกรวดน้ำขอสำเร็จ          

สรรเพชญโพธิญาณประมาณหมาย

ถึงสุราพารอดไม่วอดวาย                  

ไม่ใกล้กรายแกล้งเมินก็เกินไป

 

ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก        

สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน

ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป            

แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืนฯ

.......................................

ส่วนบทเต็มลองไปดูที่

http://www.geocities.com/Paris/Library/7749/' target='_blank'>http://www.geocities.com/Paris/Library/7749/ นะครับ  
บันทึกการเข้า
Tethys
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 07 ก.ย. 00, 00:00

แค้นที่คุณทิด copy มา น่ากลัวจัง...
หวาน ๆ ไม่มีบ้างหรือคะ
อ้อ!! โทษทีกระทู้ว่าไว้ด้วยความแค้น
แหงม แหงม เหงาจัง...
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 07 ก.ย. 00, 00:00

กำลังเตรียมเรื่องกวีหวานอยู่ค่ะคุณ Tethys     มีมากเหลือเกิน ไม่รู้จะเลือกบทไหนดี
ใครนึกออกช่วย post   มาก่อนนะคะ
บันทึกการเข้า
แจม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 07 ก.ย. 00, 00:00

ขอบคุณครับ คุณทิด
แหม! บทที่สองของผมหายไปทั้งบทเลย ดีครับจะได้จำไว้ทีนี้
 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 07 ก.ย. 00, 00:00

เขียนจากความทรงจำยังหาหนังสือไม่พบ อาจผิดได้บางคำนะคะ

ชาติหน้าถ้ามีจริง       น้องหญิงน่าวางขาย
เป็นสินค้ากลางดินกลางทราย    เรียงรายข้างถนนหนทาง
จะโล้สำเภาทอง        มาซื้อน้องไปแนบข้าง
สามวันเจ้าจืดจาง      วางขายใหม่ใส่พานทอง
อังคาร กัลยาณพงศ์

ประชดประชันเจ็บแสบเอาการค่ะ
บันทึกการเข้า
Tethys
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 07 ก.ย. 00, 00:00

ขอบคุณล่วงหน้านะคะคุณเทาชมพู
<<ยิ้มหวานแก้มปริ>>

แหม! เห็นด้วยเลยค่ะบทหลังนี้เจ็บแสบแปลบสาหัสเลย
แค่สามวันเองนี่อะนะ....ใจหนอใจ
แต่ว่าไปก็ยังอุตส่าห์ใส่พานทองไปขายใหม่
ไม่เขวี้ยงทิ้งคืนข้างถนนที่แหล่งเดิม
อิอิ อิอิ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 07 ก.ย. 00, 00:00

เขาเรียกว่ารีไซเคิลยังไงล่ะคะ  คุณ Tethys ไม่ทิ้งไปเปล่าๆ

เอาบทกลอนนี้มาฝากคนมีความรักก่อนนะคะ แล้วจะไปเขียนเป็นเรื่องมาให้ค่ะ
-------------------------------------------------------
โอ้สงสารสุริยาฟ้าพยับ..... จะเลื่อนลับยุคุนธรศิงขรเขา
พระอาทิตย์ดวงเดียวเปลี่ยวเหมือนเรา....... กำสรดเศร้าโศกมาเอกากาย
ถึงมีเพื่อนเหมือนพี่ไม่มีเพื่อน.... เพราะไม่เหมือนนุชนาฏที่มาดหมาย
มีเพื่อนเล่นก็ไม่เหมือนกับเพื่อนตาย......มีเพื่อนชายก็ไม่เหมือนกับเพื่อนชม
ถึงจะมีวิมานสถานทิพย์......ให้ลอยลิบเลิศมนุษย์สุดประถม
ถ้าไม่มีคู่เคียงเรียงภิรมย์.....จะเตรียมตรมตรึกหาเป็นอาจิณฯ
(จาก นิราศพระแท่นดงรัง ของ นายมี)

 
บันทึกการเข้า
Tethys
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 08 ก.ย. 00, 00:00

แหม! หญิงยุค 2000 ไม่ยอมให้รีไซเคิลง่ายๆ หรอกนะคะ

นิราศที่ฝากมาโดนใจพลั่กเบ้อเริ่มเลย
กำลังเหงาอยู่พอดี....
คนพิเศษไปทำงานไกลหลายวัน

พึ่งจะเข้าใจความหมายของคำว่าตรมในภาษาวรรณคดีของยามที่คิดถึงเป็นอย่างนี้เอง

 
บันทึกการเข้า
ปู่
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 10 ก.ย. 00, 00:00

อ้าว กระทู้นี้มีเบียร์มาแจมอีกแล้ว
หลาน Tethys อย่าตรมไปเลยหนูเอ้ย มาชนแก้วกันดีกว่า ฮาาาา
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 18 ก.ย. 00, 00:00

สวัสดีครับ ผมเพิ่งมาใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ
แค้นของคุณเทาชมพู เอ้อ- ต้องบอกว่า "แค้นชองกวี" ของคุณเทาชมพูนี่ ยังไม่ค่อยแค้นมากนะครับ ดูยังรักๆ แค้นๆ ยังไงอยู่ (คงเป็นเพราะผู้เขียนบทความยังอยู่ในวัยหวาน) ผมอ่านหัวข้อแล้วนึกว่าจะมีบทกวีอีกสองบท ที่กวีแค้นจริงๆ หนึ่งคือบทของท่านอังคาร ที่มีท่านอื่นยกมาแล้วข้างบน สองคือบทโคลงบทสุดท้ายที่ว่ากันว่าศรีปราชญ์แต่ง (แต่ศรีปราชญ์จะมีตัวจริงรึเปล่าก็ไม่ทราบ) ธรณีนี่นี้ เป็นพยาน... ไงครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.057 วินาที กับ 19 คำสั่ง