เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 5878 เขย - สะใภ้ อะไรกันแน่ นับญาติไม่เป็นแล้วหรือ
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


 เมื่อ 27 มิ.ย. 10, 06:13


       ฝนกำลังหมดเม็ด   ตื่นเช้า  อ่านข่าวแล้ววิงเวียน

อนิจจาภาษาไทยของข้า


 สืบ3จับ สาวใหญ่จ้างฆ่าพี่เขยหวังเงินประกัน
   
27 มิย. 2553 00:11 น.

    พ.ต.อ.มนัส ศัตรูลี้ รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.ปกรณ์ กิตติวัฒน์ ผกก.สส.บก.น.3 พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม ผกก.สน.มีนบุรี ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม น.ส.สำลี สุภาษิต อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 98/1 หมู่ 6 ต.สามพี่น้อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ตามหมายจับของศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 637/2553 วันที่ 26 มิ.ย.2553 ข้อหาเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และนายวิชัย หรือ เพชร ศรีบัวงาม อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 99 หมู่ 7 ต.สามพี่น้อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 603/2553 ลงวันที่ 18 มิ.ย.53 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมของกลางรถจักรยานสีน้ำเงิน 1 คัน เสื้อแขนยาวลายเหลืองส้ม กางเกงขายาวสีเขียว และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
    ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุผู้เสียชีวิตภายในห้องแถว 2 ชั้น ห้องที่ 4 ซ.รามอินทรา 115 แขวงและเขต มีนบุรี กทม.ทราบชื่อนายมานพ เขื่อนวัง อายุ 40 ปี ถูกแทงด้วยอาวุธมีดตามร่างกาย จำนวน 10 แผล นอนเสียชีวิตภายในห้องน้ำ หลังจากตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุพบผู้ต้องสงสัยเป็นชาย ไว้ผมสั้นเกรียน จึงนำหลักฐานไปขอหมายจับเลขที่ 603/2553 ลงวันที่ 18 มิ.ย.2553 ต่อมาชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.3 สืบทราบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวคือนายวิชัย หรือ เพชร ศรีงาม อยู่บ้านไม่ทราบเลขที่ ต.สามพี่น้อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี จึงลงพื้นที่ติดตามจับกุมมาได้ จากนั้นได้สอบสวนขยายผลทราบว่า ผู้ใช้จ้างวานคือ น.ส.สำลี สุภาษิต น้องสะใภ้ผู้ตาย จึงรวบรวมหลักฐานไปขออนุมัติหมายจับและเชิญตัวมาสอบปากคำจนรับสารภาพ
    สอบสวน นายวิชัย รับว่า เป็นคนงานรับจ้างขนแผ่นยางพารา ก่อนหน้านี้รู้จักกับ น.ส.สำลีเพราะเคยมาขายของแถวบ้าน ต่อมา น.ส.สำลีได้ติดต่อว่ามีงานให้ทำโดยให้ไปฆ่านายมานพ พี่เขย แล้วจะให้ค่าจ้างเป็นเงิน 20,000 บาท ตนคิดอยู่นานแต่ก็ตัดสินใจรับงานเพราะต้องการเอาเงินไปช่วยใช้หนี้ให้แม่ที่ ไปขอกู้ยืมเงินมาให้ตนใช้แต่งงานเพราะที่ผ่านมาไม่ค่อยได้ช่วยอะไรแม่
    นายวิชัย รับอีกว่า หลังรับงาน น.ส.สำลีก็เป็นคนพานั่งรถตู้เข้ามากรุงเทพฯ โดยเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. น.ส.สำลีได้เดินทางมากรุงเทพฯ พร้อมกับนายวิชัย แล้วมาเปิดห้องพักที่เอวัน อพาร์ตเม้นท์ ซ.รามอินทรา 109 วันรุ่งขึ้นก็พาตนไปพบกับนายมานพ โดยอ้างว่าให้ดูแลตนเพราะกำลังมาหางานทำที่กรุงเทพฯ โดย น.ส.สำลีเป็นผู้นำมีดมาให้ จากนั้นได้นัดหมายให้ตนไปรอผู้ตายที่ปากทางเข้าบ้านพักก่อนจะเข้าห้องพักผู้ ตาย แต่ก่อนก่อเหตุก็ตัดสินใจอยู่นานหลายชั่วโมงแต่ด้วยความอยากได้เงินจึงนำมีด ที่ซ่อนในกระเป๋าคาดเอวมาแทงผู้ตาย ก่อนจะลากเข้าห้องน้ำไปแทงซ้ำ จนแน่ใจว่าเสียชีวิตจึงหลบหนีมาโดยขโมยจักรยานผู้ตายขี่ไปหา น.ส.สำลีที่รออยู่ที่ปั้มน้ำมันบางจากแถวที่พักผู้ตาย โดยจอดจักรยานทิ้งไว้ และล้างมือที่เปื้อนเลือด ส่วนมีดโยนทิ้งไปข้างทาง จากนั้นตนกับน.ส.สำลีได้พากันเรียกแท็กซี่โดยไปส่งตนที่สถานีขนส่งเอกมัย โดยซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยนแล้วขึ้นรถโดยสารกลับบ้านที่จันทบุรี ทั้งนี้ตนได้เงินมาเพียง 500 บาท ส่วนค่าจ้างที่เหลือนั้นยังไม่ได้รับเพราะ น.ส.สำลีบอกว่ารอให้เงินฌาปนกิจออกก่อน
    ด้าน น.ส.สำลี รับสารภาพว่า ได้ว่าจ้างนายวิชัยจริงโดยรู้จักกับนายวิชัยที่อยู่ภายในหมู่บ้าน สำหรับสาเหตุที่ต้องฆ่านายมานพ พี่เขย เพราะเมื่อ 2 ปีก่อน ตนได้ให้นายมานพ ทำประกันฌาปนกิจหมู่บ้าน เนื่องจากนายมานพเป็นโรคไตวาย โดยมีตนเป็นผู้รับผลประโยชน์หากนายมานพเสียชีวิต โดยจะได้เงินกว่าแสนบาท ซึ่งที่ผ่านมาตนเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพี่เขยจนเป็นหนี้สินกว่าแสน บาทจึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว



บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 27 มิ.ย. 10, 06:51

       ในย่อหน่าที่ ๒      ข่าวรายงานว่าคุณ ส  เป็นน้องสะใภ้ผู้ตาย

(นั่นหมายความว่า คุณ ส.  เป็นภรรยาของน้องชาย คุณ ม.     และคุณ ม. เป็น พี่ผัว)

คุณ ส. จ้าง วาน ฆ่า คุณ ม หวังเงินค่าทำศพ

นอกจากเรื่องที่แสดงว่า คุณ ม. ป่วยมานาน  คุณ ส. จ่ายค่ารักษาพยาบาลไปมากแล้ว

คุณ ส.อาจต้องรักษาพยาบาลรับใช้ประดุจนางโอชิน   คนอ่านเข้าใจไปอย่างนั้น



       เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเบื้องหลังคดีแต่อย่างใด  เพราะจำเลยสารภาพไปแล้ว



     ในย่อหน้าสุดท้าย   คุณ ส. สารภาพว่า คุณ ม. เป็นพี่เขย

(หมายความว่าคุณ ม. เป็นสามี ของ พี่สาว คุณ ส.    ดังนั้นคุณ ส. จึงเป็นน้องเมียของคุณ ม.)

ทำไมพี่สาวคุณ ส. ปล่อยให้น้องสาวตัวเองรับผลประโยชน์ในเรื่องเงินค่าทำศพก็ไม่รู้  


เรื่องนี้ความขัดกัน     ถ้าไม่ได้เป็นสมาชิกของเรือนไทย ดิฉันไม่มีทางสังเกตได้  ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้อบรมสั่งสอนจิกตีดิฉันมา  
โอ๊ะ!   เขียนผิดไปแล้ว   ขอประทานโทษ              กรุณาแก้ จิกตีเป็น หวังดี นะคะ


คุณ ส. จะเป็น น้องสะใภ้  ในขณะเดียวกับเป็นน้องเมียของคุณ ม. ได้ อย่างไร


ถ้าเป็นจริงตามที่นักข่าวรายงาน       เรื่องนี้นักข่าวเก่งกาจมาก

คือ  คุณ ม. ได้เป็นสามีของพี่สาวคุณ ส. จริงๆ       และ คุณ ส.ก็ได้น้องชายของคุณ ม. เป็นสามีอีกด้วย



ดีใจจังที่นักข่าวเล่าเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่าย ได้ปานนี้



เอ!     จะกลับไปนอนอ่านหนังสือเรื่องญาติวงศ์ขุนนางไทยสักสองสามรอบ   แก้วิงเวียนดีไหมนี่  สหาย

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 27 มิ.ย. 10, 07:17


       วันนี้ชมรมนักอ่านหนังสือเก่า  มีงานพบปะ แลกเปลี่ยนหนังสือต้องห้าม และคืนหนังสือ กัน

ใครไปถึงก่อน มีหน้าที่สั่งอาหารไว้เลย


หัวข้อการสนทนาตั้งไว้ที่ขุนนางที่อยู่ในคลองบางหลวง(รายชื่อน้อยมาก)  หรือ หญิงหาเงินที่อยู่แถวเจริญกรุง และ ตรอกเต๊า(รายชื่อ  รายชื่อคนเลี้ยงหญิงหาเงิน  ยาวเปรื้อยเลย)

รายการอาหารก็ยาวพอ ๆ กัน  อิอิ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 27 มิ.ย. 10, 08:04

คุณวันดีเก่งมากค่ะ  ข้อสังเกตทำให้ดิฉันวิงเวียนไปด้วย
เคยพบว่า หนุ่มสาวปัจจุบันไม่รู้จักคำว่า พี่ผัว พี่เมีย น้องผัว น้องเมียกันแล้ว    รู้จักแต่คำว่าเขย สะใภ้  เหมือนคำว่า in law ของฝรั่ง ที่เขาเหมารวมไปหมด
ดิฉันเคยเจอนักศึกษาหนุ่มน้อยที่บอกฉาดฉานว่า ผมเป็นน้องเขยของพี่...(หนุ่มอีกคนที่แต่งงานแล้ว) ทำเอาคนอื่นๆที่ฟังร้อง ฮ้า  เป็นไปได้ยังไง  เด็กแค่นี้  แต่งงานแล้วหรือ
ความจริงคือเขาเป็นน้องเมีย  แต่เจ้าตัวไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไรจึงจะถูกต้อง

ก็เลยเดาว่า อะไรที่นักข่าวเรียกว่าน้องสะใภ้นั้นน่าจะเป็นน้องภรรยา  หรืออะไรที่เรียกว่าพี่เขย อาจเป็นพี่สามี
แม้น.ส.สำลีใช้คำนำหน้าว่าน.ส. แต่กฎหมายก็อนุญาตให้หญิงมีสามีใช้คำว่าน.ส.นำหน้าได้     จึงต้องมาเดาใหม่อีกทีว่า น.ส.สำลีเป็นน้องสะใภ้  หน้าที่ดูแลพยาบาลพี่สามี     เมื่อกำจัดพี่สามีได้เงินค่าประกันก็ตกเป็นของสามีและตัวเอง      น่าจะเข้าเค้ากว่าเป็นน้องภรรยาที่น่าจะมีพี่สาวขวางทางรับเงินประกันอยู่ทั้งคน
แต่นึกอีกที พี่สาวอาจตายไปแล้ว  เหลือน้องภรรยาคนเดียว... ฮืม

คุณวันดีทำดิฉันวิงเวียนแต่เช้าเชียวนะคะ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 27 มิ.ย. 10, 08:06

ชมรมนักสะสมหนังสือเก่า น่าจะคุยกันสนุกสนาน
ถ้าไม่รังเกียจ  เก็บความมาเล่าสู่กันฟังในเรือนไทยบ้างนะคะ
ดิฉันจะรออ่าน
บันทึกการเข้า
Rangson Boontham
อสุรผัด
*
ตอบ: 49



ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 28 มิ.ย. 10, 20:23

 ยิงฟันยิ้ม ขอบคุณ คุณ Wandee สำหรับกรณีตัวอย่างนี้ครับ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 28 มิ.ย. 10, 21:37


ขอบพระคุณคุณ Rangson Boontham  ค่ะที่กรุณาแวะมาอ่าน


บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1880



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 01 ก.ค. 10, 14:27

น่าคิดอยู่เหมือนกันว่าความสับสนอย่างนี้เกิดขึ้นจากอะไรแน่

โดยส่วนตัว ผมเองเคยเจอคนหลายคนที่นับญาติแบบไทยไม่ถูกด้วยเหตุที่เกิดมาในครอบครัวคนจีน และคุ้นเคยกับการนับญาติแบบจีนที่มีสรรพนามเรียกญาติในแบบที่เทียบเคียงกับในภาษาไทยแบบหนึ่งต่อหนึ่งไม่ได้ครับ

เรื่องการนับญาตินี่น่าสังเกตว่าสะท้อนแนวคิดของวัฒนธรรมได้ด้วยเหมือนกัน

ดูฝรั่งก่อนนะครับ น่าสังเกตว่าสรรพนามเรียกญาติของฝรั่ง เน้นเพศ (gender) เพียงอย่างเดียว ไม่ยึดถือ seniority พี่น้อง แยกกันแค่ชายหญิง brother หรือ sister โตกว่าหรือเล็กกว่าเป็นแค่ส่วนขยาย ซึ่งเหมือนเป็นส่วนเกินเสียมากกว่า ญาติข้างพ่อข้างแม่ก็ไม่สำคัญ ชายว่า uncle หญิงว่า aunt เป็นอันจบ

ของไทยเรา เห็นได้ว่าเน้น seniority มากกว่า gender โดยเฉพาะภาคกลางนี่ เห็นได้ว่าคำว่า พี่ น้อง เป็นคำหลัก สาว หรือ ชาย เป็นส่วนเสริมที่จะใส่หรือไม่ก็ได้ ในรุ่นพ่อแม่คือ ลุง ป้า น้า อา ไม่มีแบ่งข้างญาติ แต่น่าสนใจว่ามีการแยกเพศชัดเจนกว่ารุ่นพี่น้อง และน่าสนใจว่าถึงรุ่น ปู ย่า ตา ยาย มีการแบ่งข้างญาติฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่ด้วย

ของจีน (ขออิงที่แต้จิ๋วที่เป็นจีนส่วนมากในไทยนะครับ) เพียงรุ่นพี่น้องก็มีการแยกชัดเจนทั้ง gender และ seniority มีคำเฉพาะในการเรียก พี่ชาย(เฮีย) น้องชาย(ตี๋) พี่สาว(เจ้) น้องสาว(หมวย) ชัดเจน ไปถึงรุ่นพ่อแม่นี่จะมีการแบ่งข้างญาติฝ่ายพ่อแม่ชัดเจน น่าสนใจว่าให้ความสำคัญกับญาติข้างพ่อและญาติฝ่ายชายมากกว่า (ส่วนที่ให้ความสำคัญน้อยกว่านั้นดูจะใช้วิธีละการนับ seniority) พี่ชายของพ่อ(แปะ) น้องชายของพ่อ (เจ็ก)  พี่สาวและน้องสาวของพ่อเรียกรวม(โกว) ฝ่ายข้างแม่ พี่ชายของแม่เรียกรวมกับน้องชายของแม่(กู๋) พี่สาวของแม่เรียกรวมกับน้องสาวขแงแม่(อี๊) นอกจากนี้จะให้ความสำคัญกับการแยกสะใภ้หรือเขย โดยมีคำเรียกเฉพาะให้เห็นแตกต่างไปจากญาติทางสายเลือด ภรรยาของแปะ(อึ้ม) ภรรยาของเจ็ก(ซิ่ม) สามีของโกว(ตย๋อ) ภรรยาของกู๋(กิ๋ม) สามีของอี๊(ตย๋อ น่าสังเกตว่าเหมือนสามีของโกว ซึ่งน่าจะเป็นเพราะการให้ความสำคัญน้อย) แปลกที่พอถึงรุ่นปู่ย่าตายายกลับเหลือแค่ gender อย่างเดียว คือ กง และ ม่า คำที่เอามาขยายเพื่อแยกข้างญาตินั้นค่อนข้างจะใจร้ายมาก คือญาติข้างพ่อใช้คำว่า ไหล(ใน) ข้างแม่ใช้ กั่ว(อื่น) คือ ปู่ (ไหล่กง) ย่า (ไหล่ม่า) ตา (กั่วกง) ยาย (กั่วม่า)

พอสนุกๆนะครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.032 วินาที กับ 19 คำสั่ง