เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 7 8 [9]
  พิมพ์  
อ่าน: 63745 คุณเปรมใน"สี่แผ่นดิน" มาจากสกุลใด
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 120  เมื่อ 07 ก.ค. 10, 16:21

       พระยาโชฎึกราชเศรษฐีนั้น หลายท่านก็ค้าขาย  บางท่านก็เป็นนายอากรมาก่อน   บางท่านก็เป็นบุตรของผู้แต่งสำเถา

ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดได้เคยดำรงตำแหน่ง พระยาโชฎึกราชเศรษฐีแล้ว  ก็เป็นที่เข้าใจว่ามีฐานะมั่นคงร่ำรวย  เพราะมีส่วนในการผูกขาดการค้า

(บางคนผูกขาดสินค้าหลายสิบชนิดจากการเป็นนายประกันซึ่งมีผลประโยชน์ร่วมด้วย)

ฐานะของพ่อค้านั้นจะมองดูกันแต่ภายนอกเช่นบ้านเรือนทรัพย์สินแลเครื่องเพิ่มยศทั้งปวงอาจไม่ถูกต้อง

ต้องคำนึงถึงหนี้สินและภาระผูกพันด้วย     ผู้ค้าสำเภาก็มีเงินลงทุน   เงินกู้ยืม  หุ้นส่วน   ค่าเสี่ยงภัยจากภัยธรรมชาติและโจรสลัด      

ถ้าสุขภาพดีได้ค้าขายมั่นคงอยู่เป็นเวลานาน  แล้วลูกหลานรับราชการ ไม่ได้ทำการค้าอย่างใหญ่อีกต่อไป  

ก็เป็นที่รับรู้ว่า  รักษาฐานะของสกุลไว้ได้


       สินค้ารายใหญ่ที่เข้าเทียบท่านั้นล้วนมีเจ้าของรออยู่แล้วทั้งสิ้น  มีแต่สินค้ารายย่อยของลูกเรือที่นำมาด้วยตามสิทธิที่จะเปิดค้า    

ผู้เหยียบหัวตะเภาก็เป็นเพียงสัญญลักษณ์ของระเบียบบ้านเมืองได้รับความไว้วางใจให้ตรวจสอบว่า เรือสำเภามิได้นำสินค้า

ต้องห้ามเข้ามา เช่นอาวุธ  ดินปืน สุราเป็นต้น        

การค้าขายที่ไม่ว่าจะเปิดขึ้นในเรือเอง  ในบริเวณใกล้ท่าเรือ  ก็มีบันทึกของหลายท่านแสดงไว้แล้ว

ผู้เหยียบหัวตะเภาเมื่อแรกก็มีสิทธิที่จะเลือกสินค้าเพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยนต่อไปได้       ต่อมาก็คงจะไปตรวจสอบว่าสินค้า

ที่ตนเองและบริษัทบริวารสั่งเข้ามาได้ขนมาครบถ้วนไม่เสียหาย  และรับสินค้าหายากที่จัดเตรียมไว้ให้เป็นบรรณาการ    

      

       การค้าทางเรือสำเภาถดถอยลงเพราะสู้ความเร็วของเรือกำปั่นฝรั่งไม่ได้     ประสิทธิภาพ อำนาจของการป้องกันตัว

และสมรรภาพของเรือกลไฟเข้าแทนที่  นี่คือเหตุการณ์นับแต่กลางรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว    




       การชวนคุยเรื่องเชื้อสายของคุณเปรมนั้น  เป็นความสนใจในบทบาทของขุนนางเชื้อสายจีน

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะมาสนทนาแสดงความคิดเห็น    

วันข้างหน้ายังยาวไกลนัก  เรื่องที่ทิ้งประเด็นเล็กๆน้อยไว้  ยังไม่มีผู้สนใจก็ยังมีหลงเหลืออยู่บ้าง เช่น  พระสุริยภักดีอ่านเขียนไม่ได้จริงหรือ

ใครตัดผมเปียเมื่อเข้ารับราชการบ้าง   และอื่นๆอีกเล็กน้อย


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31119

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 121  เมื่อ 07 ก.ค. 10, 17:35

เรื่องพระสุริยภักดี ไม่ได้ต่อประเด็น เพราะแปลกใจว่าเป็นไปได้หรือว่าท่านเขียนอ่านไม่ได้  งั้นส่งสารรักกับเจ้าจอมอิ่มได้ยังไง  วานลูกน้องเขียนให้หมดแม้แต่เจ้าจอมตอบมาก็ต้องวานให้บ่าวอ่านให้ฟังงั้นหรือคะ
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1432


ความคิดเห็นที่ 122  เมื่อ 07 ก.ค. 10, 17:38

เรื่องอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้นี้น่าจะมีอยู่จริง  เพราะในความเป็นจริงนั้นเจ้าแก้วนวรัฐฯ เจ้านครเชียงใหม่ตนสุดท้ายก็ว่ากันว่าท่านมิได้บวชเรียนมาก่อนจึงอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้  ต่อเมื่อจะได้เป็นใหญ่จึงได้หัดเซ้นชื่อเป็นภาษาไทย  เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องจริงเพราะเท่าที่ได้อ่านเอกสารจดหมายเหตุเมืองนครเชียงใหม่มาก็มาก  ไม่เคยเห็นลายมือเจ้าแก้วนวรัฐฯ เลยไม่ว่าจะเป็นอักษรไทยหรืออักษรโยน
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 123  เมื่อ 08 ก.ค. 10, 09:27


จากประวัติเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (บุญศรี  บุรณศิริ) ผมมีข้อความที่ติดใจอยู่และยังค้นไม่ได้  คือ

"ครั้นล่วงแผ่นดินรัชกาลที่ ๑  ขึ้นสมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย     ท่านไม่ได้รับราชการจนสิ้นแผ่นดิน     ด้วยท่านระแวงความผิด    เพราะท่านเปนพระญาติอยู่ในกรมหมื่นศรีสุเรนทร์ กรมหมื่นศรีสุเรนทร์นั้นเปนโทษเมื่อในรัชกาลที่ ๒  ท่านจึงออกจากมหาดเล็กหลวง"

คุณวันดีช่วยอธิบายเพิ่มเติมหน่อยเถิดว่า เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี เป็นญาติฝ่ายใดกับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นศรีสุเรนทร์ ยิ้มเท่ห์

คุณวันดีให้ผมรอ  ๗ วัน  ผมคิดว่าคุณวันดีกำลังค้นข้อมูลอื่นๆ อยู่หลายเรื่อง  อาจจะลืมไปแล้ว  (แต่คนถามไม่ลืมนะ)  เลยไปหามาเสนอดังนี้

การสืบสายสัมพันธ์ระหว่าง เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (บุญศรี  บุรณศิริ) กับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นศรีสุเรนทร์ ต้องย้อนไปที่ต้นสกุลคือ  เจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ (อู่)  (ท่านผู้นี้เป็นสกุลอื่นๆ อีกหลายสกุล  ซึ่งไม่จำเป็นต้องกล่าวในที่นี้)

เจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ (อู่) มีบุตร  ๒  คน  คือ
๑ เจ้าพระยาสุรินทราชา  (จันทร์)  เป็นต้นสกุลจันทโรจวงศ์
๒ พระยาวิเศษสุนทร  (นาก หรือบุนนาค  นกเล็ก)


พระยาวิเศษสุนทร  (นาก)  มีบุตรหลายคน  ที่สำคัญ คือ
๑ หลวงเสน่ห์สรชิต  (พราหมณ์)
๒ พระยาจินดารังสรรค์  (แก้ว  หรือแก้วแขก)  เป็นต้นสกุลภูมิรัตน
๓.เจ้าจอมมาดาพุ่ม  ในรัชกาลที่ ๑  


เจ้าจอมมารดาพุ่ม   เป็นพระมารดาในระเจ้าบรมวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าคันธรส  กรมหมื่นศรีสุเรนทร์

ส่วนหลวงเสน่ห์สรชิต  (พราหมณ์) มีบุตร  คือ เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี  (บุญศรี)  เป็นต้นสกุลบุรณศิริ)

เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (บุญศรี) เป็นญาติกับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นศรีสุเรนทร์ ด้วยสายสกุลอันแสดงมาข้างต้นนั้น



กระทู้นี้ทำให้สมาชิกในเรือนไทยหลายคนได้สนทนาแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับเรื่องคุณเปรมอย่างหลากหลาย  แตกประเด็นออกไปกว้างขวาง  จนแทบค้นหาข้อมูลมาตอบไม่ทัน  (เกลอบางคนบ่นว่า   นี่ขนาดตามอ่าน  ยังต้องเปิดหนังสือคว่ากๆ  อ่านตามไปด้วย  เหนื่อยชะมัด   ไม่รู้ไปขุดค้นข้อมูลอะไรมาเยอะแยะ)   ฉะนั้นความดีทั้งหลายทั้งปวงอันเกิดในกระทู้นี้  คงต้องยกให้ เจ้าของกระทู้เป็นเบื้องต้น  และท่านที่เข้ามาตอบและแสดงความเห็น  กระทุ้งกระแทก  แตกประเด็น หักล้าง  เสนอประเด็นใหม่ ฯลฯ เป็นเบื้องปลาย  

อันที่จริงยังมีประเด็นเล็กๆ น้อยๆ ที่ยังเหลืออยู่และน่าจะแตกเป็นกระทู้ออกไปต่างหาก  ได้อีกมาก  เช่น  เรื่องเจ้าภาษีนายอากร    คดีพระสุริยภักดีในสมัยรัชกาลที่ ๓  พระยาโชฎึกราชเศรษฐี  เป็นต้น   เป็นไปได้   สมาชิกทั้งหลายคงจะได้ต่อประเด็นเหล่านี้กันอีก  ถ้าสบโอกาสอำนวย  และได้ค้นข้อมูลเพิ่มเติมมากพอ    สนุกแทบตายจริงๆ กระทู้คุณเปรม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 124  เมื่อ 08 ก.ค. 10, 09:57


       เรื่องเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์(อู่)  เป็นสกุลมหาศาล   

เรื่องจับหญิงสักคนมาอยู่กัยสกุลนี้  ก็ทำกันมาแล้ว   จนเป็นเรื่องใหญ่             ทำให้ต้องระวังมากเป็นพิเศษ

ข้อมูลสายสัมพันธ์สาแหรกขุนนางไม่ได้ปรากฎตามหัวข้อ  หรือสาแหรกเจ้าคุณปู้นะคะ   มักจะไปแอบไว้ หรือพิงไว้กับสกุลอื่น

ดูอย่างคุณพุ่มเถิด       สหายแจ้งมาว่า เอกสารราชการบันทึกไว้ว่า หม่อมพุ่ม       อกนางแป้นแล่นลึกเข้าตึกเจ้าคุณภาส  ใครจะไปเฉลียว



       เรื่องสุริยภักดีนั้น   ยังมีอีกหนึ่งรายบรรดาศักดิ์เดียวกันนี้   

เลยไปค้นเรื่องเจ้าคุณราชามาตย์ที่โปรดนักโปรดหนา          ยังหาไม่ได้ค่ะว่าท่านเป็นข้าหลวงเดิมตั้งแต่เมื่อไร   

คงได้มีโอกาสสนทนากันสืบไปเมื่อมีข้อมูลเพิ่มค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31119

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 125  เมื่อ 08 ก.ค. 10, 14:31

อ้างถึง
สนุกแทบตายจริงๆ กระทู้คุณเปรม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31119

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 126  เมื่อ 18 ก.ค. 10, 12:57

นึกได้ถึงรายละเอียดตอนหนึ่งในสี่แผ่นดิน ที่บ่งถึงกิจการค้าของคุณเปรม  เลยเข้ามาบอกคุณวันดีและคุณหลวงค่ะ

ตอนที่เจ้านายฝ่ายในโปรดใช้ ไบซิเกิ้ล หรือรถจักรยาน  ในปลายรัชกาลที่ ๕    เสด็จของพลอยก็ต้องทรงจักรยานเหมือนกัน  พลอยจึงหัดจักรยานเพื่อจะตามเสด็จไปไหนๆในพระบรมมหาราชวัง และไปถึงพระราชวังสวนดุสิตได้
ตอนนี้เอง พ่อเพิ่มเอาจักรยานใหม่เอี่ยม  ชั้นดีเลิศมาให้น้องสาว     บอกว่าเป็นของเพื่อน  ทางบ้านเขาสั่งจักรยานมาขาย 
เพื่อนคนนั้นคือคุณเปรม
ก็นึกได้ในตอนนี้เองว่า การค้าของคุณเปรมน่าจะเป็นอิมพอร์ตสินค้าจากนอก   (และเอกซพอร์ตด้วยมั้ง)    เพราะเมื่ออิมพอร์ตสินค้าเข้ามาก็น่าจะเอกซพอร์ตสินค้าไทยออกไปด้วย เช่นข้าว มะพร้าว หรือผลิตผลอื่นๆจากสยาม      เพราะตอนสงครามโลกครั้งที่ ๑ ห้างยังหาเงินคล่องอยู่ 
ห้างนี้อาจจะจบกิจการไปเมื่อคุณเปรมถึงแก่กรรม   จะเป็นเพราะลูกๆไม่มีคนไหนสานต่อ  หรือท่านผู้เขียนท่านลืมเรื่องห้างคุณเปรมไปเลยก็ตาม
ตาอ๊อดเรียนจบแล้วมาอยู่บ้านเฉยๆเป็นนมเป็นนาน   ในที่สุดต้องไปหางานทำทางภาคใต้     ก็ถ้ามีห้างของคุณอาเปรื่องรองรับอยู่  ตาอ๊อดจะลำบากต้องไปหัวเมืองทำไม
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1432


ความคิดเห็นที่ 127  เมื่อ 18 ก.ค. 10, 17:27

ร้านของคุณเปรมอาจจะปิดไปตอนที่ประเทศไทยประกาศสงครามกับเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการีเมื่อวันที่  ๒๒  กรกฎาคม  ๒๔๖๐ ก็เป็นได้  เพราะในยุคปลายรัชกาลที่ ๕ ต่อต้นรัชกาลที่ ๖ นั้น  สินค้าเยอรมันเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดไทย  เมื่อเกิดสงครามในยุโรป  ห้างบี.กริม แอนด์ โก ตลอดจนร้านค้าของชาวเยอรมันในกรุงเทพฯ ยังคงค้าขายกันเป็นปกติ  แม้จะถูกจับกุมเพราะเป็นชนชาติศัตรูแล้วนายห้างบี.กริม  ยังประกาศอยู่ว่า สงครามเลิกแล้วจะกลับมาค้าขายกับเมืองไทยต่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31119

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 128  เมื่อ 18 ก.ค. 10, 19:45

ก็อาจเป็นได้ค่ะ คุณ V_Mee  ยิ้มกว้างๆ
แม่พลอยบ่นตอนได้ยินว่าฝรั่งรบกันในยุโรป(สงครามโลกครั้งที่ ๑)  ว่าของแพง  คุณเปรมตอบว่าไม่เป็นไร  ทางห้างยังหาเงินได้คล่องพอถัวกันไปได้   ตอนนั้นเริ่มสงคราม กว่าเราจะประกาศสงครามก็ปลายสงครามแล้ว   ห้างอาจปิดไปตอนนั้นแล้วก็ได้
จำได้ว่าสินค้าเยอรมันเป็นที่นิยมของคนรุ่นพ่อแม่ดิฉันว่าแข็งแรงทนทานมาก    ยิ่งเป็นโลหะ  ยิ่งได้ชื่อว่าแข็งแรง ตั้งแต่รถยนต์ลงไปจนถึงกรรไกรตัดผ้า
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 7 8 [9]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.034 วินาที กับ 19 คำสั่ง