เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 31 32 [33] 34 35 ... 46
  พิมพ์  
อ่าน: 264643 ชะตากรรมของพระยาทรงสุรเดช หนึ่งในสี่ทหารเสือคณะราษฎร์
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1432


ความคิดเห็นที่ 480  เมื่อ 12 ก.ค. 10, 18:04

การเสียชีวิตกระทันหันของบุคคลสำคัญในยุคก่อน  ถ้าไม่มีสิ่งบอกเหตุมาก่อนก็มัดจะโทษว่า "ถูกวางยาพิษ" ไว้ก่อน  ดูเหมือนจะเป็นมาตรฐานของสังคมไทมาแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑  ที่มีนายทหารผู้ใหญ่สิ้นพระชนม์และเสียชีวิตโดยกระทันหันในเวลาใกล้เคียงกัน  ซึ่งในยุคนั้นก็ลือกันว่า ถูกวางยาพิษฬนการประชุมเลี้ยงรับรองนายทหารที่กระทรวงกลาโหม  แต่เมื่อคีวจสอบข้อมูลแล้วปรากฏว่า ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๑ มีไข้หวัดใหญ่สเปนระบาดหนัก  อาจจะหนักกว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เสียอีก  เพราะมีทั้งทหารและพลเรือนเสียชีวิตไปนับล้านคน  รวมทั้งนายทหารไทยที่ไปร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ ๑ ก็เสียชีวิตเพราะไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ไปหลายคน  เมื่อนายทหารที่ไปราชการสงครามคราวนั้นดเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพฯ ก็คงจะมีส่วนนำเชื้อไช้หวัดใหญ่นี้เข้ามาแพ่พันธุ์ในเมืองไทย  จึงทำให้นายทหารผู้ใหญ่ที่ตรากตรำทำงานหนักในระหว่างสงครามต้องติเชื้อไข้หวัดใหญ่นี้และทำให้เสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว  แต่ในเมื่อคนไทยในสมัยนั้นยังไม่รู้จักเชื้อโรคนี้ก็สันนิษฐานไว้ก่อนว่า "ถูกวางยาพิษ"
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 481  เมื่อ 12 ก.ค. 10, 18:18

คือคุณวีมีครับ ผมก็อยากให้คุณหมอCVTกลับมาเฉลยอย่างนั้นเหมือนกัน เรื่องจะได้จบอย่างที่ท่านอาจารย์เทาชมพูได้เขียนไว้ แต่ก่อนที่คุณหมอจะกลับมา เราก็ลับสมองของเราต่อไปได้ ว่าอาบูนำความมาคุยกับใคร
คคห.เมื่อกี้ ผมตั้งคำถามว่าบุคคล2คน2ขั้ว นั้นคือ ข กับ ค หรือเปล่า
คือผมไม่กล้าคิดอย่างตื้นๆว่าอาบูจะนำความไปคุยกับ ก และ ข

แล้ว ก จะทราบได้อย่างไรถ้าอาบูมิได้นำความมาบอกตนด้วย ผมจึงต้องเสียเวลาหาข้อมูลเพื่อจะดึง ค เข้ามา
เพราะ ข ไม่มีวันจะบอก ก
อัฐิพระยาทรง ข ยังเป็นเจ้าภาพจัดการให้อย่างสมเกียรติ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 482  เมื่อ 12 ก.ค. 10, 18:30

ขอแบ่งปันความเห็น  (ภาษาง่ายกว่านี้เรียกว่า เดา)
ข อาจไม่มีพลังพอจะดำเนินงานด้านลับ ได้โดยปราศจากความรู้เห็นของ ค     เพราะฉะนั้น ความลับของอาบูจึงรู้กันทั้ง ๒ คน คือ ข และ ค
ค  ไม่ทรยศต่อ ข   แต่ ค  ก็ไม่อาจปิดเรื่องนี้ต่อการรับรู้ของ ก ได้    ถ้าปิดเมื่อไร ค เดือดร้อนแน่   หาก ก รู้จากทางอื่น
เมื่อ ก รู้  ก ก็ลงมือจัดการ  โดยไม่เกี่ยวกับ ค
แต่ ค ก็รู้ดีว่า ใครทำ    และคงรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง

ป.ล. เกรงคุณ dotdotdot จะโผล่เข้ามาถามอีกครั้งว่า อ้าย ก ข ค ง นี่มันวิชาอะไรครับ   ข้อสอบยากเหลือเกิน..อีกแล้ว  
บันทึกการเข้า
yanang
อสุรผัด
*
ตอบ: 32


ความคิดเห็นที่ 483  เมื่อ 12 ก.ค. 10, 18:41

มีนักเรียนหัวช้า เขียนรหัสแปล ก ข ค ไว้ในกระดาษประกอบการเรียน
อ่านไป ตาก็ดูโพยไป เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน อาจารย์อย่าเพิ่งรีบเอา
วิชา จุดจุดจุด มาเพิ่มเลยนะคะ เผื่อว่า จะมี ง จ ฉ ช ออกมาโลดแล่นอีก
นักเรียนจะได้ยังพอจะตามทัน  อายจัง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 484  เมื่อ 12 ก.ค. 10, 18:45

เชื่อดิฉันเถอะค่ะ   คุณย่านาง    ดิฉันถอด Navinci Code  ออกมาได้แค่ ก ข ค ก็ดีใจแทบตาย
ไม่พยายามจะมองว่า ง ที่ท่านเปรยๆไว้ตอนหนึ่งน่ะ หมายถึงใครอีกหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 485  เมื่อ 12 ก.ค. 10, 19:07

อ้างถึง
ส่วนข้อมูลเสรีไทยทางฝ่ายดิฉัน  ทำท่าว่า 4=1+1+2 เสียแล้ว  กลายเป็นเลข 3 ตัว  ไม่ใช่ 2   เฉลยเมื่อไร   ตัวเลขชนกันกับของคุณนวรัตนอย่างแรง 


ตรงนี้แหละครับ ผมเลยวงเล็บ ง งูเผื่อไว้(ถ้ามี)

ค  ไม่ทรยศต่อ ข   แต่ ค  ก็ไม่อาจปิดเรื่องนี้ต่อการรับรู้ของ ก ได้    ถ้าปิดเมื่อไร ค เดือดร้อนแน่   หาก ก รู้จากทางอื่น
ตรงนี้เห็นด้วยเป็นที่สุดครับ

ตัวละครเหลือแค่ 3 ตัว ส่วนผู้ที่เห็นต่างก็เชิญนะครับ มาช่วยกันเดาให้แตกฉานทุกประเด็นไป
ต้องเร็วๆหน่อยนะครับ เดี๋ยวคุณหมอมาจะอดเดา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 486  เมื่อ 12 ก.ค. 10, 19:24

ระหว่างรอคนอื่น  ก็ขอย้อนไปถึงเรื่องขบวนการเสรีไทยทั้ง ๓ สาย ที่ลงไว้ในค.ห.ก่อนหน้านี้

ในเรื่องงานเสรีไทยของคุณหลวงอดุลฯ นี้ พลโท ประยูร ภมรมนตรี ได้เล่าไว้ใน ชีวิต ๕ แผ่นดินของข้าพเจ้า ว่า

เรื่องขบวนการเสรีไทย ที่กำลังดำเนินการต่อต้านญี่ปุ่น ทั้งในประเทศและนอกประเทศ ที่บินโดดร่มลงมาหรือมาทางเรือใต้น้ำ มาทำงานใต้ดินนั้น อยู่ในสายตาของญี่ปุ่น และติดตามอยู่ใกล้ชิด และเตรียมการที่จะทำการกวาดล้างอยู่หลายครั้งหลายคราว แต่ท่าน จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้สั่งการให้ตำรวจจัดการจับกุมเสียเอง และช่วยคุ้มครองความปลอดภัย

เรื่องเสรีไทยนี้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ให้ พลตำรวจเอก หลวงอดุล ฯ เป็นเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะ ที่เป็นพลร่ม ก็ให้จัดการควบคุมเด็ดขาดห้ามการติดต่อ และให้ความคุ้มกันพาหลบซ่อนไป เกรงทหารญี่ปุ่นจะเข้ามาพัวพัน จึงรอดพ้นอันตรายกันมาได้


ข้อเขียนของพลโทประยูร ภมรมนตรี ไม่ตรงกับคำให้การของพลต.อ.อดุล  ในค.ห. 477 และ 478   ว่า จอมพล ป. ทำเรื่องติดต่อกับจีน  แต่เรื่องเสรีไทย  ลอร์ดหลุยส์เมาตแบตเตนไม่ได้ติดต่อจอมพล ป.  ติดต่อเฉพาะพลต.อ.อดุล

ถ้างั้นก็เป็นไปได้ว่า พลต.อ.อดุลทำงานใต้ดินเรื่องเสรีไทย ใต้จมูกของจอมพล ป.    ไม่ใช่จอมพล ป. สั่งให้ทำ
บันทึกการเข้า
dotdotdot
อสุรผัด
*
ตอบ: 10


ความคิดเห็นที่ 487  เมื่อ 12 ก.ค. 10, 19:49

ขอแบ่งปันความเห็น  (ภาษาง่ายกว่านี้เรียกว่า เดา)
ข อาจไม่มีพลังพอจะดำเนินงานด้านลับ ได้โดยปราศจากความรู้เห็นของ ค     เพราะฉะนั้น ความลับของอาบูจึงรู้กันทั้ง ๒ คน คือ ข และ ค
ค  ไม่ทรยศต่อ ข   แต่ ค  ก็ไม่อาจปิดเรื่องนี้ต่อการรับรู้ของ ก ได้    ถ้าปิดเมื่อไร ค เดือดร้อนแน่   หาก ก รู้จากทางอื่น
เมื่อ ก รู้  ก ก็ลงมือจัดการ  โดยไม่เกี่ยวกับ ค
แต่ ค ก็รู้ดีว่า ใครทำ    และคงรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง

ป.ล. เกรงคุณ dotdotdot จะโผล่เข้ามาถามอีกครั้งว่า อ้าย ก ข ค ง นี่มันวิชาอะไรครับ   ข้อสอบยากเหลือเกิน..อีกแล้ว  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 488  เมื่อ 12 ก.ค. 10, 20:01

มาจริงๆด้วย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 489  เมื่อ 12 ก.ค. 10, 20:26

อ้างถึง
ข้อเขียนของพลโทประยูร ภมรมนตรี ไม่ตรงกับคำให้การของพลต.อ.อดุล  ในค.ห. 477 และ 478   ว่า จอมพล ป. ทำเรื่องติดต่อกับจีน  แต่เรื่องเสรีไทย  ลอร์ดหลุยส์เมาตแบตเตนไม่ได้ติดต่อจอมพล ป.  ติดต่อเฉพาะพลต.อ.อดุล

ถ้างั้นก็เป็นไปได้ว่า พลต.อ.อดุลทำงานใต้ดินเรื่องเสรีไทย ใต้จมูกของจอมพล ป.    ไม่ใช่จอมพล ป. สั่งให้ทำ

มีข้อความยืนยันอีกครับ



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 490  เมื่อ 12 ก.ค. 10, 20:48

จอมพล ป. ก็คิดระแวงและสงสัยข้าฯอยู่เช่นเดียวกับนายปรีดี
ประโยคสั้นๆ   แต่ความหมายมหาศาล
เราไม่มีโอกาสรู้ว่าพลต.อ.อดุลทำอะไรให้จอมพล ป. ระแวงสงสัย     แต่เดาว่าเรื่องระแวงของผู้มีอำนาจก็มักจะไม่พ้นว่า อีกคนหนึ่งชักจะมีอำนาจมากเกินไป    การมีอำนาจมากเกินไปก็มักทำให้ไม่เกรงใจ  เมื่อไม่เกรงใจก็ไม่เอออวย แต่กล้าแย้งขึ้นมาบ้าง
นายพลตำรวจเอกคงจะอึดอัดอยู่มากกับจอมพลทหาร    ก็เลยสะดวกใจที่จะทำงานประสานกับพลเรือนมากขึ้นกว่าเดิม  มีนักการทูตเป็นตัวเชื่อม

กลับมาเรื่อง ก ข ค ง อีกครั้งค่ะ  ไม่เกี่ยวกับข้างบนนะคะ
เป็นไปได้ไหมว่า ก  ก็ไม่ไว้ใจ ค  พอที่จะใช้ทำงานบางเรื่อง  เพราะ ค อาจจะไปคุ้มกันฝ่ายตรงข้ามก็ได้   ก ทำอะไรไม่ถนัด   เลยปฏิบัติงานบางเรื่องเอง ไม่ผ่าน ค
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 491  เมื่อ 12 ก.ค. 10, 21:17

ก็น่าจะเป็นไปได้ครับ
อยู่ที่ข้อสันนิฐานอีกนั่นแหละ

ถ้าสั่งให้ไปสืบเฉยๆ ก ก็สั่ง ค ได้ ในฐานะที่ ค มารายงาน
แต่ถ้าสั่งให้ไปเก็บด้วย ก็สั่งคนของตัว น่าจะดีกว่า


ส่วนว่าพล.ต.อ.อดุลทำอะไรให้จอมพล ป. ระแวงสงสัย ยกตัวอย่างครั้งหนึ่งพล.ต.อ.อดุลจับรัฐมนตรี2คน ลุกน้องจอมพล ป.ข้อหาฉกรรจ์ ไม่ให้ประกันตัวด้วย จอมพล ป.มาขอร้องให้ปล่อย พล.ต.อ.อดุลก็ไม่ยอม แถมยังบอกว่า ใครทำผิดกฎหมายอั้วจับหมด ถึงเป็นนายกรัฐมนตรีก็จับ

พล.ต.อ.อดุลบอกว่าจอมพล ป.ไปนินทาลับหลัง กล่าวหาว่าพล.ต.อ.อดุลเป็น "บาโดคลิโอ" (ลูกน้องคนที่โค่นล้มมุสโสลินี)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 492  เมื่อ 12 ก.ค. 10, 21:55

ระหว่างรอคุณหมอ CVT มาตรวจอาการพระยาทรงสุรเดช    ก็ขอเล่าถึงพลต.อ. อดุล อดุลเดชจรัสไปพลางๆ
เพิ่งรู้จากในเน็ตว่าท่านเป็นมุสลิม  และท่านเคยปกป้องพวกคาทอลิค ที่ถูกเบียดเบียนโดยทางราชการไทยในช่วง "รัฐนิยม"  แต่เจ้าของบทความไม่ได้ให้รายละเอียด  ว่าเบียดเบียนแบบไหนอย่างไร   แต่ยกย่องอธิบดีตำรวจที่ช่วยเหลือพวกคาทอลิคมิให้เดือดร้อน
                               คำกล่าวของหลวงอดุล อดุลเดชจรัส อธิบดีกรมตำรวจ

 อธิบดีกรมตำรวจคัดค้านเรื่องเบียดเบียนอย่างตรงๆแต่ท่านปฏิบัติตามคำสั่งของหลวงพิบูลสงคราม อย่างไรก็ตาม ท่านก็เป็นเพียงคนเดียวซึ่งนายกรัฐมนตรีเกรงใจ และเช่นเดียวกันคำสั่งเบียดเบียนเป็นคำสั่งลับ อธิบดีกรมตำรวจจึงกล้าผ่อนผันในหลายๆ เรื่อง  และช่วยเหลือพวกคริสตัง ผู้เขียนเอง (คุณพ่อลารเก) ก็เคยได้รับความช่วยเหลือจากท่านหลายครั้ง ท่านเป็นมุสลิม     คำพูดของหลวงพิบูลในเรื่องเอกภาพทางศาสนาเป็นการข่มขู่ไม่ใช่เฉพาะต่อศาสนาคริสต์เท่านั้น แต่เป็นการข่มขู่ศาสนาอิสลามด้วย

ก. คำกล่าวของหลวงอดุล เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1941

 ในฐานะอธิบดีกรมตำรวจ      หลวงอดุลสั่งให้ชาวฝรั่งเศสซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ ประเทศไทย เดินทางออกนอกประเทศทันทีทันใดภายในวันที่ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 1940ส่วนคนอื่นให้เดิน ทางเข้ามาในกรุงเทพฯ ภายในวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1941 ภายในเวลา 72 ชั่วโมง สำหรับประเด็นนี้ไม่ขอ พูดถึง     มีรายงานว่าการเบียดเบียนศาสนาพวกคนไทยที่เป็นคาทอลิกโดยผู้ว่าราชการจังหวัด, นายอำเภอ และสมาชิกคณะเลือดไทยของหลวงพิบูล ได้เริ่มขึ้นแล้ว  
นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1941 เป็นต้นมา    มีประกาศทางวิทยุกระจายเสียงและตีพิมพ์ใน หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ นี่คือที่มาของ   เอกสารหมายเลข 5/2   ซึ่งเนื้อหาโดยสรุปได้ถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสารคาทอลิก "สารสาสน์" ฉบับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1941 หน้า 106-107 เป็นเนื้อหาที่นำมาจากหนังสือพิมพ์ “นิกร” ฉบับวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1941 หน้า 2 ดังมีใจความต่อไปนี้

 “ข้อสาม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ให้ระงับการเสียดสี ขู่เข็ญ หรือบังคับในเรื่องการถือศาสนา
 ทั้งนี้ ให้ตกเป็นหน้าที่ของตำรวจท้องที่ทั่วไป ที่จะต้องสอดส่องระมัดระวัง ..เพราะว่าในการสนับสนุน รัฐบาลในการปรับปรุงเส้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส....      บางหมู่คณะได้เป็นไปใน จำพวกรุนแรงเกินเลยขอบเขต และบ้างก็แตกความคิดเห็นเป็นหมู่เป็นคณะและเป็นบุคคล   มีการกระทบ กระทั่งเสียดสี ขู่เข็ญระหว่างกัน... บางกรณีก็มีการทุจริตเคลือบแฝงเจือปนเพื่อหาประโยชน์ส่วนตับางกรณี ก็มีการลอบทำร้ายกัน...อาจเป็นการกระทบกระเทือนแก่ชาวต่างประเทศที่มีสัมพันธไมตรีกับประเทศไทย... ไม่ต้องด้วยนโยบายของรัฐบาล เป็นมูลเหตุแห่งการเริ่มต้นที่จะก่อความไม่สงบ  ผิดศีลธรรม ผิดมนุษยธรรม หรือผิดวิธีการที่อารยชนจะพึงปฏิบัติ”

ข. หลวงอดุล  ได้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ใช้ชื่อว่า“ไทยเอกราช”ในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ท่านได้เรียกร้องอิสรภาพทางศาสนาต่อไป ตามรัฐธรรมนูญมาตราที่ 1 และมาตราที่ 13 ดังนี้

 เอกสารหมายเลข 1

 “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”

 มาตราที่ 1 ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากำเนิดหรือสาสนาใด   ย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญ นี้เสมอ

 คำอธิบายของสำนักโฆษณาการ: ประชาชนไม่ว่าเหล่ากำเนิดหรือสาสนาใดๆย่อมอยู่ในความ คุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน คนไทยหรือชาวไทย อาจพูดภาษาผิดเพี้ยนกันไปได้  และนับถือสาสนา ต่างกันก็ได้ แต่ทั้งนี้ไม่เปนการทำให้พวกเราแตกแยกกันไป      หรือทำให้ฐานะของชาวไทยแตกต่างกันเลย รัฐธรรมนูญได้ให้ความคุ้มครองแก่ชนชาวไทยเหมือนกันหมด  ชาวไทยจึงอาจจะนับถือพระพุทธสาสนาก็ได้ สาสนาอิสลามก็ได้ หรือคริสตศาสนาก็ได้ ตามแต่ใจสมัคร

มาตรา 13 บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนาหรือลัทธิใดๆ    และย่อมมีเสรีภาพในการ ปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เมื่อไม่เปนการปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของพลเมืองและไม่เปนการขัดต่อ ความสงบเรียบร้อยหรื อศีลธรรมของประชาชน”

 คำอธิบายของสำนักโฆษณาการ: มาตรานี้แสดงว่า   บุคคลทุกคนย่อมมีเสรีภาพในการที่จะนับถือ ศาสนาใดๆ ทั้งนั้น รัฐธรรมนูญย่อมให้ความคุ้มครองประชาชนชาวไทยซึ่งถือสาสนาต่างๆ โดยเท่าเทียมกัน หมด อนึ่ง เมื่อผู้ใดนับถือศาสนาใดแล้ว ก็ย่อมมีเสรีภาพที่จะประกอบพิธีกรรมต่างๆ       ในศาสนานั้นตาม ความเชื่อถือของตนได้ เช่น กราบไหว้บูชาสิ่งที่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น...

หลวงอดุลจะทำการเรียกร้องให้ปฏิบัติตามกฎรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ

ค. ในขณะที่หนังสือพิมพ์ฉบับอื่นไม่ได้พูดถึงการกระทำที่โหดร้ายทารุณ การเผาวัดหรือทำลายวัด การจับพวกคริสตังขังคุกหรือข่มขู่เพื่อให้ละทิ้งศาสนา    หลวงอดุลพูดถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจนในหนังสือพิมพ์ไทยเอกราช และถ้าใครมีโอกาสเข้าไปที่หอสมุดแห่งชาติที่ท่าวาสุกรี  เขาจะ สามารถใช้ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ในการทำประวัติการเบียดเบียนศาสนาระหว่างปี ค.ศ. 1940-1944 ได้ แต่เจ้าหน้าที่จะห้ามเข้าไปโดยบอกว่า “ไม่มีหนังสือพิมพ์ไทยเอกราชที่นี่”  และประตูก็จะไม่เปิดอีกเลย หนังสือพิมพ์ฉบับอื่นหาอ่านได้ง่ายกว่า แต่สำหรับคนที่สามารถเข้าไปที่นั่นได้ ก็จะอยู่ในสายตาของพวกเจ้าหน้าที่หอสมุดตลอดเวลา พวกคาทอลิกจึงไม่กล้าไปค้นหาหนังสือพิมพ์ร่วมสมัยในสถานที่ดังกล่าว

 อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าประสพความสำเร็จในการทำสำเนาเอกสาร 2     เรื่องจากหนังสือพิมพ์ไทยเอกราชที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ และตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษร่วมสมัยชื่อ“บางกอกไทม์ส”  เป็นเพราะหนังสือพิมพ์ดังกล่าวถูกตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ หนังสือพิมพ์ฉบับนี้จึงไม่ทำให้เจ้าหน้าที่ หอสมุดเกิดความระแวงสงสัย ความรักสัญชาติไทยอันบริสุทธิ์ของเขาไม่มีความบาดหมาง

ง. บทความจากหนังสือพิมพ์ไทยเอกราช
  นี่คือบทความ 2 บทที่แปลจากหนังสือพิมพ์ไทยเอกราชของหลวงอดุลแปลและตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ บางกอกไทม์ส บทความแรกพบได้ที่นี่ นี่คือ  เอกสารหมายเลข 11   ที่เริ่มต้นพูดถึงเรื่องการเลือกที่รักมักที่ชังระหว่างพวกคริสตังและชาวมุสลิมพวกหนึ่ง และชาวพุทธ อีกพวกหนึ่ง ข้อความเป็นภาษาอังกฤษ ข้าพเจ้าไม่จำเป็นต้องแปลเป็นภาษาไทยอีกประการหนึ่ง  ข้าพเจ้า คิดว่าท่านก็มีเอกสารฉบับนี้แล้ว ถึงแม้จะเป็นภาษาอังกฤษ

 บทความที่ 2 พูดเรื่องการเบียดเบียนอย่างตรงๆหลวงอดุลกล่าวตำหนิผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หนองแสง), พวกนายอำเภอ และคณะเลือดไทย อย่างตรงๆ    เสแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องคำสั่งของการเบียดเบียน เพราะว่าคำสั่งเหล่านั้นเป็นความลับ ข้อความนี้พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษซึ่งข้าพเจ้ามิได้แปลเป็นภาษา ไทย นี่คือ  เอกสารหมายเลข 12

 ตามปกติจะต้องพูดถึงต่อไป  แต่ข้าพเจ้าแยกพูดเรื่องการเบียดเบียนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กับเรื่องที่เกิดขึ้นในภาคอื่นของประเทศไทย ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าจะแทรกไว้ที่ตรงไหนดี ไม่ว่าจะลงไว้ที่ไหน ก็ยังถือเป็นเอกสารอยู่ดี

 เป็นที่น่าสังเกตว่า หนังสือพิมพ์บางกอกไทม์สเขียนหลายครั้งว่า หนังสือพิมพ์ไทยเอกราชได้พูดถึง เรื่องการเบียดเบียนไว้หลายครั้ง เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ไม่มีใครคิดถึงเรื่องนี้ในเวลานั้น ไม่มีใครเก็บหนังสือ พิมพ์ไว้เป็นหลักฐาน.

ข้อสังเกต

ข้าพเจ้าไปที่หอสมุดแห่งชาติด้วยตนเองพร้อมเพื่อนอีกคนหนึ่งเพื่อหาหนังสือพิมพ์ต่างๆ และพบกับนางธารา กนกมณี เจ้าหน้าที่ หนังสือพิมพ์ฉบับนี้(ไทยเอกราช)  ได้อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่อง รอย ไม่มีการเอ่ยถึงร่องรอยของการเบียดเบียนในหนังสือพิมพ์ภาษาไทยฉบับต่างในสมัยนั้นเลย   พวกเขา  ได้ลืมนึกถึงหนังสือพิมพ์ฉบับภาษาอังกฤษไป
************************
คุณนวรัตนได้พูดถึงรัฐนิยมกับทางใต้ ในค.ห.ก่อนนี้     ดิฉันก็เลยเดาว่าเป็นเพราะนโยบายชาตินิยมในประกาศรัฐนิยม ซึ่งรวมการถือว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาของคนไทย อาจทำให้คนไทยที่นับถือศาสนาอื่น เสียสิทธิ์บางอย่างไป   และอาจจะกระทบถึงเสรีภาพในการนับถือศาสนาด้วย 
บันทึกการเข้า
CVT
องคต
*****
ตอบ: 433


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 493  เมื่อ 12 ก.ค. 10, 22:34

ต้องขออภัยที่ทำให้รอคอยครับ ผมออกไปต่างจังหวัด ต่อเน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ อืดอาดมาก กว่าจะโหลดแต่ละเรื่องแต่ละราวมาอ่านได้อยากจะปาโทรศัพท์ทิ้งหลายครั้ง
เอาโดยสรุปเรื่องอาการป่วยของพระยาทรงสุรเดชก่อนนะครับ....

อาการ เหงื่อออก เป็นลม หมดสติ เป็นอาการของภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ สาเหตุสำคัญ
๑. จากสมอง เช่นโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน หรือหลอดเลือดสมองแตก
๒. จากหัวใจ เช่นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นเหตุให้เกิดการเต้นผิดจังหวะของหัวใจจนปริมาณเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจไปเลี้ยงร่างกายและสมองน้อยกว่าปกติ
ไม่ได้เล่าว่าท่านมีอาการอื่น เช่นเจ็บแน่นหน้าอกร่วมด้วยหรือไม่ เพราะถ้ามีอาการนี้บ่งชี้ไปทางโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

การที่เจาะเลือดแล้วทิ้งไว้มีการแข็งตัว ปกติเลือดคนเราถ้าทิ้งไว้ประมาณ ๕-๑๐ นาที จะมีการแข็งตัวเอง เป็นกลไกการแข็งตัวที่เกิดจากสารพวกเอนไซม์ในเลือด

การที่หมอเจาะเลือดท่านเจ้าคุณฯไม่ได้ ไม่น่าจะเป็นเพราะเลือดแข็งตัว เพราะคนมีชีวิตเลือดจะไม่แข็งตัวภายในหลอดเลือดยกเว้นเป็นโรคบางอย่าง แต่กรณีท่านเจ้าคุณฯน่าจะเกิดจากภาวะช๊อค ที่เรียกว่า cardiogenic shock คือการที่หัวใจทำงานผิดปกติ จนเลือดที่สูบฉีดจากหัวใจไปเลี้ยงร่างกาย และสมองน้อยมาก จนทำให้ความดันโลหิตต่ำมาก ร่างกายจะตอบสนองด้วยการหดตัวของหลอดเลือด เพื่อเพิ่มความดันโลหิต จึงทำให้หลอดเลือดเล็กกว่าปกติมาก จนแทงเข็มไม่เจอหลอดเลือด

ท่านเจ้าคุณฯไม่มีอาการของโลหิตเป็นพิษ หรือ septicemia เพราะภาวะโลหิตเป็นพิษจะเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการที่ร่างกายมีการติดเชื้ออย่างรุนแรง เช่นมีบาดแผลสกปรก หรือมีการติดเชื้อในระบบต่างของร่างกายในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่นเป็นปอดบวมจากเชื้อแบคทีเรียในคนสูงอายุ จนเชื้อกระจายไปตามกระแสโลหิตทั่วร่างกาย จนอวัยวะต่างๆเสียหายทำงานผิดปกติ

ส่วนโรคที่เลือดแดงข้นกว่าปกติ เนื่องจากมีปริมาณเม็ดเลือดแดงสูงกว่าปกติมาก เรียกว่า Polycythemia vera อาจจะเป็นเหตุให้เลือดในหลอดเลือดข้นผิดปกติ เป็นเหตุให้เลือดไปเลี้ยงร่างกาย และสมอง หรือหัวใจเองน้อยได้เช่นกัน

วิธีการเอาถ้วยลนไฟแล้วไปแปะที่รอยกรีดที่หลังเพื่อดูดเลือด เป็นการรักษาแบบโบราณที่เชื่อว่าเป็นการถอนพิษในกระแสโลหิต บางครั้งเราอาจจะเคยได้ยินการใช้ปลิงดูดเลือดเพื่อรักษาโรคของคนโบราณ

ผมอ่านเรื่องของท่านเจ้าคุณฯแล้วไม่คิดว่าท่านโดนวางยา โดยการผสมมาในขนม แต่มีอาการของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งโรคนี้อาจจะไม่มีอาการนำมาก่อนเลยก็ได้ ถ้าเราจำได้เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วมีผู้บรรยายกีฬาท่านหนึ่งซึ่งเป็นรุ่นน้อง OV ของคุณ Navarat C. เป็นคนแข็งแรงดี เป็นนักกีฬา ไปเล่นเทนนิสแล้วมีอาการเจ็บหน้าอกหมดสติจนเสียชีวิต ก็มีลักษณะแบบเดียวกับท่านเจ้าคุณฯครับ

ผมฟันธงครับว่าพระยาทรงสุรเดชไม่ได้ตายจากการถูกวางยาพิษในอาหารครับ
บันทึกการเข้า
CVT
องคต
*****
ตอบ: 433


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 494  เมื่อ 12 ก.ค. 10, 22:43

ระหว่างรอคุณหมอ CVT มาตรวจอาการพระยาทรงสุรเดช    ก็ขอเล่าถึงพลต.อ. อดุล อดุลเดชจรัสไปพลางๆ
เพิ่งรู้จากในเน็ตว่าท่านเป็นมุสลิม  และท่านเคยปกป้องพวกคาทอลิค ที่ถูกเบียดเบียนโดยทางราชการไทยในช่วง "รัฐนิยม"  แต่เจ้าของบทความไม่ได้ให้รายละเอียด  ว่าเบียดเบียนแบบไหนอย่างไร   แต่ยกย่องอธิบดีตำรวจที่ช่วยเหลือพวกคาทอลิคมิให้เดือดร้อน

ผมบังเอิญมีญาติผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดกันท่านหนึ่ง เคยเป็นลูกเขยหลวงอดุลเดชจรัส แต่ภายหลังหย่าร้างกัน
อาผมเป็นพุทธ แต่แต่งงานกับบุตรสาวหลวงอดุลฯซึ่งเป็นมุสลิม
ผมเข้าใจว่าหลวงอดุลฯท่านคงจะเป็นมุสลิมที่ไม่เคร่งครัดต่อเรื่องการนับถือศาสนาและจารีตประเพณี
เอาไว้จะถามพ่อถึงเรื่องนี้ให้ครับ
จะถามอาก็เกรงใจท่าน เพราะท่านเลิกรากันไปตั้งแต่ผมยังจำความไม่ได้
และอาผมก็มีภรรยาใหม่ครองคู่กันจนปัจจุบันฝ่ายชายได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นปฐมจุลจอมเกล้า ฝ่ายหญิงก็เป็นคุณหญิงไปแล้ว
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 31 32 [33] 34 35 ... 46
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.317 วินาที กับ 19 คำสั่ง