เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 16 17 [18] 19 20 ... 46
  พิมพ์  
อ่าน: 266752 ชะตากรรมของพระยาทรงสุรเดช หนึ่งในสี่ทหารเสือคณะราษฎร์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30983

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 255  เมื่อ 06 ก.ค. 10, 19:13

ระหว่างที่ฝรั่งเศสกำลังรบกับไทยอยู่นั้นเอง ญี่ปุ่นก็ถือโอกาสเพิ่มกำลังพลเข้ามาในญวนจนเต็มไซ่ง่อนไปหมด พอเห็นว่าทั้งคู่ซัดกันพอหอมปากหอมคอ สูญเสียทั้งสองฝ่ายพอประมาณแล้วก็ดำเนินการเข้าไกล่เกลี่ยทันที เรือประจันบานนาโตริที่ลอยลำอยู่ในทะเลหลวงก็แล่นเข้าไปทอดสมอบีบฝรั่งเศสถึงแม่น้ำหน้าเมืองไซ่ง่อน แปลกที่ไม่ยักต้องออกแรงขู่ไทย แค่แจ้งให้ทราบหลวงพิบูลรีบส่งคณะทูตไปเซ็นสัญญาหยุดยิงบนเรือรบของญี่ปุ่น การเจรจาดำเนินต่อไปเล็กน้อยก็ได้ข้อยุติ ไทยได้ดินแดนกลับคืนมาบางส่วน 4 จังหวัด คือ จำปาสัก ศรีโสภณ มงคลบุรีและพระตะบอง รวมเป็นพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 24,039 ตารางกิโลเมตร ไทยกับฝรั่งเศส ลงนามในอนุสัญญาสันติภาพที่กรุงโตเกียว เมื่อ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 หลวงพิบูลประกาศเป็นชัยชนะของไทย และเริ่มต้นโครงการก่อสร้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่ยังดำรงอยู่มาจนทุกวันนี้


ไปพบรายละเอียดอีกนิดหน่อยเกี่ยวกับการประกาศชัยชนะของไทยในครั้งนี้  คือ  รัฐบาลยุบเลิกตำแหน่งผู้บังคับบัญชาการทหารสูงสุด    และพลตรีหลวงพิบูลสงคราม   ได้เลื่อนยศรวดเดียวจากพลตรีเป็นจอมพลทั้งสามกองทัพ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1883



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 256  เมื่อ 06 ก.ค. 10, 21:33

มาครับ มาค่ำเลยครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
prickly heat
อสุรผัด
*
ตอบ: 22


ความคิดเห็นที่ 257  เมื่อ 06 ก.ค. 10, 22:47

ขออนุญาติเช็คชื่อว่ายังตามติดและติดตามอยู่ด้วยครับ.......
บันทึกการเข้า
yanang
อสุรผัด
*
ตอบ: 32


ความคิดเห็นที่ 258  เมื่อ 07 ก.ค. 10, 00:12

ขออนุญาตเข้ามารายงานตัวด้วยคนค่ะ   ยิงฟันยิ้ม
ติดตามอ่านตั้งแต่กลางวัน แสบตาไปหมดเลย
แต่ไม่สามารถละสายตาได้  เพราะได้รับความรู้มากจริง ๆ ค่ะ
ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่กรุณานำความรู้ดีๆ แบบนี้มาเผยแพร่ให้ได้ติดตามนะคะ   ยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 259  เมื่อ 07 ก.ค. 10, 07:52

ขอบพระคุณทุกท่านมากครับ ชื่นใจจริงๆ

วันนี้ผมขอต่อสั้นหน่อยนะครับ เพราะต้องไปวัดมกุฏฯในช่วงสายๆ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 260  เมื่อ 07 ก.ค. 10, 07:57

เมื่อหนังสือพิมพ์ลงข่าวว่าคณะผู้แทนไทยจะเดินทางมาไซ่ง่อนเพื่อเจรจาเรื่องการปักปันชายแดนนั้น พระยาทรงท่านพลางตัวไปซุ่มดูอยู่ไกลๆในสนามบินว่า ใครเป็นใครในคณะที่มา เผื่อจะมีคนรู้จักจะได้หาทางเชื่อมโยงแนวความคิดที่จะจัดตั้งขบวนการใต้ดินที่กำลังคิดวางแผน แต่ก็ผิดหวัง ทั้งคณะที่มาท่านไม่รู้จักหน้าว่าใครเป็นใคร พอที่จะไว้เนื้อเชื่อใจเจรจาความเป็นความตายระดับนี้ได้ จึงจำต้องสงบตนไว้

แต่สงครามระหว่างไทยกับฝรั่งเศสก็นำผลกระทบในทางดีมาให้ท่าน ตอนที่ตึงเครียดระหว่างกันก็เหมือนฝีกลัดหนอง พอฝีมันสุกงอมแตกออก คัดหนองออกไปแล้วแผลก็เริ่มหาย เมื่อเลิกรบกับไทยแล้ว ทางการฝรั่งเศสก็แจ้งให้ทราบว่า ขณะนี้หมดความจำเป็นที่จะต้องกักบริเวณท่าน พระยาทรงเป็นอิสระ จะไปตั้งถิ่นฐานในที่แห่งใดก็ได้ในดินแดนของฝรั่งเศส

ทุกคนรีบเก็บข้าวเก็บของอยากไปพนมเป็ญโดยเร็ว เขมรกับไทยเหมือนพี่เหมือนน้องกันมากกว่าคนญวน อยู่ที่นั่นโอกาสอดข้าวตายน้อยมาก


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 261  เมื่อ 07 ก.ค. 10, 08:03

รัฐบาลอินโดจีนฝรั่งเศสก็ดีใจหาย พอทราบว่าท่านจะเดินทาง ก็จัดรถบรรทุกมาให้ ขามาก็ขนท่านมา ขากลับก็จะเอาไปส่ง ท่านสามารถทุ่นเงินค่าเช่ารถไปได้100เหรียญที่จะถนอมไว้เป็นทุนสำหรับการค้าขายได้ ถึงพนมเปญแล้วท่านเลือกได้บ้านเช่าเล็กๆในสวน จัดข้าวจัดของเสร็จสรรพ ทุกคนก็พร้อมที่จะต่อสู้ในสงครามแห่งชีวิตภาคต่อไป

ท่านอาจารย์เทาชมพูท่านเปรยไว้ในคคห.ต้นๆตอนหนึ่งว่า ถ้าคุญหญิงทรงสุรเดช (จนแล้วจนรอดผมก็หาชื่อตัวท่านไม่พบ) มีฝีมือในการทำอาหารการกินบ้าง ครอบครัวคงไม่ลำบากขนาดนี้ ตอนนั้นผมก็ยังไม่อยากไปออกรับแทน ก็ท่านแจ้งว่ารสชาดแบบไทยๆไม่ถูกปากคนญวน ท่านเดินทางจากประเทศไทย ตั้งใจมาอยู่พนมเปญกับสามี พอลูกไม้ลูกมือพร้อมแล้วก็จะทำขนมขาย แต่ฝรั่งเศสก็บังคับให้ท่านเจ้าคุณสามีไปอยู่เมืองญวน ท่านก็ต้องติดตามไปด้วย พอลูกไม้ลูกมือมากันครบที่พนมเปญ กลับกลายเป็นนายทหารยศร้อยเอกผู้ไม่เคยทำครัว แต่ดำรงตำแหน่งเชฟใหญ่แสดงฝีมือทำข้าวแกงขายคนเขมร ก็ยังพอขายได้ไม่อดตายแหละ ขณะนี้ท่านกลับมาใหม่แล้วพร้อมดรีมทีม ทุกคนล้วนกระตือรือล้นที่จะทำขนมแบบไทยๆให้คนเขมรลองชิมดูสักครั้ง

เริ่มต้นเอาน้ำตาลปึกจากคคห.โน้นมา ตามคุณวี_มีมาชิม อันไหนทำจากจั่นตาลรสละมุนก็เอาไว้ทำขนม อันไหนทำจากมะพร้าวรสแหลมก็เอาไปทำหอก เอ้ย..ขอประทานโทษ เอาไปรอไว้ทำข้าวแกง ขนมของท่านไม่ขี้เหนียวกระทิ จึงทั้งอร่อยหวานมัน ทั้งสะอาด วันแรกที่ลองทำขายก็ขายหมดเกลี้ยงทุกถาด วันต่อมาเพิ่มปริมาณก็เกลี้ยงอีก ขยายยอดขายทุกวันคนก็แน่นร้าน พระยาทรงท่านสะสมกำไรวันละเล็กละน้อยเป็นทุนเพิ่มในการทำขนมให้มากอย่างมากประเภท ขายดิบขายดี กิตติศัพท์ร่ำลือกันตรึมไปจนถึงระดับไฮโซ



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30983

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 262  เมื่อ 07 ก.ค. 10, 08:35

อ้าว  ถ้างั้นก็ต้องขอขมาลาโทษคุณหญิงทรงสุรเดชละค่ะ    เพราะไม่นึกว่าขนมที่ไม่ถูกปากญวน กลับกลายเป็นถูกปากเขมรเอามากๆ    นึกว่าขนมอร่อย  ใครกินก็อร่อยทั้งนั้น
คุณนวรัตนบรรยายกับข้าวไทยและขนมไทยได้ฉาดฉาน ราวกับย้อนเวลาไปทำครัวกับคุณหญิงทรงสุรเดชมาเอง  ค.ห.ข้างบนนี้คงจะทรมานใจคุณ proudtobethai  ผู้หวนหาอาหารไทยไม่มากก็น้อย
บันทึกการเข้า
sirinawadee
ชมพูพาน
***
ตอบ: 101


ความคิดเห็นที่ 263  เมื่อ 07 ก.ค. 10, 08:43

อ่านแล้วเห็นภาพชัดเจนยังกับดูหนังแน่ะค่ะ

เนื้อหาตั้งแต่พระยาทรงท่านออกจากเมืองไทยไปลำบากอยู่ต่างแดน ทั้งที่รู้ตอนจบ แต่ก็อดเอาใจช่วยท่านไม่ได้ สงสารท่าน แต่ก็ประทับใจในความเป็นลูกผู้ชายของท่านมากๆ  ร้องไห้
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 264  เมื่อ 07 ก.ค. 10, 08:55

มาลงชื่อเข้าเรียน

ให้กำลังใจคุณครูอยู่เสมอ

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30983

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 265  เมื่อ 07 ก.ค. 10, 09:50

กระทู้นี้  กองเชียร์คึกคักจริงๆ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10829



ความคิดเห็นที่ 266  เมื่อ 07 ก.ค. 10, 10:03

ขออนุญาตคุณนวรัตน แวะเชียร์ร่วมกับคุณเทาชมพูหน่อย

When C.U. boys say "Boom - ba - la - ka !" They mean to say "Dear,I love you !"

When C.U.girls say "Chick - a - la - ka ! ' They mean to say " I love you too !"

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30983

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 267  เมื่อ 07 ก.ค. 10, 10:45

จะร้องตอบอีกเพลง  ก็เกรงว่าจะหาทางจากสามย่านกลับพนมเปญไม่เจอ    เอาไว้เปิดกระทู้คาราโอเกะกันวันหลัง(เร็วกว่าวันหน้า)นะคะ


บันทึกการเข้า
proudtobethai
มัจฉานุ
**
ตอบ: 79


ความคิดเห็นที่ 268  เมื่อ 07 ก.ค. 10, 10:49

คุณนวรัตนบรรยายกับข้าวไทยและขนมไทยได้ฉาดฉาน ราวกับย้อนเวลาไปทำครัวกับคุณหญิงทรงสุรเดชมาเอง  ค.ห.ข้างบนนี้คงจะทรมานใจคุณ proudtobethai  ผู้หวนหาอาหารไทยไม่มากก็น้อย


ที่สุดเลยค่ะอาจารย์.......
อ่านเรื่องนี้ทรมานต่อมน้ำลายจริงๆค่ะ เพราะจินตนาการภาพขนมไทยไม่ขี้เหนียวกะทิไปด้วย
โอย.. สงสารตัวเอง  ร้องไห้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30983

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 269  เมื่อ 07 ก.ค. 10, 11:16

เห็นใจมากค่ะ คุณพราวด์  กลับบ้านเกิดเมื่อไร อย่าลืมตรงดิ่งไปกินขนมไทยเสียให้หายอยาก  จะเอารูปมาลงให้ดูก็เกรงว่าจะเป็นการทรมานคนไกลบ้านหนักขึ้น

ระหว่างดาราตัวจริงยังไม่กลับเข้ากระทู้   ดิฉันก็หาเรื่องราวมาเล่ากันหน้าม่านไปพลางๆก่อนนะคะ
**********************
จอมพล ป. ในตอนนั้นดูออกว่าไทยจะต้องเจอพิษสงครามที่เริ่มต้นในยุโรปมาแต่แรก  ไม่มากก็น้อย  ตอนแรกก็ประกาศว่าไทยเป็นกลางอย่างเคร่งครัด   แต่ต่อมาดูออกว่า ไทยจะต้องพัวพันในสงครามอย่างดิ้นไม่หลุด  ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง     ก็เลยมีประกาศพระราชบัญญัติออกมาอีก กำหนดหน้าที่คนไทยในเวลารบ  ต่อต้านมิให้ต่างชาติรุกเข้ามาได้   ต้องป้องกันสุดความสามารถชนิดเอาชีวิตเข้าแลก  มีประกาศรัฐนิยมว่าคนไทยต้องต่อสู้ป้องกันประเทศยังไงบ้าง รวม ๑๒ ฉบับด้วยกัน

ในช่วงนี้เองเป็นช่วงที่เปลี่ยนปีใหม่   คือแทนที่จะเริ่มต้นปีใหม่จาก ๑ เมษายน อย่างที่ใช้กันมาแต่เดิม  ก็เปลี่ยนเป็น ๑ มกราคม  เหตุผลคือ
" เพื่ออนุโลมตามปีประเพณีของไทยแต่โบราณ   หรือให้ตรงกับที่นิยมใช้กันในต่างประเทศที่เจริญแล้วในปัจจุบัน"
มาอธิบายให้ฟังอีกทีว่า
๑ เดิมไทยเราถือเดือนอ้ายเป็นเดือนแรกของปี     
๒  ต่อมานับปฏิทินตามสุริยคติ  คือนับเดือนมกรา กุมภา มีนา
เมื่อจะกลับไปนับแบบโบราณคือเดือนอ้าย  และก็ยังทันสมัยแบบตะวันตกด้วย   ก็ไม่มีวันใดจะเหมาะเท่า ๑ มกราคม  เพราะเป็นวันต้นเดือนอ้าย

สรุปแล้วในปีนั้น  เลยมีแค่ ๙ เดือน  เพราะอีก ๓ เดือนกลายเป็นของปีใหม่ไปแล้ว
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 16 17 [18] 19 20 ... 46
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง