เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 8
  พิมพ์  
อ่าน: 29688 มองมาเลย์ แล้วเหล่ดูไทย
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


 เมื่อ 27 พ.ค. 10, 10:30

ผมขอจบเรื่อง “อดีตชาวสยามผู้ถูกยกย่องให้เป็นบิดาของประเทศมาเลเซีย” ไว้ ณ ตรงนี้

ขอความกรุณาท่านอาจารย์ช่วยเปิดกระทู้สืบเนื่องในประเด็นที่เราติดใจจะคุยกันต่อ
ว่าด้วยเรื่อง “มองมาเลย์ แล้วเหล่ดูไทย” เป็นประเดิมก่อน ผมจะกลับบ้านตอนบ่ายๆแล้วจะมาช่วยกันต่อครับ
ขอบพระคุณ



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 27 พ.ค. 10, 11:03

กระทู้นี้ สืบเนื่องมาจากกระทู้

http://www.reurnthai.com/index.php?topic=3304.0
อดีตชาวสยามผู้ถูกยกย่องให้เป็นบิดาของประเทศมาเลเซีย
บันทึกการเข้า
manit peuksakondh
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 27 พ.ค. 10, 13:21

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เนื่องมาจากงานที่ต้องทำ ทำให้ผมต้องไปมาเลฯทุกปี เมื่อก่อนนั้นมีคำพูดว่านั่งหลับตาไปในรถ เข้ามาเลฯเมื่อไร เราจะรู้สึกได้เพราะว่าถนนจะเรียบมาก ที่จริงมาเลฯไม่มีอะไรจะงามมากมายนัก เมื่อก่อนคนไทยชอบไป ปีนัง ไปถึงก็แห่กันไปที่ร้านขายของจีนแดง พร้อมทั้งซื้อทีวี วิทยุ เครื่องปั่น มาใช้มั่ง มาขายต่อมั่ง ต่อมาก็แห่กันไปเก็นติ้ง ไปทำไม ท่านก็คงทราบดี เห็นแล้วก็นึกอะไรขึ้นมาเหมือนกัน แต่ขอไม่กล่าวถึง (ต่อมาคนไทยก็แห่กันไปสิงค์โปร์ ซึ่งไม่อยู่ในกระทู้นี้) ถ้าผมจำไม่ผิดมาเลฯเขาเจริญทีหลังเรา แต่ผมว่าตอนนี้เขาไปเกินหน้าเราแล้ว ผมเคยโดนเนรเทศไปแดนไกล ที่นั่นมีเพื่อนที่รักกันมากเป็นมาเลฯ เวลาผมจัดเลี้ยง"Thailand night"ผมก็จัดที่บ้านเขานี่ ผมสังเกตุว่าคนมาเลฯ เคร่งเรื่องศาสนา และเพราะเขาเคร่งจริงๆไม่ใช่เป็นพุทธมามก(เขียนไม่ถูกครับ ขอโทษท่านที่มาจากสีเทาด้วยครับ) ตามทะเบียน เขาจึงน่ารัก น่าคบ ตลอดเวลาที่ขึ้นล่องมาเลฯผมไม่เคยเจอพวก"แหกตา"ขายของ ครับผม แค่นี้ก่อนนะครับ
มานิต
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 27 พ.ค. 10, 14:37

 เห็นด้วยกับคุณมานิตค่ะ   มาเลเซียพัฒนาประเทศได้เร็วมาก   การวางผังเมืองและการดูแลเมือง แม้แต่เมืองเล็กๆอย่างมะละกา   ทำได้สะอาดเรียบร้อยเป็นระเบียบ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 27 พ.ค. 10, 21:28

คุณมานิตเข้ามานำคุยเรื่องเบาๆ ผมเลยนึกขึ้นได้ว่าผมควรจะเริ่มต้นอย่างไร


เมื่อปี2504 บูรพาจารย์คนสำคัญของผม พระยาภะรตราชา ท่านผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัยได้ริเริ่มการแข่งขันรักบี้แบบเหย้าเยือนผลัดกันคนละปี กับ”อีตันแห่งมาเลเซีย” เดอะมาเลย์คอลเลจ ครั้งกระนั้น มิสเตอร์เนล ไรอัน ชาวอังกฤษยังเป็นอาจารย์ใหญ่ โดยปีแรกพวกมาเลย์มาเป็นแขกที่โรงเรียนเราก่อน ไม่น่าเชื่อว่าทั้งสองโรงเรียนได้ช่วยกันจรรโลงรักบี้ประเพณียั่งยืนมาจนถึงพ.ศ.นี้ แถมสิบยี่สิบปีมาแล้วที่นักเรียนเก่าตามมาเชียร์รักบี้แล้วแบกถุงกอล์ฟมาชวนเล่นกัน จนกลายเป็นกอล์ฟประเพณีระหว่างเพื่อนสองสมาคมไปอีก ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับอานิสงส์ของการมองการณ์ไกลของบรมครูทั้งสอง จึงมีเพื่อนชาวมาเลย์แยะ ท่านผู้บังคับการกล่าวว่า วันหนึ่งพวกเธอจะได้รับประโยชน์จากการนี้ และบางทีพวกเธอจะทำให้ประเทศชาติได้รับประโยชน์ด้วย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 27 พ.ค. 10, 21:31

วันที่ท่านกล่าวบนหอประชุมนั้น ผมยังเด็กอยู่ก็ไม่ได้เข้าใจอะไรมาก จบจากโรงเรียนไปหลายปีวันหนึ่งได้ทราบข่าวว่า มีเพื่อนรุ่นพี่ที่ไปเป็นตำรวจชายแดนอยู่รอยต่อมาเลเซียเขียนจดหมายมาถึงท่านผู้บังคับการ และท่านนำไปอ่านให้เด็กฟังบนหอประชุมว่า (สมัยนั้นพวกโจรจีนคอมมิวนิสต์ และพวกขบถแบ่งแยกดินแดนได้ช่วยกันป่วนทำให้เกิดข้อขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างรัฐบาลไทยและมาเลย์เซียหลายครั้ง คล้ายๆกับที่เกิดตามชายแดนเขมรปัจจุบัน)..เมื่อเกิดการกระทบกระทั่งนี้ขึ้น ผู้บังคับบัญชาของทั้งสองฝ่ายตกลงจะให้นายทหารชั้นผู้น้อยไปเจรจากันก่อนว่าจะเอาอย่างไร รุ่นพี่ของผมตอนนั้นเป็นแค่ร้อยตำรวจโท นายสั่งให้นัดอีกฝ่ายไปเจอกันในที่เกิดเหตุ  พอนั่งประชุมกันได้สักครู่ หัวหน้าฝ่ายมาเลย์นั่งจ้องหน้าเขาแล้วถามว่า เอ๊ะ.นี่เราเคยเล่นรักบี้กันหรือเปล่า เท่านั้นเอง ความตึงเครียดก็พลันมลายหาย เรื่องที่คุยกลายเป็นเรื่องเก่าๆสมัยเป็นนักเรียน ส่วนเรื่องที่กำลังจะเป็นเรื่องก็จบกันอย่างง่ายๆ และผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็พอใจ…เขาจึงอยากจะเขียนเรื่องนี้มาเรียนท่านผู้บังคับการให้รับทราบไว้ ว่าความหวังของท่านนั้นเริ่มเป็นความจริงแล้ว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 27 พ.ค. 10, 21:34

ต่อมาผมได้ยินเรื่องทำนองนี้อยู่บ่อยๆ แต่ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าครั้งแรก มีนักเรียนเก่าวชิราวุธที่รับราชการอยู่ทางภาคใต้ได้มีบทบาทเงียบๆจนเป็นดาโต๊ะหลายคน แต่ไม่ยอมโม้ว่าได้มาอย่างไร ข้อเคลือบแคลงของฝ่ายไทยว่ารัฐบาลมาเลเซียรู้เห็นเป็นใจให้ขบถแบ่งแยกดินแดนใช้พื้นที่ฝั่งโน้นเป็นฐานก็หมดไปพร้อมๆกับข้อกล่าวหาว่าไทยเลี้ยงพวกโจรจีนคอมมิวนิสต์ไว้เตะตัดขามาเลเซีย เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันเข้าปราบปรามกองกำลังของจีนเป็งอย่างหนัก เริ่มต้นในปี 2527 ใช้ทั้งรถหุ้มเกราะ เรือรบยามฝั่ง และเครื่องบินทิ้งระเบิด ที่ต้องทุ่มขนาดหนักเพราะพวกนี้ได้ประเทศมหาอำนาจแดงหนุนหลัง จนถึงปี2532 จึงยุติกันได้ในที่สุดก็เพราะนโยบายการเมืองนำการทหาร ด้วยการเสนอให้สัญชาติไทยกับคนพวกนี้แลกกับการวางอาวุธเข้ามาร่วม”พัฒนาชาติไทย” ของอดีตขงเบ้งกองทัพบก

พ.ศ.นี้คอมมิวนิสต์ตัวลูกบางคนก็ยังพยายามพัฒนาชาติไทยให้เป็นสังคมนิยมอยู่ แต่ไม่ทราบว่าท่านจัดให้อยู่ในกลุ่มแดงแท้หรือแดงเทียม


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 27 พ.ค. 10, 21:42

โจรจีนคอมมิวนิสต์นี้ เกิดจากชนชั้นไพร่ต่ำสุดของมลายู เพราะเป็นคนจีนโพ้นทะเลที่อังกฤษเอาเข้ามาบ้าง อาศัยเรือสำเภาหอบเสื่อผืนหมอนใบจากบ้านเกิดมาตายดาบหน้าบ้าง คนพวกนี้เริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นกุลีในเหมืองแร่ แล้วขยับขยายไปทำการค้า จากหาบเร่จนกลายเป็นเถ้าแก่ไปหลายคน ส่วนชาวมาเลย์เป็นชาวไร่ชาวนาไม่ชอบเป็นกรรมกร อย่างอื่นไม่ถนัด ครั้งหนึ่งสัดส่วนประชากรคนจีนจึงมากกว่าคนมาเลย์ด้วยซ้ำ แต่หลังจากรวมรัฐทั้งสามในเกาะบอร์เนียวมาแล้ว คนจีนจึงได้กลายเป็นคนส่วนน้อย เมื่อเป็นอย่างนี้คนมาเลย์เองก็ต้องกลัวคนจีน แต่ภายใต้สมัยอาณานิคม อังกฤษใช้วิธีวิธีการแบ่งแยกแล้วปกครองอย่างได้ผล

ชัยชนะของพรรคคอมมิวนิสต์จีนบนผืนแผ่นดินใหญ่ทำให้น้ำเลี้ยงไหลมาป้อนชนชาวจีนที่ถูกกีดกันจำกัดสิทธิ์จนต้องจัดตั้งองค์กรขึ้นเรียกร้องความยุติธรรมได้มากขึ้น แต่ก่อนหน้านั้น สงครามจีนกับญี่ปุ่นทำให้น้ำเลี้ยงขาดหาย เลยกลับกลายเป็นฝ่ายอังกฤษเสียเองที่ติดอาวุธให้คนจีนหัวรุนแรงเหล่านี้ จนสามารถจัดทัพเข้ารบสงครามกองโจรอันเป็นยุทธวิธีที่เหมาเจ๋อตุงคิดขึ้น พอสงครามสงบ อังกฤษยกย่องทหารป่าเหล่านี้มากถึงขนาดตั้งหนุ่มน้อยจีนเป็งให้เป็นท่านเซอร์ (คงจะปลดออกตอนหลังที่คุยกันไม่รู้เรื่อง) พวกทหารป่าเหล่านี้กลายเป็นขวัญใจคนจีนทั่วไป แม้แต่พวกเถ้าแก่ที่เคยสนับสนุนฝ่ายไต้หวัน เพราะเป็นความหวังที่จะต่อรองผลประโยชน์กับคนมาเลย์เจ้าถิ่นได้ดีขึ้น แทนที่จะใช้แป๊ะเจี๊ยะปูทางอย่างเดียว



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 27 พ.ค. 10, 21:46

ฝ่ายคนมาเลย์ก็กลัวเป็นที่สุดว่าหลังจากสงครามสงบแล้วอังกฤษอาจยกฐานะคนจีนขึ้นเพื่อประโยชน์ของอังกฤษที่จะปกครองมลายูต่อไป บังเอิญแนวโน้มของทั่วโลกหลังสงครามหลักยุติ อาฟเตอร์ช็อคที่ตามมาคือสงครามกองโจรที่ประเทศเมืองขึ้นทั้งหลายเอาอาวุธสงครามที่เหลืออยู่อื้อ มายิงใส่เจ้าอาณานิคมของตนเพื่อเรียกร้องเอกราช ฝรั่งเศสโดนก่อนเพื่อน อินโดนีเซียก็เริ่มขับไล่พวดดัชท์ อังกฤษก็ชักมีปัญหาหนักในอียิปต์และอินเดีย จึงถอดใจที่จะรักษาไว้อย่างเดิม แต่ต้องวางฟอร์มสุภาพบุรุษเสียหน่อย บอกจะให้เอกราชเมืองขึ้นของตน แต่มีข้อแม้ว่าจะให้อย่างค่อยเป็นค่อยไป และโดยสันติวิธี ลึกๆคือทำอย่างไรจึงจะรักษาผลประโยชน์ที่ลงทุนไปแล้วให้มีค่าต่อไปได้ แม้มิใช่ฐานะจ้าวนายจะเป็นแบบเพื่อนก็ได้


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 27 พ.ค. 10, 21:50

กลุ่มผลประโยชน์ฝ่ายมาเลย์ที่ใหญ่ยิ่งและยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือพวกสุลต่านเจ้านครรัฐต่างๆ  เมื่ออังกฤษแสดงเจตนารมณ์ชัดว่าจะให้เอกราชแน่ แต่เมื่อไหร่และเงื่อนไขใด เท่านั้นทำให้พวกนี้นอนไม่หลับ กลัวจะต้องเปลี่ยนสถานะ หากเลวร้ายหนัก รัฐของตนเองถูกกองกำลังของจีนเป็งยึดไปก่อนได้ จะมิต้องกลายเป็นรัฐแดงไปหรือ บังเอิญอังกฤษก็ไม่ชอบคอมมิวนิสต์อยู่เหมือนกัน จึงระดมสรรพกำลังเข้ามาปราบจีนเป็งจนต้องย้ายนิวาสถานมาอยู่บนเทือกเขาบูโดในเขตของไทย ทิ้งศพไว้เกลื่อนป่า คนจีนหมวกแดง(ที่นั่นเขาใส่แค่หมวกหนีบ เพราะถอดซ่อนง่ายไม่เหมือนเสื้อ)ก็เลยหลบลงดิน ตอนหลังกฎหมายยอมให้ตั้งพรรคการเมืองได้ ก็รวมตัวจัดตั้งเป็นพรรคกรรมกร ส่วนพรรคคอมมิวนิตส์หัวเด็ดตีนขาดฝ่ายมาเลย์ก็ยอมให้เป็นพรรคที่ถูกกฎหมายไม่ได้ ก็เล่นจะไปล้มสถาบันศาสนา และสถาบันสุลต่านที่ผูกพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้นของเขาได้อย่างไร หากไม่ข้ามศพของพวกเขาไปก่อน



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 27 พ.ค. 10, 22:38

ผมปูพื้นมาถึงการเมืองของมาเลเซียทีนำด้วยกลุ่มมาเลย์แท้อันมีเหล่าอำมาตย์ ได้แก่พวกสุลต่านเจ้าขุนมูลนายเจ้าของทรัพยากรแผ่นดินทั้งหลาย และบุคคลชั้นสูงของสังคมผู้อยู่แวดล้อมเป็นแกนนำ แต่มีฐานเสียงที่เป็นคนมาเลย์รากหญ้าอย่างแน่นหนา เพราะมีกฎหมายเอื้ออำนวยผลประโยชน์ให้ในฐานะภูมิบุตร และเหนือสิ่งอื่นใด คือความเป็นมุสลิมด้วยกัน กลุ่มนี้มีปัญญาชนที่พยายามเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดสรรผลประโยชน์เป็นตัวคานอำนาจพวกสุลต่าน ในบางรัฐสามัญชนเหล่านี้มีฐานะทางการเมืองแข็งกว่าสุลต่านเสียอีก

อีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มคนจีน กลุ่มแขกกลุ่มสยามไม่นับเพราะมีสัดส่วนประชากรน้อยไปจนไม่เป็นสาระ กลุ่มนี้เองก็แบ่งออกเป็นสองพวก คือพวกที่ไม่อยากยุ่งกับการเมือง ทำมาหากินไปตามประสาดีกว่า สบายกว่า กับอีกพวกหนึ่งคือพวกที่ได้น้ำเลี้ยงจากต่างประเทศมาจัดตั้งมวลชน หวังจะใช้กำลังเป็นเครื่องต่อรองผลประโยชน์จากกลุ่มมาเลย์ให้มากขึ้นหรือมากที่สุด พวกซ้ายจัดนี้เรียกว่าพวกหมวกแดง หากสงครามประชาชนเกิดขึ้น และหากหมวกแดงชนะ ประเทศใหญ่ที่ต่อท่อน้ำเลี้ยงมาให้จะได้อะไร ผมไม่ทราบ ท่านก็เดาเอาเองก็แล้วกัน

ตอนกองกำลังโจรจีนแดงของจีนเป็งถูกสลายจากมาเลเซีย ถือเป็นการพ่ายแพ้ครั้งแรก ขณะที่คนจีนฝ่ายซ้ายยังแดกกระสานซ่านเซ็นรวมตัวกันไม่ติด คนจีนที่ผูกใจว่าด้อยโอกาสทางสังคมจึงฝากความหวังไว้กับพรรคสมาคมคนจีน ที่พรรคอำมาตย์ชวนไปร่วมพันธมิตร โดยหัวหน้าพรรคทั้งสองฝ่ายเดินทางไปอังกฤษด้วยกันเพื่อเจรจาเงื่อนไขที่อะไรจะเป็นอะไร หลังการประเทศได้รับเอกราช




บันทึกการเข้า
Diwali
มัจฉานุ
**
ตอบ: 96


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 28 พ.ค. 10, 01:35

อ่านถึง คคห ที่ 5 แล้ว ผมออกอาการเสียดายมากๆครับ
ตัวผมเอง สมัยเรียนหนังสือชั้นมัธยม

มีเพี่อนจาก กัวลากังสา มาเยือนให้ทำความรู้จักตั้งหลายคน
ตัวผมเองก็ดันพูดมาเลย์ได้งูๆปลาๆ ในตอนนั้น เลยทำให้เพื่อนจากมาเลย์คอลเลจ ชอบคุยกับผมมากกว่า

แต่หลังจากจบแล้วก็ไม่ได้ติดต่อกัน

ทุกวันนี้ มีงานมีการที่ต้องไปเยือน กัวลาลัมปูร์ ปีหนึ่งๆก็เกือบสิบครั้ง
หัวเมืองอื่นๆประปราย

ยังมานั่งคิดว่า ตั้งแต่ท่านอดีตรองนายกฯ ถูกสกัดกั้นจากการเมืองแล้ว
เพื่อนเราชาวกัวลากังสา จะได้กลับมารุ่งในวงราชการหรือเปล่า
แต่ก็ไม่มีข่าวคราว

ปัจจุบัน ก็เลยเหลือแต่เพื่อนมาเลย์เชื้อสายจีน ที่ติดต่อกันแต่เรื่องธุรกิจ

ปล. เมื่อเดือนก่อนได้ไปประชุมที่ ชาหอะลาม เห็นได้ชัดเจนว่า นโยบายของมาเลย์เซีย
ไม่ได้มุ่งพัฒนาให้เจริญเฉพาะที่ KL หรือ PJ เท่านั้น แต่เริ่มกระจายออกไปยังหัวเมืองเอกของรัฐต่างๆแล้ว
และที่เห็นได้ชัดคือ การเนรมิต ต้นไม่ใหญ่อายุหลายสิบปี ตามถนนหนทาง
ถามเพื่อนชาวมาเลย์แล้ว เขาบอกว่า เขายอมเลือกต้นไม้ใหญ่ริมถนน แล้วจ่ายค่าเอาสายไฟลงใต้ดิน
ในขณะที่บ้านเราเลือกเอาสายไฟไว้ แล้วคอยเล็มหรือตัดต้นไม้ไปเรื่อย เพราะกลัวมันจะทำไฟฟ้าลัดวงจร
จะเอาลงดิน ก็หลายตัง เอางบไปขูดผิวหน้าถนน แล้วลาดยางใหม่ดีกว่า

อุ๊บส์  ขออภัย ที่ขัดจังหวะซะยาวเลยครับ
รอท่านอื่นๆ ว่าบ้างดีกว่า
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 28 พ.ค. 10, 07:38

อันวาร์ อิบราฮิม(ผมฟังพวกมาเลย์ออกเสียงว่าอันนัวร์) เป็นนักเรียนเก่ามาเลย์คอลเลจ ขึ้นไปสูงสุดถึงรองนายกรัฐมนตรีอันดับหนึ่ง ข่าวว่าท่านมหาธีร์รักเหมือนลูกหมายมั่นปั้นมือให้เป็นทายาททางการเมืองขึ้นดำรงตำแหน่งนายกคนต่อไป  พวกมาเลย์คอลเลจภูมิใจมาก สมัยนั้นเป็นยุคทองของเขา ปกติในคณะรัฐมนตรีใดก็ตามจะมีนักเรียนเก่าเดอะมาเลย์ร่วมอยู่ด้วยหลายๆคน แต่สมัยที่ว่านี้มีกว่าครึ่ง ทุกวันพุธพวกนักเรียนเก่าเดอะมาเลย์ทั่วไปจะผูกเนคไทสัญญลักษณ์โรงเรียนของเขาแสดงความรักโรงเรียนอยู่แล้ว ท่านมหาธีร์คงไม่ได้สังเกตุ แต่บังเอิญวันพุธนึง ท่านเกิดเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นกรณีย์พิเศษ พอนั่งครบท่านจึงเห็นแล้วออกอาการหงุดหงิดทันที นี่พวกคุณจะมาประชุมสมาคมนักเรียนเก่ากันรึไง..ทำเอาทุกคนต้องถอดเนคไทออกจากคอด้วยอาการขวยเขิน

ตอนเกิดภาวะเศษฐกิจต้มยำกุ้งลุกลามไปจากเมืองไทย ท่านมหาธีร์ท่านประกาศท่าทีเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายว่าจะไม่กู้IMFเด็ดขาด เสียงสะท้อนจากเพื่อนร่วมชาติก็แตกเป็นสองฝ่าย ควรกู้กรือไม่ควร นายอันวาร์อยู่ใกล้ตัวแท้ๆแต่กลับคัดค้านท่านว่ามาเลเซียจะไปไม่รอดหากไม่กู้IMF ค้านในพรรคไม่สำเร็จก็ออกไปพูดข้างนอก สื่อก็ขายข่าวกันสนุก ท่านมหาธีร์ท่านก็แน่ ประกาศปลดนายอันวาร์กลางอากาศทันที แทนที่จะหยุด นายอันวาร์ก็ไม่หยุด คราวนี้เลยถูกยัดข้อหาอุบาทว์ไปข้อหาหนึ่ง สื่อก็รุมขม้ำเป็นภักษาหารฉาวโฉ่ป่านนี้ยังไม่จบดี

ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าตนอับดุล ราซักนายกรัฐมนตรีต่อจากตวนกูอับดุล เราะห์มัน ก็เป็นมาเลย์ดอลเลจเก่า คนนี้จะมีบทขยายในเรื่องของผมข้างหน้า แต่คุณไม่ต้องกลัวว่านักการเมืองสายมาเลย์ คอลเลจจะขาดตอน ช่วงนายอันวาร์มีอันเป็นไป พวกนี้โดนหางเลขเข้าไปจนฝ่อเหมือนกัน แต่ขณะนี้เริ่มกลับมาใหม่แล้ว จับตาดูแลต ชาริมาน อับดุลลาห์ไว้ให้ดี คนนี้เป็นหลานตนกูอับดุล เราะห์มานยายเป็นน้องแท้ๆ แนะนำตนเองกับผมว่า”พมเปนคนทาย” ครั้งหนึ่งเคยขอให้ผมหาว่าญาติของเขาในเมืองไทยนามสกุลอะไร ผมกลับมาค้นอยู่นาน ตอนนั้นยังไม่มีอินเทอเน็ตทุ่นแรง พอได้ความแล้วครั้นไปเชียร์รักบี้ตีกอล์ฟประเพณีที่มาเลย์ ปีนั้นบังเอิญคุณดุสิต นนทนาครได้เป็นนายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธคนใหม่นำคณะไป ผมเลยทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำให้ญาติได้รู้จักญาติ ครั้งสุดท้ายเจอหนุ่มแลตที่เมืองไทยเมื่อปีที่แล้ว เขาให้นามบัตรผมมีบรรดาศักดิ์เป็นดาโต๊ะแล้ว เพื่อนๆบอกว่าเขากำลังรุ่งทางการเมือง

ผมไม่ได้ตั้งใจจะเอาเรื่องสถาบันมาเขียนดอกนะครับ แต่เห็นว่าที่เล่าให้ฟังน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ อย่างน้อยก็ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านสองชาติ ที่ท่านตนกู อัดนันอดีตนายกสมาคมนักเรียนเก่าเดอะมาเลย์คอลเลจกล่าวในการประชุมร่วมกันครั้งหนึ่งว่า Thailand and Malaysia, we are so near yet too far.
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 28 พ.ค. 10, 08:01

บ้านเมืองในมาเลเซียก็อย่างที่ทุกท่านแสดงความเห็น แต่ผมตะลอนๆนั่งรถไปตามชนบท หมู่บ้านทั่วไปที่เขาเรียกว่ากำปง ห้าหกปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่ก็ยังสกปรก ขยะนึกจะทิ้งก็ทิ้ง ถุงพลาสติกเกลื่อนทั้งๆที่เมืองใหญ่ๆสอาดสอ้าน โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว เพื่อนมาเลย์มาเมืองไทย เห็นชนบทไทยแล้วอดชื่นชมไม่ได้ว่าสะอาดกว่าของเขาเยอะ อันนี้ผมขอชมโครงการหมู่บ้านน่าอยู่ ไม่ทราบผู้ใดริเริ่มไว้ แต่ชาวบ้านมีหน้าที่รักษาแนวรั้วบ้านให้น่าดู ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เก็บกวาดขยะไปทิ้ง(ซึ่งก็ยังมีพวกมักง่าย ชอบทิ้งขยะออกมานอกรถอยู่ดี) จัดการประกวดประขันชิงรางวัลกันในระดับท้องถิ่น ดีมากเลย

ในเมืองเราก็ดีขึ้นแยะนะครับ ยกเว้นเรื่องสายไฟกับสายโทรศัพท์ที่เป็นขยะลอยฟ้า แต่ท่านที่บ่นเรื่องนี้ถ้าได้เห็นฮานอยแล้วคงจะปลงได้ว่า ถึงอย่างไรเราก็ไม่ได้อยู่อันดับเลวร้ายที่สุดของอาเชี่ยน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 28 พ.ค. 10, 21:22

ยังค้นหาโฟลเดอร์มะละกาที่ถ่ายไว้ไม่เจอ     เลยไปขอยืมรูปที่คุณรตาถ่ายไว้ตอนไปเที่ยวมะละกามาให้ดูกัน
เคยนั่งเรือล่องคลองนี้เหมือนกันค่ะ   ชอบเทศบาลของเขามาก


บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.05 วินาที กับ 19 คำสั่ง