เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 11
  พิมพ์  
อ่าน: 46485 อดีตชาวสยามผู้ถูกยกย่องให้เป็นบิดาของประเทศมาเลเซีย
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30599

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 24 พ.ค. 10, 22:17

มาต่อท้ายอีกนิดหน่อย เพราะไม่อยากให้กระทู้หยุดนิ่งแค่นี้ 

ไปตามอ่านต่อ  พบว่าท่านตนกูพ้นตำแหน่งเมื่อ ค.ศ. 1970   แต่จะว่าท่านวางมือโดยสิ้นเชิงก็ไม่ใช่   เจ็ดปีต่อมา  ท่านถือหุ้นของหนังสือพิมพ์  The Star  นอกจากเป็นประธานกรรมการแล้วยังเป็นคอลัมนิสต์  เขียนคอลัมน์ "Looking Back"(ย้อนอดีต) และ " As I see It"(ตามที่เห็น)
เดาว่าข้อเขียนของท่านตนกู คงจะมีปัญญาชนนิยมชมชื่น เหมือนพวกที่ตามอ่านคอลัมน์ป๋าเปลว สีเงิน

ข้อเขียนของท่านตนกู วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในหลายเรื่องที่ท่านเห็นว่าไม่สมควร       เขียนอยู่ได้ 10 ปี  ก็ต้องมาสิ้นสุดลงในค.ศ. 1987, ดร.มหาธีร์ สั่งปิดหนังสือพิมพ์เสียเลย
เจอแบบนี้เข้า ก็กลายเป็นรอยแตกใน UMNO  ท่านตนกูและตนฮุสเซน ออนน์ แยกตัวออกไปตั้งพรรคใหม่  แต่ก็เจอตอใหญ่คือมหาธีร์ตามเคย   ตั้งไม่ได้  มหาธีร์เองก็ตั้งพรรค NEW UMNO หรืออุมโนใหม่ขึ้นมาเหมือนกัน
สังขารของท่านตนกูเสื่อมลงตามวัยมากแล้ว  แม้จะกลับมาสนับสนุนมุ้ง UMNO อีกมุ้งหนึ่งที่แยกออกไปเหมือนกัน แต่สุขภาพไม่ให้เสียแล้ว  ท่านถึงแก่อสัญกรรมเมื่อปี 1990 ด้วยวัย 87 ปี   พักผ่อนตลอดกาลอยู่ในสุสานที่อลอร์สตาร์

ไม่ค่อยจะได้รู้เรื่องการเมืองของมาเลย์เซียนัก   ถ้าผิดพลาดประการใด  ช่วยแก้ไขให้ด้วย
ตามอ่านมาแต่ต้น   ได้ข้อสังเกตอะไรหลายอย่าง  แบบ ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัว      อะไรที่มาเลย์เซียเจอในอดีต  ดูเหมือนว่าประเทศเพื่อนบ้านของเขากำลังเจออยู่ในปัจจุบัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30599

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 24 พ.ค. 10, 22:20

อ้างถึง
ท่านที่จะเอาเรื่องที่ผมเขียนนี้ไปโพสต์ต่อ(ผมพบว่ามีในเน็ทแล้ว) ผมไม่ว่าหรอกครับ แต่กรุณาแก้ไขใหม่ให้ถูกต้องกับความเป็นจริงด้วย
เร็วจริง   ในเว็บไหนคะ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 24 พ.ค. 10, 23:44

ท่านอาจารย์ลองป้ายประโยคนี้ อดีตชาวสยามผู้ถูกยกย่องให้เป็นบิดาของประเทศมาเลเซีย แล้วไปแปะในกูเกิ้ล ก็จะมีเวปหนึ่งโผล่มาให้เห็นก่อนของผมเสียอีก

ปกติกระทู้บางบทของผมจะมีผู้ขอมาทางหลังไมค์บ้าง ขอในหน้ากระทู้บ้าง ที่จะลิงค์ หรือเอาบางตอน หรือขอรูปไปใช้ ซึ่งผมก็ยินดี ไม่ข้ดข้อง แถมประกาศด้วยว่าผมไม่สงวนลิขสิทธิ์ถ้าผู้ใดเห็นว่าจะนำไปยังประโยชน์ให้เกิดต่อๆกันไปได้ ผมถือว่าผมเขียนเรื่องประวัติศาสตร์ ก็อ่านมาเห็นมาทั้งนั้น จะคิดจะแต่งขึ้นมาเองเสียเมื่อไหร่ จะหวงไว้ทำไม  หากถ้าท่านจะเอ่ยว่าท่านเอามาจากกระทู้ของผม ผมก็ขอบพระคุณ ไม่เอ่ยผมก็ไม่ว่ากระไรเพราะส่วนใหญ่ผมก็ทำอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ถ้าเอาข้อมูลจากผมไปเขียนแบบผิดๆ ผมจะไม่สบายใจ  เกรงว่าหากลอกต่อๆกันไปแล้ว  วันหนึ่งคนข้างหน้าจะเห็นว่าที่ผิดเป็นถูกไปก็ได้

ยกตัวอย่างเช่นข้อความนี้

ตนกู อับดุล ราห์มัน ได้สมรสรวมทั้งหมด 4 ครั้ง ได้แก่
ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2476 กับสตรีชาวไทยเชื้อสายจีนชื่อ ท่านผู้หญิงมาเรียม จง หรือมาเรียม อับดุลละห์ (Meriam Chong หรือ Meriam Abdullah) มีบุตร 2 คนคือ ตนกูคอดิยะห์ (Tunku Khadijah) และตนกูอาหมัด เนอรัง (Tunku Ahmad Nerang) และภรรยาคนแรกมาเรียม จง ได้เสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2478

สาวไทยคนนั้นคือ "เรียม เพศยนาวิน" นางสาวไทยประจำปี 2482 (แค่ตายก่อนได้ตำแหน่งก็น่ากลัวแล้ว)  "เรียม"คนนี้และ ที่กลายเป็น"รานีตวนกูมาเรียม"(รานีคือภรรยาคนที่สอง) ของเอช.เอช. ซุดพัตรา ชามา ลุลลาอิล รายาแห่งรัฐเปอร์ลิส……….


ผมไม่ทราบว่าท่านเจ้าของเฟสบุค เข้าใจผิด หรือพิมพ์ผิดอะไรสักอย่าง แพะจึงมาชนกับแกะวินาศถึงขนาดนี้ แต่มันไม่ใช่กงการอะไรของผม ผมจึงเพียงเอามาเอ่ยลอยๆในกระทู้ที่แล้ว ให้ท่านอื่นที่จะเอาข้อมูลในเวปผมไปใช้ประโยชน์ ให้ระวังแก้ไขข้อผิดพลาดที่ผมเพิ่งจะทราบด้วย เท่านั้นแหละครับ


บันทึกการเข้า
Diwali
มัจฉานุ
**
ตอบ: 96


ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 25 พ.ค. 10, 02:15

เข้ามาลงชื่อว่าตามอ่านแบบเงียบๆครับ
 รูดซิบปาก
ขอบพระคุณทุกๆท่านที่แบ่งปันครับ
บันทึกการเข้า
CVT
องคต
*****
ตอบ: 433


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 25 พ.ค. 10, 07:52

เป็นกำลังใจให้ และขอบคุณ คุณ Navarat.C ที่นำสิ่งดีๆมาให้อ่านเสมอ
ผมไปอ่านเว็บนั้นแล้ว มันมั่วๆยังไงไม่รู้ครับ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 25 พ.ค. 10, 08:09


     ถอนหายใจดังเฮือก.......โธ่ถัง
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 25 พ.ค. 10, 08:26

อ่านคำตัดพ้อของคุณนวรัตน แล้วนึกถึงเพลง "ขวัญเรียม" ท่อนที่ว่า "เรียมเหลือทนแล้วนั่น"

เข้าไปอ่านกระทู้เก่า ถกกันถึงความหมายของคำว่าเีรียม

http://www.reurnthai.com/index.php?topic=151.0

ได้ความว่า

เีรียม มาจากชื่ออิสลามว่า มาเรียม

แล้วอีเรียมของไอ้ขวัญแห่งทุ่งบางกะปินี่เป็นมุสลิมด้วยหรือเปล่าหนอ

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30599

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 25 พ.ค. 10, 08:51

เข้าไปอ่านแล้วค่ะ 
ป่านนี้เจ้าของกระทู้นั้น(ซึ่งคงติดตามกระทู้นี้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะเอาไปลอกโดยไม่บอกที่มา) คงรู้แล้วว่าเขียนผิดฉกาจฉกรรจ์

เรื่องนี้ทำให้นึกขึ้นได้ ว่าควรแถลงว่า
ข้อเขียนของดิฉันทั้งหมดในเรือนไทย สงวนลิขสิทธิ์    ตอนนี้ก็ยกสิทธิ์นั้นให้คณะกรรมการสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ(สวช.)ไปแล้ว    เขาเอาไปพิมพ์เป็นหนังสือเพื่อหารายได้เข้ากองทุน สำหรับสวัสดิการศิลปินแห่งชาติ   
เพราะถึงแม้ว่ารัฐจะจัดสรรงบประมาณมาเป็นค่ารักษาพยาบาลให้ศิลปินแห่งชาติก็จริง    แต่ก็เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น   ถ้ามีรายจ่ายเกินกว่างบประมาณ    สวช.ก็ต้องขวนขวายหาเพิ่มเติมเอาเอง
ดังนั้น บทความดิฉันในเรือนไทย   รายได้ทั้งหมดเป็นของรัฐ     ถ้าหากว่าใครละเมิด  สวช.เขาจะตามเช็คบิลล์โดยฝ่ายนิติกรของเขาเอง    แล้วตามถึงที่สุดด้วย  เพราะว่าเป็นหน้าที่ของเขา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30599

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 25 พ.ค. 10, 18:15

หัวหน้าพรรคคนใหม่มีแนวทางที่เหมือนแต่แตกด่างกับคนเดิม ด้วยสร้างแนวร่วมหรือพันธมิตรระหว่างพรรคการเมืองต่างเชื้อชาติ  โดยมีเป้าหมายร่วมกันอยู่ที่การต่อสู้กับอังกฤษเพื่อเอกราช ด้วยสันติวิธี ท่านตนกูประสพความสำเร็จในการผนึกกับพรรคสมาคมจีนมลายู(MCA) ที่ต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์แห่งมลายา ทั้งสองพรรคใช้ยุทธศาสตร์ “แยกกันตีร่วมกันโต” ส่งสมาชิกลงสนามเลือกตั้ง

การสร้างแนวร่วมเป็นสิ่งจำเป็นในสงครามประชาชน   สำหรับกลุ่มผู้ต่อต้านอำนาจที่เหนือกว่า  ไม่ว่าต่อต้านรัฐบาลหรือต่อต้านประเทศมหาอำนาจที่ถือเบี้ยบนก็ตาม
อย่างแรกที่ต้องรวบรวมกลุ่มพลังต่างๆให้ได้     แม้ว่าจะมีอุดมการณ์แตกต่างกันก็ไม่เป็นไร   เพราะต่างฝ่ายต่างมีปรปักษ์ร่วมกันอยู่แล้ว  ก็พอจะหยวนๆกันไปได้เรื่องความแตกต่าง  
เราจึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมบางประเทศ  ฝ่ายซ้ายไม่ขัดกับนายทุน      ไม่ต่อต้านกันเรื่องอุดมการณ์และผลประโยชน์ที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง   บางทีจะมากถึงขั้นเข้าไปรวมกันอย่างสนิทใจเสียอีก    ต่างคนต่างแยกกันตีและรวมกันโต   
หลังจากเติบโตจนชิงอำนาจมาได้แล้ว  ก็ค่อยจัดการกันเองทีหลัง      

ในบรรดากลุ่มต่างๆของประชาชนในแต่ละประเทศ    ไม่มีกลุ่มไหนใหญ่เท่ากลุ่มคนจน  จะเป็นเกษตรกรในประเทศเกษตรกรรม หรือกรรมกรในประเทศอุตสาหกรรมก็ตาม   พวกนี้มักรู้สึกว่าตัวเองถูกเอาเปรียบในสังคมอยู่แล้ว   ก็อยากได้ผู้นำที่เห็นอกเห็นใจ มาช่วยให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้น
ใครที่เป็นผู้นำ จะมองข้ามหัวคนจนไม่ได้   ต้องกุมหัวใจคนจนให้ได้    ถ้าผู้นำเป็นคนจริงใจ  ก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้คนจนมีชีวิตดีขึ้น อย่างน้อยพอจะพึ่งตัวเองได้   เพื่อยกประเทศให้เจริญขึ้นไปอีก    ช่องว่างระหว่างชนชั้นมีน้อยลง
อย่างที่รุ้ง จิตเกษมอยากให้รัฐบาลหางานให้คนไทยอย่างทั่วถึง   อยากให้ฝึกพลเมืองตามความรู้ความถนัดของพวกเขา เพื่อจะสร้างชีวิตที่มีคุณภาพให้ประชาชน   พูดง่ายๆคือเขาอยากให้รัฐบาลที่ยึดอำนาจมาได้ เหลียวแลประชาชนอย่างทั่วถึง

ในทางตรงข้าม ถ้าผู้นำหวังอำนาจเบ็ดเสร็จ   ก็จะเอากลุ่มคนจนเป็นแรงหนุนตัวเอง    ให้ความหวังบ้าง  เงินบ้าง  ความเชื่อถือศรัทธาลวงๆบ้าง   เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย  พอได้อำนาจแล้วก็แล้วกัน  ไม่เหลียวแลอีก  คนจนก็ยังจนเหมือนเดิม    

สิ่งที่คนจนไม่รู้คือในประเทศทุนนิยม  แม้คนจนเป็นกลุ่มกำลังคนจำนวนมากที่สุดก็จริง  แต่การขับเคลื่อนสังคมให้เดินหน้า อยู่ในมือคนชั้นกลางผู้เป็นเจ้าของทุนต่างๆ   ทั้งใหญ่และเล็ก
ตราบใดประเทศยังเป็นทุนนิยม  ใครเข้ามาบริหารก็ต้องทำตัวกลมกลืนไปกับชนชั้นกลางอยู่ดี    ถ้าไม่เป็นเจ้าของทุนรายใหญ่เสียเอง ก็ต้องเป็นมิตรกับนายทุน   แต่ถ้าจะเอาคนจนเป็นหลักก็ต้องเป็นประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสม์    
อย่างที่รุ้งเรียกว่ากดขี่คนทุกชั้นที่ไม่ใช่กรรมกร  โดยหัวหน้ากรรมกร    ประวัติศาสตร์พิสูจน์ตัวอย่างจากรัสเซียและจีนแล้วว่าระบบนี้ไปไม่รอด     แปลกที่ก็ยังมีคนเชื่ออย่างฝังหัวอยู่อีก
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 25 พ.ค. 10, 21:01

การเมืองในทุกประเทศคงเหมือนกัน ด้านหนึ่งคืออุดมการณ์  ด้านหนึ่งคือผลประโยชน์

อุดมการณ์จะไม่มีทางไปรอดถ้าหากการจัดสรรผลประโยชน์ของทุกฝ่ายไม่ลงตัว

การเมืองเป็นประเด็นที่หาข้อยุติไม่ได้ หรือได้ก็ได้ชั่วคราว ตราบเท่าที่โลกยังหมุนอยู่ การเมืองก็ไม่นิ่ง


ตอนแรกคิดจะเขียนแตะเข้าไปในเรื่องการเมืองที่ท่านตนกูเล่น และที่มันกลับมาเล่นท่านเสียเองอยู่เหมือนกัน แต่สถานการณ์ในบ้านเราขณะนี้ไม่มีบรรยากาศที่จะทำตัวทำใจให้เป็นกลางได้ เดี๋ยวจะไปแขวะเอาเค้าเข้า กระทู้จะเละเสีย

ผมมีรูปท่านตนกูในสต็อกอยู่อีกจำนวนหนึ่ง มีบางรูปที่อยากจะบันทึกไว้ท้ายเรื่องราวที่ผมเขียนถึงท่าน

รูปข้างล่างนี้เป็นตำนานอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย คือรูปที่ท่านเปล่งเสียงเมอร์เดก้าในท่ามกลางมหาสมาคมมาเลย์



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 25 พ.ค. 10, 21:08

รูปถ่ายกับเพื่อนที่ไม่เคยชอบกัน ประธานาธิปดีซูการ์โนแห่งอินโดนีเซีย

ทั้งสองปล่อยมุขตลกเข้าใส่กัน ก่อนจะปิดประตูเชือดเฉือนเหลี่ยมคมกันบนโต๊ะเจรจา


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 25 พ.ค. 10, 21:10

นี่คู่มิตรคู่หมาง นายลี กวน ยู นายกรัฐมนตรีอัจฉริยะแห่งสิงคโปร์

ทั้งคู่ต่างก็แสดงอารมณ์ดีระหว่างอยู่ต่อหน้าสื่อ ทว่าลับหลัง คงไม่อยากแม้จะมองหน้า
เดี๋ยวนี้ทั้งสองประเทศก็ยังไม่ไว้ใจกันสนิท


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30599

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 25 พ.ค. 10, 21:37

อ้างถึง
ตอนแรกคิดจะเขียนแตะเข้าไปในเรื่องการเมืองที่ท่านตนกูเล่น และที่มันกลับมาเล่นท่านเสียเองอยู่เหมือนกัน แต่สถานการณ์ในบ้านเราขณะนี้ไม่มีบรรยากาศที่จะทำตัวทำใจให้เป็นกลางได้ เดี๋ยวจะไปแขวะเอาเค้าเข้า กระทู้จะเละเสีย

ตีเหล็กต้องตีเมื่อร้อน
ดิฉันไม่อยากเล่าเรื่องท่านตนกูและท่านมหาธีร์เอง    ถึงไปหาอ่านมาได้  ก็คงเล่าไม่สนุก เพราะไม่มีพื้นฐานในเรื่องนี้พอจะเล่าได้ดี
เท่าที่อ่านมาผิวเผิน  ก็อยากรู้เหมือนกันว่าเหตุใดมหาบุรุษทางการเมืองทั้งสอง ถึงกลายเป็นคนละขั้วกันไปได้
ส่วนเรื่องไปแขวะใครนั้น  หากกระทู้เละ  ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว   ที่ไปอาราธนาเจ้าของกระทู้เข้าก่อน
เชื่อว่าจะมีผู้แอบฟังอยู่เงียบเชียบ มาเชียร์กันเงียบๆหลายคน   ดูจากเรตติ้งละกันค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30599

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 25 พ.ค. 10, 21:59

ใครเป็นใคร คงมีคนบอกได้


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 25 พ.ค. 10, 22:08

ท่านอาจารย์ครับ สมัยนี้ไม่ต้องตีเหล็กตอนร้อนก็ได้  ใช้เทคโนโลยี่ขึ้นรูปตอนเหล็กเย็นๆตามธรรมชาติของมัน ได้งานแข็งแรงกว่า ขอเวลาทำใจอีกนิด ถ้าเรทติ้งไม่ตก จะให้เขียนก็จะเขียนครับ

ตอนนี้ดูรูปเก่าๆไปพลางๆก่อน ถือเป็นการเปลี่ยนอารมณ์ก็ได้

ช่วงชีวิตสมัยรุ่งโรจน์ ท่านตนกูได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สองแห่งสหราชอาณาจักรพร้อมกับผู้นำประเทศในเครือจักรภพอื่นๆ และนายฮาโรล วิลสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ(ขวาของสมเด็จพระนางเจ้า)ที่ราชสำนักเซนต์เจมส์ เมื่อวันที่ 3 พฤาภาคม 2503 ท่านตนกูอยู่ทางขวาคนที่สองแถวหน้า นายลี กวนยูตอนนั้นซี้กัน เลยมายืนอยู่ข้างหลัง


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 11
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง