เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 186
  พิมพ์  
อ่าน: 1220183 สัตว์ประหลาด
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 17 พ.ค. 10, 14:16

คาดว่าทั้งสองตัวคงเป็นจิงโจ้หรือนกอีมู ส่วนตัวนี้ดูไม่ออก เป็นขนๆ ดำๆ จะว่าหมี แรด หรือสมเสร็จก็ไม่ทราบครับ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 18 พ.ค. 10, 09:17

วัดไหนคะคุณกุรุฯ  อยากไปดูของจริง   
เกิดคำถามว่า จิงโจ้ กับนกอีมู เข้ามาในสยามด้วยเหตุอะไร   ตอนนั้นเรามีสวนสัตว์ดุสิตแล้วหรือ?
ตัวอยู่ในกรง เดาว่าเป็นหมี

ยังติดใจเพ็ญโนซอรัส @ ปราสาทตาพรม อยู่    อ่านจากที่ฝรั่งเขียนแล้วเกิดความคิดอะไรนิดหน่อย
ขอให้ทำงานเสร็จก่อนนะคะ   แล้วจะมาคุยกับคุณเพ็ญชมพูต่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10676



ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 18 พ.ค. 10, 10:40

ยังติดใจเพ็ญโนซอรัส @ ปราสาทตาพรม อยู่    อ่านจากที่ฝรั่งเขียนแล้วเกิดความคิดอะไรนิดหน่อย
ขอให้ทำงานเสร็จก่อนนะคะ   แล้วจะมาคุยกับคุณเพ็ญชมพูต่อ

Pennosaurus !

เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่่คุณเทานำชื่อมาตั้งเป็นชื่อ Dinosaur(?)@Taphrom

รอฟังความเห็นคุณเทาด้วยใจระทึก

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10676



ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 18 พ.ค. 10, 13:15

คาดว่าทั้งสองตัวคงเป็นจิงโจ้หรือนกอีมู

จิงใจ้น่ะใช่

แต่อีก ๒ ตัวน่าจะเป็นห่านคู่มากกว่า ต่างกันตรงขานิดเดียว

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10676



ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 18 พ.ค. 10, 13:20

นกอีมูของแท้


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 18 พ.ค. 10, 13:54

ดูจากรูปจิงโจ้   ชาวสยามกำลังชี้ชวนให้ดูสัตว์ประหลาด    ถ้านกคู่นั้นคือห่าน  ก็น่าถามว่าในสมัยรัชกาลที่ ๔ และ ๕  เรายังไม่รู้จักห่านกันงั้นหรือคะ   
เพราะถ้าห่านเป็นสัตว์ธรรมดา   ก็ไม่น่าจะได้รับเกียรติเข้าประกบคู่กับจิงโจ้     
นี่ยังไม่รวมว่า กลายมาเป็นโลโก้ของเสื้อยืดห่านคู่อีกด้วยนะ 

กลับมาที่ Pennosaurus   ตามคำเรียกร้อง
ใช้เวลาแกะภาษาโบราณคดีของฝรั่งอยู่นานพอควร    สรุปได้ว่าฝรั่งแกมีสมมุติฐานว่า  ถ้าใครมาลบภาพสลักของเก่าแล้วอุตริใส่ของใหม่ลงไป  จะต้องแซะของเก่าทิ้งไปก่อน เหลือร่องรอยการแซะให้เห็น   และถ้ายกเสาใหม่เข้ามาตั้งทั้งเสา  ยิ่งไม่ได้ใหญ่ เพราะมันยึดกับปราสาทมาแต่แรก
ทีนี้  มีสมมุติฐานใหม่  ว่าภาพสลักและเสาหิน มีมาแต่เดิม     แต่ภาพสลักเดิมมีแต่ตัวแรดไม่ธรรมดา   ปราศจากครีบ  มีช่างเติมครีบเข้าไปบนที่ว่างหลังตัวแรดได้ไหม
ปราสาทนี้ ผ่านการบูรณะมาแล้วหลายครั้ง    ล่วงมาจนตอนต้นศตวรรษที่ ๒๐  ก็เป็นเพียงท่อนหินปรักหักพังกระจัดกระจาย  ฝรั่งเข้ามายกให้เป็นรูปเป็นร่าง  ก่อนยูเนสโกเข้ามา     ในระหว่างการบูรณะครั้งใดครั้งหนึ่ง อาจจะมีการเพิ่มเติมดัดแปลง(จะด้วยความอุตริหรืออะไรก็ตามที)สลักครีบลงไป
นานเข้า มันก็กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน เพราะเนื้อหินไม่ได้ถูกแซะออก เพียงแต่เติมรอยสลักลงไปบนเนื้อเปล่า

คำถามต่อมาคือครีบนั้นเป็นส่วนประกอบของลาย  หรือส่วนประกอบของสัตว์
คำตอบคือเป็นส่วนประกอบของสันหลังตัวสัตว์     เพราะถ้าเป็นส่วนประกอบของลาย มันจะต้องยึดความโค้งของเส้นรอบวงเป็นหลัก     แต่นี่เห็นชัดว่าครีบเรียงไปตามสันหลังสัตว์   ลักษณะครีบก็ไม่เท่ากัน  และหน้าตาไม่เหมือนกันในแต่ละครีบ
จะว่าเป็นแผงขนบนสันหลังอย่างหมูป่าก็ไม่ใช่  ครีบแต่ละอัน แยกเป็นเอกเทศกัน   

เมื่อเอากล้องส่องขยายดู จะเห็นว่าเส้นฐานล่างของครีบ ไม่ได้สลักเชื่อมกับหลังสัตว์   แต่มีร่องระหว่างครีบและเส้นหลัง     เหมือนกับสลักกันคนละครั้ง  คือสลักตัวสัตว์ก่อน แล้วมาสลักครีบทีหลัง  เติมลงไปบนเสันสันหลัง
เลยตั้งคำถามว่า ครีบคือส่วนที่สลักภายหลัง  ได้ไหม? 
ทำให้แรดไม่ธรรมดา กลายเป็น pennosaurus ขึ้นมา  แต่จะทำเพื่ออะไร นอกเหนือจากเป็นสัตว์ในจินตนาการ   ข้อนี้ยังหาคำตอบไม่ได้ค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 18 พ.ค. 10, 14:35

ปลาดุกยักษ์?   ที่ทะเลสาบใน Texas ค่ะ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10676



ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 18 พ.ค. 10, 15:28

ปลาพวกนี้เรียกรวม ๆ กันว่า ปลาแมว (catfish) ลักษณะสำคัญคือเป็นปลาหนัง (ไม่มีเกล็ด) และมีหนวดเหมือนแมว

ปลาบึกก็เป็น ปลาแมว เหมือนกัน เรียกกันว่า ปลาแมวยักษ์แห่งแม่น้ำโขง  Mekong giant catfish หนวดสั้นมาก ไม่สังเกตก็ไม่เห็น ถือเป็นปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก โตเต็มที่เห็นทีจะใหญ่กว่า  Texas catfish ของคุณเทาชมพูเสียอีก

 เจ๋ง


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10676



ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 18 พ.ค. 10, 16:21

ปราสาทนี้ ผ่านการบูรณะมาแล้วหลายครั้ง    ล่วงมาจนตอนต้นศตวรรษที่ ๒๐  ก็เป็นเพียงท่อนหินปรักหักพังกระจัดกระจาย  ฝรั่งเข้ามายกให้เป็นรูปเป็นร่าง  ก่อนยูเนสโกเข้ามา     ในระหว่างการบูรณะครั้งใดครั้งหนึ่ง อาจจะมีการเพิ่มเติมดัดแปลง(จะด้วยความอุตริหรืออะไรก็ตามที)สลักครีบลงไป
นานเข้า มันก็กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน เพราะเนื้อหินไม่ได้ถูกแซะออก เพียงแต่เติมรอยสลักลงไปบนเนื้อเปล่า

มีข้อมูลจากเว็บผู้จัดการว่าอินเดียเพิ่งสนใจมาช่วยบูรณะเมื่อ ๔ ปีมานี้เอง
     
กรุงเทพฯ- หลังจากประสบความสำเร็จในโครงการบูรณะองค์ปราสาทนครวัดในประเทศกัมพูชา สถาบันสำรวจทางโบราณคดีประเทศอินเดีย (ASI) ได้เตรียมดำเนินการที่จะทำการบูรณะปราสาทสำคัญอีกหลังหนึ่ง ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ ๑๒ ในเขตปราสาทเมืองพระนครและพระนครใหญ่ (นครวัด-นครธม) แห่งนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากเนื่องจากมีต้นไม้ใหญ่น้อยกว่า ๑๐๐ ต้นขึ้นปกคลุมไปทั่ว
     
ปราสาทตาพรม สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ เพื่ออุทิศถวายแด่พระมารดา และยังสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระอารามหลวงในศาสนาพุทธ ปราสาทแห่งนี้มีความโดดเด่นตรงที่มีต้นไม้ขนาดยักษ์ หรือต้นสะปง ขึ้นปกคลุมทั่วปราสาท ไม่ว่าจะเป็นผนัง หลังคา หรือยอดปรางค์ของตัวปราสาทก็ตาม ทำให้โครงสร้างของปราสาทยังคงรูปร่างอยู่
     
กระบวนการในการศึกษาของสถาบัน ASI ในโครงการบูรณะที่ท้าทายนี้ ได้เปิดเผยขึ้นในวันจันทร์ (๑๗ ก.ค.๔๙) ที่ผ่านมา ในระหว่างการรับประทานอาหารกลางวันของการประชุม ที่จัดขึ้นโดยรัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรม นางอำพิกา สุนี (Ambika Soni) ให้กับรัฐมนตรีท่องเที่ยวกัมพูชาลาย โปรฮาส (Lay Prohas)

รมว.กระทรวงท่องเที่ยวได้ย้ำถึงความจำเป็นในการเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างทั้ง ๒ ประเทศ และยังได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศกัมพูชาเป็นอีกประเทศปลายทางของการท่องเที่ยวของอินเดียด้วย รัฐมนตรีกัมพูชายังได้แสดงความปรารถนาที่จะดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนของอินเดียเข้ากัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการท่องเที่ยว
     
ทุกปี จะมีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียราว ๓,๐๐๐ คน เดินทางไปเที่ยวชมประเทศกัมพูชา ในขณะที่ชาวกัมพูชาประมาณ ๖๐๐ คน เดินทางไปเที่ยวยังประเทศอินเดีย
     
โครงการบูรณะปราสาทตาพรมนี้ มีหน่วยงานเฉพาะหลายหน่วยงานได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือสถาบัน ASI ในการปฏิบัติงานศึกษาการบูรณะเบื้องต้น
     
"งานบูรณะปราสาทตาพรม นับว่าเป็นงานที่ท้าทายอยู่มากเหมือนกัน เนื่องจากต้นไม้ขนาดใหญ่กว่า ๑๕๐ ต้นที่ขึ้นอยู่รอบบริเวณตัวปราสาทนี้ รวมทั้งต้นที่เติบโตครอบคลุมโครงสร้างปราสาทด้วย รากของต้นไม้ได้แทรกผ่านเข้าไปตามตัวปราสาท และผนัง หลังคาโค้ง และปรางค์ ทำให้การบูรณะจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังและละเอียดรอบคอบอย่างมาก" กระทรวงการท่องเที่ยวระบุในเอกสารฉบับหนึ่ง.

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9490000092132


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 18 พ.ค. 10, 17:25

เพิ่งรู้นี่เองว่าปลาดุก อยู่ในตระกูลปลาแมว     ปลาบึกก็ตระกูลปลาแมวเหมือนกัน
ไม่มีความคิดเพิ่มเติมเรื่องการบูรณะปราสาทตาพรม   นอกจากว่าเพ็ญโนซอรัสเพิ่งจะถูกเพิ่มครีบเข้าไปจากช่างอินเดีย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 18 พ.ค. 10, 19:16

สัตว์ประหลาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก   Nessie , Loch Ness Monster  ทำรายได้มหาศาลให้สกอตแลนด์  ถิ่นกำเนิด
แม้ว่าไม่มีตัวจริงก็ตาม

อ่านบันทึกของเนสซี่ได้ที่นี่ค่ะ
http://www.thefrasers.com/nessie/nessie.html
ถ้าอยากดูจากยูทูป  ก็ดูที่นี่
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10676



ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 19 พ.ค. 10, 08:35

ไม่มีความคิดเพิ่มเติมเรื่องการบูรณะปราสาทตาพรม   นอกจากว่าเพ็ญโนซอรัสเพิ่งจะถูกเพิ่มครีบเข้าไปจากช่างอินเดีย

ถ้าคุณเทาชมพูอ่านเพิ่มเติมในลิ้งก์ที่ให้ไว้ใน # ๒๒ จะพบว่ามีหนังสืออย่างน้อย ๒ เล่มเขียนโดย Claude Jacques นักอ่านจารึกโบราณชาวฝรั่งเศส ที่กล่าวถึงเพ็ญโนซอรัสที่ปราสาทตาพรมก่อนที่ช่างอินเดียจะเข้าไปบูรณะ

เล่มแรกคือ Angkor, Cities And Temples พิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๐ (ค.ศ. ๑๙๙๗) ลงภาพเพ็ญโนซอรัสในหน้า ๒๑๓ ครึ่งหน้า พร้อมบรรยายว่า "an animal which bears a striking resemblance to a stegosaurus."

เล่มที่สองคือ Ancient Angkor พิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๒ (ค.ศ. ๑๙๙๙) ลงภาพเล็ก ๆ ในส่วนล่างของหน้า ๑๔๓ และบรรยายในหน้า ๑๔๔ ว่า "Along the vertical strip of roundels in the angle between the south wall of the porch and the east wall of the main body of the gopura there is even a very convincing representation of a stegosaur."




คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10676



ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 19 พ.ค. 10, 09:07

สัตว์ประหลาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก   Nessie , Loch Ness Monster  ทำรายได้มหาศาลให้สกอตแลนด์  ถิ่นกำเนิด
แม้ว่าไม่มีตัวจริงก็ตาม

เนสซี่เพื่อนรัก

     อากาศที่สก๊อตแลนด์เป็นอย่างไรบ้าง มีคนรบกวนบ้างไหม เราอยู่เสียมเรียบสบายดี

                                       คิดถึง

                                  เพ็ญโนซอรัส

ป.ล. ที่นี่ มีบางคนเขาว่าเธอไม่มีตัวจริงน่ะ

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 19 พ.ค. 10, 09:20

Dear Penny Lad,
We're facing the same problem.Some weird scientists started rumor that I do not exist. So people stopped visiting the loch.  I'm thinking of moving  elsewhere. How about spending a vacation with you? Being together , we can make more money  than staying seperately.

Miss ya,
Nessie
P.S. Remember me in this photo?


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 19 พ.ค. 10, 09:24

อ้างถึง
ถ้าคุณเทาชมพูอ่านเพิ่มเติมในลิ้งก์ที่ให้ไว้ใน # ๒๒ จะพบว่ามีหนังสืออย่างน้อย ๒ เล่มเขียนโดย Claude Jacques นักอ่านจารึกโบราณชาวฝรั่งเศส ที่กล่าวถึงเพ็ญโนซอรัสที่ปราสาทตาพรมก่อนที่ช่างอินเดียจะเข้าไปบูรณะ

เล่มแรกคือ Angkor, Cities And Temples พิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๐ (ค.ศ. ๑๙๙๗) ลงภาพเพ็ญโนซอรัสในหน้า ๒๑๓ ครึ่งหน้า พร้อมบรรยายว่า "an animal which bears a striking resemblance to a stegosaurus."

เล่มที่สองคือ Ancient Angkor พิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๒ (ค.ศ. ๑๙๙๙) ลงภาพเล็ก ๆ ในส่วนล่างของหน้า ๑๔๓ และบรรยายในหน้า ๑๔๔ ว่า "Along the vertical strip of roundels in the angle between the south wall of the porch and the east wall of the main body of the gopura there is even a very convincing representation of a stegosaur."

แหะ  ไม่ได้อ่านในลิ้งค์ค่ะ
ถ้างั้นถอนคำพูดว่า พี่บังช่างสลักท่านใดท่านหนึ่งไปแถมเพ็ญโนซอรัสไว้คราวบูรณะ     แต่อาจจะเป็นช่างในศตวรรษก่อน
ยังไงก็ยืนยันว่า เพ็ญโนซอรัส@ตาพรม  มีตัวจริงอยู่เฉพาะในเรือนไทยเท่านั้น
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 186
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 19 คำสั่ง