เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 166 167 [168] 169 170 ... 187
  พิมพ์  
อ่าน: 1231774 สัตว์ประหลาด
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2505  เมื่อ 14 ส.ค. 12, 20:47

ตามไปดู เลยเจอปลาชะโด(ปลาแมลงภู่)ทอดน้ำปลา จากบล็อคหนึ่งค่ะ
หน้าตาน่ากิน


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10759



ความคิดเห็นที่ 2506  เมื่อ 15 ส.ค. 12, 13:40

จากวัวสองหัวมาถึงปลาชะโด



ดอกไม้ ธูป เทียน ครบชุดเหมือนกัน

ที่นี่เมืองไทย

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10759



ความคิดเห็นที่ 2507  เมื่อ 17 ส.ค. 12, 13:05

ปลาที่เป็นเอเลียนสปีชีส์ที่อเมริกันชนกลัวกันนอกจากชะโดแล้ว เจ้าตัวนี้คงอยู่ในบัญชีปลาสยองของคนอเมริกันอีกตัวหนึ่ง



จาก สนุกดอตคอม

สหรัฐผวาพบปลาปาคู ฉายา"ตัวกัดไข่"โผล่ทะเลสาบในรัฐอิลลินอยส์ เคยกัดกินอัณฑะชาวประมงปาปัวนิวกินีตายมาแล้ว ๒ ราย
 
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า (๘ ก.ค.) ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมทะเลสาบลู เยเกอร์ ในรัฐอิลลินอยส์ของสหรัฐฯต่างเฝ้าระวังตัวแจ เมื่อมีข่าวลือพบปลาปาคู (Pacu) ซึ่งเป็นปลาต่างถิ่นที่มีนิสัยประหลาดชอบกัดกินอัณฑะของมนุษย์
 
โดยชาวบ้านต่างหวาดผวาไม่กล้าลงเล่นน้ำ หลังมีชาวประมงจับปลาปาคูได้เมื่อวันที่ ๗ มิ.ย.ที่ผ่านมา และอีก ๒ สัปดาห์ให้หลังก็ยังมีผู้พบเห็นปลาชนิดนี้อีกครั้งหนึ่ง โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติประจำรัฐอิลลินอยส์ ยืนยันว่า ปลาที่พบในทะเลสาบเมื่อเดือนมิถุนายนคือปลาปาคู
 
 “มันไม่ใช่ปลาท้องถิ่นของที่นี่หรือบริเวณแถบนี้ ปลาปาคูเป็นปลาในตระกูลเดียวกับปิรันยา ต่างกันที่ปิรันยาจะมีฟันเป็นหยัก ส่วนฟันของปลาปาคูจะคล้ายกับฟันมนุษย์ อาหารหลักของพวกมันคือถั่ว, ใบไม้, พืชน้ำ และหอยทาก แต่ถ้าอาหารเหล่านี้มีจำกัด มันก็จะหันมากินปลาชนิดอื่น ๆ” จิม แคดเวลล์ ผู้ดูแลทะเลสาบ ลู เยเกอร์ กล่าว
 
ทั้งนี้ ชาวปาปัวนิวกินีต่างให้ฉายาปลาชนิดนี้ว่า “ตัวกัดไข่” (The Ball Cutter) หลังชาวประมง ๒ รายถูกปลาปาคูกัดอัณฑะจนขาด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา


จริง ๆ แล้ว Pacu ไม่ได้อ่านว่า "ปาคู" แต่อ่านว่า "เปคู" นอกจากนิสัยจะประหลาดแล้ว ยังมีฟันประหลาดเหมือนกับมนุษย์เสียด้วย

กระซิบให้ทราบว่า "ปลาเปคู" นี้มีอยู่ในเมืองไทยด้วย

เรียกกันว่า "ปลาคู้"

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2508  เมื่อ 18 ส.ค. 12, 19:50

เอาสัตว์ประหลาดมาย้อมสีชมพูอีกนิดหน่อย  ก่อนส่งให้คุณเพ็ญชมพูดูว่าตัวอะไร


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10759



ความคิดเห็นที่ 2509  เมื่อ 18 ส.ค. 12, 20:07

หอยเพรียงเจาะหินยักษ์ Kuphus polythalmia Gray ,1847

คำบรรยายเขาบอกว่า เป็นหอยที่มีวิวัฒนาการปรับปรุงทรงเปลือก โดยสร้างปลอกหินปูนหนาและแข็งไว้ภายนอก ขณะที่ลดขนาดและรูปทรงของฝาทั้งสองไว้ ที่ส่วนลึกสุดบริเวณส่วนต้นของท่อปลอก สายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่นี้ พบจากเกาะพาลาวัน ทางทิศตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2510  เมื่อ 18 ส.ค. 12, 20:09

พวกนี้เป็นเพรียงที่เจาะเรือหรือเปล่าคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2511  เมื่อ 19 ส.ค. 12, 11:10

เอามาฝากอีกตัวหนึ่งค่ะ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10759



ความคิดเห็นที่ 2512  เมื่อ 19 ส.ค. 12, 12:01

^
^
ทากทะเล Flabellina exoptata



บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10759



ความคิดเห็นที่ 2513  เมื่อ 19 ส.ค. 12, 12:15

พวกนี้เป็นเพรียงที่เจาะเรือหรือเปล่าคะ

เพรียงเจาะเรือเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทหอยสองฝา ส่วนที่อยู่ในเปลือกจะเป็นตัวนำร่องขุดเนื้อไม้เข้าไปเป็นโพรง แล้วสร้างหินปูนเป็นเปลือกด้านในของโพรงเพื่อเป็นส่วนป้องกันลำตัวอันอ่อนนิ่มที่ยื่นออกมาจากเปลือก ส่วนปลายจะเป็นอวัยวะสำหรับยึดเกาะเนื้อไม้

Kuphus polythalmia เป็นเพรียงเจาะเรือที่มีลำตัวยาวที่สุดในโลก สถิติที่ทำไว้ยาว ๑๕๓.๒ เซนติเมตร

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2514  เมื่อ 20 ส.ค. 12, 17:54

ขอออกจากเรือ เชิญคุณเพ็ญชมพูไปสำรวจแอฟริกา  เพื่อจะดูว่าเจ้าตัว Mokele-Mbembe มีจริงหรือว่าเป็นแค่โฆษณาหนัง

"สำหรับเจ้าตัว โมเคลเล-มเบมเบ้ ซึ่งมีหลักฐานยืนยันว่ามันมีชีวิตอยู่จริงและอาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำคองโก   มันเป็นสัตว์กินพืชที่มีรูปร่างขนาดใหญ่ ลำคอยาว ผิวหนังมีสีน้ำตาลแก่ออกดำ  ผิวเรียบไม่มีเกล็ด หางยาวคล้ายกับกิ้งก่า เท้าทั้งสี่ข้างมีกรงเล็บแหลมคม ในหลักฐานยืนยันการปรากฏตัวครั้งแรกของเจ้า โมเคลเล-มเบมเบ้ ในปี ค.ศ. 1776 ซึ่งค้นพบโดยบาทหลวง ไลเวน โพรยาท ระหว่างที่ท่านกำลังเดินทางไปเผยแผ่ศาสนาให้กับชนพื้นเมืองชาวคองโก สอดคล้องกับที่ชาวบ้านได้พบเห็นรอยเท้าขนาด3 ฟุตของมันอยู่บริเวณริมแม่น้ำ"   

http://www.dailynews.co.th/entertainment/150273


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10759



ความคิดเห็นที่ 2515  เมื่อ 20 ส.ค. 12, 18:50

"สำหรับเจ้าตัว โมเคลเล-มเบมเบ้ ซึ่งมีหลักฐานยืนยันว่ามันมีชีวิตอยู่จริงและอาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำคองโก 

หลักฐานที่ว่านั้นมีอะไรบ้างหนอ

 ฮืม  ยิงฟันยิ้ม  ฮืม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2516  เมื่อ 20 ส.ค. 12, 19:04

http://atcloud.com/stories/78211
    มเคเล เอ็มเบ็มบี (Mokèlé-mbèmbé) ชื่อเรียกของสัตว์ลึกลับขนาดใหญ่ที่พบในหนองน้ำหรือทะเลสาบของทวีปแอฟริกาตอนกลาง ในประเทศสาธารณรัฐคองโก, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, แคเมอรูนและแซมเบีย ที่ ๆ มีแม่น้ำคองโกไหลผ่าน มีรูปร่างคล้ายไดโนเสาร์จำพวกซอโรพอด เช่น บราคิโอซอรัส (Brachiosaurus) หรือ บรอนโตซอรัส (Brontosaurus) โดยชื่อนี้เป็นภาษาลิงกาลามีความหมายว่า ผู้เดียวที่หยุดการไหลของแม่น้ำได้ (one who stops the flow of rivers)
    โมเคเล เอ็มเบ็มบี เป็นสัตว์ที่อยู่ในตำนานเล่าขานของชนเผ่าพื้นเมือง เช่น ปิ๊กมี่ ว่าเป็นสัตว์ดุร้าย มักทำร้ายคนหรือสัตว์ที่เข้าใกล้ตัว โดยจะฆ่าให้ถึงตายแต่จะไม่กิน มีรายการการพบเห็นอย่างเป็นทางการครั้งแรกใน ค.ศ. 1766 โดยบาทหลวงที่เข้าไปแผ่ศาสนาในแคเมอรูนชื่อ Lievain Proyart จากนั้นก็มีรายงานการพบเห็นอีกครั้งต่อมาในปี ค.ศ. 1909 โดยนายPaul Gratz ได้บันทึกว่าเขาพบ โมเคลเล เอ็มเบ็มบี ในขณะที่มันว่ายน้ำอยู่ในบึงอย่างสบายอารมณ์ ใกล้กับทะเลสาบ Bangweulu ของประเทศแซมเบีย และเรียกชื่อมันว่า เอ็นซังกา (Nsanga)
    จากนั้นก็มีการอ้างว่าพบเห็นอีกหลายครั้ง โดยนักสำรวจหรือนักผจญภัยชาวตะวันตกในอีกหลายปีต่อมา จนกระทั่งในยุค'90 มีปฏิบัติการตามล่าอย่างจริงจังถึง 2 ครั้งใหญ่ รวมทั้งมีการบันทึกภาพได้ด้วยในระยะไกล โดยนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ใน ค.ศ. 1988 และพบสิ่งที่คล้ายรอยเท้า แต่ก็ยังไม่มีใครพบหลักฐานหรือสิ่งที่ยืนยันได้จะ ๆ จริง ๆ แต่พอสรุปรูปร่างและขนาดของโมเคลเล เอ็มเบ็มบี ได้ว่า มีความยาวลำตัว 5-10 เมตร คอยาว 1.6-3.3 เมตร หางยาว 1.6-3.3 เมตร มีผิวสีน้ำตาลแดง ไม่มีเกล็ด กินพืช 2 ชนิดเป็นอาหาร การพบเห็นครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2000 ในประเทศแคเมอรูน โดยเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าแคเมอรูน 2 คน กระนั้นชนชาวพื้นเมืองก็กล่าวว่า ในอดีตเคยมีผู้ได้ทานเนื้อมันด้วยแต่ก็นานมาแล้ว จนบุคคลนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว ในความคิดของชาวพื้นเมืองคาดว่า โมเคลเล เอ็มเบ็นบีอาจสูญพันธุ์ไปแล้วก็เป็นได้
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10759



ความคิดเห็นที่ 2517  เมื่อ 21 ส.ค. 12, 17:14

ที่เป็นน่าสังเกตว่า สัตว์ประหลาดที่คาดว่าจะเป็นพวกไดโนเสาร์หลงยุคมักจะอยู่ในน้ำ อาจเป็นเพราะซ่อนตัวได้ง่ายกว่า

รวมทั้งมีการบันทึกภาพได้ด้วยในระยะไกล โดยนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ใน ค.ศ. 1988

มีคลิปเกี่ยวกับเรื่องนี้ (เสียงบรรยายบอกว่าเป็น ค.ศ. ๑๙๙๒ จริง ๆ น่าจะเป็นปีที่นำมาเผยแพร่มากกว่า)



บางคนบอกว่าดูเหมือนช้างว่ายน้ำ

คุณเทาชมพูว่าเป็นตัวอะไร

 ยิงฟันยิ้ม  ฮืม  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10759



ความคิดเห็นที่ 2518  เมื่อ 23 ส.ค. 12, 11:19

สัตว์ประหลาดในคลิปข้างบน อาจจะหน้าตาเป็นอย่างนี้

 ยิงฟันยิ้ม


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2519  เมื่อ 24 ส.ค. 12, 13:28

ตัวนี้ ข่าวบอกว่าเป็นภาพจริง ไม่ได้แต่ง


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 166 167 [168] 169 170 ... 187
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง