เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 17097 ใครพอจะรู้เรื่องเกี่ยวกับฤทธิ์ศรทั้งสามของอินทรชิตมั่งครับ อยากรู้ๆ
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 11 พ.ค. 10, 14:55

มีคำพากย์รามเกียรติ์อยู่สองสามเล่ม   สงสัยเก็บดีเกินไปค่ะ
อ่านดังๆ  ข่มขวัญเพื่อน ๆ ได้เลย

นาคบาศ

พระลักษณ์รบกับอินทรชิต

จึ่งชักศรสิทธิ์ขึ้นพาดสาย                ใจหมายเขม้นจะสังหาร
น้าวหน่วงด้วยกำลังชัยชาญ             ขุนมารก็ผาดแผลงไป

....................                        น้องพระจักรกฤษณ์ก็ขึ้นศร
พาดสายหมายมาดจะราญรอน          ภูธรก็ผาดแผลงไป


ยังไม่ถึงนาคบาศนะคะ เรียกว่า อินโทร


     ไล่มล้างศรสิทธ์ขุนมาร               แหลกลาญไม่ทนกำลังได้
บรรดาโยธีกระบี่ไพร                      ที่บรรลัยก็เป็นขึ้นมา
แล้วตรงไปด้วยกำลังฤทธิ์                 ถูกองค์อินทรชิตยักษา
ต้องทั้งพหลโยธา                          ตายกลาดดาษดาแหลกลาญ


อินทรชิตต้องร่ายเวทเพราะ  ต้องศรดั่งต้องเพลิงกาล

เลยสั่งวิรุญมุขหลานชายให้ไปยอทัพไว้ก่อน  ขอเวลาปลุกฤทธิ์ศรชัย  แต่ในชั่วโมงเดียวอยู่บนรถ


สั่งแล้วจับนาคบาศ                        อันมีอำนาจดั่งเพลิงกรด(นาคมาคายพิษไว้)
สำรวมใจยอกรขึ้นประณต                กำหนดร่ายเวทวิทยา

วิรุญมุขนี่ก็มีฝีมือแต่ด้วยผู้กำกับสั่งต้องแพ้อยู่แล้ว(จะเล่าโดยละเอียดก็เห็นจะอีกวันถึงจะจบ    ขออภัยมณีด้วย)

วิรุณมุขโดนลงโทษ คือ สักสับเฆี่ยนขับ   สักนี่สักหน้าผากนะคะ  ก็แวะไปแจ้งเด็จอาอินทรชิต    เด็จอายังบริกรรมไม่ถึง ๑ ชั่วโมงเลย
เสด็จอาก็เสด็จสู่สนามรบ 

คิดแล้วก็ทรงแสงศร                       ยอกรเหนือเกล้าเกศา
หลับเนตรสำรวมวิญญาณ์                 อสุราร่างเวทกำบังกาย

   เดชะพระมนต์อันชัยชาญ               ก็บันดาลอินทรีย์และเงาหาย
แกว่งศรนาคบาศเพริศพราย              บ่ายภักตร์เหาะขึ้นยังเมฆา


   ลอยอยู่ในกลางอากาศ                 หมายมาดเขม้นเข่นฒ่า
มุ่งมองไม่พริบนัยนา                       อสุราคอยทีจะราญรอน


.............................
กริ้วโกรธพิโรธดั่งอัคคี                     อสุรีขึ้นศรแล้วแผลงไป


   เสียงสนั่นลั่นพื้นสุธาดล                 เป็นนาคเกลื่อนกล่นไม่นับได้
พ่นพิษมือคลุ้มดั่งควันไฟ                   ไล่รัดพระศรีอนุชา
เว้นแต่พิเภกผู้เป็นญาติ                     ไม่ต้องนาคบาศของยักษา
อันหมู่วานรโยธา                            นาคามัดกลิ้งกับดินดาน  ฯ



ขอให้ทำงานได้ทันเวลา  แล้วแวะมาอ่านอะไร ๆ ที่สง่างาม กันอีกนะคะ
บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 11 พ.ค. 10, 19:15

ตอนศรนาคบาศนี้ เขมรนิยมนำมาแกะหินนักหนา แต่เวอร์ชั่นของเขา ทั้งพระลักษมณ์ และพระราม ต้องศรทั้งคู่ แต่ของไทยนี้พระอนุชาโดนคนเดีัยว (ทำนองพระเอกไทยห้ามพลาด) ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 11 พ.ค. 10, 20:10

ภาพนี้เป็นภาพจากฉากลายรดน้ำตอนศึกพรหมาศน์ที่สวยมากๆ  : ยิ้มเท่ห์
...ความรู้เรื่องวรรณคดีมีน้อย ขอลงภาพแล้วกันครับ


บันทึกการเข้า
yuttasin
อสุรผัด
*
ตอบ: 24



ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 11 พ.ค. 10, 20:24

ขอบพระคุณครับทุกๆคำตอบ ทุกๆความเห็น แล้วลายรดน้ำนี้ยอดเยี่ยมครับ หนุมานต้องกระเด็นแน่ๆ  ว่าแต่ว่ามีฝีมือพระอาจารย์นาคหรือเปล่าครับ ของวัดระฆังอะครับ

เอาอานุภาพศรมาฝาก

พระรามจึงถามพิเภกว่าเหตุใดวันนี้ อินทรชิตจึงไม่ออกมารบพิเภกจึงทูลว่าบัดนี้อินทรชิตไปซ่อนตัวในโพรงไม้โรทันทำพิธีชุบศรนาคบาศอยู่เขาอากาศ ขณะนี้นาคกำลังคายพิษใส่ศร หากครบเจ็ดวันศรจะมีพิษร้ายแรง สามารถเอาชนะได้ทั้งสามโลก คือ โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ และโลกบาดาล ฉะนั้นต้องทำลายพิธีและเฉพาะต้องเป็นหมีกัดต้นโรทันเท่านั้น(ถ้าให้สำเร็จนะ)

นี่อีกโดนสุดๆ

ฝ่ายพระรามเห็นพลบค่ำแล้วทัพพระลักษณ์ยังไม่กลับมาอีกทั้งได้ยินเสียงโห่ร้องของพวกยักษ์จากสนามรบ พระราม ชมพูพาน และพิเภกจึงเดินทางไปยังสนามรบแล้วพบพระลักษณ์ต้องศรพรหมมาสตร์นอนสลบอยู่กับพื้นดิน หนุมานสลบตายติดหัวช้าง เหล่าวานรตายเกลื่อนกลาด ก็ทรงกันแสงด้วยความเสียใจจนสลบไป สารัณทูต ( พระรามโกง มาอวตารสองกรโดนแท้  แต่ยังสามารถแปลงเป็นพระนารายณ์สี่กรได้ด้วย หื้มๆ )

 นนทุก หนอ นนทุก ช่างน่าสงสารจริงๆ ล้างเท้าไม่พอ โดนตบหัวอีก โดนดึงผมอีก ทุกวันๆ เป็นข้าพเจ้าก็ไม่ยอม  พระนารายณก็ด้วย ไม่ไปเอาผิดกับผู้ให้พร สองมาตรฐานอีกแว้วววว  บ่นกันไป อินมากรามเกียรติ์อะ อิอิ
บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 11 พ.ค. 10, 20:52

ที่หอไตรวัดระฆัง เชื่อว่าห้องกลางนั้นเขียนโดยพระอาจารย์นาคจริงๆ เสียดายที่ถ่ายภาพมาไม่ได้ครับ
เพราะห้องนั้นมืด มีพระบรมสาทิสลักษณ์ใหย่กั้นแสงไว้ทั้งสองด้าน แม้แต่ภาพสุครีพถอนต้นรังก็ถ่ายยาก
คงต้องหากล้องดีๆไปถ่าย ส่วนฉากที่ผมเสนอไปนั้นก็เชื่อว่าเป็นงานในสมัย ร.1 เช่นกันครับ
และยกย่องกันว่างามมากๆ ลองไปชมได้ครับที่พระที่นั่งพุทไธฯ ถ้าจิตรกรรมที่พระระเบียงวัดพระแก้วยังอยู่
และเป็นภาพที่งามแบบนี้คงน่าตื่นเต้นมากๆ

 ยิ้มกว้างๆ


บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 11 พ.ค. 10, 20:58

เดี๋ยวจะลองถ่ายจากหนังสือรวมภาพจิตรกรรมของวัดระฆังให้ก็แล้วกันนะครับ
บันทึกการเข้า
yuttasin
อสุรผัด
*
ตอบ: 24



ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 11 พ.ค. 10, 21:27

ดีขอรับพี่ kulukula  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
naitiw
อสุรผัด
*
ตอบ: 1


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 05 มิ.ย. 10, 09:40

รณพักตร์  เป็นลูกทศกรรฐ์กับนางมณโฑ มีนิสัยหยาบช้าเช่นเดียวกับทศกรรฐ์ ไปศึกษาพระเวทกับ พระฤาษีโคบุตร พระฤาษีได้ให้วิชามหากาลอัคคี ใช้สำหรับบูชาพระเป็นเจ้าทั้งสามคือ พระอิศวร พระพรหม และพระนารายณ์ รณพักตร์เมื่อได้วิชาแล้ว จึงไปบำเพ็ญตบะที่เนินเขาโพกาศ เป็นเวลาเจ็ดปี ทำให้พระเป็นเจ้าทั้ง 3 พระองค์ ต้องเสด็จมาถามความต้องการ รณพักตร์จึงขอศร

พระอิศวรจึงประทานศรพรหมมาศ และพรแปลงกาย เป็นพระอินทร์ให้
พระพรหมให้ศรนาคบาศพร้อมกับพรว่า หากจะตายให้ตายบนอากาศหากเศียรขาดตกดิน ต้องมีพานแก้วของพระพรหมมารองรับ จึงจะไม่กลายเป็นไฟบรรลัยกัลปไหม้โลก
ส่วนพระนารายณ์ให้ศรวิษณุปาณัม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.03 วินาที กับ 19 คำสั่ง