เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5
  พิมพ์  
อ่าน: 15060 ท่านผู้หญิง กลีบ มหิธร
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31188

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 21:11

อ้างถึง
ท่านผู้หญิงจับ  ภรรยาพระมหาอำมาตย์ (ชื่น  กัลยณมิตร)
เท่าที่เคยทราบมา  ท่านผู้หญิงก็คือภรรยาของเจ้าพระยา
ทำไมภรรยาพระมหาอำมาตย์  ได้เป็นท่านผู้หญิงค่ะ  ขอความรู้หน่อยค่ะ

ขอขยายความจากที่คุณวันดีตอบ  คือสมัยที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติคำนำหน้าสตรี     ภรรยาหลวงของขุนนาง เรียกกันอย่างยกย่องว่า ท่านผู้หญิง   ไม่จำกัดว่าขุนนางระดับพระยาหรือเจ้าพระยา
ในขุนช้างขุนแผน  ขุนช้างเป็นแค่มหาดเล็ก  ไม่มีบรรดาศักดิ์    นางวันทองเป็นภรรยาหลวง (หรือที่ถูกคือภรรรยาคนเดียว)   กวีก็เรียกว่าท่านผู้หญิง  เห็นได้จากตอนพระไวยแต่งงาน

ท่านผู้หญิงวันทองร้องเรียกบ่าว             .....................

ในนิราศเมืองเพชร   ระหว่างเส้นทางที่สุนทรภู่เดินทาง   แวะบ้านมิตรเก่าชื่อขุนแพ่ง   ผู้ไปตายเสียในศึกเจ้าอนุวงศ์
ก็เรียกภรรยาหลวงว่า
สงสารท่านผู้หญิงมิ่งเมียหลวง              .......................

ขยายความต่อว่า แม้ในยุครัชกาลที่ ๖  ที่มีคำนำหน้าสตรีแล้ว   สตรีที่เป็นภรรยาหลวงของพระยา  ถึงไม่ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯจุลจอมเกล้า  ก็เรียกว่า "คุณหญิง"   ส่วนผู้ที่ได้รับ ก็แน่นอนว่าเป็น "คุณหญิง" อย่างเป็นทางการ
ส่วนภรรยาหลวง หรือภรรยาออกหน้าออกตา ของเจ้าพระยา  ถ้าไม่ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯถึงขั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ    ก็ไม่เรียกว่า ท่านผู้หญิง   เรียกว่า"คุณหญิง" เท่านั้น
บันทึกการเข้า
Tanat
อสุรผัด
*
ตอบ: 9


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 21:18

มะกอกมีหลายชนิด
มะกอกที่มีรสหอมเมื่อสุก เอาไว้ใช้ทำกับข้าว คือมะกอกป่า
มะกอกชนิดนี้คือที่เขาเอามาตำส้มตำ เมื่อสุกปลิ้นเปลือกเคี้ยว มีรสเปรี้ยวอมฝาด
 หากกินน้ำตาม จะหวาน
ใบเอามาย่างไฟ ยำกับมะม่วง หอมนักแล

คนโบราณตัดกิ่งมาปักทำรั้ว อีกไม่นานก็ออกราก เติบโตเร็ว ขยายพันธุ์ง่าย


มะกอกน้ำ ประโยชน์น้อย แค่กรุบๆ กรอบๆ กินเล่น
ไม่ใช้ทำกับข้าวฮะ




http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:1vXEwZAzjDYJ:kontongphai.com/forum/index.php%3Ftopic%3D359.0+%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2&cd=10&hl=de&ct=clnk&gl=de
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11114


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 21:18

สมัยผมยังเรียนอยู่จุฬา มีร้านอาหารอิสานอยู่ในซอยข้างวัดปทุม ฝั่งตรงข้ามเป็นโรงพยาบาลตำรวจ อาหารเด็ดคือปลาดุกย่างจิ้มแจ่วปลาร้าใส่มะกอกกินกับข้าวเหนียว ถึงร้านจะสกปรกคนจะแน่น พวกผมก็ยังหมั่นไปอุดหนุนเพราะติดใจน้ำจิ้มนี่แหละ พอเขาจะสร้างโครงการใหญ่ตรงนั้น ร้านอาหารในซอยก็หายไปหมด ไม่มีใครได้ทันติดตามว่าร้านโปรดของพวกเราย้ายไปอยู่ที่ไหน แสนเสียดายฝีมือจริงๆ

มะกอกที่เขาหั่นทั้งเนื้อและเปลือกลงไปโขลกในครกเป็นมะกอกสุก เปลือกออกเหลือง พันธ์เดียวกับมะกอกดองที่เจ็กขายคู่กับฝรั่งดอง ตอนดิบๆจะกรอบและหวานมันกว่าฝรั่งมาก ราคาก็แพงกว่า เมล็ดจะมีขนแข็งๆยาวๆ เดี๋ยวนี้อาจจะหากินยากหน่อยแต่ก็น่าจะยังพอมีขาย

สัปดาห์ที่แล้วเผอิญไปติดอยู่ในซอยเจ๊เล้งอย่างทรมาน ไม่รู้จะทำอะไรเลยเดินเล่นแล้วไปเห็นร้านส้มตำที่ท้ายซอย แม่ค้าฝานฝรั่งสุกลงไปตำด้วย อดซื้อใส่ถุงมาทานที่บ้านไม่ได้ ทั้งกลิ่นและรสชาดไม่ผิดหวัง นึกถึงความหลังขึ้นมาทีเดียว

มะกอกน้ำเป็นลูกเล็กๆคล้ายสมอนะครับ เอาไปดองได้อย่างเดียว มะกอกป่าก็คล้ายมะกอกบ้าน แต่รสชาดโหดทั้งเปรี้ยวทั้งฝาดคนคงกินไม่ได้ นอกจากนกเงือก มะกอกที่ท่านผู้หญิงเอามาทำน้ำปลาคงเป็นมะกอกบ้าน หรือมะกอกสวน(มะกอกป่าที่คัดพันธ์มาแล้ว) อย่างเดียวกับแจ่วที่ผมโปรดปรานนั่นแหละครับ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Spondias cytherea Sonn.
ชื่อสามัญ : Jew’s plum, Otatheite apple
วงศ์ : Anacardiaceae
ชื่ออื่น : มะกอกฝรั่ง มะกอกหวาน (ภาคกลาง)



บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 21:37

     ขอบคุณคุณเทาชมพูค่ะ         ชื่นชมท่านผู้หญิงที่ท่านมีวาจาอันหวานหูและเหมาะควรต่อเจ้าบ่าวของท่าน



     ชอบภาษาของคุณหลวงเหลือเกิน   ต้มไข่เป็นตานี แทนคำว่ายางมะตูม

ภรรยาของข้าราชการยุติธรรม  ซึ่งจำเป็นต้องสมาคมอยู่ในกลุ่มของตน  ในสมัยก่อนก็ต้องเลี้ยงอาหาร
เพราะหาที่ซื้อไม่สะดวก  และการสนทนาก็ใช้เวลานาน  ต้องปรึกษากันโดยรอบคอบ


ตำราทำอาหารของท่านผู้หญิงที่แปลกคือ ข้าวผัดส้มมะขามเปียก  และข้าวผัดน้ำมันเนยค่ะ

ข้าวผัดส้มมะขามเปียก
แกะมะขามเปียกเอาแต่เนื้อโขลกกับกุ้งแห้ง พริกแห้ง  กระเทียม  กะปิ  ให้ละเอียด  ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา

คลุกน้ำพริกกับข้าวที่ผึ่งไว้  ให้มีเปรี้ยว เค็มหวาน

ตอกไข่ดิบใส่ชาม  ตักไข่แดงออกมา
ทอดไข่ขาวให้เป็นไข่ดาว ฟองเล็ก ๆ  ใส่ไข่แดงดิบที่หั่นเป็นคำเล็ก ๆ

ผัดข้าวแล้วก็ประดับด้วยไข่ดาวฟองเล็ก ๆ

ศิลปการเรือนการครัวของแต่ละบ้านก็คงไม่เหมือนกัน     บ้านข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่รับแขกมากและบ่อย ก็ต้องพลิกแพลง


ข้าวผัดน้ำมันเนย
ผัดหอมกระเทียม    ผัดข้าวที่คลุกน้ำพริกเผา    ใส่ไข่
รับประทานกับกระเทียมดอง และแกงจืด

ดูเครื่องปรุงแล้วไม่หรูหราหรือแพง  ดูจะประหยัดด้วยซ้ำ    แต่คงได้รสโอชา

สิ่งที่เหนือกว่ารสของอาหาร  คือการที่ได้ร่วมวงสนทนา
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 22:10


     คุณ Navarat.C   คงพูดถึงร้านปลาดุกย่างที่ย่างมาทีเป็นอ่าง แน่ ๆ

รำลึกความหลังได้เหมือนกัน   ว่าปลาดุกย่างกินกับมะกอก


เรื่องมะกอกเผาก็จำได้   ขอบคุณ คุณ Tanat


ท่านผู้หญิงเป็นสาวชาวสวน  กับข้าวมีอะไรใกล้มือ  ท่านก็หยิบทำไป

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31188

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 22:39

ถามคนใกล้ตัวแล้ว   ปรากฏว่าในสวนมีทั้งมะกอกน้ำ และมะกอกที่เมล็ดมีขนแข็งๆยาวๆ   เขาก็สงสัยเหมือนกันว่านึกยังไงไปซักถามเขาเรื่องมะกอก     ร้อยวันพันปีไม่เห็นสนใจจะกิน
อีกวันสองวันคงจะได้ลิ้มรสน้ำปลามะกอก  กับไข่ต้มเป็นยางมะตูม    พอได้กลิ่นอายของสวนท่านผู้หญิงกลีบบ้าง
คงเอารสชาติมาเล่าสู่กันฟังละค่ะ

ไข่ต้มเป็นตานี   คำนี้  ที่มามาจากอะไรคะ คุณหลวง

สมัยเรียน  ไม่เคยมีเวลาพอจะเสาะหาอาหารมื้อกลางวันโอชารสอย่างคุณ N.C.    จำได้ว่ากินที่โรงอาหารกันตายไปวันๆ   ต้องรีบไปด้วย เพราะชักช้าพวกวิศวะจะมาแย่งที่นั่งไปหมด
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 23:34


       เมื่อบ้านที่ถนนราชวิถีได้ปรับปรุงจนอยู่สบายแล้ว    ได้รับมารดาของสามี คือ ท่านตาล เพ็ชรรัตน์
จากบ้านเก่าที่ตึกแดงมาปลูกเรือนให้อยู่ในบริเวณบ้าน

     ท่านผู้หญิงได้สมัครเป็นสมาชิกแม่เสือ ในกองเสือป่าและลูกเสือ

     เมื่อตั้งสโมสรจิตรลดาขึ้น  มีการพบกันที่พระตำหนักจิตรลดาทุกวันเสาร์และรับประทานอาหารค่ำร่วมกัน
เมื่อถึงเวรของเจ้าพระยามหิธร นายทะเบียน  ท่านผู้หญิงก็ต้องอำนวยการ จัดอาหาร

ในงานออกร้านฤดูหนาวเพื่อหารายได้บำรุงกิจการเสือป่า       ท่านเจ้าคุณต้องออกร้าน  ท่านผู้หญิงก็ต้องจัดร้าน  และคอยรับเสด็จพระราชดำเนินเวลาเสด็จประพาสร้าน
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 23:49


     ท่านผู้หญิงมีสวนดอกไม้ที่เป็นมงคลและมีชื่อในวรรณคดี  เช่น


ราชพฤกษ์                  ชัยพฤกษ์                เกด             แก้ว                 พิกุล
บุนนาค                    สารภี                    ประยงค์            กาหลง              ชงโค
โยทะกา                 มหาหงส์                  มะลิลา                มะลิซ้อน              จำปี
จำปา                 กระดังงา                   ลำดวน                   บุหงา                  ลำเจียก
ปีป                สายน้ำผึ้ง                    จำปาแขก                   จันทน์กะพ้อ                นมแมว
เทียนกิ่ง       เขี้ยวกระแต                    ชะลูด                           และ โมก  เป็นต้น


       ท่านผู้หญิงได้กลั่นน้ำหอมและน้ำมันหอม    ไว้ใช้ปรุงน้ำอบไทยและน้ำปรุง



       ท่านสะสมเครื่องหอม  ปลูกเตย  เนียม    เลี้ยงชะมดและซื้อพิมเสน       หย้าฝรั่นและกำยาน  น้ำตาลแดงและแก่นจันทน์

มีโถขนาดต่าง ๆ  ตะคันและทวน             ท่านฟั่นเทียนได้อย่างชำนิชำนาญ และทำเทียนอบไว้ใช้เองเสมอ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 10 พ.ค. 10, 07:41


ไข่ต้มเป็นตานี   คำนี้  ที่มามาจากอะไรคะ คุณหลวง


คงมีที่มาจากลักษณะของน้ำมันตานีที่เหนียวข้น  แถวบ้านผมไม่มักเรียกว่าไข่ยางมะตูม  แต่จะเรียกว่าไข่ตานีแทน 
เข้าใจว่า  คงจะสะดวกปาก  และสั้นกว่า  แต่ถ้าถามว่าทำไมภาษาสุภาพจึงยักย้ายไปเรียกว่า  ไข่ยางมะตูม 
ตอบอย่างเดาๆ  ว่า  คำว่า ตานี ซึ่งมีที่มาจากน้ำมันตานี  มันไปปรากฏเป็นบทสวดคฤหัสถ์ชื่อบทสวดแขกตานี  ซึ่งเป็นกลอนแดงเถือกทีเดียว
สุภาพชนท่านจึงเลี่ยงไปใช้ยางมะตูมแทน  ซึ่งก็ฟังเข้าที  แต่ชาวบ้านก็ยังติดคว่า ไข่ตานีเมือนเดิม


เอ  ผมสงสัยว่า  น้ำมันตานี  กับ มุหน่าย เป็นของสิ่งเดียวกันหรือไม่ครับ ลังเล ฮืม
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 10 พ.ค. 10, 08:01


มุหน่าย  คือนำ้มันตานีที่ผสมเขม่าและน้ำปูนใส

เข้าใจว่าผสมแล้วใส่เปลือกหอยแครงขนาดกลางๆไว้

การขูดเขม่านั้น  ใช้เปลือกหอยแครงขูด เพราะมีร่องขูดได้คล่อง

เปลือกหอยแครง  ชาวบ้านสั่งสอนกันมาว่าใส่ไว้ในรังถึงจะช่วยป้องกันตะกรันได้ส่วนหนึ่ง



ท่านเจ้าประคุณขุนช้างจะแต่งตัวไปงานแต่งงานพระไวย(ตอนครูแจ้งที่ว่าหายากนักหนา)
ควักมุหน่ายใส่ไปตั้งสามฝา
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10903



ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 10 พ.ค. 10, 08:44


     ท่านผู้หญิงมีสวนดอกไม้ที่เป็นมงคลและมีชื่อในวรรณคดี  เช่น


ราชพฤกษ์                  ชัยพฤกษ์                เกด             แก้ว                 พิกุล
บุนนาค                    สารภี                    ประยงค์            กาหลง              ชงโค
โยทะกา                 มหาหงส์                  มะลิลา                มะลิซ้อน              จำปี
จำปา                 กระดังงา                   ลำดวน                   บุหงา                  ลำเจียก
ปีป                สายน้ำผึ้ง                    จำปาแขก                   จันทน์กะพ้อ                นมแมว
เทียนกิ่ง       เขี้ยวกระแต                    ชะลูด                           และ โมก  เป็นต้น

คุณวันดีจัดสวนดอกไม้ได้สวยงาม



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31188

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 10 พ.ค. 10, 08:50

มุหน่าย คงเปรียบได้กับเจลใส่ผมสีดำ      ขุนช้างแต่งตัวออกงานทีไร ไม่เคยลืมเมคอัพศีรษะด้วยมุหน่าย
ในฉบับหอพระสมุด    ตอนแต่งตัวไปวัด งานเทศน์มหาชาติ    กวีท่านบรรยายว่า

ควักเอามุหน่ายขึ้นป้ายปีก           ฉีกผมปกกบาลให้ล้านหาย
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 10 พ.ค. 10, 09:01

     สวัสดีค่ะคุณเพ็ญชมพู

บ้านท่านคงกว้างขวางมากนะคะ  มีพิกุลและกระดังงา


ปีบก็ขยายพันธุ์เร็ว  รากยึดพื้นที่ได้ไว    จำปีและจำปานั้นถ้ามาปลูกใกล้ปีป  จะไม่งาม


เรื่องกระดังงากับการเวกยังเป็นปัญหาไม่ค่อยจะตกลงกันได้ในหมู่นักอ่าน
เพราะเราเข้าใจมาตลอดว่า  ดอกไม้กลีบแข็งที่ส่งกลิ่นหอมหวานตอนเย็นๆ นั้นคือ กระดังงา
กิ่งยืดตัวได้เร็วมากค่ะ



คุณเพ็ญชมพูที่รักและคุณหลวงที่นับถือ  กรุณาอธิบายเรื่อง สตรีที่โดนเปรียบว่ากระดังงาลนไฟได้ไหมคะ




เรื่องจัดดอกไม้ท่านผู้หญิงได้อบรมเด็ก ๆ  บุตรหลาน  ที่ต่อมาได้เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในด้านจัดดอกไม้
เช้นคุณวลี  ยุวบูรณ์เป็นต้น

ท่านผู้หญิง  เป็นบุคคลที่รู้จักคน  หัดคนเป็น   และมีผู้กตัญญูรู้คุณเสมอ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 10 พ.ค. 10, 09:05


ฉีกผม(ฉีก   ทำให้แยกจากกัน)     นี่คือการเกลี่ยผมทีละสองสามเส้น  จากด้านข้างขึ้นมาหรือคะ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 10 พ.ค. 10, 09:17


       เมื่อเจ้าพระยามหธร  สมัครเป็นทวยนาครของดุสิตธานี    พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงสมมติพระนามเป็น  นายรามณะกรุงเทพ  อาชีพทนายความ   

ได้ทรงออกหนังสือรายสัปดาห์ฉบับหนึ่ง  เรียกว่าดุสิตสมิต



ท่านผู้หญิงได้สมัครเป็นสมาชิกสตรีคนแรก  เพราะสนใจในการอ่านหนังสือเป็นอันมาก

ท่านเล่าว่ามีใจรักการหนังสือ

ท่านได้เป็นสมาชิกทวีปัญญาสมาคมซึ่งเป็นสโมสรวรรณกรรม  จัดตั้งขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวตั้งแต่เป็นมงกุฎราชกุมาร



(ง่า....ดิฉันยังขาด ทวัปัญญาเล่ม ๕ กับ ๖  อยู่ค่ะ)
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง