เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 5
  พิมพ์  
อ่าน: 14567 ท่านผู้หญิง กลีบ มหิธร
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 08 พ.ค. 10, 21:28


       การได้อ่านเรื่องราวของสกุลมหิธร และเรื่องความเป็นมาของท่านผู้หญิงกลีบ

ได้เรียนรู้ว่า  ท่านต้องต่อสู้ชีวิต  ที่มีขึ้นลง  เมื่ออยู่บ้านสวนก็พอใจทำงานสร้างรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ

สามีก็ไต่เต้าทำงานด้วยสติอันมั่นคง ปัญญาอันเลิศ  ขึ้นสู่ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

รู้สึกว่าโลกนี้ก็สวยงามส่วนหนึ่ง      เพราะความดีและความอดทนบากบั่นของศรีภรรยา  เจริญคู่เคียงกันไป


     หมายใจว่าคงถูกใจท่านผู้ที่เข้ามาอ่าน  และโดยเฉพาะคุณเทาชมพู
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 08 พ.ค. 10, 21:39

       การแต่งงานในสมัยโน้น  เชิญเฉพาะผู้ใหญ่ที่เคารพของผู้ปกครองทั้งสองฝ่าย

การรดน้ำถึงรดที่ศีรษะคู่บ่าวสาว  และรดคนละมาก ๆ จนผมเปียกโชกและเสื้อผ้าก็เปียกด้วย

     

     ท่านผู้หญิงได้จัดผ้าม่วงสีกรมท่าไว้เป็นผ้าห้อยคอ  สำหรับให้เจ้าบ่าวผลัดในเวลาส่งตัวผืนหนึ่ง

ผ้าห้อยคอผืนนี้  ท่านได้จัดให้เป็นผ้าห้อยคออีกครั้งหนึ่งเมื่อดุุษฎีบุตรีแต่งงานกับหม่อมหลวงปิ่น  มาลากุล ต่อมาภายหลังอีก ๓๖ ปี




(เสือปืนไวผู้หนึ่งได้ติดต่อมาขอบรรยายเรื่องท่านผู้หญิงดุษฎีมาลาเป็นตอนต่อเอง....ขอบพระคุณเจ้าค่ะ   คอยไปก่อนนะเจ้าคะ)

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 08 พ.ค. 10, 21:52

       
       เจ้าบ่าวมีความพอใจในฝีมือทำกับข้าวของเจ้าสาวของท่านมาก

ท่านเล่าให้ลูก ๆ ฟังว่า    ท่านผู้หญิงทำกับข้าวเก่ง มีรสมือดี

น่าประหลาดว่าฝีมือทำน้ำปลามะกอกในมื้อแรกภายหลังการแต่งงานนั้นเหลืองน่ารับประทานมาก 

ไม่ดำเหมือนน้ำปลามะกอกธรรมดาที่ผู้อื่นทำ



     ท่านผู้หญิงถ่อมตัวว่า   ท่านก็ไม่ได้มีความสามารถพิเศษแต่อย่างใด   

แต่น้ำปลามะกอกที่ทำให้ท่านเจ้าคุณรับประทานมื้อแรกไม่ดำนั้น   อาจจะเป็นศุภนิมิตรว่าท่านเจ้าคุณจะมีความเจริญรุ่งเรืองสืบไป




เนื่องจากไม่มีบันทึกเรื่องอาหารรายการอื่น  ขอเรียนเชิญท่านผู้อ่านทั้งปวงช่วยกันจัดเมนูอาหารบ่าวสาว ที่ไม่มากไม่น้อย มาอวดกัน

อิฉันเองนั้นไม่ทราบจริง ๆ       ขอแต่น้ำปลามะกอกชามเดียวค่ะ



บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 08 พ.ค. 10, 22:05


       พลิกตำรากับข้าวสอนลูกหลาน ไปที่หน้า ๔๖


ปลานึ่ง  น้ำพริกมะกอก

ล้างปลาช่อนหรือปลากะพงให้สะอาด        ใส่จานคลุมด้วยผักกาดขาว  ใบหอม  ดอกแค  นึ่ง 

พริกแห้ง  กระเทียม  กะปิ  กุ้งแห้ง  ข่า  โขลกให้ละเอียดใส่น้ำตาล น้ำปลา และน้ำปลานึ่งละลายชิมดู

หั่นมะกอกใส่เป็นน้ำจิ้มปลานึ่ง

บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 499


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 08 พ.ค. 10, 23:14

จากความเห็น 14
ท่านผู้หญิงจับ  ภรรยาพระมหาอำมาตย์ (ชื่น  กัลยณมิตร)
เท่าที่เคยทราบมา  ท่านผู้หญิงก็คือภรรยาของเจ้าพระยา
ทำไมภรรยาพระมหาอำมาตย์  ได้เป็นท่านผู้หญิงค่ะ  ขอความรู้หน่อยค่ะ

จากความเห็น 17  น้ำปลามะกอก
คือน้ำปลากับมะกอกหรือเปล่าคะ
เพราะเคยมีปัญหากับพริกกะเกลือมาแล้วค่ะ     สมัยเรียนอ่านพบในหนังสือว่าพริกกะเกลือเป็นเสบียงกรังในการเดินทางไกล
ใช้คลุกข้าวกิน   ดิฉันกับเพื่อนๆงงมาก  เพราะเข้าใจว่าคือพริกกะเกลืออย่างที่ใช้จิ้มฝรั่งดอง  พอเพื่อนคนหนึ่งไปถามคุณยาย
อีกสองสามวัน  เพื่อนคนนั้นก็หิ้วพริกกะเกลือใส่กล่องมาให้ลองชิมกัน  คุณยายว่าให้เอามาเป็นรางวัลที่ทำให้ท่านได้หัวเราะค่ะ
วันนั้นพวกเราถึงได้รู้ว่ามันต่างกันกับอย่างที่ใช้จิ้มฝรั่งดอง   อายจัง





บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 00:34

เป็นการเรียกแบบยกย่องค่ะ

ลองตรวจดูจากราชกิจจาซิคะ




เรื่องพริกกะเกลือก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากจะเข้าใจนัก
รายละเอียดของการประกอบอาหารนั้น เป็นเคล็ดของแต่ละครอบครัว

ขนมไทยง่าย ๆ เช่นฝอยทองนั้น  การใช้ไข่ก็ยังแตกต่างกันไป ม.ล. เติบ สนิทวงศ์ท่านเล่าไว้ในตำราอาการสายปัญญาสนุกมาก

เรื่องน้ำปลามะกอก  คงเป็นมะกอก และน้ำปลาเป็นหลัก

อาหารจานที่ใกล้เคียงกันก็มี น้ำปลายำ  ที่บางบ้านใส่แค่ใบมะกรูดอ่อนฉีกยำกับน้ำปลา
บางบ้านก็มีน้ำพริกมะกรูด ใช้ใบกลางๆหั่นฝอย  กินกับหมูเปรี้ยว เป็นตำราเฉพาะของบางครอบครัว
บางบ้านก็มีตะไคร้อ่อนซอย  กุ้งแห้ง หรือหอมแดงด้วย
มะดันน้ำปลาก็มีมะดันซอย  หอมแดง  น้ำปลา(กินกับทุกอย่างที่ขวางหน้า)

เรื่องตำราอาหารก็เป็นเรื่องน่าสนใจค่ะ  เช่นตำราแม่ครัวหัวป่าก์   
ที่ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์จดมาจากแม่ครัวคนสำคัญของประเทศหลายคนหลายตำรา
จนต้องหาลูกหลานของสกุลนั้น ๆ มาช่วงทำงานครัวด้วย

ในนวนิยายต่าง ๆ ก็มักจะมีรายการอาหารจานโปรดของพ่อบ้าน
ซึ่งคงไม่ใช่แค่น้ำพริกมะขามผักต้ม
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 04:10

       
       เมื่อแต่งงานได้ ๖ เดือน    เจ้าคุณเพ็ชรรัตน์ต้องการให้บุตรชายกลับมาอยู่ที่บ้านในตำบลตึกแดงตามเดิม

ท่านผู้หญิงจึงต้องติดตามสามีมา   ตอนนั้นท่านอายุได้ ๑๙ ปีเศษ

ต้องดูแลบ้านเรือนตลอดจนทำอาหารให้สามีด้วยตนเอง  และต้องทำตนให้เป็นที่เอ็นดูของบิดาและมารดาของสามี

และวางตัวให้เข้ากับญาติและคนที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันประมาณ ๑๐๐ คนได้เป็นอย่างดี



       สมัยนั้นการลงอาญาข้าคนเป็นของธรรมดาของหัวหน้าครอบครัวที่มีบรรดาศักดิ์สูง    ท่านผู้หญิงเป็นผู้ที่มีเมตตา

จึงพยายามอ้อนวอนท่านเจ้าคุณบิดาของสามี  ผู้เป็นที่เกรงขามของบุตรภริยาและผู้อยู่ในอำนาจ

มิให้ลงอาญากับข้่คนได้สำเร็จหลายครั้ง   สร้างความนิยมกตัญญูรักใคร่ได้มาก


       ไม่นานเจ้าพระยามหิธรได้เงินเดือนขึ้นเป็น ๔๐ บาท    ไล่กฎหมายได้เป็นเนติบัณฑิตคนแรกของประเทศ

ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา  ได้เลื่อนเป็นหลวงจักรปาณีศรีศิลวิสุทธิ  และได้เป็นอธิบดีศาลแพ่งเมื่อมีอายุเพียง ๒๓ ปี

เมื่ออายุ ๒๕ ก็ได้เป็นปลัดทูลฉลอง  เลื่อนบรรดศักดิ์เป็นพระจักรปาณี




       ท่านผู้หญิงมีภาระต้องดูแลบุตรที่เพิ่มขึ้นทุกปี     ดูแลบ้านเรือนต้อนรับแขกหรื่อที่เป็นมิตรและลูกศิษย์ของสามี

บางวันมีแขกมาร่วมรับประทานอาหารด้วยมื้อละหลายคนโดยมิได้ทราบล่วงหน้า      ท่านผู้หญิงต้องพลิกแพลงจัดปรุงอาหาร

แล้วมาร่วมรับประทานด้วย

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 04:36

อาหารที่ประกอบด้วยความชำนาญ เพื่อต้อนรับท่านผู้มีเกียรติ  ไม่พ้นกำลังฝีมือ



       แวะดูรายการอาหารในเล่ม หนังสือกับข้าวสอนลูกหลาน เพื่อนำมาแสดงฝีมือ

อาหารกลางวันที่ดูแตกต่างไปสักหน่อยคือ

หมี่น้ำส้ม   เครื่องปรุงมีเส้นหมี่  ปูทะเล  บวบหอม

ลวกเส้นหมี่ พักไว้

ลวกปูทะเลแกะเอาแต่เนื้อและมัน     หั่นบวบ

เครื่องปรุงประจำบ้านนั้น  โขลกพริกชี้ฟ้า  ละลายกับน้ำส้ม

ตั้งกะทะใส่น้ำมันหมู  ผัดบวบ  ใส่เส้นหมี่  เนื้อปู  ราดน้ำส้มที่ทำไว้

ใส่เกลือ  น้ำตาล  น้ำซอสตรากระต่าย  ชิมให้เปรี้ยวนำ มีรสเค็มหวาน

รองจานเปลด้วยผักกาดหอม

    

       ในฐานะนักชิม  นิยมการใช้เครื่องปรุงของท่านผู้หญิง  เพราะดูประหยัด  มีรส

เพราะบวบย่อมดูดรสหวานเปรี้ยวเค็ม



อาหารอีกจานหนึ่ง คือ หมี่เซ่งจีี๊      ท่านใช้เซ่งจี๊และตับเหล็กลวก

หลังจากทอดหมี่แล้ว   ทอดเซ่งจี๊กับตับให้กรอบ

เครื่องหมี่อื่นๆ คือ กุ้งแห้งทอด และเต้าเจี้ยว

หลังจากปรุงรสแล้วก็มีส้มซ่าหั่นฝอย  ทั้งเนื้อและเปลือก

กระเทียมดองซอยฝอย  พริกแดง  ผักชี



     แม่ครัวที่ดีนั้น  ต้องหัดมือรองไว้ปอก หั่น ทุบ ล้างอาหาร

เมื่อจะลงมือนั้น  คงต้องลงมือเอง
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 05:02

       เจ้าคุณบิดาของสามีนั้น  เป็นผู้ที่เคร่งครัดในการฝึกคนในบ้านให้รู้จักมัธยัสถ์  และทำตนให้เป็นประโยชน์

ท่านมีเลขอยู่ในสังกัดเป็นจำนวนมาก  และเลขเหล่านั้นต้องผลัดกันนำผลิตผลจากนาจากสวน  ได้แก่ข้าวเปลือก 

ปลาแห้ง  มะพร้าว  น้ำตาลและกล้วย  มาส่งเป็นประจำตลอดปี


       ท่านเจ้าคุณแนะท่านผู้หญิงให้รับซื้อ มะพร้าว น้ำตาล และกล้วย  ที่เลขเหล่านี้นำมาให้ในราคาถูก

และให้นำไปประกอบขนมขายเป็นลำไพ่


     ท่านผู้หญิงปฎิบัติให้ต้องตามความปรารถนาของท่านผู้ใหญ่   สร้างความเอ็นดูให้เพิ่มขึ้น

ท่านเล่าว่าท่านไม่เคยว่างเลย  เพราะเป็นแม่บ้านของปลัดทูลฉลองกระทรวงยุติธรรม   ยังต้องทำขนมออกเร่ขายรอบบริเวณบ้านทุกวัน



     (ความคิดเหมือนไฟฟ้าที่แว่บขึ้นมาถึง ช้อยในสี่แผ่นดิน ที่คุยกับพลอยว่า ถ้าได้เป้นท่านผู้หญิงจะทำตัวอย่างไร

คุณเปรมนั้นสกุลท่านเป็นเจ้าสัวหัวตะเภา  รุ่มรวยเป็นนักหนา)

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 05:25

ข้อความต่อไปนี้ คงตอบคำถามของ คุณ แอนนาได้ถูกต้อง

ในเวลานั้น ยังมิได้มีพระราชบัญญัติคำนำหน้าสตรี



     เมื่อสามีได้เลื่อนเป็นพระยาจักรปาณีศรีศิลวิสุทธิ์    คนทั้งหลายยังเรียกท่านว่า คุณนายกลีบ



ฐานะในครอบครัวยังเปลี่ยนแปลงได้  สมัยนั้นชายมีเอกภรรยาได้หลายคน เช่นภรรยาเดิม   ภรรยาแต่งงาน  และภรรยาพระราชทานเป็นต้น
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 11:46


       ในระหว่างที่สามีเป็นปลัดทูลฉลองกระทรวงยุติธรรมนั้น   ท่านผู้หญิงได้เฝ้าพระเจ้าบรมวงศ์เธอ

พระองค์เจ้าอัจฉรพรรณีรัชกัญญา    เชษฐภคินีของกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เสนาบดี

เสด็จได้ทรงนำท่านผู้หญิงขึ้นเฝ้าสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ   สมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี

และเจ้านายฝ่ายในพระองค์อื่น ๆ ในพระบรมมหาราชวังเนือง ๆ




       พระองค์เจ้าประดิษฐาสารีตรัสเล่าว่า   เมื่อพระองค์เจ้าอัจฉรพรรณี  ทรงแนะนำให้ทรงรู้จักท่านผู้หญิงในฐานะภริยาปลัดทูลฉลองนั้น

พระองค์ตกพระทัยมาก  ด้วยไม่ได้ทรงคิดว่าเด็กผู้หญิงผู้เป็นหลานของเจ้าจอมมารดาของพระองค์   ที่มารดาพาหนีไปจากตำหนัก

ของพระองค์เมื่อ ๑๐ กว่าปีมานี้    จะได้ดีมีเกียรติยศถึงกับเป็นภรรยาเจ้าคุณปลัดทุลฉลองกระทรวงยุติธรรม




       ปลายปี พ.ศ. ๒๔๔๗ เกิดกาฬโรคที่ตำบลตึกแดง        กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ทรงชวนให้เจ้าพระยามหิธร

และท่านผู้หญิงอพยพไปอยู่ที่ตำหนักซึ่งทรงปลูกไว้ที่เชิงสะพานเทเวศร์เป็นเวลาหลายเดือน




     เจ้าพระยามหิธรได้ซื้อที่ที่ถนนซังฮี้นอก บัดนี้คือถนนราชวิถี  และไปปลูกบ้านเรือนใหม่            บ้านถนนราชวิถีอยู่เยื้องกับสวนนอก

ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ซื้อประทานเจ้าจอมมารดาชุ่ม และบ้านที่อยู่ตรงข้ามกับบ้านที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ

พระราชทานแก่พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ และพระยาประเสริฐศุภกิจ  น้องชายทั้งสองของเจ้าจอมมารดา   ท่านผู้หญิงจึงได้ไปมาหาสู่ญาติทางสามี

และได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทโดยเจ้าจอมมารดาชุ่มได้กรุณากราบเรียนว่าเป็นน้องสะใภ้
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 12:23


       เมื่อเกิดเหตุข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงยุติธรรม ๒๘ คน  ลงชื่อถวายฎีกาขอลาออกตามกรมหลวงราชบุรี

กรมขุนศิริธัชสังกาศรีบเสด็จมาถึงบ้าน  และทรงบังคับให้เจ้าพระยามหิธรทำหนังสือขอพระมหากรุณา

ขอถอนหนังสือกราบถวายบังคมลาและขอพระราชทานอภัย


     

(หนังสือ ประวัติพระยาสีหศักดิ์สนิทวงศ์ เล่มบาง ๆ  พิมพ์โดย บรรณกิจเมื่อปี  ๒๕๒๕  ราคา ๑๔ บาท

เป็นหนังสือที่น่าอ่านประกอบเรื่องราวตอนนี้   นักอ่านเมื่อสนทนากันจะจำเรื่องราวของคุณถัดมาเล่าประกอบ

เรื่องราวที่น่าตื่นเต้นตอนนี้ได้         ท่านที่ยังไม่ได้อ่านอย่าพลาดเป็นอันขาด  เพราะท่านจะเข้าใจประวัติศาสตร์ของไทย

ได้แบบซึมซาบ   เมื่อคุณถัดกับพี่น้องสามคนปีนรั้วหนีการประชุมออกมา  นักอ่านก็จำและเข้าใจและจำมาลองภูมิกันได้ครึกครื้น)





       กลับมาที่เรื่องของท่านผู้หญิงกลีบ  มหิธร


       เจ้าพระยามหิธรถูกงดความดีความชอบ  และไม่ได้รับพานทอง

ท่านผู้หญิงเป็นห่วงสามีเกรงจะได้รับพระราชอาญา  อาจจะต้องออกจากราชการ  และครอบครัวจะเดือดร้อน

เพราะรายได้ก็มีแต่เงินเดือน  และมรดกก็เป็นที่ดิน   ผู้คนในบ้านก็หลายสิบคน



ท่านหวลคิดถึงคำสั่งสอนของท่านเจ้าคุณบิดาของสามี       จึงเริ่มการหาลำไพ่โดยการปรุงน้ำอบไทย 

น้ำปรุง  แป้งร่ำ  ทำแป้งนวล  สีผึ้งสีปากและน้ำมันตานี

จัดใส่หาบให้คนใช้  ออกไปเร่ขายวันละ ๖ หาบ    พอช่วยค่าครองชีพได้  เพราะบ้านตั้งอยู่ในทำเลที่ดีใกล้พระราชวังดุสิต

ชาวบ้านสามเสนก็พอใจซื้อหา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30492

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 19:12

กระทู้นี้นอกจากได้ความรู้ที่หายาก  อาจได้น้ำหนักเพิ่มมาด้วยโดยไม่รู้ตัว

อ้างถึง
เรื่องน้ำปลามะกอก  คงเป็นมะกอก และน้ำปลาเป็นหลัก

คุณวันดีทำให้ดิฉันอยากรู้ขึ้นมามากๆ ว่าน้ำปลามะกอกเป็นยังไง    ไปถามแม่ครัวซึ่งรู้จักอาหารพื้นบ้านภาคกลางเกือบทุกชนิด เขาก็ไม่รู้จัก      กลับย้อนถามว่ามะกอกที่ว่าคือมะกอกชนิดไหน  มะกอกป่า หรือมะกอกน้ำ หรือมะกอกที่เมื่อก่อนขายกับฝรั่งดอง
เขาเดาว่าน่าจะเป็นน้ำปลาบีบมะกอกลงไป  โรยพริกป่น    กินทำนองเดียวกับแจ่ว  หรือไม่ก็น้ำปลา ซอยมะดันลงไป ใส่หอม และพริกขี้หนู
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 20:40

กระทู้นี้นอกจากได้ความรู้ที่หายาก  อาจได้น้ำหนักเพิ่มมาด้วยโดยไม่รู้ตัว

อ้างถึง
เรื่องน้ำปลามะกอก  คงเป็นมะกอก และน้ำปลาเป็นหลัก

คุณวันดีทำให้ดิฉันอยากรู้ขึ้นมามากๆ ว่าน้ำปลามะกอกเป็นยังไง    ไปถามแม่ครัวซึ่งรู้จักอาหารพื้นบ้านภาคกลางเกือบทุกชนิด เขาก็ไม่รู้จัก      กลับย้อนถามว่ามะกอกที่ว่าคือมะกอกชนิดไหน  มะกอกป่า หรือมะกอกน้ำ หรือมะกอกที่เมื่อก่อนขายกับฝรั่งดอง
เขาเดาว่าน่าจะเป็นน้ำปลาบีบมะกอกลงไป  โรยพริกป่น    กินทำนองเดียวกับแจ่ว  หรือไม่ก็น้ำปลา ซอยมะดันลงไป ใส่หอม และพริกขี้หนู

ขออนุญาตตอบนะครับ  น้ำปลามะกอก  จำได้เลาๆ ว่า ท่านให้เอามะกอกเลือกเอาลูกแก่ๆ  มาปอกเปลือกแล้วสับเนื้อฝานลงในน้ำปลานั้น   เติมพริกขี้นูหั่น หัวหอมแดงซอย ปนลงไปในน้ำปลานั้น  ส่วนจะเป็นมะกอกชนิดใดนั้น   คิดว่า  ควรเป็นมะกอกน้ำเพราะสมัยก่อนหาง่าย  ปลูกกันริมน้ำริมคลองแทบทุกบ้าน   ส่วนมะกอกป่า  ต้นสูงมาก   ชาวบ้านสมัยก่อนไม่ค่อยปลูกไว้ใกล้บ้าน   แต่เข้าใจว่าอาจจะใช้แทนกันได้  น้ำปลามะกอก  เคยเห็นท่านจัดให้รับประทานกับไข่ต้มเป็นตานีนิด  ท่านว่าเจริญอาหารดีนักแล ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30492

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 09 พ.ค. 10, 21:04

*


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.073 วินาที กับ 19 คำสั่ง