เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 7649 สักวาเรื่องสามก๊ก ตอน โจโฉแตกทัพเรือ โดย สุดสงวน
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 30 เม.ย. 10, 12:56

   เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓  ณ วังสวนผักกาด  ถนนศรีอยุธยา   กองทุนหม่อมราชวงศ์อายุมงคล โสณกุลทำพิธีมอบรางวัลผู้เขียนบทความดีเด่นประจำปี ๒๕๕๒  ซึ่งคณะกรรมการพิจารณามีมติว่าผู้ใช้นามแฝงชื่อ “สิริอัญญา”ที่เขียนประจำคอลัมน์ “ข้างประชาราษฎร์”ในหนังสิอพิมพ์ผู้จัดการรายวัน สมควรแก่รางวัล  แล้วหม่อมราชวงศ์สุมาลย์มงคล โสณกุล ประธานกองทุนได้กราบทูลรายงานและทูลเชิญหม่อมเจ้ากรณิกา จิตรพงศ์ องค์ประธาน  ประทานรางวัลแก่ “สิริอัญญา”  แล้วคุณไพศาล พืชมงคลเจ้าของนามปากกาก็ได้กล่าวสุนทรกถา ถึงความในใจในการเขียนบทความเพื่อแสดงความรู้ ให้ข้อคิดความเห็น  ย้ำให้ผู้อ่านได้รำลึกถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  ตลอดเวลามายาวนาน   ได้อย่างประทับใจยิ่ง

   หลังจากนั้นก็เป็นรายการแสดงสักวาของสโมสรสยามวรรณศิลป์ โดยมีวงดนตรีไทยคณะดุริยประณีต ในความอำนวยการของครูสุดจิตต์ ดุริยประณีต ศิลปินแห่งชาติให้ความมีชีวิตชีวาแก่บทกวีใหม่ๆอย่างเคย  และโดยที่วันนั้นตรงกับวันตรุษจีน  คณะสักวาเลยเลือกเล่นเรื่อง สามก๊ก ตอนที่คนรุ่นเก่าๆคุ้นเคยดี   คือตอนโจโฉแตกทัพเรือ เพื่อจะได้ฟังเพลงจีนหลากรสหลากลีลา  จากการกำหนดบทเพลงจากสมองของครูเพลงไทยผู้ยอดเยี่ยมและนักร้องชั้นเอกคือครูสุดจิตต์ ดุริยประณีต     ครูสุรางค์ ดุริยพันธุ์ ครูดวงเนตร  ดุริยพันธุ์ ครูณรงค์ รวมบรรเลง  และหนุ่มผู้กำลังฝีปากตรึงใจผู้ฟัง-กัญจนปกรณ์ แสดงหาญ ผู้มีอนาคตไกล
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 30 เม.ย. 10, 12:59

        ส่วนผู้บอกสักวามีทั้งหน้าเก่าคือศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล    ประยอม  ซองทอง   อำพล สุวรรณธาดา อดุล จันทรศักดิ์   หม่อมราชวงศ์อรฉัตร ซองทอง   รองศาสตราจารย์นภาลัย สุวรรณธาดา  รองศาสตราจารย์ ดร.คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ญาดา อารัมภีร ซึ่งในจำนวนนี้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ๓ คน และเป็นนักสักวาหน้าใหม่ของเวทีนี้ ๑ คน
   การแสดงเริ่มด้วยบทไหว้ครูโดยผู้อายุมากที่สุด ประยอม ซองทอง  ผู้ทำหน้าที่โต้โผคณะมาตลอด  ว่ากลอนวรรคยาวๆเอาเนื้อหามากกว่าความไพเราะในบทกลอนดังนี้

         “รำลึกพระคุณทูลกระหม่อมบริพัตร
           ผู้ประทานสมบัติอันล้ำค่า
           วังบางขุนพรหมร่มลำเนาเจ้าพระยา
          คีตลีลาโยธวาทิตพิพิธนิพนธ์

            เหล่าทายาทราชสกุลบริพัตร
            อนุวัตรวัฒนธรรมตามนุสนธิ์
            เฉกเช่นหลานขานนาม “อายุมงคล”    
          โปรดดาลดลกลกานท์ซึ้งตรึงใจเทอญ” (ปรบมือ)

          บทนี้คุณกัญจนปกรณ์ แสดงหาญ ขับร้องด้วยทำนองเพลง จีนไหว้เจ้า   เรียกบรรยากาศให้รู้สึกขลัง-ขรึมและครึ้มใจได้ทันที
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 30 เม.ย. 10, 13:02

       ศาสตราจารย์พูนพิศ อมาตยกุลผู้เชี่ยวชาญโรคหูคอจมูกรับหน้าที่เกริ่นชวนในอันดับถัดมาว่า
        “สักวาอาทิตย์หยุดตรุษจีนใหญ่     แถมตรงกับวาเลนไทน์ดีหนักหนา
        มาพบสี่ขวัญพธูงามตรูตา             ไม่ชราอายุดีมีมงคล /
       ขอเชิญบอกสักวาภาษาศิลป์          แล้วยลยินเป็นเพลงเพราะเสนาะผล 
       พวกเราสี่หนุ่มล้วนถ้วนทุกคน         ชื่นกมลได้พบสาวคราวป้าเอย”(ฮา-ปรบมือ)

        สักวาบทนี้คุณณรงค์ รวมบรรเลง อดีตหัวหน้าวงดนตรีไทยกรมประชาสัมพันธ์ ขับร้องเพลงเกริ่นจีนที่เข้าบรรยากาศได้ดียิ่งนัก   
          ดร.ญาดา  อารัมภีร น้องนุชสุดท้องของพี่ๆทั้ง ๗ คน  ผู้มีเสียงเสนาะเพิ่มคุณสมบัติ วุฒิสมบัติและรูปสมบัติ   ได้รับมอบหน้าให้ตอบเกริ่นแทนพี่สาวทั้ง ๓ แล้วครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์แห่งกรมศิลปากรก็ขับร้องด้วยทำนองเพลงจีนหลวง ได้หวานจับใจ จากกลอน
         “สักวาอบอุ่นคนคุ้นหน้า              นั่นก็พี่นี่ก็อามาพร้อมพรั่ง
         สี่หนุ่มคารมเด่นเป็นคนดัง           รวมพลังหนึ่งเดียวกันในวันนี้
         เกรงศักดิ์ศรีหมอ-ครู-ผู้พิพากษา   ใครจะกล้าโต้กลอนท่านกันละนี่ 
        โปรดยั้งมือไว้เอื้อไมตรี               พร้อมแล้วเปิดเวทีเดี๋ยวนี้เอย”(ปรบมือ)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 30 เม.ย. 10, 13:06

       เมื่อตกลงพร้อมเปิดเวทีแล้ว อาจารย์อำพล สุวรรณธาดาผู้ผ่านมาร้อยเอ็ดเจ็ดคาบมหาสมุทร    จากมหาวิทยาลัยฮันกุ๊กแห่งเกาหลีถึงสงขลานครินทร์(ปัตตานี) ก็แจกตัว ๒ บทให้คุณณรงค์ รวมบรรเลง ขับเสภาดังนี้
        “สักวาคนไทยในวันนี้                     แล้งน้ำใจไมตรีน่าวิตก 
       เหมือนเมืองจีนผจญทุกข์ยุคสามก๊ก       จึงขอยกตอน “โจโฉแตกทัพ”มา
        หมอพูนพิศพึงรั้งบทบังทอง                เล่าปี่ต้องให้ประยอมเป็นคนว่า 
       อดุลเล่นเป็นโจโฉโผล่คงคา               บทซุนกวนไร้ปัญหาอำพลเอย”

        “สักวากวีชายหายหน้าหมด               จึงมอบบทต่อนี้ไปให้ฝ่ายหญิง /
       หญิงเป็นชายชายเป็นหญิงจริงจริงจริง(ฮา)ยิ่งกลอนยิ่งกลืนกลมชมกันเอง 
       คุณหญิงวินิตาซิวบทจิวยี่                    นภาลัยให้ตีบทขงเบ้ง 
       โลซก-หญิงอรฉัตรจัดบรรเลง              ญาดาเร่งรับงานเจียวก้านเอย”(ปรบมือ)
สักวาตอนนี้ ทั้งคนเล่นและคนฟังต่างงงๆกันว่า  ใครทำหน้าที่อะไร เป็นฝ่ายไหนกันแน่ ก่อนจะว่าสักวาแต่ละบท  จึงต้องมีการบอกสั้นๆว่าตัวละครตัวนี้คือใคร มามีบทบาทตอนนี้อย่างไร เพราะนอกจากคนเขียนคิวผู้แจกตัวแล้ว  คนเล่นก็ไม่ค่อยจะรู้บทบาทตัวเองสักเท่าไร กระนั้นก็สนุกตั้งแต่บทแรกเริ่มเรื่อง โดยพระเอก(ผู้ร้ายในเรื่อง) ถูกปล่อยออกมาคนแรก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 30 เม.ย. 10, 14:09

      ตุลาการอดุล จันทรศักดิ์ ศิลปินแห่งชาติปี ๒๕๕๑  รับบทโจโฉ เรียกเสียงฮาได้บรรยากาศยิ่งนัก
       “สักวาโจโฉรอเช็งเม้ง(ฮา)                 จะรบซุนกวนกับขงเบ้งเมืองเกงจิ๋ว 
      อยู่ดูไบก็ส่งเสบียงเลี้ยงยี่จิว(ฮา)           หนุนเสื้อแดงให้ออกงิ้วคอยเล่นงาน
       โฉหมายตีเมืองกังตั๋งสั่งตีนตบ(ฮาดัง)     จ้างพัลลภกับเสธ.แดงป่วนอีกด้าน 
      ซุ่มยึดวังสวนผักกาดว่าราชการ(ฮา)        หนีหมายศาลแต่ห่วงทรัพย์อยากกลับเอย(ฮาดัง-ปรบมือ)
      บทนี้เมื่อคุณกัญจนปกรณ์ แสดงหาญขับร้องในทำนอง โป้ยกังเหล็ง จึงไม่ต้องบอกว่าจะสนุกสนานมันหยดแค่ไหน  ทำเอาคนฟังชื่นมื่นไปตามๆกัน
        การปรากฏตัวของโจโฉหัวหน้า “วุยก๊ก”ทำเอาซุนกวนหัวหน้า “ง่อก๊ก”ไม่เป็นสุขขึ้นมาทันที อาจารย์อำพลเริ่ม  “งานเข้า”ต้องบ่นว่าดังนี้
       “สักวาซุนกวนก๊วนชาวใต้    (อธิบายว่า ไม่ใช่พรรคในเมืองไทยนะแต่เพราะเมืองกังตั๋งอยู่ทางใต้ของจีน-ฮา)                                          จะหลีกภัยหรือจะสู้อยู่กังตั๋ง (ฮา) 
       ข่าวหลายสิบหมื่นทุนหนุนพลัง            แถมยังหวัง เจ็ดหมื่นหก “ยก”ไม่ “ยึด”(ฮา)
       ยินโจโฉข้ามไปมาฟ้ากังตั๋ง               จึงรีบสั่งปิดน่านฟ้าตราตึ๋งหนึด 
       อำมาตย์จ๋าแนะแนวบ้างทางประพฤติ     แสนอัดอึดแล้วพี่น้องต้องช่วยเอย”(ปรบมือ)
       บทลงท้ายวรรคด้วยกลอนตายตามแบบฉบับของทิดก้อน อินคำ แห่งคอลัมน์ “ดงสีเสียด”ใน “หลักไท”เมื่อหลายปีก่อนแบบนี้  คุณณรงค์ รวมบรรเลงขับร้องด้วยเพลงจีนลั่นถัน ทำเอาคนฟังอึดอัดไปตามกลอนเช่นกัน 
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10684



ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 30 เม.ย. 10, 14:46

รอจิวยี่ปรากฏกายด้วยใจระทึก

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 30 เม.ย. 10, 17:14

       เมื่อซุนกวนหัวหน้า “ง่อก๊ก”ที่ยึดชัยภูมิที่เมืองกังตั๋ง (กวงตุ้ง ?) ได้ยินว่าโจโฉ หัวหน้า “วุยก๊ก”ซึ่งปราบโจรโพกผ้าเหลืองได้ชัยชนะ ได้เป็นที่มหาอุปราช ตอนนี้ยกกองกำลังมาปราบก๊กเล็กก๊กน้อย ชนะรวด ทั้งลิโป้ เล่าเปียว อ้วนเสี้ยว อ้วนสุด..มาหยุดใกล้ๆ  ทำให้ซุนกวนต้องรีบปรึกษาขุนนางผู้ใหญ่  ที่ต่างแนะนำว่าน่าจะชวนเล่าปี่(หัวหน้า “จ๊กก๊ก”ที่หนีมาอาศัยญาติ “แซ่เล่า”ด้วยกันที่เมืองเกงจิ๋ว )มาเป็นพันธมิตรช่วยกันรบกับโจโฉ(ก่อนแล้วภายหลังค่อยว่ากัน  โลซกที่ปรึกษาจึงรับอาสาไปเป็นทูต
   หม่อมราชวงศ์อรฉัตร ซองทองผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ผู้ถูกเกณฑ์ให้รับบทนี้จึงว่า
          “สักรวาโลซกนายกจิ๋ว(ฮา)            จึงรีบลิ่วไปเขมรเกณฑ์เล่าปี่
         ให้ต้อนรับโจโฉคนมั่งมี                   ตั้งเป็นที่ปรึกษาของนายก 
         เตรียมตำหนักไว้คำนับรับโจโฉ         แล้วกลับมาคุยโวซ่อนโกหก 
         ทำหวานเจี๊ยบแล้วแอบจวกพวกโลซก  ทั้งทัพบกทัพเรือเบื่อหน้าเอย”(ปรบมือ)
          บทโลซกตีสองหน้านี้ครูดวงเนตร ดุริยพันธ์ขับร้องด้วยเพลงจีนขิมเล็กที่ลีลาค่อนข้างเร็วสนุกสนานเข้าบรรยากาศ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 30 เม.ย. 10, 17:18

          ฝ่ายคุณประยอมซองทอง ศิลปินแห่งชาติปี ๒๕๔๘ ผู้รับบทเล่าปี่หัวหน้า “จ๊กก๊ก”ผู้พเนจร ถูกโลซกที่ปรึกษาของซุนกวนมาชักชวนให้ร่วมมือกันสู้โจโฉ  จึงจะให้ขงเบ้งตามโลซกไปดูท่าทีพวกซุนกวนที่เมืองกังตั๋ง
           “สักวาเล่าปี่ไม่เป็นฝ่ายค้าน           เพราะ “ปากหมาน”หาสาระอะไรมิได้
           ร่วมรัฐบาลอภิสิทธิ์จี๊ดเหลือใจ        เขายอมให้ได้ขี่คอกระทรวงสำคัญ
           ส่งขงเบ้งไปหยั่งเชิงเติ้งกังตั๋ง         อ้างว่าหวังสร้างความสมานฉันท์  
          แท้หวังแก้รัฐธรรมนูญปูนรางวัล      จะยิ่งมัน(ส์)ได้ฉบับปีสี่ศูนย์เอย”(ปรบมือ)
        -บทนี้คุณกัญจนปกรณ์ แสดงหาญขับร้องด้วยเพลงจีนแดง ด้วยลีลามันๆเรียกเสียงฮือฮาได้ดีทีเดียว

   ถึงบทขงเบ้ง(ที่ “ยาขอบ”ผู้เขียนสามก๊กฉบับวนิพกให้ฉายาว่า“ผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร”)ซึ่งเป็นสมองสำคัญของเล่าปี่  อดีตผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  รศ.นภาลัย สุวรรณธาดา เป็นเจ้าของวรรคทอง “ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง”)เป็นผู้รับบทว่าบทตอนนี้ว่า
          “สักวาขงเบ้งเก่งทุกที่                   ถูกเล่าปี่ใช้ให้ไปกังตั๋ง
           เพราะซุนกวนชวนนายพลเสธ.คนดัง   ร่วมจัดตั้งกองทัพประชาชน
           มอบกุหลาบซาบซ่าวาเลนไทน์           สัญญาใจร่วมรบประสบผล
           ยี่สิบหกกุมภาพันธ์วันรวมพล(ฮา)       พร้อมผจญศึกยึดทรัพย์สู้ยับเอย”(ฮาดัง-ปรบมือ)
         บทมันๆที่มีเนื้อหาให้ระลึกนึกย้อนถึงวันสำคัญของประเทศ”สารขัณฑ์”บทนี้ครูดวงเนตร สุริยพันธ์ ขับร้องด้วยเพลงจีนหน้าเรือ เข้ากับบทได้เยี่ยมมาก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 04 พ.ค. 10, 16:33

       กล่าวฝ่ายเมืองกังตั๋งซึ่งซุนกวนหัวหน้า “ง่อก๊ก”เป็นใหญ่อยู่ แต่มีความนัยเล่าลือกันมานานว่า ที่โจโฉยกทัพมาจากเมืองหลวงจนถึงที่นี่เพราะมีใจปฏิพัทธ์พี่น้องสองสาวสวยแซ่เกี้ยว  แม้ว่าคนพี่(หยกหลง)จะเป็นภรรยาของซุนเซ็ก(พี่ชายซุนกวน-เจ้าเมืองคนก่อน) และคนน้อง(กิมฮอง)เป็นภรรยาของจิวยี่-ที่ปรึกษาคนสำคัญของซุนกวนแล้ก็ตาม  แต่โจโฉไม่เคยลดละที่อยากได้พี่น้อง “นางสองเกี้ยว”มาเชยชม ถึงกับกล่าวไว้ว่า
          “ข้าได้สร้างปราสาทแสนงามหรูไว้บนเขา ถ้าได้เมืองกังตั๋งเมื่อใด ข้าจะไปเชิญหยกหลงกับกิมฮองมาเป็นขวัญใจ จะกอดนางสองเกี้ยวไว้ทั้งซ้ายขวา  มิให้อนาทรร้อนใจใดๆเลย” 
          ซึ่งเป็นข้อความที่เป็นหนามยอกอกจิวยี่อยู่ตลอดนิรันดรกาล บทจิวยี่ของนักสักวาหน้าใหม่ แต่โด่งดังในนวนิยายร่วมร้อยเรื่องในนามปากกา ว.วินิจฉัยกุลและ แก้วเก้า จึงมีนัยเสียดแทงใจดังนี้
               “สักวาจิวยี่มีกองทัพ                แต่ไม่รับรัฐประหารคิดการใหญ่ /
         เพียงต้องรับคำสั่งจากดูไบ(ฮา)      จะจัดม็อบไปไหนเท่าไรเท่ากัน(ฮา)
         ลูกผู้ชายเสียอะไรก็ไม่ว่า               มาแอบปลื้มเมียข้ามันหยามหยัน
          ชะ-หมาเน่าลอยน้ำไปไม่เอามัน       ลุยโจโฉให้ลือลั่นเห็นกันเอย”(ปรบมือ)
        บทดุดันที่มีอารมณ์แค้นแฝงอยู่นี้ คุณณรงค์ รวมบรรเลงก็บรรเลงด้วยเพลงเจไจ๋ยอหรือเพลงฮ่อแฮ ซึ่งมีลูกคู่คอยรับเป็นช่วงๆ ให้บรรยากาศครึกครื้นยิ่งนัก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 04 พ.ค. 10, 16:36

           ฝ่ายผู้ยิ่งใหญ่นาม”โฉ”แห่งแซ่ “โจ”ในคราบของอดีตประธานวรรณศิลป์ และต่อมาเป็นสาราณียกรสโมสรจุฬาฯ(สจม.)นามอดุล จันทรศักดิ์ ก็ไม่สนใจใครอะไรหน้าไหนทั้งสิ้น จะเอาแต่ประโยชน์ส่วนตนฝ่ายเดียว พลางว่า
            “สักวาโฉติดทวิตเตอร์ (ฮาดัง)        สั่งสามเกลอหัวเกรียนใกล้หัวกุด 
          ให้ระดมไพร่ราบมาฝึกอาวุธ              เตรียมการยุทธครั้งใหญ่ปลายกุมภา
            สู้ศึกเมืองกังตั๋งให้เต็มแรง                ระดมแดงกดดันผู้พิพากษา
            โฉอยากได้นางสองเกี้ยวกัลยา         อยากออกชื่อ..แต่ว่า..ไม่กล้าเอย”(ฮาดัง-ปรบมือยาว)
           บทกวีที่มากนัยคล้ายบรรยากาศในประเทศกำลังพัฒนาประเทศหนึ่งบทนี้ คุณกัญจนปกรณ์เล่นใส่เพลงจีนฮูหยินได้ยั่วยวนกวนอารมณ์เหลือแสน
     กลับกล่าวด้านเมืองกังตั๋ง มีนักปราชญ์อิสระไม่สังกัดค่าย(ฟังคล้ายๆนักวิชาการที่อ้างว่าเป็นพวกอิสระในประเทศด้อยพัฒนา)ชื่อบังทอง (ซึ่งสามก๊กฉบับวนิพกของ “ยาขอบ”ให้ฉายาว่าเป็น “อาจารย์ฮองซู”หรือพญาหงส์  ผู้มีสติปัญญาตีคู่กันมากับขงเบ้ง(“อาจารย์ฮกหลง”หรือมังกรผงาดฟ้าแห่งเขาโงลังกั๋ง”)
        ไม่ทราบว่าไปมาอย่างไร ช่วงเวลานั้น(หรือที่สื่อมวลชนไทยปัจจุบันไม่ทราบใครเริ่มใช้ว่า “ห้วงเวลา”แล้วก็เลยใช้ตามกันเป็นการใหญ่โดยไม่ต้องวิเคราะห์ว่าเหมาะหรือไม่  นัยว่ามันเก๋ดี???) เกิดมา “ตีขรึม”ด้วยมาดนักวิชาการผู้รู้  ทำเป็นอ่านตำราพิชัยสงคราม(หรือเปล่าไม่ทราบ)ในสวนหลังพรรค..เอ๊ย..อุทยานแห่งหนึ่งหลังเมืองกังตั๋ง  แล้วเผอิ๊ญ..เผอิญให้โลซกโลเซ่อเดินมาพบท่านผู้รู้เข้าตามเพทุบายที่จิวยี่วางไว้พอดี๊พอดี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 04 พ.ค. 10, 16:39

         ด้วยความซื่อของโลซก คุณหญิงอรฉัตร ซองทองอดีตเจ้าของโรงเรียนราชทัศน์นาฏศิลป์ที่วังราชทัต ซอยมหาดเล็ก ๑ (ข้างโรงแรมเอราวัณ) ก็ถ่ายทอดความเป็นคนซื่อออกมาว่า
           “สักรวาโลซกงกและโง่                     รบโจโฉครั้งนี้ทีจะแย่
            ถามบังทองทำอย่างไรจะไม่แพ้          ไม่เอาแน่แม่ทัพทัพพัลลภ(ฮา)
          เป็นประธานพรรคแดงแทรกแซงสื่อ      เป็นกุนซือปัญหาหนักก็มักหลบ 
          เขมรมาเยี่ยมปราสาทไม่อาจพบ          โดดน้ำโขงตอนจบคงดีเอย”(ปรบมือ)
           บทที่ชวนให้คนฟังนึกถึงนายทหารแก่ควรแก่การจะไปเลี้ยงหลานได้แล้ว แต่ยอมลดยศศักดิ์ทหารเสือมาเป็นลูกไล่นักโทษหนีคดีดังศาลสถิตยุติธรรมที่ประเทศด้อยพัฒนาตัดสินไว้  คุณกัญจนปกรณ์ แสดงหาญก็เลยร้องเพลงดีๆชื่อจีนเสียผี ให้ตามวาทกรรมของคนพูดไม่ทำตามสัญญาสักครั้งนั้นเสียเลย
   เพราะโลซกงกเงิ่นเดินมาเข้าทาง(เท้า)  คุณหมอพูนพิศ อมาตยกุลผู้รู้สารพัดเรื่องเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม    ไม่แพ้อาจารย์ฮองซูบังทองพญาหงส์ฟ้าผู้โบยบินเหนือเมฆ   จึงว่าในบทบังทองว่า
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 04 พ.ค. 10, 16:42

          “สักวาบังทองฮองซูเฒ่า                เป็นปราญ์เก่าคราวขงเบ้งเก่งเหลือที่ 
          อยู่สวนเมืองกังตั๋งหลังบุรี              ปลีกวิเวกอ่านพิธีชัยสงคราม   
          หนอยโลซกแต่งสีแดงมาแยงเย้า     ถามรุกเร้าทำยังไงให้คนขาม 
          หยุดโจโฉนำทัพเรือเหลือวู่วาม        ตอบคำถามคำเดียวไซร้ว่า “ไฟ”เอย”(ปรบมือ)
           บทนี้คุณณรงค์ รวมบรรเลงร้องด้วยเพลง จีนขายอ้อย ก็เหมาะกับบท เข้าทีดี
   เมื่อได้โค้ดลับว่า “ไฟ”ตรงใจทั้งขงเบ้งและจิวยี่  เลย “เข้าทางปืน”ของจิวยี่จอมเจ้าเล่ห์ ผู้เสแสร้งว่าตนมีงานมาก คงต้องอาศัยผู้มีปัญญาเลิศให้เป็นแม่กองช่วยจัดหาเกาทัณฑ์จำนวนแสนๆเพื่อใช้เป็นพาหะนำเอาเพลิงไปสู่เรือของโจโฉ
            ก็ไม่พ้นความคาดหมายของขงเบ้งไปได้ว่าการหาเกาทัณฑ์นี้ “งานเข้า”ตนแน่     อาจารย์นภาลัย สุวรรณธาดาอดีตประธานชมรมวรรณศิลป์ จุฬาฯคนที่ ๓ จึงรับปากเองเสียเลยว่ามาเลย “ขงเบ้งจะจัดให้” ด้วยวิธีเหนือชั้น
             ทั้งๆที่จิวยี่กำหนดให้ยุบสภา..เอ๊ย..หาเกาทัณฑ์ภายในหลายวัน แต่ว่าขงเบ้งเสียอย่าง กำหนดไม่กี่วัน แถมจวนถึงกำหนดแล้วยังไม่เห็นลงมือทำอะไร หลอกให้จิวยี่ตายใจ พอคืนหมอกลงหนา จึงให้เอากองเรือบันทุกฟางแล้วเอาผ้าคลุมไว้ พาขบวนเรือออกไปใกล้ๆทัพโจโฉ....
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 05 พ.ค. 10, 19:02

            “สักวาขงเบ้งเก่งเหนือชั้น                รู้เท่าทันจิวบี่ขี้อิจฉา 
           ให้เราหาเกาทัณฑ์แสนอันมา           แม้นมิหาให้ครบเป็นศพแทน
             จึงตีเกราะเคาะไม้เหมือนใครบุก        ให้ยิงรุกเกาทัณฑ์มาเกินกว่าแสน 
           เก็บกลับไปให้จิวยี่ที่สุดแค้น            แผนซ้อนแผนใช้ปัญญาพารอดเอย”(ปรบมือ)
           บทนี้ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์ขับร้องทำนองจีนปังหลังแสนสนุกครึกครื้นเทียว

            สักวาดำเนินมาถึงตอนที่ขงเบ้งที่ปรึกษาเล่าปี่ทำอุบายหลอกเอาเกาทัณฑ์จากทหารโจโฉมาได้จำนวนมากแล้ว  ก็แสร้งให้บังทองนักปราชญ์คนสำคัญบอกโลซกว่า การจะเอาชนะโจโฉได้นั้นต้องใช้ “ไฟ”  (สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน)ใช้ว่า “เพลิง”)
          และแสร้งให้บังทองพบเจียวก้าน (ที่ปรึกษาของโจโฉ ที่อ้างว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่น (ไม่ทราบว่าที่ จปร.หรือสวนกุหลาบหรือเซ็นต์คาเบรียล..ฮา..กับจิวยี่) อาสาไปกล่อมจิวยี่ไปสามิภักดิ์โจโฉ  ซึ่งผศ.ดร.ญาดา อารัมภีร ในบทเจียวก้านบอกว่า
           “สักวาเจียวก้านทหารแก่             เกิดมาแพ้ไม่เป็นเห็นทางรุ่ง 
          วืดเหลืองเกาะแดงเข้ากระเป๋าตุง    บ้านเมืองยุ่งช่างปะไรสะใจดี 
          อาสาโจโฉนายใหญ่คนไร้บ้าน      ลากสังขารเสือหิวกล่อมจิวยี่ 
          ศิษย์สำนักเดียวกันมั่นไมตรี           ชวน “จิวป๊อก”ร่วมตีเล่าปี่เอย”(ฮา..ปรบมือ)
          บทนี้นักร้องหนุ่มเสียงใสคุณกัญจนปกรณ์เล่นเพลงมันๆ ตะลุ่มโปงจีนให้สนุกครึกครื้นเป็นที่ยิ่ง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 05 พ.ค. 10, 19:05

              เป็นอัน “เข้าทาง”ตามแผนที่จิวยี่วางไว้ทุกอย่าง สมใจคุณหญิงวินิตา (วินิจฉัยกุล) ดิถียนต์
ผู้ถูกกำหนดให้รับบทนี้
                “สักวาจิวยี่มีเล่ห์เหลี่ยม               เห็นโจโฉทวิตเตอร์เสี้ยมให้คนหลง (ฮา) 
              เสธ.บังทองหนีไปดังใจจง(ฮา)     ย้ายข้างตรงไปอัดรัฐบาล 
              หลอกโจโฉให้นึกว่าสวามิภักดิ์       แต่แอบลักปล่อยข่าวลือรัฐประหาร(เหมือนที่ประเทศสารขัณฑ์เปี๊ยบเลย..ฮา..)/
              คนเดียวทำระส่ำระสายไปทั้งงาน    อีกไม่นานก็เสร็จเราเข้าทางเอย”(ปรบมือ)
              บทนี้ครูสุรางค์ ดุริยพันธุ์ลูกสาวคนโตของครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์ ขับร้องด้วยเพลงจีนขิมเล็ก จังหวะ-ลีลาทันอกทันใจดีแท้
         เป็นอันว่าอาจารย์คุณหมอพูนพิศ อมาตยกุลในบทบังทองได้พบเจียวก้านตามแผนจิวยี่ ซึ่งอาจารย์หมอว่าบทตอนนี้ว่า
                 “สักวาบังทองมองเจียวก้าน           แล้วเอ่ยขานมาทำไมไฉนนี่ 
               ทำเสแสร้งแกล้งกล่าววาที            พรุ่งนี้เราไปหาโจโฉกัน 
               ครั้นถึงจึงแนะนำโจโฉว่า              เหล่าโยธาชาวดงของท่านนั่น 
               ถ้าลงเรือจะเมาคลื่นไปทั่วกัน         ควรผูกเรือติดให้มั่นไม่โคลงเอย”(ปรบมือ)
               บทนี้คุณณรงค์ รวมบรรเลงร้องเพลงร่ายสังขารา เข้าบรรยากาศกับเนื้อความตอนนี้ได้เหมาะสม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 05 พ.ค. 10, 19:10

            ในขณะที่ผู้ทรงคุณวุฒิแห่งกองทัพ(โจโฉนะฮะ..)นึกว่าผลงานของตนยอดเยี่ยมอย่างที่ผศ.ดร.ญาดา ผู้เปลี่ยนอาชีพโดยขอ “เออลี่รีไทร์”จากครูบาอาจารย์มาเป็นนักเขียน-นักจัดรายการ-พิธีกรและกลายมาเป็นนักสักวา ในบทเจียวก้านว่า
      “สักวาฮาร์ดคอร์เหี่ยวนามเจียวก้าน(ฮา)    เป็นทหารถนัดบู๊ไม่รู้บุ๋น 
            เกือบได้ดีมีกรรมมาบังบุญ                      ต้นทุนทางปัญญาน่ากลุ้มใจ 
            เปิดฉากฉะครั้งสุดท้ายม้วนเดียวจบ(“ครั้งสุดท้าย..ม้วนเดียวจบ”มาหลายม้วนแล้ว..)  พาบังทองเร้นหลบพบนายใหญ่
              เขาแนะผูกกองเรือมั่นด้วยกันไว้              อ้างห่วงใยทหารทุกเหล่าเมาคลื่นเอย”(ปรบมือ)
            บทนี้ คุณกัญจนปกรณ์ขับร้องด้วยทำนองเพลงสังขารา ชวนสังเวชตามลีลาและทำนองสอดคล้องกับบทก่อนนี้ดีทีเดียว
       กล่าวฝ่ายซุนกวนนายใหญ๋แห่งง่อก๊ก ฟังรายงานต่างๆแล้วก็ครึ้มใจยิ่งนัก แต่เผอิ๊ญ..เผอิญ กำลังครึ้มอกอยู่นั้น เกิดเหตุใหญ่ ให้อาจารย์อำพล สุวรรณธาดา ต๊กกะใจว่า
              “สักวาฟังจิวยี่ชี้กลศึก                          ซุนกวนนึกน่าสนุกสนับสนุน 
            แต่งทัพหลวงลับ-ลวง-พรางอย่างนายทุน(ฮา)  แล้วปั่นหุ้นเพื่อให้เห็นเป็นเรื่องเล็ก(งานแบบฉบับถนัดของนายทุน..) 
            พลันลมพัดสะบัดธงตกตรงหน้า               หวั่นผวาหวาดไหวด้วยใจเด็ก (อธิบายว่าต้องใช้คำนี้เพราะหาคำสัมผัสยากจริงๆ.ก็อยากเล่นกลอนตายที่หาสัมผัสยากเอง.จะโทษใคร..ฮา..)
            เผาโจโฉเราก็คงเป็นกงเต๊ก(ฮา)            ซัดหลายเป๊กก็ไม่ดับคับใจเอย”(ฮา ปรบมือ)
             บทอึดอัดท้ายวรรคด้วยคำตายนี้  เมื่อคุณณรงค์ รวมบรรเลงขับร้องด้วยเพลงจีนอะอา(บางทีก็ออกเสียงว่า จีนอ่าอา)เข้าบรรยากาศยอดเยี่ยมจริงๆ เพราะมีลูกคู่คอยร้องสอดแทรกอ่าอาๆสร้างอารมณ์ได้ดียิ่งนัก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 19 คำสั่ง