เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
อ่าน: 15353 แบกเป้เดี่ยวท่องเที่ยวเส้นทางสายไหมในจีน
JD
มัจฉานุ
**
ตอบ: 63


ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 29 เม.ย. 10, 14:51

เดินผ่านหมู่บ้านชาวอุยเกอร์ (เว้ยจู่) ซึ่งเป็นเผ่าใหญ่ในซินเจียง
เจอเด็กๆ กลุ่มหนึ่งวิ่งเล่น พวกเธอแสดงความเต็มอกเต็มใจเมื่อได้เป็นดาราหน้ากล้อง

มีเด็กหญิงคนหนึ่งนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนในวันอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิ
หนังสือเธอเป็นภาษาอาหรับ

เมื่อถ่ายรูปเสร็จ เด็กๆ ขอร้องให้ส่งรูปไปให้ดูด้วย
เขียนชื่อที่อยู่ให้เป็นภาษาจีน

พวกเด็กๆ เรียนทั้งภาษาจีนกลางและอาหรับในโรงเรียนตั้งแต่ยังเล็ก
ถามว่าทำไมต้องเรียนภาษาอาหรับด้วย
คำตอบคือ เพื่อให้อ่านคัมภีร์ทางศาสนาได้





บันทึกการเข้า
manit peuksakondh
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 29 เม.ย. 10, 18:58

กรุณาบอกเรื่องรสชาดของนมอูฐอีกนิดครับ ขอบคุณ
มานิต
บันทึกการเข้า
JD
มัจฉานุ
**
ตอบ: 63


ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 29 เม.ย. 10, 19:48

ขอประทานโทษครับ
ผมไม่เคยชิมนมอูฐครับ
บันทึกการเข้า
JD
มัจฉานุ
**
ตอบ: 63


ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 29 เม.ย. 10, 19:57

เสร็จจากดูสุสาน ผมก็รีบไป Karakul Lake
ซึ่งต้องนั่งรถจากคาสือไป 4 ชั่วโมง ค่ารถ 49 หยวน
หากไม่มีรถส่วนตัว ไปแล้วอาจกลับไม่ทัน
ต้องค้างคืนกลางดงเปล่าเปลี่ยว


รถบัสบอกว่าออกเดินทาง 10.00 น.
แต่เมื่อได้ผู้โดยสารไม่ครบ ก็แช่ป้าย ไม่ยอมออกจนกระทั่งเที่ยงครึ่งถึงขยับ
ตอนนี้ได้เพื่อนเดินทางมา 1 คน
เป็นคนจีนที่เกิดที่อเมริกา กำลังเรียนที่ Princeton University, New Jersey
แต่มาเรียนภาษาหนึ่งเทอมที่มหาวิทยาลัยในปักกิ่ง
เธอหยุดสปริงเบรค 10 วัน จึงมาเที่ยวทางสายไหม



บันทึกการเข้า
JD
มัจฉานุ
**
ตอบ: 63


ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 29 เม.ย. 10, 21:46

รถปุเลงไปเรื่อย พอพ้นเขตเมืองก็ซิ่งทำความเร็วให้ทันกับแสงตะวัน
(แต่ว่าไปแล้ว สามทุ่มฟ้ายังสว่างโล่ง)
วิวตลอดทางเป็นภูเขาสูงทะมึน มีลำธารไหลคู่ไปกับถนน
แถวนี้มีการทำเหมืองหยกขาว ซึ่งเป็นการทำลายล้างธรรมชาติอย่างวายร้ายทีเดียว

รถวิ่งไปเรื่อย ไต่ระดับความสูงที่เพิ่มขึ้น ทำให้เห็นภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ
และบางช่วงที่ถนนใกล้ยอดเขา สามารถมองเห็นธารนำแข็ง (glacier) ได้ชัดเจน




บันทึกการเข้า
JD
มัจฉานุ
**
ตอบ: 63


ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 29 เม.ย. 10, 22:04

เกือบห้าโมงเย็น รถจอดป้ายเมื่อถึงทะเลสาบ
ต้องเสียค่าเข้าคนละ 50 หยวน
แต่มีรถมอเตอร์ไซค์รับไปเที่ยว 1 กิโลเมตรเหนือขึ้นไป ไม่ต้องเสียบัตรผ่านประตู
ค่ารถ 3 หยวน

คนขับรถพาไปยังกระท่อมหลังเล็กที่อยู่ริมทางห่างไปราว 1 กิโลเมตร
เปิดประตู แล้วคะยั้นคะยอให้เราเข้าไปในกระท่อมของเขา
เมื่อเข้าไปถึง ก็จัดแจงก่อไฟอุ่นชานมจามรีให้เราดื่ม
ผมมองตากับเพื่อนร่วมทางว่าอย่าเสียเวลามากนักที่กระท่อมแห่งนี้
เพราะเป้าหมายของเราคือสำรวจพื้นที่ให้เสร็จ แล้วหารถกลับไปคาสือให้ได้ภายในคืนนั้น






บันทึกการเข้า
JD
มัจฉานุ
**
ตอบ: 63


ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 29 เม.ย. 10, 22:16

รอบๆ กระท่อมไม่มีอะไรมาก
มีแต่ฝูงแพะภูเขาขนยาวหากินไปทั่ว
แม้ว่าแดดจะเปรี้ยง แต่อากาศหนาวทีเดียว ราว 10 องศา

เราเดินสำรวจไปไม่ไกล ก็พบสุสานเก่าแก่
คนขับบอกว่าตั้งแต่เขาเกิดมา ก็เห็นสุสานเหล่านี้ทิ้งร้างอยู่

คนขับชวนให้เรานั่งรถเข้าไปเที่ยวในหมู่บ้าน ค่ารถ 25 หยวน
เราตกลงตามนั้น





บันทึกการเข้า
Anna
องคต
*****
ตอบ: 499


ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 02 พ.ค. 10, 11:59

คุณJDคะ  เข้าใจว่ายังไม่จบใช่มั้ยคะ   ดิฉันเป็นแฟนคนหนึ่งที่ใจจดจ่อรออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ 
เพราะดูท่าว่าไปลำบาก  สภาพแวดล้อมคงหาห้องน้ำห้องท่าตามทางยากอยู่   ขอเกาะติดเที่ยว
ผ่านภาพผ่านประสบการณ์คุณJD แบบนี้ต่อไปดีกว่า    ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
JD
มัจฉานุ
**
ตอบ: 63


ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 02 พ.ค. 10, 13:15

ขอบคุณครับที่ติดตามอ่าน มาต่อกันเลยครับ

เราเข้าไปเที่ยวในหมู่บ้านห่างไป 2-3 กิโลเมตร
รถมอเตอร์ไซค์วิ่งบนถนนราดยาง ก่อนจะแยกเข้าถนนหินขรุขระ
พายุทรายพัดเข้าใส่รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง
เม็ดทรายปะทะผิวหนังและใบหน้า เจ็บแปลบน้ำตาแทบไหล

ถนนบางช่วงมีสายน้ำที่แตกแขนงจากทะเลสาบไหลผ่าน
ปึหนึ่งๆ ทะเลทรายแถบนี้ฝนตกไม่มาก แต่ทะเลสาบก็มีน้ำทั้งปีจากหิมะที่ละลายลงมา

ถึงหมู่บ้านแล้วค่อนข้างผิดหวัง
เงียบเหงาไม่มีกิจกรรมใดๆ เลย
หน้าหมู่บ้านมีมัสยิดเก่าที่ทิ้งร้าง

ผมเปิดประตูมัสยิดเข้าไปสำรวจ
ด้านในตามภาพที่สอง ไม่มีอะไรเลย มีเพียงรั้วสูงแค่เอว
คงมีคนทำรั้วดินรอบมัสยิด ดัดแปลงเป็นคอกเลี้ยงสัตว์มากกว่า




บันทึกการเข้า
JD
มัจฉานุ
**
ตอบ: 63


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 02 พ.ค. 10, 13:31

เดินเรื่อยไปจนพบบ้านหลังใกล้เคียง
ปากก็ร้องทักเจ้าของบ้านว่าขอเข้ามาเยี่ยมเยือนหน่อย มีคนอยู่ไหม
ผู้หญิงหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส มีผ้าโพกผม อุ้มลูกน้อยออกมาพบเรา
พาเราเข้าไปชมบ้านเธอ ภายในประดับประดาด้วยผ้าสีฉูดฉาด เช่น กระโจมมองโกล ทั่วไป



บันทึกการเข้า
JD
มัจฉานุ
**
ตอบ: 63


ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 02 พ.ค. 10, 13:45

มูลสัตว์มีประโยชน์ ทำเชื้อเพลิงหุงต้มได้
บางคอกสัตว์ก็เลี้ยงอูฐ เอาไว้ขี่ในทะเลทราย

ยามเมื่อหิมะละลาย
ทุ่งหญ้า ก็มีแอ่งน้ำให้สัตว์เลี้ยงดื่มกิน




บันทึกการเข้า
JD
มัจฉานุ
**
ตอบ: 63


ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 02 พ.ค. 10, 14:05

แวะชมร้านค้าประจำหมู่บ้าน มีเฉพาะสิ่งของจำเป็นอย่างละไม่มาก
แต่ก็ครบครันพอควร
ใช้เวลาตามสมควรแล้ว เราก็หารถกลับ

เจ้าของมอเตอร์ไซค์เสนอรถราคาคนละ 100 หยวน
ผมบอกให้เพื่อนร่วมทางโบกรถที่นานๆ ผ่านมาสักคันดีกว่า
เผื่อมีคันไหนกลับคาสือเราจะได้ขอโดยสารไปด้วย มีรถผ่านมา 1 คันพอดี
เจ้าของรถชลอรถถามไถ่เราว่าจะไปคาสือหรือไม่ คิดค่ารถคนละ 50 หยวน
ผมตกลงทันที

วันนั้นเป็นวันเสาร์เราต้องการกลับไปคาสือคืนนั้น
เพราะวันรุ่งขึ้นมีตลาดนัดซันเดย์มาร์เก็ต ที่มีชื่อเสียง
หากไม่ได้รถกลับ เราอาจชวดดูของสำคัญ
เป็นตลาดนัดที่ "เพื่อนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย" อย่างแท้จริง



บันทึกการเข้า
JD
มัจฉานุ
**
ตอบ: 63


ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 02 พ.ค. 10, 14:09

เก็บภาพอีกเป็นครั้งสุดท้าย ให้คุ้มกับระยะทางแสนไกลกว่าจะบุกป่าฝ่าดงมาถึง
ในใจลิงโลดที่เราหารถกลับได้ในราคาสมเหตุผลทันเวลา

แต่หากมีความสามารถทำนายอนาคตได้ว่าอะไรจะเกิดในวันรุ่งขึ้น
ผมคงจะเลือกค้างคืนริมทะลสาบในเพิงเล็กที่หนาวเหน็บ
นอนนับดาวเดือนที่คาราคูลเลคให้รู้แล้วรู้รอด




บันทึกการเข้า
JD
มัจฉานุ
**
ตอบ: 63


ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 06 พ.ค. 10, 20:23

เหตุการณ์บ้านเมืองยุ่งๆ ไม่ค่อยมีจิตรใจจะทำอะไร ขอโทษด้วยครับ


ที่คาสือ ปัญหาชนกลุ่มน้อยทะเลาะกับกลุ่มใหญ่
เป็นเรื่องที่มีมานาน ราวกับไฟสุมขอนมังครับ
ลมโชยมาทีหรือมีอะไรมากระตุ้นที ก็กรุ่นขึ้นมา

แม้ว่าชาวอุยเกอร์ ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของพื้นที่ จะสงบเสงี่ยมลงได้
ทว่าแผลนั้นกว้างและลึก รอยแผลที่ผิวหนังอาจสมานได้ชั่วครู่ชั่วยามเพราะได้ยาดี
แต่คงไม่มีโอสถขนานไหน เยียวยาบาดแผลทางใจที่สร้างสมมานานปี ได้ชั่วข้ามคืน

สิ่งที่เป็นกุญแจนำไปสู่ความสงบที่รัฐบาลจีนใช้ คือ ความเด็ดขาด นับหนึ่งถึงสาม
1. ยัง
2. ไม่
3. ยิง
เรียกว่าตำรวจเพียงใช้สายตากวาดมอง ทุกคนมือเย็น ตัวสั่น เงียบกริบดั่งปิดสวิทซ์
เพื่อนชาวจีนเล่าให้ฟังว่า Bullets talk ยังเป็นวิธีควบคุมฝูงชนที่รัฐบาลจีนใช้เสมอมา
ช่วงเทียนอันเหมิน 1989 รัฐบาลกราดยิงเป็นใบไม้ร่วง
วันรุ่งขึ้นล้างพื้น ปลูกต้นไม้ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 
ใช่เพียงเท่านั้น ยังไล่เก็บหัวโจก
ปูพรมค้นหาตามบ้านเพื่อนและโรงแรม
สกัดทางหนีไปต่างประเทศ
เพื่อมิให้เป็นหอกข้างแคร่ ทิ่มตำรัฐบาลจีนในวันหน้า
ครับ ประเทศคอมมูนิสต์ ไม่บริหารประเทศด้วยปาก


เราไปดูตลาดนัดวันอาทิตย์ ที่คนพื้นเมืองตามหมู่บ้านออกมาซื้อของกัน
บนรถเมล์มีคนเอานกพิราบ 3-4 ตัว ใ่ส่กรงวางไว้
พอผมลงรถเมล์ถึงทราบว่าเขาเอานกที่บ้านมาขายที่ตลาดนัด
พวกที่จูงแพะมา ตอนขากลับอุ้มไก่กลับบ้าน
ผมไม่อยากถ่ายรูปสัตว์ใหญ่ครับ สยอง

สินค้าในตลาดเป็นของพื้นเมือง ที่ปลูกในทะเลทราย
พวกถั่วตระกูลต่างๆ อินทผาลัม แอปปริคอท พุทราจีน
เครื่องเทศ และหนังสัตว์














บันทึกการเข้า
JD
มัจฉานุ
**
ตอบ: 63


ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 06 พ.ค. 10, 20:43

รถเทียมลา ยังเป็นพาหนะที่ใช้แพร่หลาย
สงสัยเหมือนกันว่าทำไมบางที่ก็เทียมม้า บางที่ก็เทียมลา
แต่เห็นลามากกว่าม้าครับ

หนังสัตว์ฟอกแล้ว คนซื้อพินิจดูตำหนิ หน้ากว้าง
ก่อนคำนวนเป็นตารางฟุต ดีดราคาออกมา


ภาพล่างสุด หนุ่มน้อยและสาวน้อยชาวอุยเกอร์
ที่มองยังไงก็ไม่เหมือนคนจีนตาหยีเผ่าฮั่นที่เราคุ้นตา




บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.079 วินาที กับ 19 คำสั่ง