เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 26298 เคยพบปัญหาเหล่านี้ตอนซื้อหนังสือไหมครับ
overhaul
อสุรผัด
*
ตอบ: 63


 เมื่อ 17 เม.ย. 10, 20:49

 ???สมาชิกทุกท่านครับ
วันนี้ผมไม่มีข้อสงสัยมารบกวนถามครับ แต่อยากทราบความเห็น ความรู้สึกหลายๆ ท่านเมื่อพบปัญหาเหล่านี้
เวลาที่ทุกท่านซื้อหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือเก่า หนังสือหายากเคยเจอปัญหาซ้ำซากที่ว่า
เล่มนี้ให้เปิดดูไม่ได้มันแพงนะคุณ
คุณราคาไม่ได้บอกผ่านจะซื้อก็ซื้อไม่ซื้อก็วางไว้
คุณรู้หนังสือมากน้อยแค่ไหน
คุณจะซื้อสู้ราคาเต็มไหม ต่อราคาเสียเวลาฉัน
ฯลฯ
ผมเจอปัญหาเหล่านี้มาหลายปี บางร้านถ้าไม่ใช่ลูกค้าประจำ เจ้าของร้านก็แทบไม่ใส่ใจ
บางร้านดูเราตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า หากมีเครื่องประดับมากกว่ามือถือถึงคุยด้วย
ปัญหาเช่นนี้ยังมีอีกมาก บางคนเบื่อมากเลยหันมาซื้อทางnet ผมไม่รู้ว่าระดับเซียนหนังสือเก่าหลายท่านจะแก้ไขอย่างไรครับ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 18 เม.ย. 10, 00:27

       เป็นสมาชิกคนหนึ่งของเขาเนียซัวเปาะ(ไม่นับสีผ้าโพก)ซึ่งเดิมมีสมาชิก ๑๐๗ คน
ตายในสงครามไปครึ่งหนึ่ง     รับราชการตายไปอีกครึ่งของที่เหลือ  แก่ตายไปบ้าง)
ไม่ได้เป็นเซียน        อยากเจอเซียนอยู่เหมือนกันจะขอของวิเศษกิน     เช่นขนมเปี๊ยะและพุทราริ้ว
(อยู่ใน ซ้องตงอุย  โรงพิมพ์ภูไท ๒๔๗๖  ภ.ด. แปล)


     ถ้าเปิดซองพลาสติคให้ดูไม่ได้      ก็จะไม่คิดซื้อเลย
หนังสือเก่าบางเล่ม คุมตัวอยู่ได้เพราะถุงพลาสติค
เมื่อแกะถุงพลาสติคออก  ปกหน้า ปกหลัง  และสันปกก็พร้อมใจกันแยกตัว
ตัวกินกระดาษก็กินหนังสือไปเกือบหมดเล้มแล้ว  จะอ่านกันอย่างไรนี่


     มีมือถือไว้เรียกสมาชิกชมรมมารวมตัวกันเท่านั้น  ไม่มีเฟอร์นิเจอร์นอกจากกระดาษแข็ง และปากกาหมึกเส้นใหญ่
มีไว้เพื่อจดปีพิมพ์ของหนังสือชุด   ใครจะไปซื้อหมดได้


เป็นนักอ่านทั้งทีก็ต้องมีวาทศิลป์ที่จะยืมเมืองเกงจิ๋วไว้นั่งสักครู่ได้  

ต้องทำให้เจ้าของร้านรู้เป็นเกียรติที่จะมีตัวเรานั่งตรวจสอบหนังสืออยู่ในร้านให้ได้

ระหว่างที่นั่งอยู่ก็อย่าดูดาย    ไม่ถึงกับต้องปั้นตัวอะไรให้ลูกหลานเจ้าของร้านเล่นหรอก  
ช่วยขายหนังสือไปบ้างก็ได้



ใครจะมองดูเราอย่างไรไม่สำคัญ    คนที่กวาดตาจากหัวจรดเท้ายังมีอยู่อีกหรือ
สงสัยดูละครโทรทัศน์มากไป
จงมองตอบด้วยสายตานิ่งๆ  อย่ากระพริบ
แล้วค่อยๆยิ้มมุมปาก



สู้ราคาเต็มไหม   ไม่เคยได้ยินเลย  ขอยืนยัน
ไม่สู้ด้วย

นโยบายเก่าของดิฉันคือเอาห้าหารสามคูณ ปัดเศษ
นโยบายใหม่คือขอลด   เจ้าของสำนักพิมพ์ชื่อคุณม่ำบอกว่า  อย่าให้ถึง ๕๐% เลยนะ
ดิฉันยิ้มแย้มแจ่มใส  ยืนยันขอ ๔๕% ต่อเล่ม  แล้วรุกคืบว่ารวม ๓ เล่มชุดแล้วลดอีกนะ
คุณม่ำกระโดดตัวลอยหายไปในฝูงชน  ป่านนี้ยังไม่กลับร้านเลย
แหะ ๆ....ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง   ขอเผื่อนักอ่านที่เพิ่งรู้จัก


ถ้าเขาผู้ใดองอาจกล่าวว่า เสียเวลาฉัน  ก็คงจะเถียงทะเลาะว่า เสียเวลาอันมีค่าของฉันมากกว่า


พยายามเข้าใจทั้งคนขายและนักอ่าน

คนซื้อบางคนไม่ชอบหน้าลูกชายคนขาย  ด่ากันปีละสองรอบ  กว่าจะรู้ว่าคุณเอเธอเป็นเซียนฟุตบอลเธออยากดูฟุตบอล
แต่ต้องมาช่วยปาป๋าขายหนังสือด้วยความทรมานใจอย่างยากยิ่ง

ค้นหนังสือทั้งโต้ะ  วางไม่เป็นตั้งเป็นแถว   ค้นอยู่เป็นชั่วโมง  กลับมาค้นอีก ไม่ซื้อสักเล่ม  คนขายก็ช้ำใจเป็น


เรื่องที่น่ากลัวที่สุดก็คือ ประโยค  คุณรู้หนังสือมากน้อยแค่ไหน
ตอบไปเลยค่ะ  รู้ไม่มาก  แค่กลางๆ  แต่รู้มากกว่าคุณ...เยอะ...เลย(ตอนพูดก็ค่อยๆเดินมาอยู่หน้าร้าน)


คนขายหนังสือต้องการเป็นมิตรกับคุณเสมอ
ถ้าคุณจะคิดว่า  เขาร้อนและเหนื่อยแค่ไหนกว่าจะหาซื้อหนังสือได้สักเล่ม
ต้องเก็บหนังงสือไว้นานกว่าจะขายออก  เพราะบางทีก็ซื้อมาแพงกว่าร้านอื่น ๆ


ถ้าเป็นงานหนังสือก็ต้องห่อ  ยกลงลัง ยกลังไปแอบใต้โต้ะ(กะว่าคงจะขายได้ราคา)   ไปเหมารถมา
จ้างคนขนขึ้นรถ   แต่งร้าน   วิ่งไปซื้อเล่มที่ถูก ๆ จากร้านอื่นมาขายในร้านของตัวเอง
ค่าเช่าบู้ทแพงมาก  ขายหนังสือ สิบ วัน ยังไม่ได้ค่าเช่าเลย


ขอพูดแบบเมาคลีว่า  เจ้ากับข้าเลือดเนื้อเดียวกัน
นักอ่านต้องสามัคคี  แล้วพากันไปหาหนังสือ  โลกจะเจริญ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 18 เม.ย. 10, 00:40


       นักสะสมส่วนใหญ่จะมีเก็บหนังสือสองชุด         ดิฉันเนื่องจากไม่ใช่นักสะสม
จึงมีหนังสือประมาณชุดกว่า ๆ

ถ้าชุดนี้มี ๑๐ เล่ม       ดิฉันเป็นต้องมี ๑๔ หรือ ๑๖   ไม่ทราบไปมาอย่างไร  คงตะครุบเวลาลดราคา


ไม่มีอะไรเสียหาย


ปัญหามาเกิดตอนรวบรวมทำทะเบียน   กองหนังสือชุดเต็มไว้แล้ว  ก็อุ้มชุดสำรองไปอ่านตามที่ต่างๆ
ขึ้นมาที่กองหนังสือชุดเต็ม   ก็หยิบไปอ่านอีก   คือความอยากอ่านมีมาก

ในเวลาสองวันหนังสือก็จะปนกัน   กระจัดกระจายหายไปตามเบาะเก้าอี้    โต๊ะหน้าบ้าน เป็นต้น


มีหนังสือก็ลำบากเช่นนี้หนอ
ไม่มียิ่งลำบากใหญ่


บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 18 เม.ย. 10, 08:33

ขาประจำ

       อย่ามองขาประจำว่าเป็นบุคคลที่ได้รับการต้อนรับดีกว่าคุณ
ขาประจำคือผู้ที่เดินทางไกล  ผ่านศึกสงคราม(การประจัญบานต่อรองราคา)มามาก

ขาประจำนั้นโดยมากมีแนวทางเก็บหนังสือของตน  ไม่ค่อยซ้ำกัน
ระหว่างขาประจำก็ไม่ค่อยคุยกัน  เพราะเข้าใจผิดว่าตนเองเลิศแล้ว


ขาประจำหรือนักหาหนังสือมือเก๋า   เป็นบุคคลที่ว้าเหว่  หาคนคุยด้วยยาก
เพราะความรู้ที่อัดแน่นอยู่   จะพูดไปก็ไปลือว่าโม้  เพราะคนอื่นไม่เคยเห็น



นักสะสมอาวุโสบางคน  เคยทำงานในสำนักพิมพ์  ไม่เคยทำความเข้าใจว่า กระแสคลื่นลูกหลังแรงกว่า
ไม่เคยเห็นนักอ่านที่ใช้เวลาเป็นปี(เคยทราบมาว่าอยู่กันถึง ๓ ปี) อยู่ในหอสมุด   จากหอสมุดแห่งหนึ่ง ไปอีกหอหนึ่ง  และ อีกแห่งหนึ่ง
ค่าถ่ายเอกสารนั้นทับถมท่วมชีวี
ค่าถ่ายไมโครฟิล์มนั้นแผ่นละ ๑๐ บาทแล้วค่ะ


พยายามเล็งแลหาลูกค้าประจำเหล่านี้ให้ดี  และเข้าไปขอคำแนะนำ   จะไม่ผิดหวัง
หนังสือประวัติศาสตร์ เล่มนี้ มีอยู่ที่ไหน
ราคาประมาณเท่าไรจึงจะสมควร
(เจฟฟรีน่ะราคาขึ้นทุก ๆ ๖ เดือน  แล้วหาซื้อยากอีกด้วย  ไม่จำเป็นจะต้องมีไว้เป็นสมบัติส่วนตัวเลย)


ในโลกหนังสือเก่านั้น  มีแต่ความสงบ(ถ้าหาหนังสือที่อยากได้  ได้แล้ว)    ความงาม(หนังสือไม่ช้ำเกินไป)
ความสมถะ(ไม่มีสตังค์เหลือไปทำอะไรอื่นแล้วนี่)   ความใฝ่รู้(โทรไปถามเพื่อน ๆ ว่า  เธอเห็นเล่มนี้หรือยัง)


ขอให้หาหนังสือที่ปรารถนาเจอค่ะ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 19 เม.ย. 10, 11:30

เวลาที่ทุกท่านซื้อหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือเก่า หนังสือหายากเคยเจอปัญหาซ้ำซากที่ว่า
เล่มนี้ให้เปิดดูไม่ได้มันแพงนะคุณ
คุณราคาไม่ได้บอกผ่านจะซื้อก็ซื้อไม่ซื้อก็วางไว้
คุณรู้หนังสือมากน้อยแค่ไหน
คุณจะซื้อสู้ราคาเต็มไหม ต่อราคาเสียเวลาฉัน
ฯลฯ
ผมเจอปัญหาเหล่านี้มาหลายปี บางร้านถ้าไม่ใช่ลูกค้าประจำ เจ้าของร้านก็แทบไม่ใส่ใจ
บางร้านดูเราตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า หากมีเครื่องประดับมากกว่ามือถือถึงคุยด้วย
ปัญหาเช่นนี้ยังมีอีกมาก บางคนเบื่อมากเลยหันมาซื้อทางnet ผมไม่รู้ว่าระดับเซียนหนังสือเก่าหลายท่านจะแก้ไขอย่างไรครับ ยิ้ม


ผมเคยเจอเหตุการณ์อย่างที่คุณ overhaul เล่ามา   แม้กระทั่งปัจจุบันก็ยังเจออยู่  แต่ก่อนนั้นหากเจอเหตุการณ์อย่างนี้  ผมมีความรู้สึกอย่างคุณเหมือนกัน   แต่พอมาได้ประสบการณ์ด้วยตนเองมากขึ้น และได้ฟังคำแนะนำกับประสบการณ์จากคนทีซื้อหนังสือเก่ามาโชกโชนช่ำชองก็ทำใจและเข้าใจได้

ถ้าเจอเหตุการณ์ข้างต้น   ผมมีวิธีปฏิบัติง่ายมาก   คือ  เดินไปดูร้านอื่น  ถ้าหากว่าหนังสือที่เราเห็นและใคร่ได้จากร้านนั้น  ไม่ใช่หนังสือที่หายากยิ่งยวดแล้ว   ย่อมต้องมีขายที่ร้านอื่นเหมือนกัน    ราคาอาจจะต่างกันนิดหน่อย  และสภาพอาจจะต่างกันบ้าง  แต่ถ้าร้านอื่นมีอัธยาศัยดีกว่า    เงินของเราก็น่าจะเหมาะแก่เขา    เว้นแต่ร้านอื่นไม่มีจริงๆ  ก็คงต้องตากหน้าไปเอาที่ร้านที่เราไม่ใคร่พอใจนั้น  แต่ทีนี้คุณต้องรับอํธยาศัยของเขาให้ได้ด้วย


คุณ overhaul คงอายุใกล้เคียงกับผม   ความที่คุณและผมอายุยังน้อย  เจ้าของร้านอาจจะเห็นว่าเด็กเกินไปที่จะมาซื้อหนังสือเก่าราคาแพงได้   โดยความเข้าใจของคนขายหนังสือ  เขามักเห็นว่าเด็กสมัยใหม่โดยมากไม่ค่อยสนใจหนังสือเก่าเหล่านี้  คนที่สนใจหนังสือเก่ามักมีอายุ ๔๐ ปีเป็นอย่างน้อย  ซึ่งก็ไม่ใช่ความคิดที่ถูกเสียทีเดียว   เพราะเดี๋ยวนี้คนอายุต่ำกว่า ๓๐ บางคน ก็สนใจหนังสือเก่าเหมือนกัน   แน่นอนว่า คนวัยหนุ่มสาวเช่นนั้นอาจจะมีรายได้น้อย  หรือไม่ก็ยังไม่มีรายได้เลย   อำนาจในการซื้อหนังสือเก่าราคาสูง ย่อมมีน้อยในสายตาของคนที่ซื้อขายหนังสือเก่า  คนขายหนังสือเก่าจึงอาจจะไม่ให้ความสนใจคนหนุ่มสาวที่เข้ามาหาซื้อหนังสือเก่าเท่าไร 

คนที่เป็นคนซื้อหนังสือเก่า อ่านหนังสือเก่า  ก็ใช่ว่าเขาจะต้องซื้อหนังสือแพงกันเสมอไป  หลายคนที่อ่านหนังสือเก่าอาศัยถ่ายเอกสารเอาเสียมาก  ถูก ประหยัด สะดวก และรักษาง่าย  บางคนก็เอาฉบับพิมพ์ใหม่ๆ หน่อย  ราคาไม่แพง   หรือไม่ก็เลือกเอาสภาพที่พอใช้ไม่ต้องใหม่กริบนัก  ถึงต้องซ่อมบ้างก็เอา   บางคนก็อาศัยอ่านตามห้องสมุด  หรือแม้กระทั่งหยิบยืมจากคนที่รู้จักชอบพอกันก็มี   เพราะคนอ่านหนังสือเก่าก็ใช่ว่าจะมีเงินมากกันทุกคนเสียเมื่อไร   ถ้าคุณ overhaul ได้รู้จักคนที่เป็นคนซื้อหนังสือเก่าตัวยงบางคน  จะทราบว่า  บางคนซื้อหนังสือถูกมากกว่าหนังสือแพง   ถึงขนาดว่าซื้อเล่มละไม่เกิน ๑๐๐ บาท   อย่างผมเองยังมีประสบการณ์น้อยอยู่   เอาแค่ซื้อหนังสือเล่มละไม่เกิน ๓๐๐ บาท ได้ก็นับว่าพอใจแล้ว


การซื้อหนังสือเก่า   นอกจากจะซื้อหนังสือแล้ว   เราต้องซื้อใจคนขายด้วย   ซื้อใจอย่างไร   เช่น  ไม่ต่อราคาหักหาญน้ำใจกันนัก  เพราะเขาก็ซื้อมาแพงเหมือนกัน  ใจคอต้องคิดถึงคนขายด้วย  ไม่รื้อหนังสือเขาอย่างบ้าระห่ำ  ยิ่งรื้อมากๆ แล้วไม่เอาเลยสักเล่ม   มันก็เกินไป   ร้านไหนรื้อไม่ได้ก็เพียงหยิบๆ ดูก็พอ   ยิ่งเปิดหรือแกะดูไม่ได้ด้วยต้องคิดให้ดีว่าจะซื้อเลยหรือไม่   เพราะจะไปแกะพร่ำเพรื่อไม่ได้  ต้องเกรงใจคนขายด้วย   ที่สำคัญ  ต้องมีแนวหนังสือที่ต้องการ   ไม่ใช่จะหาหนังสืออะไรก็ไม่รู้  อย่างนี้คนขายที่เขาไม่คุ้นหน้าเราจะคิดว่า  คนนี้มันจะมาลักของเขาหรือเปล่า   


ส่วนการแต่งกายหรืออุปกรณ์เสริมฐานะนั้น    บอกตามตรงว่า   เท่าที่ฟังๆ มา   คนที่เขาซื้อหนังสือเก่า  เขาไม่แต่งตัว พกอุปกรณ์เสริมฐานะกันหรอกครับ   เขาพกความรู้และคำพูดแหลมคมไว้สู้กันมากกว่า  บางคนแต่งตัวบ้านๆ  แต่เจ้าของร้านต้องรีบมาต้อนรับเข้าร้านก็มี   แต่ของอย่างนี้ต้องอาศัยเวลาเหมือนกัน 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 19 เม.ย. 10, 14:08

มารับฟังไว้เป็นความรู้ค่ะ
เลิกซื้อหนังสือเก่ามาหลายปีแล้วค่ะ
บันทึกการเข้า
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 19 เม.ย. 10, 17:13

แหล่งหนังสือเก่าของผมคือแผงหนังสือหลังวัดมหาธาตุกับท่าช้าง เมื่อก่อนกล้าซื้อถ้าราคาพอรับได้ การตัดสินใจซื้อเพราะค่อนข้างมั่นใจว่าไม่มีการพิมพ์ใหม่แล้ว
ช่วงหลังๆ แนวความคิดของผมเปลี่ยนไปว่าผมซื้อมาอ่าน ไม่ใช่ซื้อมาเก็บ และบางเล่มก็มีการจัดพิมพ์ใหม่ และราคาถูกกว่าหนังสือเก่าด้วย การหาซื้อจึงลดลง
ปัจจุบันปรากฎว่ามีหนังสือเก่าหลายสิบเล่มที่ซื้อมาด้วยกิเลสครอบคลุมหัวใจยังไม่ได้อ่านเลย และไม่มีที่จะเก็บแล้วด้วย และเมื่อหากผมตายไปแล้ว ลูกๆ คงไม่สนใจ ผมก็เลยหยุดซื้อ
ตอนนี้ก็ไปเสาะแสวงหาหนังสือเก่าในอินเตอร์เน็ตนี้แหละ .. ได้มามากพอสมควร ...

แล้วก็พบว่าการอ่านหนังสือกระดาษกับหนังสืออิเลคทรอนิคส์ให้อารมณ์สุนทรีย์ต่างกันมากจริงๆ ... ผมจึงเชื่อว่าหนังสือกระดาษจะต้องอยู่คู่โลกไปอีกนานแสนนาน
iPad ก็คงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะฝ่าด่านขึ้นมายืนแท่นได้

 แลบลิ้น

บันทึกการเข้า
tian
ชมพูพาน
***
ตอบ: 138



ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 19 เม.ย. 10, 19:13

เห็นด้วยกับลุงไก่ อ่านหนังสืออิเลคทรอนิคส์ มันไม่ได้กลิ่นกระดาษ แต่ชอบมากเวลาเดินทาง
ไม่ต้องหอบหนังสือหนักๆหลายเล่ม ใส่ไว้ใน Iphone ได้หลายเล่ม ที่ถูกใจมากๆ เพราะทำให้
ตัวหนังสือใหญ่ขึ้นได้ แม้จะได้หน้าละไม่กี่คำ แต่ก็ทำให้ตาสบายขึ้น
พอกลับบ้าน ไอโฟง ไอโฟน ก็ทิ้งหมดกลับมาตายรังอยู่ที่หนังสือเล่ม ใช้แว่นขยายอ่านเอา
เพราะรู้สึกว่าตัวหนังสือเล็กลงไปทุกป๊ ๕๕๕
บันทึกการเข้า
Iyah
อสุรผัด
*
ตอบ: 3


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 19 เม.ย. 10, 21:24

 :Dสวัสดีคุณoverhaul
ผมว่าแล้วว่าซักวันคุณต้องพูดเรื่องนี้ มันอึดอัดหลายสิบปีต้องได้ถอนใช่ไหมครับ ยิงฟันยิ้ม
อิอิ... วิธีแก้ก็อย่างที่คุณทำนั้นแหละ takeoverแต่ต้นทาง แถมยังได้ของอื่นๆมาด้วย เล่มไหนซ้ำเล่มไหนพรุนมากก็ปล่อยเป็นเรื่องของกลุ่ม;)
...ว่าแต่ก่อนสงกรานต์ได้อะไรจากท่าสักบ้าง เห็นอมยิ้มกันหลายคน
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 20 เม.ย. 10, 08:14

แหล่งหนังสือเก่าของผมคือแผงหนังสือหลังวัดมหาธาตุกับท่าช้าง


อ๊ะๆ  ลุงไก่ก็เป็นลูกค้าท่าช้างวัดมหาธาตุด้วยหรือครับ    แหล่งเดียวกันเลย   แต่ก่อนเดินดูกลางวันเย็น  เดี๋ยวนี้อยู่ห่างไกล  นานๆ ไปเก็บสักที   ไปครั้งหนึ่งก็หอบหนังสือขึ้นรถกลับแทบไม่ไหว  (คนขายเล่นเก็บไว้ให้เยอะเหลือเกิน)


เรื่องหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  จะอ่านได้ก็ต่อเมื่อมีอุปกรณ์หรือเครื่องมือก่อน   อย่างไรก็สู้หนังสือเล่มกระดาษไม่ได้ดอก  อยากอ่านก็เปิดค้นดูได้ทันที  (ยกเว้นว่าไม่มีเล่มที่ต้องการ  ก็ต้องออกแรงหากันหน่อย)
บันทึกการเข้า
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 20 เม.ย. 10, 13:56

ผมเองยังประพฤติตนเป็นมนุษย์ยุคโบราณ อ่านหนังสือจาก iPone, ipad ไม่เป็นหรอกครับ โทรศัพท์ที่ใช้ก็รุ่นโบราณ
หนังสืออิเลคทรอนิคส์ที่อ่านก็เป็น PDF files ที่อ่านจากหน้าจอคอมพ์เป็นหลัก อ่านแล้วมันไม่ได้กลิ่นกระดาษ กลิ่นน้ำหมึก สมองเลยตื้อ สายตาล้าครับ
บันทึกการเข้า
tian
ชมพูพาน
***
ตอบ: 138



ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 20 เม.ย. 10, 16:14

เห็นด้วยกับท่านทั้งสอง ดิฉันก็ชอบอ่านหนังสือเล่มมากกว่า เคยต่อต้าน Iphone อยู่เงียบๆ
จนปีที่แล้วไปเดินแบกเป้กว่าเดือน ถ้าไม่มีหนังสือจะนอนไม่ได้ ได้ Iphone ช่วย มีหนังสือ

อยู่หลายสิบเล่ม ได้อ่านทุกคืน โดยไม่ต้องหอบติดกระเป๋าไปด้วย แว่นขยายก็ไม่ต้องเอาไป
ดีอีกเรื่องคือ หาศัพท์ได้ทันที มีพจนานุกรมพร้อม เสียดายแค่หาหนังสือไทยเข้า Iphone
ยังไม่ได้

ลูกชายวัยรุ่นเป็นคนสอนให้เปิดใจกว้างๆ อย่าขวางทุกสิ่งทุกอย่าง ตามนิสัยปรกติ รับได้แค่ไหน
ก็แค่นั้น ตอนนี้เลยอ่านทั้งสองทาง อยู่บ้านก็เป็นเล่ม ไปเที่ยวก็เป็นอิเลคทรอนิคส์
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
Moderator
นิลพัท
*****
ตอบ: 1881



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 11 ส.ค. 10, 23:30

ผมเคยประมาทเทคโนโลยีดิจิตอลเมื่อครั้งที่เริ่มมีกล้องดิจิตอล โดยคิดว่าไม่มีทางเข้ามาแทนที่กล้องฟิล์มได้ในเวลาอันสั้น ทำให้มองว่า e-books reader กำลังจะบุกเข้าชิงพื้นที่หนังสือในอนาคตอันไม่ไกลนี้แล้ว

ไม่นานมานี้นายสะพานดำ Negroponte ออกมาฟันธงว่าหนังสือจะ "แพ้" ภายในระยะเวลาห้าปีจากนี้

สำหรับบ้านเรา เวลาขนาดนี้อาจจะสั้นไปสักหน่อย แต่สำหรับในอเมริกา นิตยสารหลายฉบับมียอดขายอีบุ๊คมากกว่าฉบับพิมพ์แล้วครับ ในขณะที่การเปิดตัว iPad ก็กดดันให้ผู้ผลิต e-books reader หลายเจ้าต้องลดราคาลงมา โดยเฉพาะ Kindle ของ Amazon นั้นกำลังจะเปิดตัวรุ่นประหยัด ราคาเพียง $139 ซึ่งต้องมีผลให้มีผู้ตัดสินใจซื้อหามาเป็นเจ้าของมากขึ้นอีก

สำหรับในบ้านเรา ผมคิดว่าเทคโนโลยีนี้จะทำให้มีหนังสือให้เลือกอ่านหลากหลายมากกว่าเดิม โดยเฉพาะตลาดหนังสือกวีนิพนธ์น่าจะได้ต่อลมหายใจออกไปอีกเฮือก เพราะมีช่องทางใหม่ในการเผยแพร่ ไม่ต้องจมทุนกับค่าพิมพ์หนังสือ ซึ่งไม่รู้ว่าจะขายอีกนานเท่าไหร่จึงจะหมด

โดยส่วนตัวผมเองผูกพันกับหนังสือเก่าเพียงเนื้อหาสาระในหนังสือ มองว่านี่คือโอกาสกันดีที่หนังสือเก่าจะได้รับการต่ออายุชนิดที่ผู้ติดตามไม่ต้องจ่ายเงินมาก ผู้อนุรักษ์ก็ไม่ต้องจมทุนค่าพิมพ์หนังสือด้วยครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 12 ส.ค. 10, 20:57

เคยมีผู้มาขอสัมภาษณ์ในเรื่องหนังสือเล่มและหนังสือ e book เหมือนกัน  ก็ให้ความเห็นไปคล้ายๆคุณม้า  คือเชื่อว่า e book จะเข้ามาชิงบทบาท เหมือนร้อยกว่าปีก่อนการพิมพ์หนังสือเข้ามาแทนที่สมุดข่อย  เครื่องพิมพ์เข้ามาแทนที่ลายมือเขียน
ตลาดของหนังสือจะเป็นโลกไซเบอร์ ซึ่งกว้างขวางไร้ขอบเขต  ไม่ใช่อยู่แค่ชั้นหนังสือในร้านขายหนังสือ หรือตามแผงในตลาดเท่านั้น   ทำให้นักเขียนมีโอกาสแจ้งเกิดได้ง่ายดายมาก     แค่คุณเปิด blog หรือเข้าไปในห้องของเว็บไซต์ใหญ่ๆ เช่นถนนนักเขียนของพันทิป  ก็มีเวทีให้เขียนแล้ว ไม่ต้องรอหน้ากระดาษนิตยสาร  หรือการรวมเล่มจากสนพ.

เหตุผลที่ดิฉันสนับสนุนหนังสือ e book อีกอย่างคือประหยัดกระดาษ   ตัดต้นไม้น้อยลง ค่ะ
บันทึกการเข้า
djkob
อสุรผัด
*
ตอบ: 34


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 16 ส.ค. 10, 12:05

ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นด้วยคนนะคะ

กบแก้ปัญหาด้วยการหาซื้อหนังสือเก่าที่เขานำมาพิมพ์ใหม่ค่ะ
อาจจะไม่โรแมนติคมากนัก แต่ก็ขอให้ได้อ่านค่ะ

เพราะไม่อยากไปทะเลาะกับคนขาย เดี๋ยวเดินตลาดไม่ได้ 555
สำหรับหนังสืออิเลคโทรนิคส์  ก็อ่านค่ะ  ชอบตรงไหนก็พริ้นมาเก็บไว้ได้ค่ะ

ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 20 คำสั่ง