เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 11
  พิมพ์  
อ่าน: 171974 แวบวาบความคิดยามวิกฤตบ้านเมือง
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 326


ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 16 ต.ค. 12, 19:24

ไม่ทันคุณเพ็ญชมพู

           เฉลิมไทย ผ่าน ๑๔ ตุลา ๑๖ ได้รับความเสียหายเล็กน้อย (ถ้าจำไม่ผิด) โดนกระสุนปืนบางนัด
           ถูกรื้อลงในปี ๒๕๓๒

           สยาม ณ สยามสแควร์ ซึ่งเป็นโรงในเครือเดียวกับเฉลิมไทย
                  พินาศพังภินท์ เมื่อ ๑๙ พฤษภา ๕๓

เป็นโรงหนังแห่งแรกที่มีบันไดเลื่อน

[quote/]

จำได้ว่าเมื่อเป็นวัยเด็กต้องไปยืนเข้าคิวซื้อตั๋วดูหนังที่โรงหนังสยาม
ภาพที่เจนตาคือภาพของคนขายตั๋วผีสำหรับผู้ที่ไม่อยากเข้าคิว
เป็นสีสรรค์อย่างหนึ่งของโรงหนังในอดีต (เข้าใจว่าเดี๋ยวนี้คงน้อยลง)
หนังเรื่องหนึ่งที่ดูที่โรงหนังสยามคือ "ขุมทองแมคแคนน่า" คุณพ่อพาไปดู (คุณพ่อชอบพาผมไปดูหนังมาก ทั้งๆที่มีพี่น้อง10คน แต่คุณพ่อชอบพาผมไปดูหนังโดยเฉพาะนิวโอเดียน หนึ่งในเรื่องที่โด่งดังคือ "เดชไอ้อ้วน". "หวังอยู่" แสดงนำ)
นักร้องที่ร้องเพลง Old Turkey Buzzard คือ Jose Feliciano เป็นนักร้องตาบอดทั้งสองข้าง เพลงดังอีกเพลงของเขาคือ "Rain"

Listen to the pouring rain
Listen to it pour,
And with every drop of rain
You know I love you more........
บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 326


ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 16 ต.ค. 12, 19:28

คงไม่มีใครในเรือนไทย ทันรู้จักโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมบุรี  ยิงฟันยิ้ม
เป็นโรงภาพยนตร์เก่าคร่ำคร่า แต่ฉายหนังฝรั่ง   การ์ตูนหลายเรื่องของวอลท์ ดิสนีย์ก็ฉายที่นี่.......

ผมคิดว่าอาจารย์คงตัง้ใจจะสื่ิอว่า "ไม่มีใครในเรืนไทยที่ไม่รู้จักโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมบุรี"
ด้านข้างเฉลิมบุรี (ห่างสัก 2-3 คูหา) มีร้านลอดช่อง ทุกวันนี้ก็ยังขายอยู่ ชื่อว่าร้าน "ลอดช่องสิงคโปร์"
บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 326


ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 16 ต.ค. 12, 19:31

        โรงหนังในความทรงจำที่เสียดายที่สุดคือ อินทรา ที่โรงแรมอินทรา ประตูน้ำ ครับ

           โรงใหญ่ จอกว้าง เพราะมีเวทีสำหรับการแสดงนาฏศิลป์สากลก่อนฉายหนัง แต่จัดการแสดงได้
เพียงสองชุดก็ต้องล้มเลิกไป ไม่ประสบความสำเร็จ

           เปลี่ยนมาเป็น ซีเนรามา ฉายด้วยเครื่องฉายสามเครื่อง ปรากฏเห็นรอยต่อชัดเจนบนจอยักษ์ คนดูไม่นิยม

           จึงเปลี่ยนเป็น ซีเนรามา ซิงเกิล เลนส์ ที่ให้ภาพใหญ่ไร้รอยต่อ ฉายหนังเก่า หนังใหญ่คับจอ

           ช่วงนั้นได้มาดูหนังเก่าที่นี่อย่างเต็มตา ตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็น บัญญัติสิบประการ, เบน เฮอร์, เซาธ์ แปซิฟิค,
มนต์รักเพลงสวรรค์ (ครั้งที่สอง), กรากะตั้ว เกาะมหาภัย, ดร. ดูลิตเติ้ล ฯลฯ      

ภาพจาก โค้กไทย - วันเสด็จพระราชดำเนินรอบปฐมทัศน์ ที่โรงภาพยนตร์อินทรา  

จำไดว่าได้มีโอกาสดู The sound of Music ที่โรงหนังอินทรา รวมทั้งอีกหลายเรื่อง
หาโรงหนังที่ยิ่งใหญ่เท่าอินทราไม่มีอีกแล้วครับ
บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 326


ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 16 ต.ค. 12, 19:43

     พ.ศ. ๒๕๐๔ จุฬาฯ ทำสัญญาให้บริษัทเอกชนลงทุนสร้างอาคารพาณิชย์  สำเร็จในปี ๒๕๐๗

       ช่วงนั้นวังบูรพายังคึกคัก สยามสแควร์เงียบเหงา  เสี่ยซัว คุณพิสิฐ ตันสัจจา จากเฉลิมไทยมาสร้าง
โรงหนัง สยาม พ.ศ. ๒๕๐๙ ได้รับความสำเร็จ เกินคาดฝัน เสี่ยซัวรุกคืบสร้างลิโด สกาลา

       กลายเป็น ๓ ทหารเสือ ใหม่เอี่ยมและทันสมัยสุดๆ ดับรัศมี ๓ ทหารเสือ เจ้าเก่าแห่งวังบูรพาไปโดยพลัน

       สยาม มีเสน่หาดึงดูดใจ เพราะเหตุใด

       เป็นสถานบันเทิงที่ให้ความรู้สึกสดชื่นรื่นรมย์ เหมาะเป็นที่นัดหมายของเพื่อนฝูงและหนุ่มสาว
มีคอฟฟี่ช็อปบรรยากาศน่าดื่มกิน มีร้านอาหาร เสื้อผ้า เครื่องสำอาง รองเท้า แผ่นเสียง และหนังสือ
       มีบันไดเลื่อน แห่งแรกในโรงหนัง เสนอความสะดวกสบายคุ้มค่า

       จากสูจิบัตรรายเดือนในเครือเอเพกซ์  
            สยามสแควร์ คือชื่อคอลัมน์ของ พอใจ ชัยเวฬุ กลายเป็นคำติดปากติดหู
เป็นที่รู้กันว่าได้อิทธิพลมาจาก ไทม์แสควร์
       แผ่ไปถึง มะขามสแควร์ ข้างโรงหนังเฉลิมกรุง อัมรินทร์สแควร์ เกษรสแควร์ อินทราสแควร์
แต่ต้นตำรับจริงๆ คือบางลำพูสแควร์ ของ รงค์ วงษ์สวรรค์ (ปี ๒๕๑๕)
พูดถงสยามสแควร์ก็นึกถึงสกาล่า
สมัยเป็นเด็ก โรงหนังต่างๆจะมีโปรแกรมพิเศษรอบเช้าวันอาทิตย์ตอน7โมงเช้า เป็นหนังทั่วไปแต่จัดเพื่อหาทุนสำหรับกิจกรรมของโรงเรียน
ได้ดูThe Impossible แสดงสดก่อนฉายหนังในรอบเช้าพิเศษดังกล่าว จำไม่ได้ครับว่าชื่อหนังอะไร แต่จำได้ว่าที่ดิอิมร้องเพลง "เจ้าพระยา"
ที่จำได้เพราะตอนท้ายของเพลงเขาร้องว่า "หนุ่มสาวไทยรักกุหลาบวัฒนา"
รอบนั้นจัดโดยโรงเรียนกุหลาบวัฒนา(โรงเรียนหญิงล้วน) ซึ่งอยู่ที่วัดกาลหว่าร์ เดี๋ยวนี้ถูกยุบรวมกับ "กุหลาบวิทยา" (โรงเรียนชายล้วน) เพราะนักเรียนหญิงน้อยลง (กลายเป็นโรงเรียนสห)
เหตุที่นักเรียนน้อยลงเพราะความเป็นชุมชนคริสตังค์เดิมในบริเวณนั้นหายไปเพราะทางสังฆมณฑลกรุงเทพนำที่บริเวณโดยรอบและชุมชนละแวกโบสถ์มาทำเป็นคอนโดฯ ครอบครัวเดิมจึงย้ายออกไปหมด (รวมทั้งครอบครัวผมด้วย) คนอยู่อาศัยในปัจจุบันจึงเหลือเพียงคนรุ่นเก่า (ที่เลยวัยเจริญพันธ์ุ) และคนขาจร เด็กเกิดใหม่ในละแวกนั้นจึงน้อยลง
 ร้องไห้  ร้องไห้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 16 ต.ค. 12, 19:48

คุณสุจิตราไปปลุกกระทู้นี้ให้คืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง   ยิ้ม

คงไม่มีใครในเรือนไทย ทันรู้จักโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมบุรี  ยิงฟันยิ้ม
เป็นโรงภาพยนตร์เก่าคร่ำคร่า แต่ฉายหนังฝรั่ง   การ์ตูนหลายเรื่องของวอลท์ ดิสนีย์ก็ฉายที่นี่.......

ผมคิดว่าอาจารย์คงตัง้ใจจะสื่ิอว่า "ไม่มีใครในเรืนไทยที่ไม่รู้จักโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมบุรี"
ด้านข้างเฉลิมบุรี (ห่างสัก 2-3 คูหา) มีร้านลอดช่อง ทุกวันนี้ก็ยังขายอยู่ ชื่อว่าร้าน "ลอดช่องสิงคโปร์"

ไม่ผิดหรอกค่ะ   ตอนนั้นนึกว่าสมาชิกเรือนไทยยังเกิดไม่ทันโรงภาพยนตร์เฉลิมบุรีกันทั้งนั้น
ความเป็นมาของร้านลอดช่องสิงคโปร์ อ่านได้ที่นี่
http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=16066
บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 326


ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 16 ต.ค. 12, 22:35

ช่วงหลังอ่านกระทู้ใหม่ๆไม่ค่อยไหวครับ เพราะเหมือนดารรารุ่นใหม่ มาเร็วไปเร็ว
ผมก็เลยอ้อนวอนให้ท่านเจ้าเรือนและท่าน admin ช่วยจัดเรียงกระทู้ตามเรตติ้ง
 ในที่สุดก็พบว่าเว็บนี้ทำได้อยู่แล้ว ผมก็เลยไล่อ่านกระทู้เก่าๆและอยากเติมเต็มให้สมบูรณ์เท่าที่ปัญญาจะมีครับ
บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 326


ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 16 ต.ค. 12, 22:51

Oliver เป็นหนังตุ๊กตาทองปี 1968   เนิ่นนานพอจะทำให้หนูน้อยมาร์ค เลสเตอร์ ดาราเด็กในเรื่อง กลายมาเป็นชายวัยกลางคน   ไม่เหลือเค้าเดิม

เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงอดีตสมัยอยู่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ชั้น มศ.๔ ห้อง 717
คุณครูประจำชั้นซึ่งสอนภาษาอังกฤษมอบให้พวกเราแสดงละครเรื่อง Oliver Twist ยังจำถึงประโยคทองของเรื่องนี้ว่า "Please Sir, I want some more"
ผมเองเป็นผู้กำกับครับ เหตุและผลเพราะผมขี้อาย (ในสมัยนั้น) ไม่อยากแสดงจึงสมัครเป็นผู้กำกับ
บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 326


ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 16 ต.ค. 12, 23:01

ไม่มีใครที่เห็นหน้าดาราท่านนี้แล้ว...จะไม่นึกถึง The Sound of Music...............

ภาพยนตร์ที่ปลุก กรุงเกษม ให้ตื่นจากนิทรา...........ทำให้รถราติดหนึบหน้าโรง?
ถูกพี่สาวบังคับแกมขอร้องให้ไปเป็นเพื่อน....ดู(ฟรี)...............ประมาณ 6-7 รอบ...(ด้วยความเต็มใจ)

 ยิ้มเท่ห์ ยิงฟันยิ้ม

Nothing comes from nothing, nothing ever could.
But somewhere in my youth or childhood.
I have must done something good.

เป็นท่อนหนึ่งของเพลงร้องที่หนุ่มและสาวร้องเพลงเกี้ยวกัน แต่ผมชอบความหมายเพราะใช้ได้กับทุกเรื่อง เหมือนคำพระที่ว่า "กมฺมุนา วตฺตติโลโก" (โยงกันได้นะขอรับ)
บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 326


ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 16 ต.ค. 12, 23:04

คุณศรีสยามคงอยากทราบว่าเด็กๆ ๗ คนใน The Sound of Music เป็นอย่างไรบ้าง  ก็เอารูปมาให้ดู
เรียงลำดับจากขวาไปซ้าย คือจากคนโตลงไปถึงคนเล็ก  เขาถือรูปพวกเขาไว้ด้วย เห็นไหมคะ  ยืนเรียงกันตามลำดับเดียวกับในภาพ

จำได้ว่าหลงรักลูกสาวคนที่ ๓ ของกัปตันฟอนแทรป (คนที่ ๓ จากซ้าย) เพราะนัยน์ตาสวยมาก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 17 ต.ค. 12, 09:12

น่าจะเป็นคนนี้ Angela Cartwright  เธอเป็นดาราเด็กมาก่อน  ปัจจุบันอำลาวงการไปแล้วค่ะ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 17 ต.ค. 12, 09:53

^ คุณสุจิตร คงเคยดูเธอร่วมแสดงในซีรี่ส์ดังฉายทางช่องสี่ บางขุนพรหมเมื่อหลายสิบปีก่อน
เรื่อง Lost in Space (1965-8) ชื่อไทยว่า โลกพิศวง


บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 326


ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 17 ต.ค. 12, 23:31

^
ขอบคุณท่านเทาชมพูและท่านศิลาครับ
ผมจำได้แล้วครับเรื่อง Lost in Space จำเธอคนนั้นได้ด้วย
ตัวเอกในเรื่องคือ หมอสมิธ (ที่ใส่ชุดดำ) จำประโยคเด็ดได้ว่า "อันตราย..อันตราย..." (หุ่นยนต์เป็นคนพูด)
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 10 ธ.ค. 13, 14:41

Just for the record

ขอบันทึกแวบวาบความคิดตอนนี้ไว้ในกระทู้นี้ ครับ

           นิยายการเมืองเรื่องยาวหลายภาค(อาจมากกว่าแฮรี พ็อตเตอร์) ของเมืองไทย

           ภาคหนึ่ง "มวลมหาประชาชน" ได้จบลงตรงที่ นายกรัฐมนตรียุบสภา

           ภาคต่อไปอาจได้ชื่อว่า "สภาประชาชน" (แต่ยังไม่แน่นอน)

           อาจจะพลิกผัน, อาจจะไม่ หรืออาจจะได้ชื่อที่ไม่พึงประสงค์ว่า "สงครามประชาชน"

           คนไทยทั้งหลายคือผู้กำหนดเนื้อเรื่องของภาคต่อๆ ไปว่าจะพาไปจบลงที่ตรงไหน

           จะให้จบด้วยน้ำตาแห่งการสูญเสีย หรือ น้ำตาของ "ปวงประชาสามัคคี"


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 13 ธ.ค. 13, 08:44

อินทรเน็ตทำให้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองได้ แม้ว่าอยู่คนละซีกโลก
นำภาพบางภาพมาลงไว้เป็นประวัติศาสตร์


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 13 ธ.ค. 13, 08:46

อีกสองภาพ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 11
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง