เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 6807 หนังสืออนุสรณ์ ๒ เล่ม ล่าสุด ที่น่าสนใจ ครูใหญ่ กับ แม่ของ อาจารย์ชาญวิทย์
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


 เมื่อ 30 มี.ค. 10, 04:57

เด็ดมาจากงานหนังสือด้วยความชำนาญ


เล่มแรก ชื่อ  สมาน(ใหญ่)  นภายน
ครูดนตรีศรีแผ่นดิน

อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ
นายสมาน(ใหญ่) นภายน  ต.ช., ต.ม.
วันจันทร์ที่ ๘ มีนาคม  พ.ศ. ๒๕๕๓  หนังสือหนา  ๒๑๖ หน้า
มีประวัติ ๕ หน้า   คำไว้อาลัย ๗๔  หน้า  และเป็นบทความของครูใหญ่ที่หลายคนคงหาอ่านไม่ได้


ท่านที่เคารพนับถือได้สั่งไว้ว่า  เจอหนังสือครูเก็บมาฝากด้วยนะ
เพราะเข้าใจว่าดิฉันนั่งอยู่ในงานหนังสือประจำ
ซึ่งก็ถูกอีกนั่นแหละ
หนังสือเล่มนี้หมดแล้วค่ะ
เจ้าของร้านเล่าว่าได้มา ๒ เล่มเอง


เดินหาหนังสือจนสามารถสืบสวนสอบสวนหาเบาะแสได้
จึงเปรย ๆไปว่า  หมู่นี้ใครหาหนังสืออะไรกัน
เจ้าของร้านปรีดา(แปลว่าดีใจมากที่ดิฉันเปิดโอกาสให้พูด  ไม่ใช่ว่าร้านชื่อปรีดา) หยิบหนังสือสองเล่มอยู่ในห่อเดียวกันมาให้
ออกชื่อบุคคลสำคัญในวงการคนหนึ่ง ว่าได้มาวิ่งหาไปให้นักเขียนเรื่องโบราณ   

มีหรือที่ดิฉันจะไม่ตามอ่าน
 
หนังสือชื่อ  แม่: กลับจากบ้านโป่งถึงปากน้ำ(From Paknam to Bangkok)
หนังสือหนา ๖๒๔ หน้า
มีเรื่องราวของบ้านโป่ง   ยามสงคราม  วิกฤตการณ์บ้านโป่ง  ไฟไหม้บ้านโป่ง

หนังสือเล่มเล็กที่มี VCD เรื่องเดียวกันแนบมาด้วย

จะขอคัดลอกตอนที่น่าสนใจมาฝาก
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 30 มี.ค. 10, 05:08

เรื่องราคาหนังสือนั้น
เจ้าของร้านไม่กล้าพูดดัง ๆ เพราะเกรงประชาชนที่อยู่แถวนั้นจะตกใจวิ้งหนีไป
ได้จดลงในกระดาษแล้วยื่นให้ดู


ดิฉันพยักหน้าหนึ่งครั้ง โดยไม่ต้องต่อสู้ฆ่าฟันกระทำสงครามกันสืบไป

แต่หนังสือหมดเสียแล้ว
ก็ไม่ทราบว่าจะพูดเรื่องราคาไปทำไม


หนังสืออนุสรณ์อีกเล่มหนึ่งที่ดูจะลึกลับตื่นเต้น เพราะเจ้าของร้านหนังสือและสำนักพิมพ์ซุกซ่อนมาฝาก
เจ้าของร้านและสำนักพิมพ์อีก ๒ คน  คือ หนังสืออนุสรณ์คุณรงค์  วงษ์สวรรค์
เนื่องด้วยดิฉันไม่ได้ของฝากกับเขาด้วย  ยืนเปรี้ยวปากอยู่
จึงยังไม่มีอะไรจะเล่าค่ะ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 30 มี.ค. 10, 05:26

อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์  ดนัย  ศรียาภัย  เล่าเรื่อง น่ารัก ๆ


     วันหนึ่งกลุ่มไปรับประทานอาหารที่โรงแรมใหญ่ที่บางลำพู    สนุกกันจนดึก
ก็มีความคิดกันว่า   น่าจะให้มีการแข่งขันเล่าเรื่องตลกโปกฮาในหมู่
เหมือนกันประชันระหว่างชายหญิง

ฝ่ายชายคือ ใหญ่ นภายน
ส่วนฝ่ายหญิงก็เป็นศิลปินรุ่นเดียวกัน

คืนนั้นทางบ๋อยและเจ้าหน้าที่โรงแรมปิดประตูหน้าต่างของโรงแรมมานั่งฟังกันนับเป็นร้อย
พร้อมกับเสียงหัวเราะ  เสียงฮา
เสียงปรบมือ ปรบเท้าให้ลั่นโรงแรม  จนกระทั่งเกือบเที่ยงคืน

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 30 มี.ค. 10, 05:33

ศ. นายแพทย์พูนพิศ   อมาตยกุล     เขียนว่า


พี่ใหญ่ เป็น  นักดนตรีวิทยา(musicologist)
เป็นนักเขียนบทความดนตรี
บันทึกงานเขียนไว้เป็นสมบัติของชาติ
มีผลงานเป็นลายลักษณ์อักษร
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 30 มี.ค. 10, 05:46

ไมตรี  ลิมปิชาติ

     พี่ใหญ่เล่าประสบการ์ณอะไรต่ออะไรได้เยอะแยะ
ล้วนน่าสนใจและสนุก   เพราะมีวิธีการเล่า   
ทำให้ผู้ฟังต้องยิ้มและหัวเราะชอบใจทั้ง ๆ ที่บางช่วงตอนในชีวิตเป็นเรื่องเศร้า




นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย  ชมัยพร  แสงกระจ่าง

     เป็นครูเพลง  เป็นนักเขียน   เรียนรู้โลก
เป็นลมโบกเย็นขวัญกันทั่วหน้่า
เป็นดวงใจลูกหลานที่ผ่านมา
เป็นแสงกล้าส่องประกายใจทุกคน
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 30 มี.ค. 10, 06:11

อารมณ์ขันของศิลปินนักแต่งเพลง
เสวนาผู้รับรางวัลนราธิป
๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๘
ดำเนินรายการโดย  ชมัยพร  แสงกระจ่าง

(หนังสืออนุสรณ์  หน้า  ๑๔๐)


     "ผมอยู่ละครร้องของน้าเลื่อน  แม่ประสาน ของน้าชม้อย  แม่ฉวี   แล้วก็ไปร้องเพลง
เพลงที่ผมร้อง คือ  ตองต้องลม

     ตองต้องลม   อาเหลิมเป็นคนละคร   น้าเลื่อนเป็นพระเอก   น้าปทุมเป็นนางเอก
ยืนอยู่ในดงกล้วย

น้าเลื่อนเป็นคนร้องเพลงตองต้องลม

หัวหน้าใส่ทำนอง   แล้วอาเหลิมใส่เนื้อ

...ยอดตองต้องลม        ชื่นชมเมื่อลมโชย
......ลมพัดสะบัดใบ   ฉีกขาดบาดใบไม่อาจต้านลม........

ถ้าเป็นสมัยนี้เด็กบอกว่า  ครูร้องอะไรเชยแหลก


     สมัยก่อนเพลงฝรั่ง  นักร้องจะต้องร้องสำเนียงไทย
แต่สมัยนี้เพลงไทย  เด็กสมัยใหม่ต้องร้องด้วยสำเนียงฝรั่ง
(ร้องเลียนเสียงวัยรุ่น)

...........จ่างกระฉ่างฟ้า.....นะภาประดับด่าว..........โลกส้วยราวนะมิต...มึงแมน...

มันสับกัน

(เสียงฮา)"

บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6214


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 30 มี.ค. 10, 09:39

            ขอบคุณครับ ชื่นชอบครูใหญ่ ดูทางทีวีท่าทางเป็นผู้ใหญ่ใจดี คุยสนุก ตลกเหมือนคุณชายถนัดศรี
ครูใหญ่รู้เรื่องเก่าๆ มากมายโดยเฉพาะเรื่องแวดวงดนตรีไทย

              พ่อเคยร่วมฟังครูใหญ่คุยและเล่าเรื่องสนุกๆ แล้วนำมาเล่าให้ฟัง เช่น เรื่องลูกชายของคุณโฉมฉาย
มีชื่อเล่นเรียกว่า ไอ้เปี๊ยบ เพราะหน้าตาเหมือนบิดาเปี๊ยบ

              (คิดว่าเรื่องนี้เป็นที่รับทราบกันพอสมควรแล้ว แต่หากเห็นว่าเป็นข้อความพาดพิง ไม่เหมาะสม
ฝากผู้ดูแลเว็บลบด้วย ครับ)

            สถานที่ผู้อาวุโสไปชุมนุมนั่งคุยเรื่องเก่าๆ กันนี้ก็คือ ร้าน ออน ล๊อก หยุ่น (สะกด ตามป้ายชื่อร้าน)
อยู่แถวศาลาเฉลิมกรุง ตอนเด็กๆ เคยมีโอกาสได้ไปนั่งสอง-สามครั้ง

              ลองค้นหาดูจากเน็ท พบว่าทางร้านยังอยู่และยังอนุรักษ์สภาพเดิมไว้ ครับ

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=129821


บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 30 มี.ค. 10, 10:46

สิ่งที่ท่านเล่าเป็นความรู้ทั้งสิ้น   
ต่อไปหนังสือเล่มนี้ก็จะใช้อ้างอิงกันในวงนักเขียน
เวลานี้ก็หาไม่ง่ายแล้วค่ะ
ตามงานของท่านใน ต่วยตูนมาตลอด   รายละเอียดบางตอนก็ไม่ทราบมาก่อน



หน้า ๑๔๔

นักแต่งเพลงต้องมีที่มาที่ไปของเพลงทุกเพลง
อย่างหัวหน้าท่านแต่งเพลงลาวดำเนินทราย  มีอยู่เพลงหนึ่ง

(ช)  พี่จะจูบเเจ้าสักทีได้ไหม......
(ญ) จะจูบก็ได้ขวัญใจเอย


ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามเป็นนายกสมาคมสตรี ฯ ท่านมีหนังสือมาต่อว่า
อะไร  ดูถูกเกียรติศักดิ์ลูกผู้หญิง

ให้เปลี่ยนเนื้อใหม่ทันที


หัวหน้ากับครูแก้วก็แก้เนื้อกัน   จนกระทั่งดึกแล้ว    หัวหน้าบอกครูแก้วว่ายังไม่ได้เนื้อเลย


อยู่กันมาทั้งคืน   ครูแก้วเลยบอกว่าได้เนื้อแล้ว

(ช)   เจ้าจะอยู่กับพี่ทั้งคืนได้ไหม
(ญ)  จะอยู่ทั้งคืนก็ได้  ขวัญใจเอย

       ท่านผู้หญิงชอบมากเลย
ทั้งที่หนักกว่าเนื้อเดิมซะอีก   (เสียงฮา)"

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 30 มี.ค. 10, 11:16

หน้า  ๑๔๗                     กำพืด...ใหญ่   นภายน




ความรู้ฉันนี้ไม่มีปริญญา                             เรียนจบออกมาเพียงประถมสี่

ฉันอยากเรียนต่อพ่อตังค์ไม่มี                       เลยทู่ซี้นอนอยู่บ้านสะท้านใจ

ภาษาไทยพอเรียนรู้งู ๆ ปลา ๆ                     ก  ขอ  ก  กา  พออ่านได้

ความจำดีไม่หยอกอย่าบอกใคร                    จำมาจำไปเลยได้ดิบได้ดี

ใครไม่รู้มาเรียกฉันว่าครู                            แต่ความจริงฉันรู้แค่ปอสี่

เขียนหนังสือขายเรื่องก็ไม่ดี                         ล้วนแต่มีเรื่องเก่าไม่เร้าใจ

รถรางเรือเมล์ยี่เกลำตัด                             อีกทั้งสวดคฤหัสถ์โขนโรงใหญ่

อีกทั้งแม่น้ำลำคลองคะนองใจ                      ทำยังไงก็ไม่พ้นคนโบราณ

จนสถาบันต่าง ๆ ไว้วางใจ                          กระชากลากตัวไปกล่าวเล่าขาน

ล้วนแต่เรื่องเก่าแก่แต่โบราณ                       กลายเป็นผู้ชำนาญการวิชา

เล่าโน่นนิดนั่นหน่อยทยอยเล่า                      เรื่องใหม่เก่าเล่าไปไม่กังขา

เป็นเรื่องจริงเคยเห็นมาเต็มตา                      ใครมาต่อว่าฉันกล้ารับรอง

สมัยนี้สมัยโลกาภิวัฒน์                              ความรู้เขาวัดด้วยการศึกษา

คัดเลือกบุคคลล้วนปริญญา                         ตัวฉันนั้นชาติหน้าถึงจะมี

แล้วแต่บุญกรรมที่ทำไว้                             ชาติหน้าตอนบ่าย ๆ คงได้ดี

ตำแหน่งใหญ่เขาจัดไว้ในเมืองผี                    ตำแหน่งนี้เขาจัดให้ตอนฉันตาย

                                                   

                                                              ลงนาม  ใหญ่   นภายน
บันทึกการเข้า
กาลีเศียรขาด
อสุรผัด
*
ตอบ: 7


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 30 มี.ค. 10, 13:28

ปกของหนังสืองานครูใหญ่เป็นเช่นนี้ครับ

ภายในเนื้อหาดีครับ ส่วนเเรกเป็นภาพ เกียรติคุร คำไว้อาลัย ผลงานของครูครับทั้งเรื่องสั้นเเละเพลง


บันทึกการเข้า
กาลีเศียรขาด
อสุรผัด
*
ตอบ: 7


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 30 มี.ค. 10, 13:34

มีอยู่ในครอบครองสองเล่มครับ เพราะไปกับคุณเเม่
ภายในงานมีบรรดาครูเพลง นักร้องวงกรมประชาสัมพันธ์มากมายทีเดียว
คุณครูท่านผู้หญิงอังกาบเเละคุณครูคุณหญิงจามรีจากร.ร.จิตลดาก็ให้เกียรติร่วมงาน ร่วมกับเเขกผู้มีเกียรติอีกมากมาย


บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 30 มี.ค. 10, 16:26

ขอบคุณ คุณกาลีเศียรขาด ค่ะ



เรื่องราวที่สุดน่าอ่านของครูใหญ่อีกหนึ่งเรื่องคือ  เสื้อแดงแรงฤทธิ์ค่ะ

นักดนตรีที่ไปบรรเลงที่ออกสลากและบาร์ของกองสลาก  คือวงดุริโยธิน หรือ แตรวง ร.พันสามเก่า
นักดนตรีใส่กางเกงสีขาวและเสื้อแขนยาวพองสีแดง

การบรรเลงบนแพบาร์ของกองสลากเริ่มตั้งแต่ ๒๐.๐๐ ไปถึง ๐๑.๐๐ ของวันใหม่
ได้เบี้ยเลี้ยงภาคบ่าย ๓๐ บาท  ภาคกลางคืน ๕๐ บาท  พอเป็นค่าอาหารและค่ารถกลับบ้านสบาย ๆ

ถึงเวลาสามทุ่มนักดนตรีก็บรรเลงเพลงลีลาศ
แขกที่มาเที่ยวก็เริ่มได้ที่มากบ้างน้อยบ้างด้วยน้ำเปลี่ยนนิสัย

วันหนึ่งท่านผู้มีเกียรติท่านหนึ่งที่นั่งอยู่ทางซ้ายมือของวงดนตรี  ก็ได้สละเกียรติลุกขึ้นเดินมาหาข้าพเจ้า  พร้อมกับพูดภาษาดอกไม้

"เฮ้ย  ไอ้พวกดนตรี     กูขอเพลงเขมรไทรโยคจังหวะแทงโก้  ไม่เห็นเล่นให้ซักที   มึงเห็นกูเป็นอะไรวะ"

ได้ฟังแล้วข้าพเจ้าก็งงไปหมด  โถ  พ่อคุณ  ก็เพลงที่ขอมาก็เพิ่งจะบรรเลงจบไปเดี๋ยวนี้เอง
ข้าพเจ้าไม่ต้องการไปมีเรื่องกับขวดเดินได้

จึงใช้มธุรสวาจาอันนิ่มนวลชวนสวาทบรรจงตอบไปว่า

ได้โปรดเถิดขอรับ  อันเพลงเขมรไทรโยคนี่  กระผมเพิ่งบรรเลงจบลงไปประเดี๋ยวนี้เอง
ถ้าอยากฟังใหม่ กรุณารอสักประเดี๋ยว


พอข้าพเจ้าพูดจบเท่านั้น   ท่านผู้มีเกียรติก็เอาขวดโซดาที่ถือติดมือมา  ฟาดเปรี้ยงไปที่ราวกั้นขอบแพ
ขวดแตกกระจายไปหลายทิศทาง
ถูกข้าพเจ้าเข้าที่แก้มจนเลือดออก  และถูกเพื่อนๆนักดนตรีที่อยู่ใกล้ๆ  บาดเจ็บกันหลายคน

ข้าพเจ้ากัดฟันตั้งสติเอาทางพระเข้าข่ม   นึกถึงภาษิตที่ว่า  แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร  หรือ  อย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมา

แล้วขันติก็แตกจนได้ เมื่อได้ยินคำผรุสวาท

     "ไอ้เตี้ย...  มึงมันยังรู้จักกูน้อยไป   ประเดี๋ยวพ่อยิงทิ้งซะนี่  ไอ้...แอนนิมอล(แก้ไขนิดหนึ่งโดยวันดี)"

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 30 มี.ค. 10, 16:42

พอสิ้นเสียงท่านผู้มีเกียรติ  ข้าพเจ้าวิ่งเข้าไปหาอย่างลืมตัว
ยกเท้าขึ้นเตะแรงๆจนท่านเซแซด ๆ ไป
แล้วก็ตามไปถลาถีบท่านจนสุดแรงเกิด  จนเซถลาไปชนรั้วเหล็ก  แล้วพลิกตัวตกน้ำไป


เท่านั้นแหละครับ เพื่อน ๆ ของท่านก็วิ่งกรูกันเข้ามารุมสกรัมข้าพเจ้าคนเดียว
ในเวลานั้นเองนักดนตรีทั้งหมดก็วิ่งลงมาช่วยข้าพเจ้า เป็นมวยหมู่ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

ขณะนั้น  ในเสี้ยววินาทีนั้น  ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาข้าพเจ้า


รูปร่างสันทัด  ผิวขาว  หน้าตาคล้ายคนจีน
ข้าพเจ้ากำลังเลือดเข้าตา  คิดว่าเป็นเพื่อนของท่านผู้มีเกียรติเข้ามาช่วย


จึงต่อยไปอย่างสุดแรงเกิด  ถูกใบหน้า  ทำให้เซถลาไปนั่งบนพื้นฟลอร์



(ดิฉันอ่านทีไรก็หัวเราะอึก ๆ ๆ ทุกครั้ง เรื่องนี้  ราวกับเรื่องสามสหายกับแยสแบนด์)


เท่านั้้นละครับ  ได้ยินเสียงปืนยิงขึ้นหลายนัด ปัง...ปัง...ปัง...ปัง....



ชายผู้นั้นคือท่านเลขาธิการกองสลากคนใหม่  คุณสงวน  จันทรสาขา  น้องชายจอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 30 มี.ค. 10, 16:53

นายทหาร จ่าและนายสิบสารวัตรหลายคนก็เดินเข้ามาหาข้าพเจ้ากับเพื่อน
และอธิบายว่า ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร

ข้าพเจ้าเดินเข้าไปหาคุณ สงวน จันทรสาขา พร้อมกับก้มลงกราบขออภัยโทษ

คุณสงวนท่านดีใจหาย  ไม่ถือโทษและไม่ถือโกรธ



จอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์  ตอนนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี  รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม   รัฐมนตรีมหาดไทย  อธิบดีกรมตำรวจ  และประธานกรรมการอำนวยการกองสลาก


(เรื่องนี้ขำลึกอย่างไรก็ตอบไม่ได้     ครูใหญ่ท่านสงบสันติร้องเพลงในลำคอฮึมฮัมอยู่เรื่อย ๆ  ก็โดนพาตัวไปพบกับ ท่านจอมพล)

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 30 มี.ค. 10, 17:03

ข้าพเจ้ากับเพื่อนนั่งรออยู่โดยมิได้พูดจากันเลย

ได้ยินนาฬิกาบอกเวลาตีสามพอดี  ท่านก็ลงมา
สวมกางเกงขาสั้นใส่เสื้อยืด  สวมรองเท้าแตะ

ข้าพเจ้ากับเพื่อนก็ลุกขึ้นทำความเคารพ


"นั่ง"  ท่านพูดเสียงห้าว ๆ  แล่วหันไปถามคุณสงวนที่นั่งอยู่ข้างล่างว่า

"เฮ้ย  ไอ้หงวน  จะเอาอย่างไรกับไอ้เด็กสองคนนี่วะ"

คุณสงวนก็ลุกขึ้นตอบท่านไปว่า

"ไม่เอาหรอกครับ  เพราะเด็กมันเข้าใจผิดคิดว่าผมเป็นเพื่อนกับไอ้พวกนั้น  และอีกอย่างหนึ่งผมก็พึ่งไปรับหน้าที่  มันไม่เคยเห็นหน้าผมมาก่อน
นี่มันก็มากราบขอโทษผมสองครั้งแล้ว   ยกโทษให้มันเถิดครับ"
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง