เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
อ่าน: 6381 วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร
yutthana
สุครีพ
******
ตอบ: 1599


สุนทรียภาพแห่งศิลปไทย


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 16 มี.ค. 10, 17:31

ลายละเอียดซุ้ม


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
yutthana
สุครีพ
******
ตอบ: 1599


สุนทรียภาพแห่งศิลปไทย


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 16 มี.ค. 10, 17:33

ลายละเอียดซุ้ม


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
yutthana
สุครีพ
******
ตอบ: 1599


สุนทรียภาพแห่งศิลปไทย


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 16 มี.ค. 10, 17:35

ลายละเอียดซุ้ม


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
yutthana
สุครีพ
******
ตอบ: 1599


สุนทรียภาพแห่งศิลปไทย


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 16 มี.ค. 10, 17:37

รูปยักษ์แบกหล่อด้วยโลหะครับ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
yutthana
สุครีพ
******
ตอบ: 1599


สุนทรียภาพแห่งศิลปไทย


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 16 มี.ค. 10, 17:39

รูปประตูด้านข้าง


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
yutthana
สุครีพ
******
ตอบ: 1599


สุนทรียภาพแห่งศิลปไทย


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 16 มี.ค. 10, 17:52

ลายเทพพนมในซุ้ม


บันทึกการเข้า
yutthana
สุครีพ
******
ตอบ: 1599


สุนทรียภาพแห่งศิลปไทย


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 16 มี.ค. 10, 17:53

บานประตูเป็นรูปเสี้ยวกางหล่อด้วยโลหะครับ


บันทึกการเข้า
kui045
มัจฉานุ
**
ตอบ: 84


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 18 มี.ค. 10, 17:16

เคยไปชมจิตรกรรมที่พระที่นั่งทรงผนวช
สวยดี เล่าเรื่องราวช่วงปลาย รัชกาลที่ ๔
ตอนทรงเสด็จไปทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่หว้ากอ
เล่าจนถึงรัชกาลที่ ๕

แต่เสียดายที่ห้ามถ่ายภาพ
ยังมีภาพของขุนนางสมัยนั้นด้วย

ที่วัดนี้อยากไปชมพระพุทธรูปสำคัญองค์หนี่ง
ที่อัญเชิญมาจากอุตรดิตถ์(มั้งถ้าจำไม่ผิด)
แต่ไม่รู้ว่ประดิษฐานอยู่ที่ไหน
ต้องไปหาข้อมูลก่อน

คงได้มีโอกาสอีกแน่นอน
บันทึกการเข้า
yutthana
สุครีพ
******
ตอบ: 1599


สุนทรียภาพแห่งศิลปไทย


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 18 มี.ค. 10, 22:14

  ครับพระพุทธรูปที่คุณไก่อูพูดถึงคือพระฝางครับประดิฐษ์ฐานอยู่ด้านหน้าของตึกพระวิหารสมเด็จเสาวภาผ่องศรีครับเป็นพระทรงเครื่องที่งดงามมากองค์หนึ่งเสียดายที่ตอนเขาเอามาซ่อมไม่ได้ถ่ายรูปไว้พอซ่อมปิดทองใหม่แล้วมันดูแปลกๆยังไงก็ไม่รู้ประวัติมีดังนี้
พระวิหารสมเด็จ (ส.ผ.) เป็นตึกจตุรมุข ๒ ชั้น แต่มุขด้านใต้เชื่อมต่อกับมุขกุฏิสมเด็จ มุขด้านตะวันออกและตะวันตกขยายยาวเป็นชั้นเดียว บันไดพื้นชั้นล่างปูหินอ่อน ชั้นบนปูไม้
    ความงามของพระวิหารนี้อยู่ที่ประตูหน้าต่างที่เขียนลายไทยรดน้ำทั้งชั้นล่างและชั้นบน หน้าบันและซุ้มประตูหน้าต่าง ปั้นลายก้านขดประกอบตราพระนามาภิไธยย่อ "ส.ผ." (เสาวภาผ่องศรี) ลงรักปิดทองประดับกระจก
    ข้างบันไดขึ้นด้านหน้าหล่อราชสีห์ประดับ ๒ ตัว
     ภายในทั้งชั้นบนชั้นล่าง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณ ขนาดและสมัยต่าง ๆ ตลอดจนเครื่องลายครามจีนต่างชนิด เฉพาะชั้นล่างมีตู้พระธรรมลายรดน้ำ เป็นลายไทยประกอบภาพต่าง ๆ เช่นรามเกียรติ์ เวสสันดร เป็นต้น
     พระวิหารสมเด็จนี้ "สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ" ทรงบริจาคพระราชทรัพย์สร้างสำเร็จในปี พ.ศ.๒๔๔๕ ตามพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะให้เป็น "หอธรรม" หรือ "หอสมุด" ประจำวัด ชื่อว่า "หอพุทธสาสนสังคหะ" ต่อมา พ.ศ.๒๔๔๘ โปรดเกล้าฯให้รวมกิจการหอธรรมเข้ากับหอพระสมุดวชิรญาณ หอพระมณเฑียรธรรม เป็นหอพระสมุดสำหรับพระนคร คงเหลือสิ่งของและคัมภีร์พระไตรปิฎกสำหรับวัดเท่านั้น หอพุทธสาสนสังคหะ จึงกลายเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป และตู้พระธรรมเป็นส่วนใหญ่
     พระพุทธรูปสำคัญที่ประดิษฐานที่พระวิหารสมเด็จ คือ
    ๑. พระฝาง ประดิษฐานในบุษบก มุขหน้าชั้นบน สามารถมองเห็นได้จากภายนอก เห็นแปลกกว่าพระพุทธรูปธรรมดาทั่วไป เพราะเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ สมัยอยุธยา ประทับนั่งขัดสมาธิราบ แบบมารวิชัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้อัญเชิญมาจากวิหารหลวง (วัดสวางค์) เมืองฝาง หรือสวางคบุรี อยู่ริมแม่น้ำน่าน เหนือเมืองอุตรดิตถ์ จึงถวายพระนามว่า "พระฝาง"
    อีกพระนามหนึ่งคือ "พระเจ้าพระฝาง" เพราะเชื่อว่า   พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปที่เคารพบูชาของ "เจ้าพระฝาง"  ซึ่งปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า เจ้าพระฝางเดิมชื่อ "เรือน" เป็นชาวเหนือ แต่ลงมาเล่าเรียนพระไตรปิฎกที่กรุงศรีอยุธยา ได้เป็นที่พระพากุลเถรราชาคณะอยู่ ณ วัดศรีโยธยา ภายหลังทรงพระกรุณาโปรดให้ตั้งขึ้นไปเป็นที่พระสังฆราชา ณ เมืองสวางคบุรี หรือเมืองฝาง โดยได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ไปด้วย มีผู้เคารพนับถือมาก เมื่อเสียกรุงครั้งที่ ๒ ได้ตั้งตัวขึ้นเป็นเจ้า แต่หาได้ลาสิกขาเป็นคฤหัสถ์ไม่ คงอยู่ในเพศสมณะ แต่นุ่งห่มผ้าสีแดง คนทั้งปวงเรียกว่า "เจ้าพระฝาง" และมีแม่ทัพนายกองล้วนแต่เป็นพระ แต่สุดท้ายสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ยกทัพไปปราบได้


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 18 มี.ค. 10, 22:55

สวัสดีครับพี่ยุทธ อยากชมพระฝางชัดๆจริงๆ ลองหารูปดูแล้วก็งามนักหนา ท่าทางจะเป็นตัวอย่างงานสมัยปลายสุดของกรุงศรีอยุธยาได้ทีเดียว

กระบวนลายกนกประดับใครไม่สู้อยุธยาปลาย น่าเสียดายที่ช่างท่านไปให้ความสำคัญกับลายประดับมากกว่าทรวดทรงโึีครงสร้าง พระท่านเลยทรงเครื่องมากเสียราวพระพม่า

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
yutthana
สุครีพ
******
ตอบ: 1599


สุนทรียภาพแห่งศิลปไทย


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 18 มี.ค. 10, 23:14

หวัดดีคูณกุ   พระฝางองค์นี้เคยดูตอนเอาลงมาซ่อมครั้งหนึ่งพอมองระดับสายตา เป็นพระอยุธยาที่งดงามมากองค์หนึ่งครับ  เนื่องจากตอนเขาซ่อมก็ถ่ายไม่ได้เอารูปตัดต่อไปดูพอแก้อยากไปก่อนแล้วกันครับ





บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 18 มี.ค. 10, 23:23

อุตสาห์ต่อมาให้ดูขอบคุณครับ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 18 มี.ค. 10, 23:32

ยังไม่นอนอีกหรอน้องเน อิอิอิ อาทิตย์หน้าไปอยู่อยุธยาทั้งอาิทิตย์เลย ดำเปงควายแน่ ร้องไห้
บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 18 มี.ค. 10, 23:53

ไปไม่ชวนอ่ะ ...  ลังเล

เดี๋ยวไปเที่ยวแล้วจะแวะไปให้เลี้ยงข้าวนะ หุหุ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.05 วินาที กับ 19 คำสั่ง