เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 24 25 [26] 27 28 ... 32
  พิมพ์  
อ่าน: 96528 สนามหลวงสมัยก่อน
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1881



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 375  เมื่อ 22 พ.ย. 10, 20:27

ตารางคุณ srisiam มี ๐ เกินมาตัวหนึ่งในรายการก่อนสุดท้ายน่ะครับ

๒๐ วา เท่ากับ ๑ เส้น (๔๐ เมตร)

เคยเจอมากกว่าหนึ่งหนในวรรณคดีเก่าว่ามีการพูดถึงระยะทางเป็นตัวเลขลอยๆ ตรวจสอบระยะดูแล้วพบว่าเป็น เส้น ครับ แสดงว่าเป็นหน่วยวัดระยะทางที่นิยมใช้กัน
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 376  เมื่อ 22 พ.ย. 10, 21:09

อ้างถึง
หากคุณหนูร่วมฯยังไม่หายงงหรือยังงงไม่พอก็ลองท่องมาตราวัดระยะของโบราณนี้ดู.......



เป็นงง....แล้วจ้าลุงSrisiamจ๋า ตอนนี้ไม่ได้อยู่กับตู้หนังสือ พรุ่งนี้จะกลับไปค้นเรื่องที่สงสัยมาเทียบ

หากคำนวนไม่เป็นอีก จะยกการบ้านมาถามที่นี่เจ้าค่ะ

เคยทำงานมีหน้าที่สั่งซื้อไม้ ก็เป็นงงมาก ๆ กับวิธีคิดราคาไม้ อย่างที่ อาจารย์นวรัตน์บอกไว้

เพราะซื้อไม้ตามจำนวนที่นายฝรั่งสั่ง แต่คนขายเป็นคนไทยเชื้อสายจีน พูดไทยไม่ชัดค่ะ กว่าจะตกลงราคาได้ เกือบลาป่วย.........
บันทึกการเข้า
srisiam
สุครีพ
******
ตอบ: 857


ความคิดเห็นที่ 377  เมื่อ 22 พ.ย. 10, 21:54

ตารางคุณ srisiam มี ๐ เกินมาตัวหนึ่งในรายการก่อนสุดท้ายน่ะครับ

๒๐ วา เท่ากับ ๑ เส้น (๔๐ เมตร)

เคยเจอมากกว่าหนึ่งหนในวรรณคดีเก่าว่ามีการพูดถึงระยะทางเป็นตัวเลขลอยๆ ตรวจสอบระยะดูแล้วพบว่าเป็น เส้น ครับ แสดงว่าเป็นหน่วยวัดระยะทางที่นิยมใช้กัน

ขอบพระคุณและขออภัยครับ..........
แก้แล้วจ้า...


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
nudongky
อสุรผัด
*
ตอบ: 1


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 378  เมื่อ 23 พ.ย. 10, 16:22

 :)ขอบคุนหลายๆๆ
บันทึกการเข้า

NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 379  เมื่อ 24 พ.ย. 10, 08:02

รูปวังหน้าในสมัยรัชกาลที่๔   มองจากมุมสูง ผ่านข้างกำแพงวังหลวงด้านกระทรวงกลาโหมปัจจุบัน
 
มองเห็นแต่อาคารน้อยใหญ่ไม่ค่อยจะเป็นระเบียบเท่าไรเพราะเป็นชั้นนอกๆ ส่วนพระราชฐานชั้นในจริงๆที่ยังคงเก็บรักษาไว้จนปัจจุบันไม่ปรากฏในภาพ เพราะถูกกลุ่มอาคารที่รื้อลงแล้วนั้น บดบังหมด


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 380  เมื่อ 24 พ.ย. 10, 08:07

วันก่อนผมเข้าไปในเมืองมา  แล้วก็เลยหาโอกาสไปเดินเที่ยวในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อดูทรากกำแพงวังหน้าอันเป็นโบราณสถานของชาติที่ทางมหาวิทยาลัยได้อนุรักษ์ไว้อย่างดี มีนิทรรศการจัดไว้บรรยายความว่าทรากที่ปรากฎนั้นเป็นทรากกำแพงพระนคร ซึ่งก็จริงอยู่ว่าแนวกำแพงพระนครวนรอบตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยาและแนวกำแพงวังหน้ามาชนต่อกันในแนวฉากทางด้านนี้ กำแพงพระนครจึงเป็นส่วนหนึ่งของวังหน้าไปโดยปริยาย ไม่ได้มีกำแพงซ้อนกำแพงเป็น๒ชั้นดังในรูปที่ติดแสดงไว้


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 381  เมื่อ 24 พ.ย. 10, 08:11

แผนผังที่แสดงตำแหน่งทรากที่เจอก็สอดรับกับแผนผังของวังหน้าที่ผมแสดงไปแล้วก่อนนี้   โบราณสถานที่ขุดเจอครั้งก่อสร้างอาคารคณะเศรษฐศาสตร์เป็นทรากกำแพงเมือง และทรากฐานรากของอาคารรักษาการของทหารริมกำแพงด้านในพระราชวัง


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 382  เมื่อ 24 พ.ย. 10, 08:18

มีทรากเรือโบราณฝังเลนอยู่ชายน้ำ ที่กลายเป็นดินไปแล้วเมื่อถูกค้นพบใหม่ แต่ผุเปื่อยจนรักษาไว้ไม่ได้ ดูขนาดของเรือแล้วใหญ่ไม่น้อยทีเดียว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 383  เมื่อ 24 พ.ย. 10, 08:24

พบปืนใหญ่ขนาดเล็ก ฝังดินอยู่ใกล้ๆกับเรือ ดูขนาดกระบอกแล้วอาจเป็นปืนหัวเรือก็ได้


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 384  เมื่อ 24 พ.ย. 10, 08:28

ตรงหน้าเขื่อนตรงคณะเศรษฐศาสตร์ มีศาลาที่วางสิงโตจีนนี้ ผมเคยอ่านๆพบเรื่องราวความเป็นมาอยู่เหมือนกัน จึงค้นมาให้ไว้ด้วยครับ

สมัยที่ กรมพระราชวังบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพ ดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรฯในรัชกาลที่3 ก็ได้มีผู้กราบบังคมทูลว่า พระราชมณเฑียรในพระราชวังบวรสถานมงคลนั้นอยู่ตรงกับปากคลองบางกอกน้อยและเป็นปากทางสามแพร่ง ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยในตำราจีนถือว่าไม่ดีจะมีแต่เรื่องวุ่นวาย ต้องแก้เคล็ดโดยทำรูปสิงโตคาบกั้นหยั่นไปติดไว้ที่ริมน้ำหันหน้าไปสู่ปากคลองเพื่อต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายที่จะเข้ามาในพระราชวัง

ซึ่งเครื่องรางรูปสิงโตคาบกั้นหยั่นของจีนนี้ นับแต่ครั้งโบราณถึงปัจจุบันก็เป็นที่นิยมใช้สำหรับแก้อาถรรพณ์ฮวงจุ้ยของสถานที่อยู่อาศัย หรือที่ทำงาน โดยคนจีนถือว่าเป็นเครื่องรางของขลังสำหรับปราบมาร หรือสิ่งไม่ดี ให้ออกไปและบันดาลโชคลาภมาให้ จึงนิยมหามาติดไว้โดยเฉพาะหน้าบ้านหรือที่ทำงานที่อยู่ใกล้ทางสามแพร่ง หรือมีบ้านที่หน้าจั่วบ้านอื่นหันมาตรงกับบ้านเรา บ้านที่มีเสาไฟฟ้าตรงกับหน้าบ้านและบ้านที่มีเจ้าที่เจ้าทางแรง เป็นต้น

ส่วนอาถรรพณ์ภายในวังหน้าเมื่อมีผู้กราบบังคมทูลเช่นนั้น กรมพระราชวังบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพŽ ทรงเห็นว่าหากนำป้ายรูปสิงโตคาบกั้นหยั่นไปติดไว้จะไม่เหมาะสม พระองค์จึงได้สั่งให้นำสิงโตหินมาจากเมืองจีน 3 ตัว เพื่อทำพิธีทางไสยศาสตร์มีการปลุกเสกและลงยันต์ ทำพิธีตามธรรมเนียมจีน เสร็จแล้วจึงนำลงไปไว้ในแม่น้ำเจ้าพระยาหันหน้าตรงปากคลองบางกอกน้อย (บางข้อมูลก็ว่านำไปตั้งไว้ริมน้ำเจ้าพระยา แต่ต่อมาถูกกระแสน้ำกัดเซาะตลิ่งลงไปเรื่อยๆ สิงโตทั้งสามจึงร่วงหล่นไปอยู่ใต้น้ำ) กระทั่งต่อมาได้มีผู้นำสิงโตตัวเล็ก 1 ใน 2 ตัว ขึ้นมาตั้งไว้ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสร้างศาลให้เป็นที่สักการะบูชา ส่วนสิงโตตัวใหญ่และตัวเล็กอีก 1 ตัว นั้นได้มีนักประดาน้ำดำลงไปดูยังเห็นว่าคงอยู่ในตำแหน่งเดิม เพียงแต่มีตะไคร่น้ำเกาะอยู่หนาเตอะ

นี่ก็เป็นที่มาของการแก้อาถรรพณ์ในรั้ววัง ซึ่งทำให้รู้ว่าในสมัยโบราณผู้คนและเจ้านายในยุคนั้นก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย หลักฐานนั้นก็ยังมีให้เห็นอยู่ทุกวันนี้




บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 385  เมื่อ 24 พ.ย. 10, 08:49

แล้วก็เดินเลยมาดูประตูวังทางด้านสนามหลวงครับ

ความจริงประตูนี้ถูกรื้อออกไปแล้ว แต่มีคณะนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมกันลงขันสร้างกลับขึ้นมาใหม่ในรัชกาลนี้เอง ไม่ทราบเหมือนกันครับว่าจะเป็นประตูเดียวกันกับที่เห็นในภาพนี้หรือหาไม่


บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 386  เมื่อ 24 พ.ย. 10, 09:38

ประตูในรูป 385 นั้น หากแนวกำแพงที่เห็น เป็นกำแพงหลังจากที่รื้อร่นเข้ามาเพื่อสร้างสนามหลวง
ก็น่าจะเป็นประตูเดียวกันนะคะ แต่หากรูปเก่านี้ เป็นรูปก่อนสร้างสนามหลวง ก็ไม่น่าจะใช่

สารคดีเรื่องนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ใคร ๆ ก็ไปเที่ยวแต่วังหลวง ส่วนวังหน้า คนจะเห็นแต่พิพิธภัณฑ์
ไม่มีใครนึกภาพรวม ๆ ออกว่า วังหน้าจริง ๆ เป็นอย่างไร มีฝ่ายหน้าฝ่ายในหรือเปล่า

เรื่องสิงห์โตหินก็ได้ยินเล่าลือกันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก โดยไม่รู้ว่า เป็นเรื่องจริง หรือเรื่องลือพอสนุกไปวัน ๆ
มีคนเล่าว่า ตกน้ำที่โป๊ะเวลาจะข้ามฟากไปฝั่งรถไฟบางกอกน้อย พอตัวจมลงไปในน้ำ มองเห็นสิงโตมีขนปุกปุย ดวงตาแดงก่ำอยู่ใต้น้ำ

เด็ก ๆ ฟังแล้วได้แต่ร้องอื้อฮือ..... มีอย่างนี้ด้วยหรือ โม้หรือเปล่า

ที่แท้ก็มีสิงห์โตจริง ๆ และ มีที่มาที่ไปที่น่าฟังอย่างยิ่ง แต่คงไม่มีดวงตาแดงก่ำนะคะ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 387  เมื่อ 24 พ.ย. 10, 09:40

พอดีนึกได้ว่าในบ้านอาจจะมีรูปนี้ จึงไปค้นหนังสือหามาได้ ภาพชัดกว่าที่เอามาจากเน็ทมาก เห็นได้ว่า กำแพงและประตูวังหน้าดังกล่าวอยู่แนวเดียวกับกำแพงวัดมหาธาตุ เป็นประตูและกำแพงที่สร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่๕หลังจากที่รื้อพระราชฐานชั้นนอกของวังหน้าเพื่อทำสนามหลวงลงแล้ว พื้นที่ในกำแพงส่วนนี้ใช้เป็นกรมทหารจนถึงรัชกาลที่๘(ดูภาพถ่ายทางอากาศรูปที่แล้ว)ก่อนจะสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขึ้นที่นั่น

ในรูปข้างล่างนี้ จะเห็นส่วนยอดของประตูไม่เหมือนกับปัจจุบัน กำแพงกรมทหารที่ทำล้อกำแพงวังด้านสนามหลวงถูกรื้อทิ้งไป เพื่อเปิดทัศนียภาพขอองมหาวิทยาลัย

ถนนที่เห็นคือถนนที่ผ่ากลางสนามหลวง ผ่านกำแพงวังและกำแพงวัดไปสู่ท่าพระจันทร์ สังเกตุดีๆจะเห็นต้นมะขามปลูกเป็นแนวขอบสนามหลวง ปัจจุบันกลายเป็นมะขามเฒ่าไปแล้ว


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30683

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 388  เมื่อ 24 พ.ย. 10, 10:01

ขอย้อนกลับไปในอดีตวังหน้า   นำแผนที่วังมาลงให้ดูกันค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30683

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 389  เมื่อ 24 พ.ย. 10, 10:07

ดิฉันเข้าธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ทีไรก็ไปแต่หอประชุม กับคณะศิลปศาสตร์    คณะอื่นๆอยู่ตรงไหนจำไม่ได้ เพราะไม่ค่อยได้เข้า
ก็เลยเทียบได้แค่คณะที่รู้จัก
ส่วนที่เป็นฝ่ายในของวังหน้า บรรดาเจ้าจอมหม่อมห้ามอยู่กัน ตรงกับคณะศิลปศาสตร์


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 24 25 [26] 27 28 ... 32
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.074 วินาที กับ 19 คำสั่ง