เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 5103 จิตรกรรมสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



 เมื่อ 29 พ.ย. 09, 21:16

สวัสดีครับผมพึ่งสมัครสมาชิกเรือนไทย อยากรบกวนชาวเรือนไทยเล็กน้อยว่ามีท่านใดสนใจจริงกรรมฝาพนังสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวไหมครับ
โดยเฉพาะในวัดแบบพระราชนิยม อยากทราบว่าใครได้เก็บภาพถ่ายไว้บ้างไหมครับ ขอแบ่งปันบ้าง ด้วยผมจะเก็บมาทำวิจัยในอนาคต
ขอบคุณครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 30 พ.ย. 09, 02:46

เชิญครับ คุณมาถามถูกที่แล้วล่ะครับ
ที่นี่มีคนสนใจจิตรกรรมอยู่หลายท่านเลย
ลองกดที่ "ค้นหา" ตรงแถบข้อมูลด้านบน แล้วหากระทู้อ่านดูนะครับ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 30 พ.ย. 09, 08:19

ผมในฐานะผู้ดูแลห้องและหัวหน้าชมรมฯ ขอขอบคุณคุณติบอที่แนะนำให้เพื่อนสมาชิกครับ ก็เพิ่มเติมให้ว่าให้ดูที่กระทู้ปักหมุดในหัวข้อการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังก่อนก็ได้ และถ้าสนใจจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่3จริง ขอแนะนำให้ไปอ่านหนังสือชื่อ"จิตรกรรมไทย สมัยรัชกาลที่3 ความคิดเปลี่ยน การแสดงออกก็เปลี่ยนตาม"ของอาจารย์สันติ เล็กสุขุม ท่านเขียนไว้น่าอ่าน สำนักพิมพ์เมืองโบราณ ลองไปอ่านดูแล้วจะมีความเข้าใจเพิ่มขึ้นครับ(ภาพประกอบ จิตรกรรมฝาผนังวัดสุวรรณาราม สมัย ร.3)


บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 30 พ.ย. 09, 14:28

ขอบพระคุณทุกท่านที่เมตตาให้ความร่วมมือนะครับ
หนังสือเล่มดังกล่าวที่คุณหัวหน้าแนะนำมา ผมได้อ่านแล้วครับ มีประโยชน์มากๆ จุดประกายได้ดีจริงๆ (จริงๆเพราะหนังสือเล่มนี้จึงได้จุดประกายถึงงานที่ตั้งใจว่าจะวิจัย...)
คือผมจะค้นคว้าเกี่ยวกับจิตรกรรมฝาผนังของวัดแบบพระราชนิยมที่ได้รับอิทธิพลจีนนะครับ โดยเฉพาะอิทธิพลของจีนทางตอนใต้ ตระกูลช่าง
หมินหนานครับ (闽南) ชาวจีนกลุ่มนี้คือพวกจีนแต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน กวางตุ้ง ที่มาเมืองไทยนะครับ พื้นเพเดิมอยู่ทางตอนใต้ของกว่างตง กับฟุเจี้ยนนะครับ
ตอนนี้ผมเรียนภาษาอยู่ที่เมืองจีนมีข้อมูลของจีนให้ค้นคว้าเยอะแยะเลย...แต่ไม่มีภาพจิตรกรรมไทยให้เปรียบเทียบ ถ้าใครว่างๆแล้วมีโอกาสไปถ่ายรูปแล้วมาลงบ้างจะขอบพระคุณอย่างสูงเลยครับ
ของคุณอีกครั้งนะครับ
สวัสดีครับ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 30 พ.ย. 09, 14:46

ขอโทษที่คงช่วยอะไรไม่ได้มากค่ะ  คุณ jean คงจะช่วยได้มากกว่า
ไปเจอภาพนี้เข้า  จากบล็อคโอเคเนชั่น
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=263352
เป็นภาพบนผนังหอระฆัง วัดราชโอรส

หนังสือจีนที่เขียนไว้ ใครอ่านออกบ้างคะ?


บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 30 พ.ย. 09, 23:27

ภาพดังกล่าวเป็นภาพจิตรกรรมจากวัดราชโอรสครับ
เป็นภาพจากเรื่องไซอิ๋ว ภาษาจีนเรียกว่า “西游记” แปลกันตรงๆก็คือ “เรื่องราวบันทึกการท่องเที่ยวไปในแดนตะวันตก” แต่มีน้องที่เรียนด้วยกันคนหนึ่งแปลเพราะกว่าผม เธอแปลว่า “นิราศท้องแดนปัจฉิม” ดูมีสกุลกว่าเยอะมาก
จากภาพ เนื่องจากภาพไม่ชัด อ่านได้แต่อักษรสองตัวหลังครับ (หรือจากการอ่านแบบจีนและไทยในปัจจุบันสองตัวแรก) ตัวแรกคือคำว่า “门: men” แปลว่าประตู ตัวที่สองคือ “天 :tian” แปลว่าฟ้า หรือแปลว่าสวรรค์ก็ได้ ส่วนตัวสุดท้าย
ขออภัยจริงๆครับมองไม่เห็นจริงๆ ตอบไม่ได้ว่าตัวอะไร การแปลนั้นต้องอ่านจากหลังมาหน้านะครับเพราะเขียนแบบจีนประเพณี อ่านว่า “ประตูสวรรค์...” อะไรสักอย่างหนึ่งแน่ๆ ฉากดังกล่าวคงเป็นฉากหงอคงบุกสวรรค์ จะตอนใดไม่กล้ากล่าวเพราะเห็นไม่ชัด
ทั้งนี้ทั้งนั้น ใครเข้าวัดราชโอรส แล้วเห็นตัวอักษรจีนที่ประดับในภาพจิตรกรรมของวัด ขออวดหน่อยนะครับ ทั้งหมดเป็นการเขียนใหม่แทนของเก่าที่หายไป อาจารย์ชาวจีนจากธรรมศาสตร์เอกภาษาจีนมาเป็นคนเขียนตัวอักษรจีนให้ –  ทั้งพระอุโบสถ – แล้ววันนั้นเด็กธรรมศาสตร์ก็ตามไปช่วยปิดทองในตัวอักษร   
ส่วนภาษาจีนที่เขียนประดับตามลวดลายในพระอุโบสถ ประพันธ์เป็นกลอนภาษาจีน และตัวอักษรทุกตัว ย้ำ – ทุกตัวที่เขียนประดับ – ไม่ได้เขียนแบบธรรมดา เพราะการเขียนอักษรจีนจริงการเขียนบนอะไรจะใช้รูปแบบการเขียนต่างกัน ท่านก็เขียนต่างกันจริงๆ ตามลักษณะของภาพต่างๆที่ท่านจะเขียนตัวอักษรประดับ บางส่วนนำมาจากบทกวีโบราณของจีน (ทั้งนี้เป็นอักษรจีนแบบดั้งเดิมไม่ใช่ตัวย่ออย่างที่ใช้กัน) อาจารย์ท่านนั้นชื่อว่าอาจารย์ดร. เจี๋ยครับ ส่วนภาพจิตรกรรมว่าควรเขียนอย่างได้รับคำแนะนำจากนักวิชาการอิสระท่านหนึ่งครับ คือ อาจารย์เศรษฐพงษ์เกรงใจ ตัวอย่างภาพเอามารูปแบบมาจากหนังสือรูปมงคลจีนของอาจารย์พรพรรณ แต่การว่างส่วนต่างๆของภาพเป็นความคิดของจิตรกรเอง
ทั้งตอนค้นคว้าเพื่อหาข้อมูลมาเขียน อาจารย์เอกจีนธรรมศาสตร์ทุกท่านช่วยกันส่องภาพถ่ายเก่าๆ เพื่อที่จะอ่านว่าบทประพันธ์โบราณที่หลงเหลือมีอะไรบ้าง เพราะไม่อยากเขียนใหม่ ทรมานเหลือทนเพราะทุกท่านชราภาพแล้ว สายตาไม่ค่อยดีแต่ก็พยายามแก แต่บางส่วนไม่มีหลักฐานจริงๆเลยแต่งใหม่ โดยผู้แต่งคืออาจารย์ดร.เจี๋ยครับ (ปัจจุบันท่านย้ายไปแล้วผมไม่ได้ติดต่อท่าน)
เรื่องเก่าๆนี้เกิดตอนบรูณะครั้งล่าสุดครับ เลยเล่าสู่กันฟัง
ป.ล. ตอนเป็นนักศึกษาคยทำการค้นคว้าจิตรกรรมในวัดแห่งนี้ เลยมีโอกาสได้เข้าไปร่วมในการค้นคว้าเพื่อจะเขียนรูปบ้าง
แล้วถ้าใครอยากให้เล่าเรื่องบทกวีโบราณที่เหลืออยู่ในภาพจิตรกรรมก็ได้นะครับ ถ้าจะไม่การวุ่นวายเว็บ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 01 ธ.ค. 09, 08:25

อ้างถึง
แล้วถ้าใครอยากให้เล่าเรื่องบทกวีโบราณที่เหลืออยู่ในภาพจิตรกรรมก็ได้นะครับ ถ้าจะไม่การวุ่นวายเว็บ

สนใจค่ะ 
ขอเสนอให้ตั้งที่ห้อง ภาษาและวรรณคดี
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 01 ธ.ค. 09, 08:25

อยากจะช่วยเหลืออยู่นะครับ แต่ผมเองไม่ค่อยมีภาพเลยเกี่ยวกับพระราชนิยมในรัชกาลนี้
ขอนุญาตแนะนำกระทู้วัดนางนองของพี่ยุทธนานะครับ น่าจะพอไ้ด้ หรืออยากได้ภาพจากที่ไหน
ก็ระบุภาพก็ได้นะครับ เผื่อผมจะมีบ้าง  

ส่วนที่ผมมีภาพนี้ภาพเดียว ถ้าต้องการภาพใหญ่ก็คงต้องส่งทางเมลล์นะครับ ไม่รู้จะถูกใจใหม


บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 01 ธ.ค. 09, 21:29

ขอบพระคุณครับ แค่เมตตาช่วยเหลือก็รู้สึกเป็นพระคุณอย่างสูงแล้วครับ จิตรกรรมส่วนใดก็ใดครับ แต่ถ้าได้ภาพถ่ายบริเวณประตูหน้าต่างหรือขื่อคานต่างๆจะยินดีมากเลยครับ
สมมุติว่าใครมีโอกาสไปตามวัดพระราชนิยมแล้ว แล้วพบหรือจิตรกรรมซึ่งดูเป็นศิลปะจีน หรือเป็นแบบศิลปะไทยแต่คล้ายๆศิลปะจีน แล้วถ่ายรูปมาฝากกัน
ขอขอบพระคุณในที่นี้ด้วย หากผมสามารถอธิบายได้ผมจะลองอธิบายดู
ผมเองมีความรู้เรื่องจิตรกรรมไม่มากมายเท่าไรนัก ถ้าผิดพลาดอะไรอย่างไรก็ขออภัยด้วยนะครับ
ทั้งนี้ ถ้าท่านใดมีโอกาสไปวัดราชโอรส แล้วถ่ายรูปจิตรกรรมภายในมา โดยเฉพาะรูปอาคารจำลองต่างๆส่องดีๆ แล้วจะเจอตัวหนังสือจีนประดับตามจิตรกรรมส่วนต่างๆ
หากถ่ายรูปมา แล้วอยากให้เล่าเรื่องผมยินดีนะครับ (เพราะอยู่ที่นี้ขาดทั้งรูป มีแต่เรื่อง ไม่รู้จะทำอย่างไร...)
ก่อนไปของฝากบทกวีโบราณของจีนที่ปรากฎในภาพจิตรกรรมเหลืออยู่เพียงสองคู่ (ซึ่งอาจารย์ธรรมศาสตร์ส่องจากรูปถ่ายเก่ากันจนหมดแรง)
ผู้ถอดตัวอักษรคือาจารย์เจิง และผู้ค้นคว้าถึงที่มา คือ ดร.ปิยะมาศ ของเอกจีนธรรมศาสตร์ครับ นี้คือคู่แรก
 
“云淡风轻近午天” “傍花随柳过前川”

ส่วนเนื้อความแปลว่าอะไร และใครเป็นคนแต่ง ไว้คราวหน้าจะเล่านะครับ
ขอตัวไปอ่านหนังสือต่อก่อน
ขอบคุณอีกครั้งนะครับ
สวัสดี
(เกี่ยวกับจิตรกรรมไหมนี้...)
บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 01 ธ.ค. 09, 22:18

ตามจริงแล้วชอบศิลปะอยุธยาเป็นพิเศษ เลยมองข้ามตรงนี้ไปหน่อย เลยไม่ค่อยมีภาพ
ถ้าไม่รีบร้อนใช้ภาพ ช่วงวันอาทิตย์หน้าผมคาดว่าจะไปแถววัดราชโอรส จะลองถ่ายภาพมานะครับ
ไม่แน่ว่าจะถูกใจไหม
อีกอย่างผมเองก็ชอบเขียนอักษรจีน แต่ไม่มีความรู้เรื่องภาษานะครับ เพียงแต่เวลาเขียนมันฝึกสมาธิดี
โดนเฉพาะเวลาใช้หมึกดำเขียนครับ มันเหมือนกับการใช้ภาษาภาพ แบบสัญลักษณ์ภาพวาดมาเป็นคำๆ
ยังไงถ้าติดขัดตัวไหนผมจะรบกวนถามบ้างจะได้ไหมครับ


บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 03 ธ.ค. 09, 22:07

ถ้าผมพอจะช่วยอะไรได้ ผมยินดีเสมอครับ
   ทั้งนี้เมื่อพูดถึงเรื่องอักษรพู่กันจีน หากจะไปวัดราชโอรส  และถ่ายภาพจิตรกรรมฝาผนังมา ผมอยากให้ลองพิจารณาตัวอักษรสักนิด จะเห็นว่าอักษรที่ใช้ประดับอาคารแต่ละจุดจะมีลักษณะแตกต่างกัน โดยเฉพาะตัวอักษรจีนที่ปรากฏในภาพจิตรกรรมฝาพนัง
   ความแตกต่างดังกล่าว เกิดจากความจงใจของผู้เขียน คือ ดร. เจี๋ยชิ่ง อดีตอาจารย์ภาควิชาภาษาจีนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประสงค์ให้อักษรจีนที่ปรากฏในการบูรณะภาพจิตรกรรมวัดราชโอรส เป็นตัวอย่างแก่อนุชนชาวไทยรุ่นต่อๆของการใช้อักษรจีนซึ่งมีหลายรูปแบบ และแต่ละรูปแบบใช้ในพื้นที่ต่างกัน
ตัวอย่างของการใช้อักษรที่แตกต่างกัน ตัวอย่างดังภาพจิตรกรรมด้านหลังพระประธาน ซึ่งได้รับการเขียนใหม่ จะมีพระนามของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เขียนเป็นภาษาจีน โดยพระนามของพระองค์คือ “แต้ฮก” หรือ ภาษาจีนกลางออกเสียงว่า “เจิ้งฟู่” (郑福: Zheng Fu) โดย “แต้” เป็นแซ่ที่พระมหากษัตริย์ในพระราชวงศ์จักรีได้รับสืบทอดมาจากพระเจ้ากรุงธนบุรี ส่วน “ฮก” เป็นพระนามของพระองค์ มีความหมายว่า “ความสุข บุญวาสนา” ทั้งนี้พระมหากษัตริย์ไทยในตั้งแต่รัชกาลที่หนึ่ง เรื่อยมาจนรัชกาลที่ ๔ (หรือรัชกาลที่ ๕ เพราะผมยังไม่พบพระนาม) มีพระนามเป็นภาษาจีนทุกพระองค์
                พระนามที่ใช้ มิใช่ภาษาจีนเลียนแบบเสียงภาษาไทย ซึ่งไม่มีความหมายอย่างที่ใช้ในปัจจุบัน ปัจจุบันจะใช้อักษรจีนแต่ละตัวเลียนเสีบงภาษาไทย โดยให้อักษรที่ใช้สื่อความหมายไปในทางมงคล แต่โดยรวมทั้งชื่อแล้วไม่มีความหมายในภาษาจีน เพราะเป็นการเลียนเสียงพยางค์
                แต่เป็นพระนามดังกล่าวภาษาจีนซึ่งมีความหมายแท้ๆ การที่มีพระนามเป็นภาษาจีนอาจเป็นเพราะต้องการใช้ติดต่อทำการค้ากับทางจีน ซึ่งผมของลงรายพระนามไว้ ณ ที่นี้ โดยใช้คำอ่านเป็นภาษาจีนกลาง
                พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีพระนามว่า “เจิ้งฮั่ว” (郑华: Zheng Hua) แปลว่า แสงรุ่งโรจน์
                พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีพระนามว่า “เจิ้งโฟ่” (郑佛: Zheng Fo)แปลว่า พระพุทธเจ้า
                พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระนามว่า “เจิ้งฟู่”(郑福:Zheng Fu) แปลว่าความสุข บุญวาสนา
                พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระนามว่า “เจิ้งหมิง” (郑明:  Zheng Ming)แปลว่า แสงสว่าง
                (ที่มา:http://www.weefish.com/ask/%E6%B3%B0%E5%9B%BD%E5%9B%BD%E7%8E%8B)
   เดิมช่างเขียนเขียนเป็นอักษรพระนามย่อของพระบาทสมเด็จพระพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน แต่เจ้าอาวาสได้มาตรวจและได้ให้ความเห็นว่า วัดราชโอรสเป็นวัดประจำรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ควรเป็นพระนามของพระองค์มากกว่า
   ดังนี้ ดร.เจี๋ยชิ่ง ได้เข้ามาเขียนอักษรจีนเพื่อประดับจิตรกรรมฝาผนัง จึงได้เขียนพระนามของพระพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นภาษาจีน
   ตัวอักษรจีนที่ได้เขียนนั้นเป็นลักษณะตัว “จ้วนซู่” (篆书:Zhuan Shu) ซึ่งเป็นตัวอักษรที่พัฒนาในสมัยราชวงศ์ฉิน (秦: Qin) เป็นการใช้ลักษณะอักษรแบบขีดเส้นแทนอักษรภาพ อักษรลักษณะดังกล่าว ต่อมานิยมใช้กับตราประทับต่างๆ
   ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ เนื่องจากการเขียนพระนามเป็นเหมือนดังการลงตราพระราชลัญจรของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ดร.เจี๋ยชิ่ง จึงเลือกใช้อักษรที่ใช้กับตราประทับในการเขียนพระนาม
   ขณะเดียวกันการเขียนอักษรในตำแหน่งอื่นๆของภาพจิตรกรรมในพระอุโบสถได้ใช้ลักษณะต่างออกไปอีก โดยมีการใช้ทั้งอักษรแบบ “ข่ายซู่” (楷书: Kai Shu) หรือ ตัวอักษรแบบบรรจง และตัวอักษรแบบ “เฉาซู่” (草书: Kai Shu) หรือตัวอักษรแบบหวัด ตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ที่วาด
   แต่ทั้งนี้ส่วนดังกล่าวผมขอไม่อธิบายนะครับ เพราะจำไม่ได้ว่าอยู่ส่วนใดบ้าง หาถ่ายรูปมา และผมพอจะอธิบายได้จะลองค้นคว้าดูครับ
    (เรื่องกลอนขอติดไว้เช่นกัน เพราะว่าจำไม่ได้ว่าใช้ตัวอักษรแบบใด)
 ยิ้ม
บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 09 ธ.ค. 09, 00:42

ต้องขอโทษคุณhan_bingด้วยที่อาทิตย์นี้ผิดแผน ไม่ได้ไปวัดราชโอรสเพราะมีเรื่องให้ต้องเบนเข็มไปทำก่อน
แต่ว่าก็มีภาพน่าสนใจมาเหมือนกัน ไม่ทราบว่าจะถูกใจไหมเพราะได้โอกาสพิเศษไปชมบ้านเก่าแก่หลังหนึ่ง
ย่านตลาดน้อย ทราบคร่าวๆว่าเป็นบ้านของท่านเจ้าสัวใหญ่ท่านหนึ่ง เห็นมีพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จ
พระนั่งเกล้าฯอยู่ จึงเข้าใจว่าอาจมีประวัติเกี่ยวข้องกับศิลปะในรัชกาลนี้อยู่บ้างครับ


บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 09 ธ.ค. 09, 00:46

ที่โถงหน้าห้องป้ายบรรพบุรุษมีความสวยงามมาก ทั้งลายแกะประดับการออกแบบและโครงสร้างเครื่องบน
ซึ่งผมประทับใจค่อนข้างมากครับ แต่ภาพเกรงว่าอาจไม่สมควรเอามาลงหรือเปล่าเพราะไม่ไ้ดขออณุญาตมา
เอาเป็นว่าผมของส่งภาพทางเมลล์คงจะสะดวกกว่า
บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 09 ธ.ค. 09, 20:54

            จากภาพเป็นภาพหลังคาของคฤหาสน์ “โซว่เฮงไท่” ที่ตั้งอยู่ในตลาดน้อย เยาวราชใช่ไหมครับ
               ประวัติของคฤหาสน์ดังกล่าวได้เขียนไว้อย่างระเอียดในหนังสือเรื่อง “นาแม่” ของอาจารย์พิมพ์ประไพ พิศาลยบุตร ส่วนเรื่องราวทางสถาปัตยกรรมได้เขียนไว้ในภาคผนวกของหนังสือเล่มดังกล่าว โดยอาจารย์เศรษฐพงษ์ จงสงวน
   ผมเองเรียนด้านประวัติศาสตร์ ไม่ได้เรียนด้านสถาปัตยกรรมมาโดยตรง ดังนั้นการอธิบายอาจอธิบายได้ไม่ดีนัก อย่างไรก็ตามจากที่ผมได้อ่านมา ทั้งจากงานของท่านอาจารย์เศรษฐพงษ์ และหนังสิอประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมจีน อาคารดังกล่าว และโครงสร้างของอาคารดังกล่าว เป็นศิลปะสกุลช่างหมินหนาน (闽南: Min Nan) ซึ่งลักษณะของช่างตระกูลนี้จะกระจายตัวอยู่แถบตอนใต้ของมณฑลฟุเจี้ยน (福建省:Fu Jian Sheng) และมณฆลกวางตง (广东省:Guang Dong Sheng) หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่ากวางตุ้ง
   ลักษณะของอาคารในแถบนี้จะประดับประดาหลั งคาอย่างงดงามอลังการยิ่งกว่าอาคารในภาคเหนือ โดยการใช้กระเบื้องเคลือบสีสันสดใสประดับประดา อาจเป็นกระเบื้องรูปประติมากรรมลอยตัว หรือเป็นการตัดกระเบื้องเป็นชิ้นเล็กๆ และนำมาแปะติด
ทั้งนี้ สถาปัตยกรรมแถบหมินหนาน นิยมใช้รูปแบบการตัดกระเบื้องเป็นชิ้นเล็กๆมาประกอบ ซึ่งก็คงปรากฏให้เห็นในรูปแล้ว โดยศิลปะดังกล่าว เป็นศิลปะที่ชาวจีนแต้จิ๋วและฮกเกี้ยนใช้ ซึ่งกลุ่มชาวจีนกลุ่มนี้ได้มายังประเทศไทยมากที่สุด
ไว้วันหลังผมจะมาเล่าต่อนะครับ วันนี้การบ้านเยอะขอตัวก่อน
                มีอะไรฝากไว้ในเมลล์ได้นะครับ “han_bing_phum_h@hotmail.com”
บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 09 ธ.ค. 09, 23:05

ใช่ครับ แต่ไม่ได้ขอเขาไว้จะเอาภาพมาเผยแพร่คงดูเสียมารยาท
เรื่องที่คุณhan_bing กล่าวไว้ในคคห.ก่อนหน้าก็เป็นเรื่องที่ผมสงสัยอยู่
ว่าทำไมอาคารเช่นศา่ลเจ้าจีนในประเทศไทย ดูประดับกันมากกว่าศิลปะจีน
จำพวกพระราชวังต้องห้าม ที่ดูเรียบๆแต่ใหญ่โตจะว่าแตกต่างกันมากๆก็ใช่นะ
วันนี้พอเข้าใจซะที
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.078 วินาที กับ 19 คำสั่ง