เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 15
  พิมพ์  
อ่าน: 59036 ม.ร.ว. นิมิตรมงคล นวรัตน : ชีวิตและงาน
Bhanumet
ชมพูพาน
***
ตอบ: 199


Sleeping Red Lion


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 18 พ.ย. 09, 19:16

ขอบพระคุณ คุณเทาชมพู และคุณ NAVARAT.C มากครับ

รออ่านด้วยใจจดจ่อนะครับ  ยิ้ม
บันทึกการเข้า

भाणुमेश्वर पुन्नाग - ภาณุเมศฺวร ปุนฺนาค - BHĀṆUMEŚVARA PUNNĀGA / 劉太陽 - 刘太阳 - liú tài yáng - หลิวไท่หยาง - เหล่าไท้เอี๊ยง - lâu thài iâng
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 18 พ.ย. 09, 19:36

สิ่งที่ยากที่สุดในการวิจารณ์ คือคุณชายนิมิตรมงคล ได้บรรยายรายละเอียดและความรู้สึกนึกคิดเอาไว้ในตัวของรุ้ง    อย่างละเอียดลออ  จนคนอ่านหลับตาวาดภาพตัวละคร ก็เห็นหน้าผู้เขียนลอยขึ้นมา
บางทีก็ทำให้หลงทางไปได้  ว่าสิ่งใดที่รุ้งเป็น ก็คือผู้ประพันธ์เป็น       ทั้งๆรุ้งก็คือตัวของเขา   มิใช่ตัวม.ร.ว.นิมิตรมงคล ในชื่อแฝง
ดิฉันจะพยายามแยกข้อนี้ออกมาให้ได้   มิฉะนั้นจะกลายเป็นว่า การวิจารณ์นวนิยาย กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับวิจารณ์ชีวิตส่วนตัวของผู้ประพันธ์
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 18 พ.ย. 09, 20:29

รุ้งติดคุกอยู่จริงๆสักสี่ปีเศษ รัฐบาลก็เห็นว่านักโทษในคดีกบฏบวรเดชไม่มีฤทธิ์เดชอะไรอีกแล้ว ขังไว้ก็เปลืองข้าวหลวง แต่ก็ไม่ได้ให้อิสรภาพทีเดียว หากเอาตัวไปอบรมอยู่หลายเดือนก่อนจะปล่อย

ปัญหาใหญ่ของรุ้งกำลังติดตามมา เขาจะทำมาหาเลี้ยงชีพอะไร ในเมื่อรับราชการไม่ได้ ความรู้ทางชีววิทยาในสมัยนั้นก็ไม่มีบริษัทเอกชนที่ไหนประสงค์จะว่าจ้าง รุ้งจึงคิดที่จะเลือกอาชีพค้าขาย โดยยินดีจะไปเริ่มต้นฝึกหัดใหม่กับผู้ที่มีประสพการณ์

อีกเรื่องหนึ่งที่เคยหลอกหลอนเขาก็คือ ความรักที่รุ้งเคยมีกับสมส่วน สาวแสนสวยที่เคยสาบานรักกันในอุโบสถวัดพระแก้ว แต่เมื่อเขาต้องโทษ สมส่วนไม่คิดว่าจริงๆแล้วเขาจะติดคุกเพียงสี่ปี ก็สลัดรักเขาทันที เพราะ “สตรีเป็นเพศที่มีความคิดธรรมดา Common Sense ดีกว่าบุรุษ หากสตรีโง่เหมือนบุรุษผู้ฝ่าฝืนอุปสรรคแห่งชีวิตเพื่อรักษาเกียรติยศ ประพฤติความซื่อ ถือวาจาสัตย์ และปฏิบัติบำเพ็ญความโง่เง่าอื่นๆ ชาติมนุษย์อาจสูญสิ้น หรืออย่างน้อยต้องเสื่อมทรามลงกว่านี้….. สตรีจำเป็นต้องฉลาดพอที่จะรู้ว่าเกียรติยศเกียรติศักดิ์และคำมั่นสัญญาต่างๆ เป็นเพียงสิ่งที่ควรสลัดทิ้งเสียทันทีในเมื่อเกิดปัญหาในการดำรงชีพ เมื่อเวลาเอาจริงเอาจังกันแล้ว สิ่งอื่นจะมาสำคัญกว่าชีวิตตนมิได้ ทั้งนี้เพราะว่ามนุษย์จะสืบชาติกันต่อๆไปได้ก็ด้วยอาศัยครรภ์ของสตรี”

เมื่อคิดได้ดังนี้ รุ้งก็ให้อภัยสมส่วน

โอ้โห ท่านผู้อ่านเข้าใจไหมครับ บุรุษสมัยก่อนเขาคิดเขาปฏิบัติกันอย่างไร จะมีสักกี่มากน้อยที่คนสมัยนี้ที่จะยอมฝ่าฝืนอุปสรรคแห่งชีวิตเพื่อรักษาเกียรติยศ ประพฤติความซื่อ ถือวาจาสัตย์ เห็นมีแต่ขายสำนึกดังกล่าวแลกกับเงินตัวเดียว
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 18 พ.ย. 09, 21:13

เมื่อรุ้งถูกจับแล้วต้องจำคุก     
รุ้งเขียนจดหมายถึงสมส่วน ขอปลดปล่อยเธอจากพันธสัญญา

สมส่วนตอบจดหมายว่า ชาตินี้จะไม่ขอรักใครอีก  จะคอยเวลาที่เขาจะพ้นโทษ
เธอไม่เห็นว่าใครจะประเสริฐไปกว่ารุ้ง

นักโทษชายชื่นใจ




อีกหกเดือนต่อมา  สมส่วนขอบคุณถึงการที่รุ้งขอปลดปล่อยเธอจากสัญญารัก
เธอได้พบคนอื่นเสียแล้ว





หลายปีต่อมาเมื่อรุ้งไปเยี่ยมสมส่วนที่ป่วยหนัก

"เขาได้นึกถึงสมส่วนเหมือนกับคนไข้คนหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้จัก  หรือรู้จักเพียงห่าง ๆ
รุ้งได้ร้องไห้เมื่อแรกรู้ว่าสมส่วนป่วยหนัก       แล้วเขาหักใจว่าน้ำตาของเขาไม่ควรเสียให้แก่สตรีที่หาความสัตย์มิได้
เขามาเยี่ยมสมส่วนพอเป็นพิธี      แต่ครั้นมาถึงตัวสมส่วนแล้ว    เหตุผลและความตั้งใจอันเป็นผลิตผลของมันสมอง
ได้พ่ายแพ้แก่ความรู้สึกของหัวใจอย่างราบคาบ

"น้องรักของพี่ํ   เขาพูดเป็นเสียงสะอื้น
"พี่อยากจะเอาชีวิตของพี่มาแลกกับชีวิตของเธอ       รู้ไหมว่าเธอเป็นดวงใจของพี่..."

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 18 พ.ย. 09, 22:10

ชีวิตนักโทษระหว่างการอบรมเหมือนนักเรียนประจำที่มาอยู่กินใต้ถุนกระทรวงกลาโหม วันสุดสัปดาห์ก็กลับบ้านได้ รุ้งต้องอาศัยบ้านน้าสะอาดที่รักเขาเหมือนลูก แต่สัปดาห์นี้เขาจะไปเป็นแขกพิเศษของบ้านหลานหลวงที่สมส่วนนอนเจ็บอยู่ด้วยอาการของวัณโรคขั้นสุดท้าย

เมื่อสมศักดิ์พี่ชายและสมทรงน้องสาวมาเยี่ยมรุ้งเพื่อแจ้งว่าสมส่วนขอร้องให้มาเชิญรุ้งไปเยี่ยมเพื่อสมส่วนจะได้มีโอกาสขอโทษรุ้งเป็นครั้งสุดท้ายที่สลัดรักรุ้งไปมีคู่ใหม่ ที่ถอนหมั้นทิ้งไปอย่างไม่ใยดีเมื่อรู้ว่าสมส่วนเป็นวัณโรค ซึ่งสมัยนั้นเชื่อว่าไม่มีทางรักษาให้หายได้ ต้องตายภายในระยะเวลารวดเร็ว รุ้งก็คิดว่าจะไปเพื่อให้มันจบๆเรื่องกันไปเสียที

“ เราจะเชื่อถืออะไรกับผู้ชาย เขาเป็นเพศที่รักด้วยสมอง เราสิรักด้วยหัวใจ…….ถ้าผู้หญิงเป็นวัณโรค ผู้ชายก็หมดรัก แต่ถ้าผู้ชายเป็นวัณโรค ผู้หญิงยิ่งรักมากเพราะเกิดความสงสารเพิ่มขึ้น…….”

สองสาวลุ้นกันระหว่างรอคอยการมาของรุ้ง รุ้งจะเป็นคนประเภทไหนหนอ?

รุ้งผู้เคยร้องไห้ และหักใจว่าน้ำตาของเขาไม่ควรเสียให้แก่สตรีที่หาความสัตย์มิได้ เขาจะมาเยี่ยมสมส่วนพอเป็นพิธี แต่ครั้นมาถึงตัวสมส่วนแล้ว เหตุผลและความตกลงใจอันเป็นผลิตผลของสมอง ได้พ่ายแพ้ความรู้สึกของหัวใจอย่างราบคาบ

มิใช่แต่กิริยาวาจาที่แสดงว่าเขาได้ยกโทษให้สมส่วนแล้ว ในที่สุด เพื่อให้เธอตระหนักว่าเขาหมายความเช่นนั้นจริงๆ เขาจะกระทำตามสิ่งที่เธอขอร้อง
“ไม่ค่ะ ไม่ใช่ที่ปาก ที่หน้าผากเถอะค่ะ เขาว่ากันว่าฉันเป็นวัณโรค พี่ก็ทราบอยู่แล้ว”
“จะเป็นอะไรไป”
เขาจุมพิศที่ริมฝีปากเธออย่างรักใคร่ เขาเคยยับยั้งที่จะจูบเธอเมื่อริมฝีปากเธอเป็นสีแดงสดเหมือนกลีบกุหลาบ ซึ่งน่าจะมีรสอร่อย และหวานชุ่มเหมือนน้ำผึ้ง แต่เขาไม่ยับยั้งเมื่อถูกเตือนให้ตื่นภัยจากโรค และเมื่อกุหลาบสดแห่งริมฝีปากได้กลายเป็นกุหลาบแห้งสิ้นสวย สิ้นกลิ่น สิ้นหวาน

ความรักของรุ้งมีลักษณะอย่างที่กวีชอบหยิบยกมารำพัน

        Love is not love.
Which alters when it alteration finds,
      Or bends with the remover to remove,
O no, it is an ever fixed mark!
      That looks on tempests, and is never shaken:


คุณชายนิมิตรมงคลแปลเชคสเปียร์ท่อนนี้ไว้ว่า

รักที่มิใช่แท้                                   ก็ปรวนแปรเมื่อเกิดการ
เปลี่ยนแปลง หรือร้าวราน                   เมื่อกระทบกระเทือนถึง
อ๋อ แน่ รักแท้เป็น                           ที่หมายเช่นถูกตอกตรึง
ฟันฝ่าพายุซึ่ง                               ร้ายแรงได้ ไม่โคลงคลอน



บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 18 พ.ย. 09, 22:58

พิธีพระราชทานอภัยโทษที่กระทรวงกลาโหม      วันที่ ๑๕ เมษายน



การอ่านพระราชกฤษฎีอภัยโทษได้กระทำในเวลาอันต่อเนื่องกัน    ครั้นแล้วก็ถึงเวลาที่ท่านรัฐมนตรีกลาโหมจะให้โอวาท


         "การพูดกับท่านทั้งหลายคราวนี้ข้าพเจ้าไม่ได้เตรียมตัวมาเลย"    ท่านเริ่มต้น

"แต่มิใช่เพราะไม่รู้ตัวล่วงหน้า   แต่เป็นความตั้งใจของข้าพเจ้าที่จะมาพูดกับท่านอย่างจริงใจ
คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น          ความจริงใจของข้าพเจ้าก็คือข้าพเจ้านึกถึงพวกท่านอยู่เสมอ
เมื่อเห็นหน้าบุตรภรรยาคราวใด   ก็อดนึกมิได้ว่า    ท่านคงคิดถึงบุตรภรรยาของท่าน
และบิดามารดาของท่านก็คงคิดถึงท่าน     


ข้าพเจ้าจึงตั้งใจช่วยเหลือให่ท่านได้รับอิสรภาพ    และเดี๋ยวนี้ก็เป็นผลสำเร็จแล้ว"

ในหมู่พวกท่านก็มีเพื่อนของข้าพเจ้าหลายคน"    พลางท่านกวาดสายตาดูผู้รับอภัยโทษ


"แม้แต่ที่นั่งอยู่ในที่นี้   อย่างน้อยก็มีสองหรือสามคน  ที่คุ้นเคยกับข้าพเจ้ามาก่อน"


 
       รุ้งเหลียวไปข้างหลัง  เพราะเขานั่งอยู่ที่โต๊ะในแถวหน้า      เขาเห็นเพื่อนร่วมทุกข์ของเขาหลายคน
ซึ่งส่วนมากเป็นนายทหารกำลังยืดตัวขึ้นให้เห็นเด่นและยิ้มกับท่านรัฐมนตรี



"นอกจากความเห็นใจในทางส่วนตัว"  ท่านรัฐมนตรีกล่าวต่อไป   "ก็ยังมีเหตุอื่นอีกที่ทำให้พวกท่าน
จะต้องอยู่ในความทรงจำของข้าพเจ้าไปช้านานอาจจะเป็นตลอดชีวิต          การรบที่บางเขน
เป็นสิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าลืมพวกท่านไปไม่ได้       

ครั้งนั้นเราได้ใช้ความสามารถของเราในการรบกันอย่างทรหด         มันเป็นเหตุการณ์สำคัญครั้งงหนึ่งในประวัติศาสตร์   
ซึ่งจะจารึกลงไว้ว่าที่สนามรบทุ่งบางเขนครั้งนั้น   ได้มีการรบกันด้วยอาวุธสมัยใหม่และยุทธวิธีสมัยใหม่เป็นครั้งแรก
ในประวัติศาสตร์ชาติไทย"



       รุ้งหงายหลังไปพิงพนักเก้าอี้        รู้สึกเสียดายว่าคำพูดของท่านรัฐมนตรีในตอนหลังนี้มีผลตรงกันข้าม
กับข้อความในตอนต้น           น่าประหลาดที่ท่านพูดถ้อยคำในทางผูกมิตรขึ้นแล้วก็พูดถ้อยคำเชิงทำลาย
เสียทันที

"ใครบ้างหนอ"  รุ้งสงสัย    "ที่อยากถูกจำได้เพราะเหตุเป็นคู่ต่อสู้กับท่านที่บางเขน"
เมื่อรุ้งชำเลืองไปข้างหลังก็เห็นสหายร่วมทุกข์ของเขาหดตัวลงไปในเก้าอี้       สีหน้ายิ้มแย้มเปลี่ยนไปแล้ว


บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 18 พ.ย. 09, 23:34

ขออภัยคุณ   NAVARAT. C   ถ้าการโพสเรื่องจะซำ้กับตอนที่ต้องการจะเล่า


ยังไม่สามารถออกความเห็นอะไรได้ในตอนนี้
นอกจากพระเอกจับมือหญิงสาวตอนไปดูหนังทาร์ซาน แสดงโดยจอนนี ไวส์มุลเลอร์ที่เฉลิมกรุง
รุ้งคงดูหนังไม่ค่อยจะรู้เรื่องตอนนั้น



ได้ถามสหายสามสี่คนที่เป็นที่ปรึกษาของชมรมนักอ่านเล็ก ๆ ชมรมหนึ่งว่า
ใครอ่าน  "ความฝันของนักอุดมคติ" กันบ้าง

ท่านผู้อำนวยการโดนถามประมาณสามครั้งภายในอาทิตย์นี้   ตอบว่า
ก็อ่านกันทุกคนนี่

ไปถามดีลเล่อร์ขายหนังสือคนหนึ่ง  ได้คำตอบเดิมว่า
ยังอ่านกันอยู่    พิมพ์ตั้งหลายครั้งแล้วนะ
ว่าแล้วก็เล่าประวัติการพิมพ์ให้ฟัง


ถามเจ้าของร้านขายหนังสือมือสองทางเว็บผู้มากไมตรี(มีแพรดำให้ดิฉันยืมอ่าน)
เขาตอบว่า   น่าภูมิใจมากที่ได้แปลเป็นภาษาต่างประเทศ


ท่านผู้อำนวยการติดต่อกลับมาว่า  ที่หนังสือได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในร้อย ก็เพราะดูกันที่ว่า
มีอิทธิพลในเวลาที่หนังสือเล่มนั้นออกมา
มีความเคลื่อนไหวที่กระตุ้นการอ่าน
มีมิติทางสังคม
อย่าลืมอ่าน ชีวิตแห่งการกบฏสองครั้งนะ  ท่านว่า


ถามมิตรทั้งปวงว่า ทำไม พัทยา  ไม่มีพิมพ์ใหม่
ได้คำตอบมาว่า   มีคนอยากพิมพ์อยู่   แต่ตอนนั้นไม่ทราบกันแน่ชัดว่า ดาวหางคือใคร



ได้ยื่นหน้าไปคุยกับนักแปลสตรีผู้หนึ่ง เรื่อง รอยร้าวของมรกต
เธอเล่าว่าจำได้และได้เรียนเรื่องนี้ด้วย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 19 พ.ย. 09, 07:08

มิเป็นไรมิได้ครับคุณวันดี เป็นพระคุณด้วยซ้ำ ผมกำลังมึนๆอยูพอดีนี่กำลังอยู่ในห้องประวัติศาสตร์ แต่ผมกลับเขียนเข้าทางวรรณคดี

หนังสือ"ความฝันของนักอุดมคติ"นั้น คนสมัย๑๔ตุลาจะรู้จักกันในชื่อว่า"เมืองนิมิตร"
ตอนนั้นออกมาควบกับ"ชีวิตแห่งการกบฏสองครั้ง"อันเป็นเรื่องจริงของนักอุดมคติ
สองเรื่องนี้ อ่านควบกันเมื่อไหร่ ก็โดนใจทุกคนไป นิสิตนักศึกษาตอนนั้นมีอุดมคติในการเคลื่อนไหวข้ามเส้นไฟแดงทางการเมือง พุ่งเป้าไปที่การขอรัฐธรรมนูญจากรัฐบาลเผด็จการทหารของถนอมประภาสก่อน แล้วก็เลยเถิดไปจนเกิดการเดินขบวนครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์เพื่อขับไล่รัฐบาลนั้นไปเสียเลย

บรรดาแกนนำของปัญญาชนในยุคนั้น ไม่มีใครไม่เคยเห็นหนังสือเล่มนี้ครับ



บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 19 พ.ย. 09, 08:35

สิ่งที่ยากที่สุดในการวิจารณ์ คือคุณชายนิมิตรมงคล ได้บรรยายรายละเอียดและความรู้สึกนึกคิดเอาไว้ในตัวของรุ้ง    อย่างละเอียดลออ  จนคนอ่านหลับตาวาดภาพตัวละคร ก็เห็นหน้าผู้เขียนลอยขึ้นมา

คุณหญิงบรรจบพันธุ์  นวรัตน ณ อยุธยา คู่ชีวิตของคุณชายนิมิตรมงคล มีความคิดเช่นเดียวกันนี้  ในคำอภิวันทนาการ (ในการพิมพ์ครั้งที่สาม) พ.ศ. ๒๔๙๔  คุณหญิงได้ให้ความเห็นไว้ว่า

หนังสือเรื่องนี้เกือบจะนับได้ว่าเป็นอัตชีวประวัติของผู้เขียนเอง ว่าโดยจิตใจ "รุ้ง" ก็คือ ม.ร.ว.นิมิตรมงคล นวรัตน  คำสารภาพใด ๆ ที่ "รุ้ง" กล่าวก็เกือบจะนับว่าเป็นคำกล่าวของผู้เขียนเองทั้งสิ้น

"...รัฐบาลไม่ช้าก็เปลี่ยนไป และตัวกันเองไม่ช้าก็ตาย แต่หนังสือของกันจะยังอยู่เป็นเข็มทิศชี้ทางเดินแห่งชีวิตอนุชน...นั่นเป็นหน้าที่ของกัน นั่นเป็นเหตุผลที่กันได้เขียนหนังสือเล่มนี้...."

ตามอ่านคำวิจารณ์ต่อไปด้วยใจจอจ่อ
 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 19 พ.ย. 09, 09:17

ที่คุณเพ็ญชมพูเขียนมานั้นก็คือหัวใจของหนังสือเล่มนี้



ไม่ทราบว่าคุณเพ็ญได้อ่าน  ลิลิตเทวราชพิศภาพบนลานอโศก  ตีพิมพ์ครั้งแรก
ในหนังสืออนุสรณ์ งานพระราชทานเพลิงศพ ร.ท. ม.ร.ว. นิมิตรมงคล  นวรัตน์  ๒๔๙๑    หรือไม่



กลอนสุภาพ  ที่ ม.ล. ชัยนิมิตร  นวรัตน  ตั้งชื่อว่า  "คำสารภาพ"   น่าอ่านมาก
ท่านค้นพบมรดกที่อยู่ในกล่องสังกะสีใส่ขนมปังกรอบ     
มีเอกสารเป็นสมุดและร้อยกรองหลายฉบับ


คุณหญิงบรรจบพันธุ์  เล่าให้ลูกชายฟังเสมอว่า
"ตัวตนของพ่อที่แม่เห็นนั้นไม่ใช่นักการเมือง  ไม่ใช่ทหาร  แต่เป็นกวี"

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 19 พ.ย. 09, 09:35

ตามชื่อกระทู้นี้  ม.ร.ว. นิมิตรมงคล นวรัตน : ชีวิตและงาน  เนื้อหาที่จะมาพูดคุยกันคงเป็น ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือ ชีวิต และเรื่องที่สองคือ งาน

ข้างต้นที่พูดคุยกันคือ งาน โดยเฉพาะเรื่องหนังสือที่สำคัญ ๒ เล่มคือ ความฝันของนักอุดมคติและชีวิตแห่งการกบฏสองครั้ง  เล่มแรกเนื้อหาบางส่วนทาบทับบนอัตชีวประวัติของผู้เขียนเอง ส่วนเล่มที่สองคือช่วงวิกฤตที่สุดแห่งชีวิตของท่าน

# ๒๓ ได้เปิดตัวคู่ชีวิตของ ม.ร.ว. นิมิตรมงคล นวรัตน  จึงขออนุญาตกล่าวถึงในส่วนชีวิตครอบครัวของท่าน

คุณหญิงบรรจบพันธุ์ ได้เล่าไว้ในหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพ ม.ร.ว. นิมิตรมงคล นวรัตน  

เมื่อฉากของการแสดงชีวิตเป็นนักการเมืองด้วยความจำเป็นจบลงแล้ว คุณชายก็มีความตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะตั้งสำนักพิมพ์หนังสือที่ตนได้เขียน ๆ เอาไว้เองแทนการขายลิขสิทธิ์เช่นก่อน ๆ และในระยะนี้เองที่เธอได้มีโอกาสรู้จักกับข้าพเจ้า และเราต่างไม่รู้ตัวว่า บันไดรักของเราเริ่มก่อร่างตั้งฐานขึ้นแล้ว

แน่ทีเดียว ที่เธอคิดว่าเราคงจะได้เคยร่วมชีวิตกันในภพก่อน ๆ ฉะนั้นในชาตินี้ข้าพเจ้าเองจึงมองเห็นว่า เธอเป็นคนดีและคนเดียวที่ข้าพเจ้ารัก ถึงแม้ว่าสมัยนี้เขาจะวัดความดีความเก่งกันด้วยเงินตรา แต่ข้าพเจ้าก็เชื่อว่าคุณชายของข้าพเจ้ามีบางสิ่งบางอย่างในตัวเธอซึ่งไม่อาจซื้อได้ด้วยเงินตรา

เมื่อชีวิตรักเริ่มก่อรูปร่างขึ้นเช่นนี้ ความทะเยอทะยานในสิ่งทั้งหลายแหล่ค่อยหมดไป คุณชายพูดกับข้าพเจ้าว่า ชีวิตของเธอต่อแต่นี้ไปจะสำเร็จได้ก็ด้วยเหตุและผลสองประการ

ประการที่หนึ่ง คือการได้แต่งงานกับข้าพเจ้า และมีลูกเพียงคนเดียวเพื่อเป็นเลือดเนื้อของเธอ กับประการที่สอง ก็คือการที่จะต้องจัดพิมพ์หนังสือความฝันของนักอุดมคติให้ได้

หลังจากชีวิตแต่งงานของเราผ่านไปได้ ๗ เดือนกว่า คุณชายก็ได้จากข้าพเจ้าไปโดยกระทันหัน ทิ้งลูกชายน้อย-ชัยนิมิตร-ไว้ให้ข้าพเจ้าเป็นตัวแทน ซึ่งแม้แต่พ่อของเขาเองก็ไม่มีโอกาสได้เห็นชมเชยลูก เพราะเธอสิ้นไปก่อนลูกเกิดเพียง ๔๕ วัน คือในวันอาทิตย์ที่ ๑๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๑ สิริรวมอายุได้ ๓๙ ปี ๑๑ เดือน ๒๐ วัน
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 19 พ.ย. 09, 09:48

ทั้ง  ลิลิตเทวราชพิศภาพบนลานอโศก  และ คำสารภาพ อยู่ในหนังสือที่แสดงไว้ใน # ๒

คุณนวรัตนน่าจะให้ความเห็นเพิ่มเติมได้

 ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 19 พ.ย. 09, 10:03

ถามคุณเพ็ญชมพู และคุณวันดี

ถ้าอย่างนั้น  เราจะถือว่า ชีวิตรักของรุ้ง คือชีวิตรักจริงๆของผู้ประพันธ์ด้วยหรือคะ?
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 19 พ.ย. 09, 10:09

จรรโลงใจค่ะ     คุณเทาชมพู
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 19 พ.ย. 09, 10:34

ดิฉันอ่านว่าผู้ประพันธ์มีความละเอียดอ่อนในความรัก

อ่านแล้วสุขใจค่ะ






บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 15
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.045 วินาที กับ 19 คำสั่ง